เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 950 ทำลายอาวุธมายา

ตอนที่ 950 ทำลายอาวุธมายา

ตอนที่ 950 ทำลายอาวุธมายา


ตอนที่ 950 ทำลายอาวุธมายา

สาเหตุที่ตระกูลสกายวิงตั้งชื่อตระกูลด้วยชื่อนี้ มันก็ไม่ใช่การตั้งชื่อขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เพราะเมื่อพวกเขาสามารถเลื่อนระดับพลังไปจนถึงระดับหนึ่ง มันจะมีปีกปรากฏขึ้นมาบนหลังของพวกเขาจริง ๆ และในขณะนี้เซี่ยเฟยก็สามารถเรียกปีกของเขาออกมาได้แล้ว

ในระหว่างการพยายามต่อสู้อย่างสุดกำลัง เซี่ยเฟยก็สามารถเรียกปีกแรกของตัวเองออกมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วมันก็ทำให้แม้แต่ราชันย์ระดับสูงสุดของตระกูลไบร์ทไลท์ก็ยังต้องรู้สึกหวาดกลัว

ปัจจุบันเขาคือสมาชิกระดับสูงของตระกูลไบร์ทไลท์ จูปิเตอร์จึงรู้ดีว่าการที่ปีกนี้ปรากฏขึ้นอยู่ตรงหน้ามันหมายถึงอันตรายต่อชีวิตของเขา

“นี่มันหมายความว่ายังไง?! แกเป็นเพียงแค่ราชันย์ขั้นต้นแล้วทำไมแกถึงสามารถเรียกปีกออกมาได้?!” จูปิเตอร์ตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจพร้อมกับก้าวเท้าถอยหลังราวกับว่าเขากำลังมองเห็นสัตว์ประหลาด

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยความสับสนเล็กน้อย ซึ่งในความเป็นจริงเขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่แตกต่างจากปกติตรงบริเวณทางด้านขวา ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่

อย่างไรก็ตามแววตาของเขามันก็กลับมาเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตอย่างรวดเร็ว เพราะการพยายามลอบโจมตีขนอุยมันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะให้อภัยได้ง่าย ๆ

“ไม่ว่าเรื่องอื่นจะเป็นยังไง แต่ท้ายที่สุดคือแกจะต้องตาย!” ชายหนุ่มร้องคำราม ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

คราวนี้สีหน้าของจูปิเตอร์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชัดเจน เพราะเขาสามารถยืนยันได้แล้วว่ากระแสลมทางด้านขวาของเซี่ยเฟยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นปีกให้เขาได้เห็นอยู่จริง ๆ

เซี่ยเฟยก็กำลังตกใจกับการเคลื่อนไหวในปัจจุบันของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะเขาไม่เคยเร่งความเร็วอย่างง่ายดายแบบนี้มาก่อน จนทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน

‘ฉันพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น!’ เซี่ยเฟยตะโกนภายในใจ

ช่วงเวลาที่ปีกถูกกางออกเขาก็ได้พบว่ากฎแห่งความเร็วถูกพัฒนามาจนถึงขั้นที่ 4 แล้ว เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้พลังงานจากสมองเพื่อเร่งความเร็ว แต่ปัจจุบันความเร็วของเขามันก็ทะลุเกินกว่า 2 ล้านเมตรต่อวินาที หรือมันก็หมายความว่าถ้าหากเขาระเบิดพลังออกมาความเร็วของเขาก็จะทะลุเกินกว่า 4 ล้านเมตรต่อวินาที

แม้แต่อัจฉริยะในรอบหลาย 100 ปีของตระกูลอย่างเซี่ยกวงไห่ก็ฝึกฝนกฎแห่งความเร็วได้จนถึงขั้นที่ 6 และมีความเร็วในปัจจุบันอยู่ที่ 4 ล้านเมตรต่อวินาทีเท่านั้น แต่เซี่ยเฟยที่มีพลังกฎแห่งความเร็วในขั้นที่ 4 สามารถเร่งความเร็วเทียบชั้นเซี่ยกวงไห่ได้แล้วจริง ๆ!

‘ที่แท้ปีกนี้มันก็ช่วยให้ฉันพัฒนาพลังความเร็วได้ทันทีสินะ’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างสับสน ซึ่งแน่นอนว่าความคิดนี้เกิดขึ้นเพียงแค่ไม่ถึงวินาที ก่อนที่เขาจะมุ่งเน้นความสนใจไปที่การสังหารศัตรูเป็นอันดับแรก

ชายหนุ่มเริ่มทำการระเบิดพลังออกมาจากสมองอีกครั้ง จนทำให้ร่างของเขาเคลื่อนไหวออกไปด้วยความเร็วมากกว่า 4 ล้านเมตรต่อวินาที

การใช้ความเร็ว 2 ล้านเมตรต่อวินาทีกับ 4 ล้านเมตรต่อวินาทีเป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะหมายความว่าจูปิเตอร์จะต้องใช้ปฏิกิริยาการตอบสนองเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 2 เท่า เพื่อจะตามการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยให้ทัน

น่าเสียดายที่ชายคนนี้ไม่ใช่สัตว์ประหลาดย่างเซี่ยเฟย เขาจึงไม่สามารถที่จะเร่งปฏิกิริยาการตอบสนองตามความเร็วของศัตรูได้

“สร้างเกราะ!” จูปิเตอร์ตะโกนพร้อมกับรีบควบคุมวารีเคียดแค้นให้กลายเป็นเกราะป้องกันล้อมรอบร่างของเขาเอาไว้

“เกราะแค่นั้นช่วยแกไม่ได้หรอก!” เซี่ยเฟยตะโกนอย่างดุร้าย ก่อนที่เขาจะเขวี้ยงเนอร์วาน่าออกไปสุดแรง

อย่าลืมว่าเซี่ยเฟยกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วมากกว่า 4 ล้านเมตรต่อวินาที การโจมตีด้วยเนอร์วาน่าในครั้งนี้จึงมีพลังมากพอที่จะตัดผ่านมหาสมุทรไปได้อย่างง่ายดาย

ขวับ!

ดาบกลืนวิญญาณเคลื่อนที่ผ่าร่างศัตรูพร้อมกับทำให้พื้นที่บริเวณนั้นถูกตัดออกเป็น 2 ส่วน และแน่นอนว่าราชันย์ขั้นสูงสุดจูปิเตอร์ก็ได้เสียชีวิตภายใต้การโจมตีในครั้งนี้แล้ว

หลังจากปีกถูกกางออกไม่เพียงแต่ความเร็วของเซี่ยเฟยจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเท่านั้น แต่จิตอสูรที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากภายในร่างยังทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

หลังจากสังหารจูปิเตอร์ได้เรียบร้อยแล้วเซี่ยเฟยก็รีบเก็บแหวนมิติของอีกฝ่ายมา จากนั้นเขาก็ทำการส่งกระแสจิตเข้าไปภายในแหวนเพื่อสำรวจว่าภายในนั้นมันมีสารานุกรมดาร์คไนท์อยู่จริง ๆ หรือเปล่า

“นี่มัน…” เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” ลินนิจรีบถามอย่างอยากรู้

“ของในแหวนไม่ได้มีเพียงแต่สารานุกรมดาร์คไนท์เท่านั้น แต่มันยังมีสมบัติล้ำค่าอีกเพียบเลย!” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

แม้เขาจะได้รับแหวนมิติมาเพียงแค่วงเดียว แต่ด้านในมันกลับมีสมบัติหายากกองอยู่นับพันชิ้น มันจึงทำให้แม้แต่ชายหนุ่มก็ยังอดที่จะเบิกตากว้างขึ้นมาไม่ได้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เตะตาเขามากที่สุดยังคงเป็นสารานุกรมดาร์คไนท์อยู่เช่นเดิม เพราะบันทึกเล่มนี้ให้ความรู้สึกอันลึกลับอย่างที่เขาอธิบายไม่ถูก

ชายหนุ่มต้องการจะนำสารานุกรมออกมาตรวจสอบตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย แต่การโจมตีของพวกดาร์คไนท์ยังคงพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ตอนนี้เขาสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดถึง 4 ล้านเมตรต่อวินาทีแล้ว การโจมตีพวกนั้นจึงไม่สามารถสร้างอันตรายให้กับเขาได้

ในเวลาเดียวกันวารีเคียดแค้นก็กำลังรวมตัวเข้าด้วยกันอย่างช้า ๆ และเนื่องมาจากว่าในตอนนี้เจ้านายของมันเสียชีวิตลงไปแล้ว ตามขั้นตอนปกติมันก็จะต้องหวนกลับคืนสู่จักรวาลเพื่อรอให้เจ้านายคนใหม่มาพิชิตมันไป

“จะหนีไปไหน!” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดังก่อนที่เขาจะวิ่งเข้าไปหาวารีเคียดแค้น

ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์มาแล้วว่าอาวุธมายาคืออาวุธที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการกับพวกดาร์คไนท์ เมื่อสงครามจักรวาลกำลังจะปะทุขึ้นอาวุธมายาแต่ละชิ้นย่อมทวีความสำคัญขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย ชายหนุ่มจึงไม่ต้องการจะปล่อยอาวุธชิ้นใดให้เล็ดรอดออกจากมือเขาไปอย่างเด็ดขาด

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังเร่งความเร็ว วารีเคียดแค้นก็กำลังพุ่งตัวขึ้นไปบนฟากฟ้า

“หงส์ครามหยุดมันไว้!”

ใบหญ้าทั้งหกพยายามห่อตัวกลายเป็นถังสกัดกั้นวารีเคียดแค้นไม่ให้อาวุธมายาชิ้นนี้หนีไปไหนได้

น่าเสียดายที่วารีเคียดแค้นเป็นของเหลว มันจึงสามารถเคลื่อนไหวซอกซอยผ่านรอยแตกของใบหญ้าไปได้อย่างอิสระ หงส์ครามจึงจนปัญญาที่จะหยุดอาวุธชิ้นนี้เอาไว้จริง ๆ

“มันเป็นของเหลว นายหยุดมันเอาไว้ไม่ได้หรอก” ลินนิจกล่าว

“ถ้าหยุดมันไม่ได้ก็ดูดซับมันเข้าไปซะก็สิ้นเรื่อง!” เซี่ยเฟยตะโกนก่อนที่เนอร์วาน่าจะโบยบินออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็ฝังตัวเข้าไปภายในมวลน้ำและดูดพลังงานเข้ามาภายในร่างอย่างบ้าคลั่ง

ไหน ๆ เขาก็ไม่สามารถหยุดอาวุธชิ้นนี้เอาไว้กับตัวเองได้แล้ว เขาจึงพยายามเก็บเกี่ยวพลังงานกลับมาให้ได้มากที่สุด แม้ว่ามันจะหมายถึงการทำลายอาวุธมายาลงไปก็ตาม

น้ำสีฟ้าเริ่มกลายเป็นสีใสมากขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าเมื่อมันถูกดูดพลังงานจากเนอร์วาน่า อาวุธมายาชิ้นนี้ก็ค่อย ๆ อ่อนกำลังลงด้วยเช่นเดียวกัน

ในเวลาเดียวกันแสงสีดำก็พุ่งออกมาจากระยะไกลล้อมรอบอาวุธมายาชิ้นนี้เอาไว้และพยายามฉุดรั้งมันไปอีกฝั่งหนึ่ง

เมื่อเซี่ยเฟยมองไปยังต้นตอของแสง เขาก็ได้พบว่าผู้ที่ปล่อยแสงสีดำแสงนี้มาคือนักรบดาร์คไนท์ผู้สวมชุดเกราะอันสง่างาม

‘นั่นมันอะไร? มันเป็นพลังของกรดชนิดหนึ่งนั้นเหรอ?!’ เซี่ยเฟยอุทานภายในใจ

“ดูดพลังงานมาให้เร็วกว่านี้อีก!!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการเสียงดัง

อาวุธกลืนวิญญาณกับนักรบดาร์คไนท์ผู้ลึกลับกำลังพยายามแย่งชิงอาวุธมายากันอย่างสิ้นหวัง โดยฝ่ายหนึ่งพยายามดูดซับพลังงานทั้งหมดของอาวุธชนิดนี้ไป ขณะที่อีกฝ่ายก็ต้องการจะฉุดรั้งวารีเคียดแค้นไปเป็นของตัวเอง

พริบตาต่อมามันก็มีแสงสีดำพุ่งออกมาจากทิศทางอื่นมากขึ้นเรื่อย ๆ และแสงพวกนี้ก็เข้ามาพันธนาการวารีเคียดแค้นเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

ท้ายที่สุดอาวุธชิ้นนี้ก็เป็นอาวุธมายา ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะถูกเนอร์วาน่าดูดพลังจนอ่อนแอ แต่มันก็ไม่มีทางที่จะสูญสลายหายไป อย่างไรก็ตามถ้าหากอาวุธมายาได้ไปตกอยู่ในมือของพวกดาร์คไนท์ อาวุธชิ้นนี้ก็อาจจะไม่ปรากฏขึ้นมาในจักรวาลอีกเป็นครั้งที่ 2

จิตสังหารของเซี่ยเฟยถูกปลดปล่อยออกไปมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับพลังของกฎแห่งความโกลาหลที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเงียบ ๆ

“นั่นนายกำลังจะทำอะไร?” ลินนิจอุทานอย่างตกใจ เพราะสภาพจิตใจของเซี่ยเฟยในปัจจุบันราวกับปีศาจจนทำให้เขาอดที่จะรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้

“ฉันยอมเป็นหยกที่แหลกลาญดีกว่าเป็นกระเบื้องที่สมบูรณ์! ในเมื่อฉันเอาอาวุธชิ้นนี้มาไม่ได้ก็อย่าหวังว่าใครจะเอามันไปจากฉันได้!!” เซี่ยเฟยตะโกนด้วยน้ำเสียงอันแหบห้าว

ฟุบ!

ชายหนุ่มพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วกว่า 4 ล้านเมตรวินาทีเพื่อใช้กฎแห่งความโกลาหลจู่โจมเข้าใส่วารีเคียดแค้นโดยตรง

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกฝ่ายสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะมันไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเฟยต้องการจะทำลายอาวุธมายาจริง ๆ

นี่มันบ้าเกินไปแล้ว!

เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูได้รับอาวุธมายาไป เซี่ยเฟยถึงกับเต็มใจทำลายอาวุธชิ้นนี้ด้วยตัวเอง!!

ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ

เซี่ยเฟยจู่โจมเข้าใส่วารีเคียดแค้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหล่าบรรดานักรบดาร์คไนท์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็พยายามส่งเสียงร้องเพื่อหยุดชายหนุ่มเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่เสียงเหล่านั้นไม่เข้าหูเซี่ยเฟยเลย เพราะในตรรกะของเขาหากศัตรูต้องการอะไรพวกมันจะต้องไม่ได้รับของสิ่งนั้นไป แม้ว่ามันจะต้องหมายถึงการทำลายอาวุธมายาก็ตาม

ตูม!!!!

การจู่โจมครั้งสุดท้ายก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นมาครั้งใหญ่ ก่อนที่วารีเคียดแค้นจะหายไปจากสายตาของทุกคน

เหล่าบรรดานักรบดาร์คไนท์มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่แตกสลาย เพราะอาวุธมายาที่เคยอยู่ตรงหน้าได้หายไปจากสายตาของพวกมันแล้วจริง ๆ

เซี่ยเฟยได้พิสูจน์อีกครั้งว่าศัตรูทุกคนของเขาจะต้องทนทุกข์ทรมาน และถึงแม้ว่าเขาจะจัดการกับศัตรูโดยตรงไม่ได้ แต่เขาก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางความปรารถนาของศัตรูให้ได้

วินาทีต่อมาชายหนุ่มก็เดินออกมาจากเปลวไฟด้วยกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่ปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเขาก็ยกนิ้วกลางขึ้นมาอย่างเย่อหยิ่ง พร้อมกับตะโกนเข้าใส่เหล่าบรรดานักรบดาร์คไนท์ที่กำลังยืนตกตะลึง

“ไปลงนรกซะ!”

***************

จินตนาการเป็นฉาก ๆ ตามได้เลยอ่ะ ว่าไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 950 ทำลายอาวุธมายา

คัดลอกลิงก์แล้ว