เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 930 กองกำลังอิโดซาเริ่มเคลื่อนไหว

ตอนที่ 930 กองกำลังอิโดซาเริ่มเคลื่อนไหว

ตอนที่ 930 กองกำลังอิโดซาเริ่มเคลื่อนไหว


ตอนที่ 930 กองกำลังอิโดซาเริ่มเคลื่อนไหว

“ผู้อาวุโสโยฟา พวกเราควรจะตามมันไปไหม?” ชายคนหนึ่งท่ามกลางผู้ฝึกหนอนด้วงมิติกล่าวถาม

ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืนชาวอิโดซาไม่เพียงแต่จะสูญเสียโกลเดนไลท์ที่พวกเขาภาคภูมิใจไปเท่านั้น แม้แต่ลูก ๆ ของโกลเดนไลท์ทั้งสามก็ยังเสียชีวิตภายใต้เงื้อมมือของแท่งทองด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคราวนี้เปรียบเสมือนกับการที่พวกเขาตกจากสวรรค์ลงมาสู่นรก และมันก็คงจะทำให้พวกเขากลายเป็นเผ่าที่ตกต่ำที่สุดในบรรดาสามเผ่าพันธมิตร

เดิมทีเผ่าอิโดซา, ไคลีและซุยซูต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นที่รู้จักในสามเผ่าพันธุ์หลักของเผ่ามาร แต่เหตุการณ์ในคราวนี้สร้างความเสียหายให้กับพวกเขาอย่างรุนแรงจริง ๆ และพวกเขาก็คงจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาเป็นเวลาหลายร้อยหลายพันปี

เหล่าบรรดาผู้ฝึกหนอนด้วงมิติชาวอิโดซาต่างก็กัดฟันด้วยความโกรธ และพวกเขาก็อยากจะฉีกกระชากศัตรูในคราวนี้ออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

อย่างไรก็ตามโยฟาผู้ซึ่งเป็นผู้นำทีม ๆ นี้กลับไม่ได้รู้สึกโศกเศร้าเลยแม้แต่น้อย เพราะดวงตาของเขากำลังจับจ้องมองไปยังแท่งทองในระยะไกลด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ตามไปไหม!? ตามพวกมันไปสิ! พวกเราต้องห้ามปล่อยพวกมันไปอย่างเด็ดขาด” ชายชรากล่าวก่อนที่จะหันหน้าไปมองชายฉกรรจ์ภายในทีมที่รวมกลุ่มกัน 3 คน

“พวกนายทั้งสามคนคือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดภายในทีมของพวกเราแล้ว หลังจากนี้พวกนายต้องจับตาดูหนอนด้วงตัวสีทองตัวนั้นเอาไว้ ถึงแม้ว่ามันจะไปนรกแต่พวกนายก็จะต้องตามมันไปห้ามให้คลาดสายตาอย่างเด็ดขาด”

“แต่จำไว้ว่าพวกนายแค่ต้องคอยจับตาดูมันจากระยะไกลเท่านั้น ห้ามไม่ให้ใครค้นพบตัวตนของพวกนายได้เป็นอันขาด ส่วนคนอื่นกลับไปที่เผ่าพร้อมกับฉัน” โยฟาสั่งการด้วยท่าทางอันจริงจัง

คำสั่งนี้ต่างก็ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจ เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ฝึกหนอนด้วงมิติ แต่อีกมุมหนึ่งพวกเขาก็เป็นนักรบที่แข็งแกร่ง พวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมชายชราถึงสั่งให้พวกเขาล่าถอยกลับไป

หรือโยฟาตั้งใจจะปล่อยศัตรูไปกันแน่?

“ไม่ต้องห่วง พวกเราทุกคนต่างก็ฝึกกฎแห่งเงามืดมาเป็นอย่างดี หนอนด้วงมิติสีทองตัวนั้นไม่มีทางหลุดรอดไปจากสายตาของพวกเราเด็ดขาด” ชายคนหนึ่งจากชายฉกรรจ์ทั้งสามคนกล่าวรับด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงมอบหมายภารกิจนี้ให้กับพวกนาย จำเอาไว้ว่าให้รายงานกลับมาทุก ๆ 1 ชั่วโมง” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ

หลังจากพูดจบโยฟาก็นำสมาชิกคนที่เหลือกลับไปที่เผ่าเพื่อดำเนินแผนการขั้นต่อไปที่เขาได้วางเอาไว้

“ฆ่าพวกมันซะ! ขนอุยไหนฉันขอดูหน่อยซิว่าการวิวัฒนาการครั้งที่ 6 ของนายมันแข็งแกร่งจริงจริงหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการเสียงดัง

ชายหนุ่มไม่ค่อยมั่นใจกับรูปแบบการวิวัฒนาการครั้งที่ 6 ของขนอุยมากนัก และถึงแม้ว่าในก่อนหน้านี้เจ้าตัวน้อยจะแปลงร่างเป็นสัตว์อสูรตัวใหญ่ และปล่อยกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงทำการสังหารไส้เดือนยักษ์ต่อหน้าของเขาจริง ๆ

แต่ทันทีที่การต่อสู้จบลงขนอุยก็คืนขนาดร่างกายให้กลับมาตัวเล็กดังเดิม เซี่ยเฟยจึงต้องการดูอีกครั้งให้แน่ใจว่าขนอุยสามารถขยายขนาดร่างกายของมันได้จริง ๆ หรือเปล่า

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวน้อยกลับยังคงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเซี่ยเฟยดังเดิมและส่งสายตาขึ้นมาราวกับจะบอกว่า

“เจ้านาย พวกมันเป็นแค่ศัตรูระดับต่ำหนูไม่จำเป็นจะต้องลงมือเองหรอก”

“ขนอุยดูเหมือนจะเหนื่อยมาก นายก็น่าจะเห็นแล้วว่าก่อนหน้านี้สายฟ้าของมันรุนแรงมากแค่ไหน ฉันว่าตอนนี้ให้มันนอนพักไปก่อนเถอะ ไม่ว่ายังไงมันก็วิวัฒนาการครั้งที่ 6 แล้วจริง ๆ” ลินนิจกล่าวในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังขมวดคิ้วอย่างอารมณ์เสีย

ชายหนุ่มพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร เพราะขนอุยดูเหนื่อยล้ามากจริง ๆ ก่อนหน้านี้มันก็หนีออกไปในระยะไกลเพื่อวิวัฒนาการเพียงลำพัง จากนั้นมันก็รีบเร่งกลับมาเพื่อจู่โจมอย่างรุนแรง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ย่อมสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่ต้องสงสัย และในตอนนี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาพลังของขนอุยมากขนาดนั้น

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็สงสัยว่าทำไมขนอุยถึงไม่อยากให้เขาเห็นในตอนที่มันวิวัฒนาการร่างถึงขนาดต้องหนีออกไปในระยะไกล หรือมันเป็นเพราะว่าเจ้าตัวน้อยตัวนี้ไม่ต้องการให้เขาได้เห็นเขี้ยวเล็บของมันอย่างนั้นเหรอ

เมื่อคิดมาจนถึงจุดนี้เซี่ยเฟยก็เริ่มสงสัยว่าความจริงแล้วหลังจากเกิดการวิวัฒนาการขนอุยมีรูปร่างเป็นแบบไหนกันแน่ ระหว่างการมีรูปร่างใหญ่โตขึ้นมาในคราวเดียว หรือมันมีรูปร่างตัวเล็กแบบเดิมแต่สามารถใช้พลังในการขยายขนาดร่างกาย

ในช่วงพริบตาชายหนุ่มก็ได้สังหารสิ่งมีชีวิตจากดาร์คไนท์เป็นจำนวนมากด้วยการร่วมมือกับหงส์ครามและบลัดบิวเทียส

หลังจากจัดการกับสิ่งมีชีวิตจากดาร์คไนท์ได้จนหมด เซี่ยเฟยก็เร่งความเร็วตรงไปยังจุดแสงที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้า ซึ่งมันก็ดูคล้ายกับว่าจุดนี้กำลังเร่งความเร็วมากยิ่งขึ้น ราวกับมันรู้ว่าเซี่ยเฟยน่ากลัวกว่าสิ่งมีชีวิตจากดาร์คไนท์ที่ไล่ล่ามันมานาน

เนตรมนตรา!

ชายหนุ่มรวบรวมพลังไปที่ดวงตาอย่างรวดเร็ว เพื่อต้องการจะมองดูว่าจุดแสงที่อยู่ด้านหน้าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่

น่าเสียดายที่ถึงแม้เขาจะใช้วิชาเนตรมนตราในการมองไปยังจุดแสงด้านหน้าแล้ว แต่เขาก็ยังเห็นเพียงแค่เงาขมุกขมัวทำให้เขาไม่รู้เลยว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ด้านในกันแน่

“แปลกมาก ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นแม้กระทั่งรูปร่างของมัน” เซี่ยเฟยขมวดคิ้วพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง

“ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานที่คุ้นเคยมาก ฉันว่าฉันกับมันจะต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างในอดีตแน่ ๆ แต่ฉันจำมันไม่ได้” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าจุดแสงนั้นมีความสัมพันธ์กับลินนิจในอดีต และมันก็ยิ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาปล่อยมือจากมันไปไม่ได้

ต่อมาจุดแสงลึกลับก็พุ่งตัวเข้าไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่งคล้ายกับอุกกาบาตที่พุ่งชนกระทบกับพื้นผิวดวงดาว

ตูม!

เซี่ยเฟยติดตามจุดแสงนั้นมาอย่างใกล้ชิด แต่หลังจากที่ฝุ่นควันจางหายไปเขากลับไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใด ๆ บนดาวดวงนี้เลย

ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขาในขณะนี้คือใบหน้าแกะสลักขนาดใหญ่บนหน้าผาอันสูงชัน คล้ายกับว่ามันเป็นประติมากรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยกย่องเจ้าของใบหน้านี้ แต่ฝีมือของช่างแกะสลักดูเหมือนจะไม่ค่อยดีนัก ใบหน้าแกะสลักบนหน้าผาจึงให้ความรู้สึกที่ชั่วร้ายและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

จุดแสงที่เขาไล่ตามมาหายตัวไปบนดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างแน่นอน แต่ถึงแม้เซี่ยเฟยจะมองไปรอบ ๆ เขาก็ไม่พบกับสัญญาณสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในบริเวณนี้เลย

“เดี๋ยวก่อนนะ นั่นมันทางลับ!” ในที่สุดเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นว่าบริเวณคางของใบหน้าแกะสลักมีหินที่ดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปยังจุดที่หินดูแปลกประหลาดก้อนนั้นและใช้หงส์ครามออกแรงขยับหินให้หลุดออกไป

หินที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,000 ตันถูกโยนออกไปอย่างรุนแรง เผยเห็นเส้นทางลับที่มีขนาดความกว้างประมาณ 2 เมตรและสูงประมาณ 3 เมตรหลบซ่อนอยู่ด้านหลังหินก้อนนั้น

ไม่กี่นาทีต่อมาเซี่ยเฟยก็เข้ามาภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยหินสีขาวขุ่นเหนือศีรษะของเขา บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพื้นผิวอันราบเรียบราวกับว่าพวกมันถูกอะไรบางอย่างตัดผ่านไปอย่างว่องไว

สภาพถ้ำทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ในทันทีว่าแต่เดิมถ้ำ ๆ นี้จะต้องแคบกว่าในปัจจุบันอย่างแน่นอน แต่มันมีใครบางคนใช้พลังขยายถ้ำออกไป หรือจะพูดง่าย ๆ ว่ามันคือถ้ำที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือของสิ่งมีชีวิต

เหตุผลที่ถ้ำถูกขยายขนาดอาจเป็นเพราะพายุพลังงานหลังจากการเลื่อนระดับหรืออาจจะเป็นฝีมือของอาวุธบางชนิด แต่ที่แน่ ๆ คนที่ขยายขนาดถ้ำแห่งนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา เพราะกำแพงหินอันราบเรียบแสดงให้เห็นว่าผู้ลงมือทำการตัดขยายถ้ำทั้งหมดโดยการเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียว

ภายในถ้ำให้ความรู้สึกถึงความผันผวนที่ผิดปกติ และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้คล้ายกับความผันผวนของวิญญาณอมตะอย่างเช่นลินนิจหรืออันธ

ทันใดนั้นลินนิจที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดก็ยกมือขึ้นมากุมศีรษะแน่นพร้อมกับตัวสั่นขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

“คุณเป็นอะไรไป?” เซี่ยเฟยรีบถามอย่างร้อนรน

“ฉันเหมือนกับ... ความทรงจำมันกำลังปั่นป่วนอีกแล้ว ฉันรู้สึกได้ว่าฉันคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก” ลินนิจกล่าวขึ้นมาอย่างยากลำบาก

เซี่ยเฟยมองไปยังพื้นที่โดยรอบอย่างกังวลใจ เพราะสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากดวงตาแห่งจักรวาลมากนัก บางทีมันอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับอาร์คหรือเป็นสถานที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดของอาร์คด้วยเหมือนกัน

ห้องโถงใหญ่ภายในเผ่าอิโดซา

ชายชราคนหนึ่งกำลังเดินไปเดินมาอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง ถัดจากเขาไปไม่ไกลคือโยฟาซึ่งเป็นหัวหน้านักฝึกหนอนด้วงมิติของเผ่าพันธุ์

“คุณกำลังจะบอกว่าหนอนด้วงมิติตัวสีทองนั่นคือราชันย์เหนือราชาของหมู่หนอนด้วงมิติในตำนานงั้นเหรอ?” ไมล่าถามอย่างจริงจัง

“ฉันแน่ใจว่ามันจะต้องเป็นราชันย์ของเหล่าบรรดาหนอนด้วงมิติทั้งปวง” โยฟากล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

“นับตั้งแต่ที่เผ่ามารของเราเริ่มเลี้ยงดูหนอนด้วงมิติมา พวกเราได้พบหนอนด้วงมิติที่มีร่างกายสีทองเพียงตัวเดียวเท่านั้น และมันก็ได้รับขนานนามว่าราชันย์แห่งหนอนด้วงมิติทั้งหมด มันคือหนอนด้วงมิติที่มีความแข็งแกร่งเหนือกว่าราชาหนอนด้วงอย่างโกลเดนไลท์ไปหลายเท่า”

“น่าเสียดายที่ราชันย์หนอนด้วงมิติในตำนานอยู่กับพวกเราเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่มันจะหายสาบสูญไปไม่ได้รับใช้เผ่ามารอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในช่วงที่ผ่านมาราชันย์ตนนั้นได้เอาชนะโกลเดนไลท์ของพวกเราโดยลำพัง มันจะต้องเป็นราชันย์หนอนด้วงมิติในตำนานของเผ่ามารแน่ ๆ”

“สมมุติว่าหนอนด้วงมิติสีทองตัวนั้นคือราชันย์แห่งหมู่หนอนด้วงมิติทั้งหมดจริง ๆ และเราสามารถควบคุมมันได้…” โยฟาหยุดคำพูดเอาไว้เพียงเท่านี้อย่างจงใจ

“ถ้าเราควบคุมราชันย์ตัวนั้นได้ ไม่เพียงแต่เราจะชดเชยการสูญเสียโกลเดนไลท์ไปเท่านั้น แต่สถานะของพวกเราก็จะถูกยกระดับให้เทียบชั้นกับตระกูลไลอ้อนฮาร์ทและสกายฟอลคอน!” ไมล่าตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

ความจริงแล้วเผ่าอิโดซาของพวกเขาไม่ใช่เผ่าชั้นหนึ่งของเผ่ามารจริง ๆ แต่สาเหตุที่พวกเขาถูกยกย่องว่าเป็นเผ่าชั้นหนึ่งนั่นก็เพราะเผ่าอิโดซา, ไคลีและซุยซูมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จนถูกมองว่าพวกเขาทั้งสามเผ่าพันธุ์คือเผ่าพันธุ์เดียวกัน

ขณะที่เผ่าไลอ้อนฮาร์ทของโอโร่คือเผ่าพันธุ์ชั้น 1 ของเผ่ามารอย่างแท้จริง และเผ่าไลอ้อนฮาร์ทเพียงเผ่าเดียวก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าได้กับเผ่าพันธมิตรของพวกอิโดซาทั้งสามเผ่าพันธุ์

เผ่าอิโดซารู้ความจริงในเรื่องนี้ดีพวกเขาจึงพยายามอย่างหนักมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขากลายเป็นเผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่แท้จริง และมันก็จะทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขามีสิทธิ์เข้าไปยืนหยัดภายในราชวังราชันย์มารได้โดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาพันธมิตรจากอีกสองเผ่าพันธุ์อีกต่อไป

“รีบรวมกองกำลังหลักของเราเดี๋ยวนี้ ฉันอยากจะเห็นด้วยตาของตัวเองจริง ๆ ว่าราชันย์หนอนด้วงมิติมันมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่” ไมล่ากล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

***************

แล้วเจอกันนะเผ่าอิโดซา

จบบทที่ ตอนที่ 930 กองกำลังอิโดซาเริ่มเคลื่อนไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว