เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 938 ห้ามังกรกลืนมุก

ตอนที่ 938 ห้ามังกรกลืนมุก

ตอนที่ 938 ห้ามังกรกลืนมุก


ตอนที่ 938 ห้ามังกรกลืนมุก

หลังจากจัดการเรื่องทุกอย่างภายในฐานทัพของกลุ่มกบฏเรียบร้อยแล้ว เทพขาวเทพดำก็นำพาเซี่ยเฟยกลับไปส่งยังสถานที่ที่พวกเขานัดพบกันเมื่อไม่กี่วันก่อน

“บรรพบุรุษบอกนายเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอว่าเขาไม่อยากเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ?” เทพดำกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“บรรพบุรุษไม่ได้บอกอะไรผมเลย ผมตัดสินใจเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นายตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเอง!? นายกำลังจะบอกว่าที่นายปฏิเสธไม่เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏไม่ใช่คำสั่งจากบรรพบุรุษของนายงั้นเหรอ” ทั้งเทพขาวและเทพดำต่างก็สะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน

“ผมเชื่อว่าถึงแม้บรรพบุรุษจะเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายผลลัพธ์มันก็ยังเป็นเหมือนเดิม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า ระหว่างนั้นดวงตาของเขาก็กวาดมองไปยังสองพี่น้องและเมื่อเห็นว่าทั้งคู่กำลังหดหู่ ชายหนุ่มก็ถอนหายใจก่อนจะอธิบายขึ้นมาเพิ่มเติม

“ผมขออนุญาตพูดด้วยความเคารพต่อพวกคุณนะ จิตใจของผู้คนกว้างใหญ่ดังท้องทะเล พวกคุณควรจะปลีกตัวออกมาได้แล้ว การอยู่กับกลุ่มกบฏต่อไปไม่สามารถตอบรับสิ่งที่พวกคุณคาดหวังเอาไว้ได้อย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มพูดถึงเรื่องที่แนะนำให้เทพขาวเทพดำออกมาจากกลุ่มกบฏ ท้ายที่สุดเมื่อผู้นำทั้งสามคนของกลุ่มกบฏมีเจตนาที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ มันก็ยากที่พวกเขาจะบรรลุผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ในอนาคตได้

“ทำไมนายถึงพูดแบบนั้นล่ะ? นายคิดว่ากลุ่มกบฏแข็งแกร่งไม่พองั้นเหรอ?” เทพดำกล่าวถามอย่างสับสน ขณะที่เทพขาวยังคงยืนนิ่งอย่างเงียบ ๆ

“ช่วงสองวันที่ผ่านมาผมสามารถบอกได้เลยว่ากลุ่มกบฏมีความแข็งแกร่งอย่างเพียงพอแล้ว แต่ความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวมันยังไม่พอ หากจิตใจของทุกคนภายในกลุ่มยังไม่รวมเป็นหนึ่งเดียว มันก็ยากที่กลุ่มกบฏจะทำภารกิจใหญ่ที่พวกคุณตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้”

“ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้พวกคุณเข้าใจ ความจริงแล้วบรรพบุรุษยังไม่เคยพบกับผมด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาถึงให้ผมมาเป็นตัวแทนเจรจาในเรื่องสำคัญแบบนี้?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เพราะว่าเขาเชื่อใจในตัวนาย” เทพขาวกล่าวตอบขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่เทพดำยังคงนิ่งคิดอย่างสับสนต่อไป

“นั่นคือเหตุผลที่ทำไมผมถึงเชื่อในตัวของบรรพบุรุษ เพราะเขาก็ให้ความเชื่อมั่นในตัวผมกลับมาเหมือนกัน สมาชิกทุกคนภายในตระกูลต่างก็ให้ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกระดับสูงหรือสมาชิกระดับล่างต่างก็ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองอย่างชัดเจน”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่สมาชิกภายในตระกูลมีอันตราย ทุกคนก็พร้อมใจกันที่จะเสี่ยงชีวิตปกป้องแม้กระทั่งสมาชิกที่อ่อนแอที่สุดเอาไว้ แต่คุณลองดูกลุ่มกบฏของพวกคุณให้ดี ๆ พวกคุณน่าจะรู้ว่าทั้งสามผู้นำของกลุ่มมีลักษณะนิสัยเป็นยังไง เท่าที่ผมได้เห็นคร่าว ๆ จากสองวันที่ผ่านมานี้ เครนมีนิสัยตรงไปตรงมา, คีมอเป็นพวกจิตใจสกปรกและทูม่าเป็นพวกหน้าซื่อหลังหลอก”

“สิ่งที่พวกเขาต้องการจากสกายวิงคือให้พวกเราเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ แต่พวกเขากลับปราศจากความจริงใจ และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมไม่ว่าจะเป็นผมหรือบรรพบุรุษต่างก็ไม่อยากคิดคบกับคนหน้าซื่อใจคดแบบนี้”

แม้ว่าคำอธิบายของเซี่ยเฟยจะเรียบง่าย แต่มันก็ทำให้เทพขาวเทพดำไตร่ตรองคำพูดเหล่านั้นเป็นเวลานาน

“ผมทนไม่ไหวแล้ว! ฝากพวกคุณคุ้มกันผมด้วย ผมต้องเริ่มกระบวนการพัฒนาเดี๋ยวนี้เลย” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็เปลี่ยนเรื่องอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะนั่งลงขัดสมาธิโดยไม่สนใจจะฟังคำตอบจากพี่น้องคู่นี้เลยแม้แต่นิดเดียว

แต่เดิมเม็ดพลังงานหลากสีภายในสมองของเขามันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานอยู่แล้ว เมื่อเขาทำการสังหารกบฏทั้งเจ็ดคนบริเวณริมทะเลสาบ พลังงานภายในสมองของเขาก็เริ่มเกิดความผันผวน และวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับการระบายพลังงานออกมานั่นก็คือการใช้พลังไปกับการฝึกฝน

“อีกแล้วเหรอ!? นี่มันครั้งที่ 2 แล้วนะ นายคิดว่าพวกเราเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของนายหรือยังไง” เทพดำส่ายหัวไปมาอย่างหงุดหงิด

เมื่อพลังงานภายในสมองถูกปลดปล่อยออกมา มันก็ส่งเสียงร้องคำรามดังลั่นไปทั่วทั้งอากาศ

“เราไม่ได้เจอเขาแค่ไม่นานพลังของเขาพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?” เทพขาวสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ หลังจากที่เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานอันรุนแรง

“ศักยภาพในการพัฒนาของเขาอยู่ในจุดที่ไร้ที่สิ้นสุดจริง ๆ หรือว่าเขาจะมีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 9 ในตำนาน” เทพดำกล่าว

“เป็นไปไม่ได้หรอก ทั่วทั้งดินแดนกฎมีปรมาจารย์นักหลอมพลังระดับสูงสุดอยู่เพียงแค่ 2 คน และพวกเขาแต่ละคนต่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเผ่าเทพและเผ่ามาร ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะเป็นคนของสกายวิง แต่เขาก็ไม่มีทางได้ครอบครองคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 9 หรอก” เทพขาวกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

โดยสาเหตุที่สองพี่น้องรู้สึกตกใจมาก นั่นก็เพราะความผันผวนของพลังงานที่เซี่ยเฟยปลดปล่อยออกมามีความรุนแรงมากยิ่งกว่าคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 9 ในตำนาน

เมื่อพลังของเซี่ยเฟยพัฒนาขึ้นพร้อม ๆ กับการที่สมองได้ถูกพัฒนาจากชิ้นส่วนอาร์ค มันจึงทำให้เม็ดพลังงานภายในสมองของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นกัน ทั้งปริมาณ, ความจุและคุณภาพของพลังงานที่ถูกเก็บเอาไว้จึงเพิ่มขึ้นสูงมากขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่อาจประมาณการได้

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อพลังงานนี้ถูกปล่อยให้เล็ดลอดออกมา เทพดำกับเทพขาวจึงมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความตกตะลึง

เซี่ยเฟยมุ่งเน้นความสนใจไปที่การฝึกฝนโดยใช้พลังงานปริมาณมหาศาล อักขระกฎภายในสมองของเขาถูกถักทอขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อท้าทายอุปสรรคในระดับราชันย์

ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในดินแดนกฎคือจอมกฎที่ถูกเรียกว่าจอมเทพหรือจอมมารเท่านั้น ตัวตนของราชันย์จึงเป็นรองจากยอดพีระมิดเพียงแค่ก้าวเดียว

“นี่มัน 6 ชั่วโมงแล้วนะ เขามีพลังงานมากขนาดนั้นได้ยังไง?” เทพขาวกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมื่อระดับพลังงานเพิ่มขึ้นพลังงานที่จำเป็นจะต้องใช้สำหรับการฝึกฝนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วยเช่นกัน แต่เซี่ยเฟยนั่งนิ่งอยู่ตรงนี้เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าทั้งความอดทนและปริมาณพลังงานสำรองที่ชายหนุ่มกักตุนเอาไว้ต่างก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับที่ไม่น่าเชื่อ

ด้วยการฝึกฝนในระดับอันบ้าคลั่งประกอบกับพลังงานปริมาณมหาศาล อุปสรรคที่ขวางหน้าจึงถูกละลายลงไปเรื่อย ๆ และนี่ก็คือวิธีที่ชายหนุ่มได้ใช้ในการพัฒนามาโดยตลอด

ในช่วงเวลาค่ำคืนจู่ ๆ มันก็มีเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยเหตุการณ์แรกคือมันได้มีลูกบอลแสงสีขาวปรากฏเหนือศีรษะของชายหนุ่ม ก่อนที่ลูกบอลแสงนี้จะพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า และหยุดชะงักอยู่กลางอากาศไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน

“ดูนั่น! นั่นมันไข่มุกพลังงาน หมายความว่าตอนนี้เขาใกล้จะกลายเป็นราชันย์กฎแล้ว” เทพดำอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“มันคือไข่มุกพลังงานจริง ๆ หลังจากนี้มันก็จะเป็นปรากฏการณ์ห้ามังกรกลืนมุกเข้าไปสินะ” เทพขาวพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

ทันทีที่เทพขาวพูดจบมังกรยักษ์ 5 ตัวก็เปล่งแสงสว่างอันเจิดจ้าออกมาจากร่างของเซี่ยเฟย

“เร็วมาก! ห้ามังกรทะยานกลืนไข่มุกพลังงานเข้าไปแล้ว หมายความว่าในตอนนี้เขาได้กลายเป็นราชันย์เต็มตัว!” เทพดำอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจในระหว่างที่มังกรแสงทั้งห้าทะยานขึ้นไปกลืนไข่มุกสีขาวที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

ปรากฏการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกับพวกเขาได้พบกับปาฏิหาริย์จนยากจะลืมเลือนปรากฏการณ์ห้ามังกรกลืนมุกไปชั่วชีวิต

“ยินดีด้วยที่ตอนนี้นายได้กลายเป็นราชันย์กฎเรียบร้อยแล้ว เหลืออีกไม่ไกลนายก็จะกลายเป็นนักรบอมตะแล้วสินะ” เทพดำกล่าวอย่างมีความสุข ขณะที่เทพขาวก็พยักหน้าให้กับเซี่ยเฟยด้วยเช่นกัน

ในโลกปลาใหญ่กินปลาเล็กความแข็งแกร่งของแต่ละคนคือตัวกำหนดโชคชะตาของพวกเขาอย่างแท้จริง และการพัฒนาด้วยความแข็งแกร่งอันบ้าคลั่งของเซี่ยเฟยก็สามารถดึงดูดความสนใจของเทพดำและเทพขาวไปอย่างฉับพลัน

“พวกคุณอย่าล้อผมเล่นเลย ต่อหน้าพวกคุณทั้งสองคนผมไม่กล้าอวดอ้างความแข็งแกร่งของตัวเองหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวขณะค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างช้า ๆ

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ นายลองไปถามบรรพบุรุษของนายก็ได้ว่าความเร็วในการพัฒนาของนายมันทุบสถิติของใครหลาย ๆ คนในดินแดนกฎแล้วด้วยซ้ำ” เทพดำกล่าวอย่างจริงจัง

“ผมมีเรื่องสงสัยแต่ไม่รู้ว่าควรจะถามพวกคุณดีหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาอย่างแผ่วเบาเมื่อเขานึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ถามมาได้เลย”

“ผมรู้สึกว่าพลังของกฎแห่งความโกลาหลเหนือกว่ากฎใด ๆ ทั้งของทางฝั่งเทพและทางฝั่งมาร ในเมื่อพวกคุณทั้งสองเป็นคนคิดค้นกฎนี้ขึ้นมา แล้วทำไมพวกคุณถึงต้องคอยตามคนอื่นอย่างพวกทูม่าด้วย?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

ทันใดนั้นเทพดำก็รีบเคลื่อนตัวเข้ามาปิดปากเซี่ยเฟยเอาไว้ ขณะสายตาของเขากวาดมองพื้นที่บริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขากลัวว่ามันจะมีใครเข้ามาได้ยิน

“อย่าพูดถึงกฎแห่งความโกลาหลในที่สาธารณะแบบนี้ พวกทูม่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราครอบครองพลังที่ท้าทายจักรวาลเอาไว้ พลังของกฎแห่งความโกลาหลน่ากลัวมากเกินไป หากเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปพวกเราทั้งสามคนก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายกว่าเดิม” เทพดำกล่าวอย่างจริงจัง

เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้รู้ว่าเทพขาวกับเทพดำซ่อนพลังของกฎแห่งความโกลาหลเอาไว้

“จริง ๆ แล้วพวกเราไม่ใช่คนที่สร้างกฎแห่งความโกลาหลขึ้นมา เราแค่ไปเจอมันมาพร้อมกับหงส์ครามโดยบังเอิญ แต่ใครจะไปคิดว่าพวกมันจะนำหายนะครั้งใหญ่มาให้กับพวกเรา” เทพดำกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“พวกคุณบังเอิญไปเจอกฎแห่งความโกลาหลมางั้นเหรอ? แล้วใครมันเป็นคนคิดค้นกฎที่ทรงพลังแบบนี้ขึ้นมา” เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

ทั้งเทพขาวและเทพดำต่างก็ส่ายหัวพร้อมกันเป็นสัญญาณว่าพวกเขาไม่รู้

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าหลังจากที่ฉันได้รับกฎแห่งความโกลาหลมาตาเฒ่าพวกนั้นจะมีความสุข แต่ความเป็นจริงกลับกลายเป็นพวกเราถูกไล่ล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โชคดีที่พวกเรายังพอมีความสัมพันธ์กับเครนอยู่บ้าง เราถึงได้หนีมาพักพิงกลุ่มกบฏอยู่แบบนี้” เทพดำกล่าว

หลังจากสนทนากันต่อไปอีกสักพักเซี่ยเฟยก็ได้รู้ว่าสองพี่น้องได้พบกับกฎแห่งความโกลาหลและหงส์ครามในระหว่างการเดินทางโดยบังเอิญ ส่วนใครเป็นคนทิ้งพวกมันแม้แต่เทพขาวกับเทพดำก็ยังไม่รู้ข้อมูลในส่วนนี้เหมือนกัน

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็กล่าวคำอำลาเพื่อเดินทางกลับ โดยเขาวางแผนจะไปรับแท่งทองและไปหาโอโร่เพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับอดีตจอมมารคนนี้กันแน่

“ความสามารถของเซี่ยเฟยน่าเหลือเชื่อมากจริง ๆ ฉันหวังว่าเขาจะโชคดีกว่าคนอื่น ๆ นะ” เทพขาวกล่าวอย่างเคร่งขรึมหลังจากเจมินี่จากไปในระยะไกล

“นั่นสินะ เซี่ยเฟยคงยังไม่รู้ว่าสกายวิงเคยมีอีวิลวิงคนอื่นมาก่อน แต่อีวิลวิงพวกนั้นกลับหายตัวไปอย่างลึกลับทั้งหมดเหลือเซี่ยกู่เฉิงเอาไว้เพียงคนเดียว” เทพดำกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

***************

ปริศนาใหม่มาอีกแล้วสินะ…

จบบทที่ ตอนที่ 938 ห้ามังกรกลืนมุก

คัดลอกลิงก์แล้ว