เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 951 ความน่ากลัวของดีม่อนวิง

ตอนที่ 951 ความน่ากลัวของดีม่อนวิง

ตอนที่ 951 ความน่ากลัวของดีม่อนวิง


ตอนที่ 951 ความน่ากลัวของดีม่อนวิง

ในระหว่างที่วารีเคียดแค้นกำลังจะถูกฉุดเข้าไปอยู่ภายในมือของนักรบดาร์คไนท์ หมาป่าเดียวดายจากสกายวิงก็ลงมือทำลายอาวุธมายาชิ้นนั้นลงไปซะก่อน

“นายทำลายอาวุธมายาลงไปได้ยังไง?! นี่มันเป็นการแหกกฎของจักรวาลชัด ๆ” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“ช่างหัวไอ้กฎแห่งจักรวาลอะไรนั่นไปสิ! ฉันไม่มีทางมอบอาวุธมายาให้กับศัตรูเด็ดขาด อีกอย่างกฎมันมีเอาไว้แหก ถ้าหากว่ากฎนั้นมันมาขวางทางฉัน ฉันก็จะทำลายพวกมันไปให้หมด!!” เซี่ยเฟยกล่าวตอบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ทำให้ลินนิจรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะไม่ลังเลแม้กระทั่งการฝ่าฝืนกฎของจักรวาลด้วยซ้ำ

อ๊าก!

เหล่าบรรดานักรบดาร์คไนท์ร้องคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ และในตอนนี้ชายหนุ่มก็ได้กลายเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่กองทัพนับล้านต้องการจะสังหารมากที่สุด

ฟุบ!

เหล่าบรรดานักรบภายในกองทัพดาร์คไนท์เริ่มกระจายกำลังอย่างรวดเร็ว แต่เป้าหมายของพวกเขาเป็นหนึ่งเดียวคือการปลิดชีวิตของเซี่ยเฟย

การกระทำของเซี่ยเฟยเปลี่ยนกระแสสงครามอย่างกะทันหัน จากตอนแรกที่มันเป็นสงครามระหว่างสองฝั่งกลับกลายเป็นสงครามระหว่างหนึ่งคนกับหนึ่งกองทัพ

“ทุกคนมั่วยืนทำอะไรอยู่? รีบจัดการกับพวกมันเร็วเข้า!!” โอโร่พยายามตะโกนกระตุ้นนักรบคนอื่น ๆ เนื่องมาจากว่าเขากำลังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเซี่ยเฟย

อย่างไรก็ตามนักรบจากกองกำลังต่าง ๆ ก็ไม่ได้คิดที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว บางคนกำลังพยายามติดต่อไปยังตระกูลของตัวเอง ขณะที่บางคนพยายามหายานอวกาศเพื่อหลบหนีออกไปจากดาวดวงนี้

ความสามัคคีของทุกกองกำลังถึงกับทำให้โอโร่รู้สึกโกรธจนพูดไม่ออก เพราะถ้าสมมุติว่าวันหนึ่งประตูจักรวาลถูกเปิดออกมาจริง ๆ กองกำลังที่เหลาะแหละแบบนี้จะต้านทานศัตรูเอาไว้ได้ยังไง

ฟุบ!

โอโร่กัดฟันพุ่งเข้าหากองทัพศัตรูด้วยตัวคนเดียว แต่หลังจากที่เขาเคลื่อนที่ออกไปได้เพียงแค่ไม่นาน เขาก็ได้พบกับนักรบเกราะทองกลุ่มหนึ่งที่เคลื่อนไหวตามร่างเขามาติด ๆ

“นายทำได้ดีมาก! พวกเราผู้พิทักษ์คือกลุ่มคนที่สาบานว่าจะปกป้องจักรวาลนี้ ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมผู้อื่นได้แต่เราเลือกที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยกำลังของพวกเราได้ พวกดาร์คไนท์คือศัตรูตัวฉกาจของพวกเรา ถึงแม้พวกเราจะมีกันเพียงแค่นี้แต่พวกเราก็ต้องกำจัดศัตรูลงไปให้ได้มากที่สุด!” นักรบเกราะทองคนหนึ่งยกนิ้วโป้งให้กับโอโร่

ภาพที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือภาพที่ดูหดหู่มาก เพราะกลุ่มผู้พิทักษ์เกราะทองกับโอโร่กำลังบุกทะลวงเข้าไปท่ามกลางกองทัพของศัตรูนับล้าน

“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราจะละทิ้งบ้าน, ละทิ้งตระกูล, ละทิ้งความรุ่งโรจน์และใช้ชีวิตเป็นดั่งกำแพงอันแข็งแกร่งเพื่อต้านลำแสงที่มุ่งร้ายเข้าหาทุกคน…” กลุ่มผู้พิทักษ์เริ่มร้องเพลงประจำตัว ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและดาบภายในมือของพวกเขาก็เริ่มทำการกวัดแกว่งออกไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงแม้จำนวนของผู้พิทักษ์เกราะทองจะมีเพียงแค่ 50 คน แต่พวกเขาก็เผชิญหน้ากับศัตรูอย่างกล้าหาญ พร้อมกับพยายามร้องเพลงปลุกขวัญกำลังใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าพวกเขาจะร้องเพลงดังแค่ไหนแต่สถานการณ์ของพวกเขาก็ค่อย ๆ เลวร้ายลงมากขึ้นเรื่อย ๆ

อีกด้านหนึ่งเซี่ยเฟยก็กำลังต้านทานศัตรูอย่างสิ้นหวังด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาจำเป็นจะต้องปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความเร็วในระดับ 4 ล้านเมตรต่อวินาทีเอาไว้

การระเบิดพลังงานทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเบาสบายไปทั่วทั้งตัว และความสุขที่ได้จากการสังหารศัตรูมันก็อยู่เหนือเกินกว่าที่เขาจะสามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้

สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจมากที่สุดนั่นก็คือในระหว่างที่เขาทำการออกวิ่ง มันได้มีปีกปรากฏขึ้นบริเวณแผ่นหลังของเขาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้นปีกสีดำอันนี้ยังมีความสามารถในการสังหารศัตรูได้อีกด้วย

ปีกที่ปรากฏเป็นปีกที่ดูขาดรุ่งริ่งสีดำกางยาวออกไปประมาณ 9 เมตร ตัวปีกมีความคล้ายคลึงกับปีกของปีศาจในตำนาน บริเวณขอบของปีกเป็นมุมอันแหลมคมคล้ายกับว่ามันเป็นใบดาบที่ถูกออกแบบมาสำหรับการสังหารศัตรู

มันเป็นปีกที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมปีกของเขาถึงขาดรุ่งริ่งเหมือนกับปีกที่ถูกทำลายอย่างรุนแรงแบบนี้?

สมมุติว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหลังทางฝั่งขวาของเขามันคือปีกจริง ๆ แล้วทำไมรูปร่างของมันถึงมีความแหลมคมราวกับใบดาบ?

ด้วยปีกที่ปรากฏขึ้นมาใหม่นี้เอง ทุกที่ที่เซี่ยเฟยวิ่งผ่านไปจะเต็มไปด้วยซากศพของศัตรู ซึ่งปีกเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งในระดับใหม่เท่านั้น แม้แต่จิตอสูรที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างของเขาก็ยังมีความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ปีกปีศาจทำหน้าที่เป็นใบดาบอันแหลมคม และด้วยปีกนี้เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อาวุธออกมาด้วยซ้ำ เพราะปีกปีศาจก็มีความแข็งแกร่งไม่ต่างไปจากอาวุธชั้นยอด

“นี่มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! นายรู้ไหมว่าปีกบนหลังของนายมีพลังมากกว่าอาวุธชั้นยอดซะอีก” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

ด้วยปีกที่เพิ่งปรากฏขึ้นมาลินนิจก็ประมาณการว่าแม้เซี่ยเฟยจะไม่มีอาวุธมายาหรืออสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มเพียงลำพังก็เทียบเคียงได้กับจอมเทพเรียบร้อยแล้ว

ชีวิตของนักรบดาร์คไนท์คือหลักฐานสำหรับเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เพราะหลังจากที่ชายหนุ่มเคลื่อนไหวได้ไม่นาน ปีกปีศาจก็สังหารศัตรูได้มากกว่าหงส์ครามกับขนอุยที่ร่วมมือกันเสียอีก

ทางฝั่งของกลุ่มผู้พิทักษ์ก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นเดียวกัน ซึ่งหลังจากบุกฝ่าศัตรูมาเป็นเวลานานในที่สุดพวกเขาก็ได้มาสมทบกับเซี่ยเฟย

“ดีม่อนวิง!?” ผู้นำผู้พิทักษ์อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาได้เห็นปีกปีศาจที่อยู่บนหลังของเซี่ยเฟย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมองมาที่ปีกของเขาด้วยความตกใจแบบนี้ เพราะในตอนที่จูปิเตอร์ได้เห็นปีกอีกฝ่ายก็ตกตะลึงจนแทบจะเสียสติไปด้วยเช่นเดียวกัน ราวกับว่าทุกคนรู้จักปีกบนหลังเขาเป็นอย่างดี แต่เขากลับไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับปีกที่อยู่บนหลังของตัวเองเลย

ชายหนุ่มไม่รู้ว่าปีกนี้มันมาจากไหน เขาจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับไป ก่อนจะหันหน้าไปเพื่อจัดการกับศัตรู

“ฮ่า ๆ ๆ สกายวิงมีดีม่อนวิงปรากฏขึ้นมาอีกคนแล้วสินะ”

“แต่บรรพบุรุษของนายจะต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่กล้าส่งดีม่อนวิงมาในสถานการณ์ที่อันตรายขนาดนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันก็ไม่สามารถคาดเดาความคิดของสกายวิงได้จริง ๆ” หัวหน้าผู้พิทักษ์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย เพราะมันดูเหมือนว่าผู้พิทักษ์คนนี้จะให้ความสำคัญกับปีกบนหลังของเขามาก?

“เอาล่ะ อย่างน้อยแค่ฉันได้เห็นดีม่อนวิงในตำนานแค่นี้ฉันก็นอนตายตาหลับแล้ว” หัวหน้าผู้พิทักษ์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง จากนั้นผู้พิทักษ์คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าให้กับเซี่ยเฟยอย่างหนักแน่น

การกระทำของพวกผู้พิทักษ์ยิ่งทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนมากขึ้นกว่าเดิม และทันใดนั้นเขาก็ได้สังเกตเห็นว่าโอโร่กำลังจ้องมองมาทางเขาราวกับว่าอีกฝ่ายก็รู้จักปีกปีศาจนี้เหมือนกัน

น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่สามารถสนทนากับโอโร่ในตอนนี้ได้ เพราะท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็เดินทางมาพร้อมกับกลุ่มผู้พิทักษ์ ถ้าหากเขาแสดงท่าทางสนิทสนมกับโอโร่ออกไป โอกาสที่อดีตจอมมารจะได้เข้าร่วมกลุ่มผู้พิทักษ์ก็จะลดน้อยลง

การสังหารยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และถึงแม้ว่านักรบดาร์คไนท์จะถาโถมเข้าใส่พวกเซี่ยเฟย แต่ทีมที่มีสมาชิกเพียงแค่ 50 กว่าคนนี้กลับสามารถต่อต้านกองทัพนับล้านได้เป็นเวลานาน

“จำนวนของพวกเราน้อยเกินไป เรารีบถอยกันก่อนเถอะ” ผู้พิทักษ์คนหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างเคร่งขรึมพร้อมกับใช้มือจับไหล่ที่บาดเจ็บของตัวเอง

การที่พวกเขาต่อต้านศัตรูได้นานถึงขนาดนี้มันก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว แต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบันสภาพของแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า

แม้แต่โอโร่ผู้มีประสบการณ์ในสนามรบมาอย่างโชกโชนก็ยังมีรอยแผลถูกกรีดบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเริ่มมีความหยาบกร้านปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย

“ถอย? ถอยไปไหน? คุณคิดจะทิ้งพี่น้องที่บาดเจ็บเพื่อถอยเอาชีวิตรอดหรือยังไง?!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำราม

หากพวกเขาล่าถอยในเวลานี้เหล่าบรรดาพี่น้องนักรบที่ได้รับบาดเจ็บย่อมไม่สามารถต้านทานได้แน่นอน และถึงแม้ว่าทุกคนจะมีระดับพลังที่สูงมาก แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีความเร็วเหมือนกับเซี่ยเฟย

ทันใดนั้นเหล่าผู้พิทักษ์ก็เริ่มจู่โจมโต้กลับอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเซี่ยเฟยตะโกนปลุกขวัญกำลังใจของพวกเขาให้กลับมาต่อสู้เพื่อปกป้องพี่น้องของตัวเองอีกครั้ง

“เซี่ยเฟยบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้ว่านายทนได้อีกนานแค่ไหน?” ลินนิจถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่เกิน 1 นาที” เซี่ยเฟยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาตลอดเวลา เขาก็จะจำเป็นจะต้องทุ่มสมาธิเพื่อต่อต้านศัตรูทุกวินาที ซึ่งเวลาทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความทรมาน และจากสภาพในปัจจุบันอย่างมากที่สุดเขาก็สามารถที่จะอดทนต่อไปได้เพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้น

ดวงตาของเซี่ยเฟยถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด ก่อนที่เขาจะทุ่มเทพลังอย่างเต็มที่เพื่อสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุด

จนถึงตอนนี้เซี่ยเฟยเป็นเพียงนักรบคนเดียวที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพนับล้านด้วยตัวคนเดียวได้

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์กำลังจะสิ้นหวังอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้า

“นี่คือเรื่องของสกายวิง ใครไม่เกี่ยวไสหัวออกไปซะ!”

เสียงร้องคำรามดังสนั่นราวกับสายฟ้า ก่อนที่เซี่ยกวงไห่จะนำฝูงหมาป่ากลับมาเข้าร่วมสนามรบ

เจมินี่เคลื่อนที่ผ่านสนามรบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ราชันย์จากสกายวิงทั้ง 13 คนจะพุ่งทะยานลงมาในสนามรบเพื่อสมทบกับเซี่ยเฟย

นอกเหนือจากเซี่ยเกิงที่ทำหน้าที่คุมตัวฮันนิซีและขับยานเจมินี่ ฝูงหมาป่าของสกายวิงทุกคนต่างก็กลับมาช่วยเหลือเซี่ยเฟยด้วยกันทั้งหมด

สกายวิงไม่เคยทอดทิ้งสมาชิกแม้แต่คนเดียว และถึงแม้ศัตรูจะมีจำนวนนับล้าน แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“ฆ่ามัน!!” เซี่ยกวงไห่ส่งเสียงตะโกนก่อนที่จะเริ่มขับเคลื่อนฝูงหมาป่าอย่างรวดเร็ว

ราชันย์เหล่านี้ต่างก็มีความเร็วไม่น้อยกว่า 1 ล้านเมตรต่อวินาที การเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงก่อให้เกิดเพียงแค่กลุ่มเงาลาง ๆ ที่สามารถสังหารศัตรูได้ทั่วทุกที่ที่พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านไป

***************

งื้ออออ ทุกคนมาช่วยพี่เฟยแล้ววววว

จบบทที่ ตอนที่ 951 ความน่ากลัวของดีม่อนวิง

คัดลอกลิงก์แล้ว