เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 957 ไวท์สคัล

ตอนที่ 957 ไวท์สคัล

ตอนที่ 957 ไวท์สคัล


ตอนที่ 957 ไวท์สคัล

วิชามิสเทอรีมูนเป็นวิธีการเรียนรู้กฎแห่งการประดิษฐ์รูปแบบหนึ่ง เพียงแต่จุดประสงค์ของการเรียนรู้กฎแห่งการประดิษฐ์ตามแนวทางนี้มันไม่ใช่เพื่อการสร้างสรรค์ แต่มันเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยการทำลาย

“ควบแน่น!” เซี่ยเฟยทำการเรียกลูกบอลแสงสีขาวขึ้นมาที่มือขวา ซึ่งลูกบอลพลังงานนี้มีกระแสพลังงานที่กระโดดไปมาราวกับว่ามีพยัคฆ์ถูกขังอยู่ด้านในนั้น

ลูกบอลพลังงานนี้คือเตาหลอมมิสเทอรีมูน ซึ่งมีความสามารถเทียบเคียงกับค้อนรวมศูนย์ เพียงแต่ว่าค้อนรวมศูนย์มีเอาไว้สำหรับการสร้างสรรค์ แต่เตาหลอมมิสเทอรีมูนมีไว้สำหรับการทำลาย

พลังกฎถูกควบคุมอยู่ภายในขอบเขตแคบ ๆ ในรูปแบบของลูกบอลพลังงาน และตราบใดก็ตามที่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นใดถูกโยนเข้าไปภายในเตาหลอมนี้ สิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นก็จะถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อทิ้งข้อบกพร่องเอาไว้ภายในเตาหลอมพลังงาน

สิ่งประดิษฐ์ชั้นยอดถูกเซี่ยเฟยโยนเข้าไปในลูกบอลแสงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกบอลพลังงานเริ่มเปลี่ยนสีกลายเป็นสีสันต่าง ๆ ขณะที่ขนาดของลูกบอลพลังงานค่อย ๆ ถูกขยายขนาดออกไปทีละหน่อย

หนึ่งชิ้น!

อีกชิ้น!

และอีกชิ้น!

“นายนี่มันกู่ไม่กลับแล้วจริง ๆ รู้ตัวหรือเปล่าว่าสิ่งประดิษฐ์ที่นายทำลายลงไปมันมีมูลค่ารวมกันตั้งเท่าไหร่” ลินนิจกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“หากพวกมันไม่ได้มีความสามารถอย่างเนอร์วาน่า พวกมันก็เป็นเพียงแค่เศษขยะสำหรับผมเท่านั้นแหละ อีกอย่างของพวกนี้ก็เป็นของที่เราขโมยมาจากฮันนิซี ถึงแม้พวกมันจะถูกทำลายลงไปผมก็ไม่มีอะไรจำเป็นต้องเสียดาย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ลินนิจถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่งเมื่อได้พบมาตรฐานด้านสิ่งประดิษฐ์ของเซี่ยเฟย

หากสิ่งประดิษฐ์ชิ้นไหนมีระดับต่ำกว่าเนอร์วาน่าเท่ากับเศษขยะ สิ่งประดิษฐ์เกือบทั้งจักรวาลก็คงจะเป็นเศษขยะด้วยกันทั้งหมด ท้ายที่สุดเนอร์วาน่าก็ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้วหลายครั้ง ที่สำคัญมันยังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธวิญญาณเพียงหนึ่งเดียวของจักรวาลนี้

“นี่เป็นวิธีฝึกกฎแห่งการประดิษฐ์ที่บ้าที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าในตอนสุดท้ายผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง” ลินนิจกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

มันไม่มีการบันทึกว่าชายหนุ่มจะต้องทำการหลอมสิ่งประดิษฐ์ไปมากเท่าไหร่ เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องพึ่งพาเพียงแค่ความเข้าใจของตัวเองในระหว่างการฝึกฝนด้วยวิธีการอันแปลกประหลาดนี้เท่านั้น

เมื่อเซี่ยเฟยตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเขาก็มักที่จะไปสุดทางอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงทำการหลอมสิ่งประดิษฐ์ไปเรื่อย ๆ จนกว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลง หรือสิ่งประดิษฐ์ภายในมือของเขาจะหมดลงไปซะก่อน

6 ชั่วโมงต่อมากะโหลกสีขาวจาง ๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางลูกบอลแสง ปากของหัวกะโหลกเปิดปิดอยู่ตลอดเวลาราวกับว่ามันกำลังพยายามพูดอะไรบางอย่าง

“นี่อาจจะเป็นกระบวนการควบแน่นที่ถูกบันทึกเอาไว้ก็ได้ ขั้นตอนต่อไปมันถึงวิธีการหล่อแล้ว” ลินนิจกล่าวด้วยดวงตาอันเป็นประกาย

ลินนิจยังคงสงสัยว่าวิธีการทำลายลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่ออะไรกันแน่ เขาจึงพยายามเฝ้าดูอย่างอยากรู้อยากเห็นในกระบวนการขั้นถัดไป

เทคนิคมิสเทอรีมูนมีขั้นตอนสำคัญอยู่ทั้งหมด 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรกคือการควบแน่น หมายถึงการแยกส่วนที่ไม่สมบูรณ์มารวมเอาไว้ในที่เดียวกัน

ขั้นตอนที่ 2 คือการหล่อ หมายถึงการกำหนดรูปร่างของสิ่งประดิษฐ์ ยกตัวอย่างเช่น หากเซี่ยเฟยต้องการดาบไขว้แบบนิพาน เขาก็จำเป็นจะต้องปรับแต่งพลังงานตามจินตนาการเพื่อให้มันออกมามีรูปทรงอย่างที่เขาได้คิดเอาไว้

ขั้นตอนที่ 3 คือการหลอมจิต หมายถึงการใส่เจตจำนงลงไปในอาวุธ

และขั้นตอนสุดท้ายคือการหลอมรวม หมายถึงการรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างสิ่งประดิษฐ์ชั้นยอดขึ้นมาในจักรวาลแห่งนี้

เซี่ยเฟยหรี่ตามองลูกบอลแสงอย่างระมัดระวัง ซึ่งแต่เดิมมันเป็นลูกบอลแสงที่มีขนาดเท่าไข่ไก่เท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังจากที่มันได้ทำการหลอมสิ่งประดิษฐ์เข้าไปเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมันก็เป็นลูกบอลแสงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1 กิโลเมตร

เซี่ยเฟยยกลูกบอลแสงขึ้นมาด้วยมือขวา ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังถือพระจันทร์อยู่ภายในมือ

“มันเป็นความรู้สึกที่ทรงพลังจริง ๆ สิ่งที่ฉันถืออยู่ในตอนนี้คือแก่นแท้ของสิ่งประดิษฐ์ทั้งหมดสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างมีความสุข

“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าพวกมันจะกลายเป็นอะไรกันแน่?” ลินนิจกล่าว

“ไม่ว่ามันจะกลายเป็นอะไรเดี๋ยวพวกเราก็จะรู้เอง แต่สิ่งที่ผมจำเป็นจะต้องทำในตอนนี้คือการเสริมพลังให้มันต่อไปไม่ใช่เริ่มทำการหล่อเหมือนที่คุณพูดถึง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อะไรนะ?! ตอนนี้นายทำลายสิ่งประดิษฐ์ไปเป็น 100 ชิ้นแล้วนะ นายยังต้องการจะเสริมพลังให้กับมันอีกงั้นเหรอ?” ลินนิจสะดุ้งด้วยความตกใจ

“ถูกต้อง อาวุธที่ดีไม่ได้วัดกันที่ปริมาณ แต่มันวัดกันที่คุณภาพต่างหาก ผมอยากจะสร้างอาวุธชั้นยอดขึ้นมาเพียงแค่ชิ้นเดียวดีกว่าการสร้างอาวุธธรรมดาเป็นล้าน ๆ ชิ้น ตราบใดก็ตามที่มันยังไม่ถึงขีดจำกัด ผมก็จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับมันต่อไป” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็เริ่มโยนสิ่งประดิษฐ์เข้าไปในลูกบอลแสงอย่างต่อเนื่อง ละเมื่อไหร่ก็ตามที่สิ่งประดิษฐ์ถูกโยนเข้าไปขนาดของลูกบอลแสงก็ค่อย ๆ ขยายออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

200!

300!

500!

1,000!

1,900!

“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าในตอนสุดท้ายมันจะกลายเป็นอะไรกันแน่?” ลินนิจเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นจำนวนของสิ่งประดิษฐ์ที่เซี่ยเฟยโยนเข้าไปภายในลูกบอลอย่างไม่เสียดาย

เมื่อสิ่งประดิษฐ์เกือบ 2,000 ชิ้นถูกโยนเข้าไปในลูกบอลแสง ทั่วทั้งใบหน้าของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดอันปูดโปน เพราะว่าเขาจำเป็นจะต้องทุ่มเทสมาธิอย่างสุดกำลังเพื่อพยายามควบคุมลูกบอลแสงที่ไม่เสถียรลูกนี้เอาไว้

หล่อ!

เซี่ยเฟยร้องคำรามออกมาเสียงดัง ก่อนที่ลูกบอลแสงภายในมือของเขาจะถูกบีบอัดลงมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็ได้กลายเป็นเพียงแค่ลูกบอลแสงเล็ก ๆ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เมตรเท่านั้น

การกระทำของเซี่ยเฟยเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะลูกบอลแสงลูกใหญ่เต็มไปด้วยความผันผวนของพลังงานอันรุนแรง การพยายามบีบอัดลูกบอลแสงที่มีความผันผวนแบบนี้ย่อมพร้อมจะเกิดการระเบิดได้ทุกวินาที แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังคงสามารถควบคุมทุกอย่างเอาไว้ได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย

หลังจากทำการหล่อให้อาวุธกลายเป็นรูปร่าง ชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ทำการใส่จิตวิญญาณลงไปในอาวุธชิ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาวุธที่เขาสร้างขึ้นมาในขณะนี้ไม่ใช่อาวุธขนาดใหญ่แต่เป็นดาบลับที่นำไปซ่อนในแขนเสื้อของเขาได้

เนอร์วาน่าคอยทำหน้าที่ต่อสู้อย่างเปิดเผยได้อย่างดีอยู่แล้ว สิ่งที่เขายังขาดไปในตอนนี้คืออาวุธที่เอาไว้สังหารในที่ลับ

การใช้พลังจิตเพื่อจินตนาการโครงสร้างดาบลับในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะต้องจินตนาการถึงใบดาบเท่านั้น แต่เขายังจำเป็นจะต้องจินตนาการถึงสปริง, กลไกการควบคุมและรายละเอียดอื่น ๆ ที่จะต้องถูกติดตั้งเอาไว้ภายในดาบลับอีกด้วย

ลินนิจอ้าปากค้างขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อได้เห็นพลังจิตอันแข็งแกร่งที่สามารถปรับเปลี่ยนลูกบอลแสงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 20 นาที ดาบลับใต้แขนเสื้อก็ค่อย ๆ ถูกสร้างเป็นรูปเป็นร่าง

นี่มันการควบคุมที่ทรงพลังมาก เซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะบีบอัดพลังงานที่ผันผวนได้เท่านั้น แต่เขาสามารถปรับแต่งรูปร่างของลูกบอลพลังงานตามจินตนาการของเขาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

“อ๊าก!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามเพื่อพยายามหลอมรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันในขั้นตอนสุดท้าย และในที่สุดบทสรุปของการทำลายอย่างยาวนานก็กำลังจะก่อกำเนิดสิ่งใหม่ขึ้นมาภายในจักรวาลแห่งนี้แล้ว

ไม่กี่นาทีต่อมาใต้แขนเสื้อของเซี่ยเฟยก็มีดาบลับสีเงินถูกติดตั้งเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งอาวุธชิ้นนี้ก่อกำเนิดขึ้นมาจากการทำลายสิ่งประดิษฐ์เกือบ 2,000 ชิ้น มูลค่าของมันจึงยากที่จะประเมินออกมาเป็นตัวเลขได้

“นี่สินะผลลัพธ์ของการหลอมสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่สมบูรณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน อาวุธลับชิ้นนี้สวยงามมากจริง ๆ คนอื่นคงไม่มีทางเชื่อว่ามันเป็นอาวุธที่ถูกหลอมขึ้นมาจากสิ่งประดิษฐ์เกือบ 2,000 ชิ้นแน่ ๆ” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

“แปลกมาก ผมไม่เคยจินตนาการถึงหัวกะโหลกนี้เลยแล้วมันโผล่ออกมาได้ยังไง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว ขณะจ้องมองไปยังหัวกะโหลกสีขาวขนาดใหญ่ที่ถูกประดับเอาไว้บนอาวุธชิ้นใหม่ของเขา

“นี่มันไม่ใช่หัวกะโหลกที่เราเห็นในลูกบอลแสงงั้นเหรอ? นอกจากหัวกะโหลกนี้แล้วมีอะไรอื่นที่แตกต่างไปจากจินตนาการของนายอีกไหม?” ลินนิจถาม

“ตัวใบดาบมีความคมและเรียวกว่าสิ่งที่ผมจินตนาการเอาไว้นิดหน่อย ส่วนเรื่องอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยแตกต่างจากที่ผมจินตนาการเอาไว้มากนัก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ใบมีด

“เรายังรู้จักวิชามิสเทอรีมูนน้อยเกินไป เอาเถอะถึงยังไงนายก็ได้อาวุธชิ้นใหม่ออกมาแล้ว ทำไมนายถึงไม่ลองตั้งชื่อให้มันดูก่อนล่ะ” ลินนิจกล่าว

“ผมขอตั้งชื่อมันว่าไวท์สคัลก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“อืม ตั้งชื่อได้ตรงตัวดี” ลินนิจกล่าวพร้อมกับพยักหน้า ซึ่งทันทีที่เขาพูดจบยานรบก็เริ่มส่องแสงกระพริบ

“ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาจนถึงดินแดนดาร์คไนท์เรียบร้อยแล้ว”

***************

พี่เฟยมาแนะนำตัวกับดินแดนใหม่อีกแล้ว ป่วนแน่นอน

จบบทที่ ตอนที่ 957 ไวท์สคัล

คัดลอกลิงก์แล้ว