เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 862 ห้าจักรพรรดิในตระกูลเดียว

ตอนที่ 862 ห้าจักรพรรดิในตระกูลเดียว

ตอนที่ 862 ห้าจักรพรรดิในตระกูลเดียว


ตอนที่ 862 ห้าจักรพรรดิในตระกูลเดียว

ณ คฤหาสน์ตระกูลวิทเทอร์

หลาย ๆ คนบอกว่าเมื่ออายุมากขึ้นการนอนจะกลายเป็นเรื่องยาก แต่มู่ฉีหยุนผู้ซึ่งเป็นผู้นำตระกุลวิทเทอร์กลับนอนหลับได้อย่างสบายแม้ว่าเขาจะมีอายุสูงมากแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตามในตอนเวลารุ่งสางเหมือนกับมีเสียงเอะอะดังขึ้นมาจากด้านนอก ชายชราจึงเปิดผ้าม่านด้วยความหงุดหงิดเพื่อมองออกไปว่ามันมีความวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นกันแน่

ไม่นานหลังจากนั้นมู่หนานเฉิน ผู้ซึ่งเป็นลูกชายของเขาและเป็นพ่อของมู่ฟู่ผิงก็เดินเข้ามาหาชายชราด้วยท่าทางที่ค่อนข้างตกใจ

“มีเรื่องอะไร?” มู่ฉีหยุนกล่าวถาม

“เมื่อไม่กี่นาทีก่อนมีปรากฏการณ์ 4 มังกรทะยานฟ้าเกิดขึ้นมาครับ” มู่หนานเฉินตอบ

“คราวนี้เป็นคนของตระกูลไหน?” มู่ฉีหยุนสะดุ้งถามอย่างเร่งรีบ

จักรพรรดิกฎคือตัวแทนของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดภายในดินแดนกฎ และจักรพรรดิกฎเพียงคนเดียวมันก็มีค่ามากกว่ากองทัพนับพัน

แม้ว่าภายนอกตระกูลใหญ่ ๆ จะดูมีความสามัคคี แต่ความจริงแล้วพวกเขากำลังแอบแข่งขันกันอย่างลับ ๆ ถ้าหากว่าตระกูลไหนมีจักรพรรดิกฎคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตระกูลอื่นจะรู้สึกกังวล

ยกตัวอย่างเช่น สงครามระหว่างสกายวิงกับมูนวอร์ดในก่อนหน้านี้ ที่จู่ ๆ จักรพรรดิเซี่ยอู๋เย่ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และการปรากฏตัวของเขาอย่างกะทันหันมันก็ทำให้มูนวอร์ดได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

ย้อนกลับไปในวันนั้นถ้าหากสวนสายลมโดนตระกูลมูนวอร์ดทำลายล้างลงไป มันก็จะทำให้สกายวิงสูญเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรง เพราะสวนสายลมเป็นสัญลักษณ์ของตระกูล

ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะในสงคราม แต่มันก็ถือว่าเป็นชัยชนะที่เต็มไปด้วยความด่างพร้อยอยู่ดี ซึ่งมันก็ต้องขอบคุณเซี่ยอู๋เย่ที่ทำให้สกายวิงได้รับชัยชนะอย่างหมดจด

ด้วยเหตุนี้เองมันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจักรพรรดิกฎจึงกลายเป็นตัวกำหนดสถานะของตระกูล เพราะตัวตนของพวกเขาในแต่ละคนมันสามารถที่จะทำลายล้างกองทัพทั้งกองทัพได้ด้วยตัวคนเดียว

“คราวนี้เป็นของตระกูลสกายวิงครับ” มู่หนานเฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“คนบ้าพวกนั้นอีกแล้วเหรอ?!” มู่ฉีหยุนอุทานออกมาจนเกือบจะเป็นลม

ช่วงนี้คำว่าสกายวิงดังขึ้นมาให้เขาได้ยินบ่อยมาก คล้ายกับว่าทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวถูกขับเคลื่อนด้วยสกายวิงเป็นหลัก ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่สกายวิงได้รับชัยชนะในสงครามครั้งล่าสุด มันก็ยิ่งทำให้ตระกูลคนบ้าตระกูลนี้ได้รับชื่อเสียงในทางที่ดีมากยิ่งขึ้น

มู่ฉีหยุนใช้เวลาประมาณครึ่งนาทีเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจและถามออกไปว่า

“เซี่ยกู่เพิ่งจะพัฒนาไปเป็นจักรพรรดิกฎเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง ตอนนี้สกายวิงก็ได้มีจักรพรรดิกฎเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้วงั้นเหรอ คนบ้าพวกนั้นมันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ทำไมจู่ ๆ พวกมันถึงได้มีจักรพรรดิกฎเพิ่มขึ้นมาติดต่อกันแบบนี้?”

เหตุผลที่มู่ฉีหยุนประหลาดใจไม่ได้เป็นเพียงเพราะว่าสกายวิงมีจักรพรรดิกฎถือกำเนิดขึ้นมา แต่มันเป็นเพราะว่าสกายวิงมีจักรพรรดิกฎคนที่ 2 ถือกำเนิดขึ้นมาถัดจากจักรพรรดิกฎคนแรกเพียงแค่ไม่กี่วัน

“ตอนนี้สกายวิงก็มีจักรพรรดิกฎ 4 คนแล้วสินะ นอกเหนือจากเซี่ยกู่ที่เพิ่มขึ้นมาจักรพรรดิกฎ อีกคนคือใคร เซี่ยหยู, เซี่ยซิงหรือเซี่ยโม่เหริน?”

“พวกเรายังไม่ได้รับข้อมูลยืนยันครับ แต่ผมเดาว่าเซี่ยซิงน่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด” มู่หนานเฉินกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ถ้าหากนับเซี่ยอู๋เย่ด้วยตอนนี้สกายวิงก็มีจักรพรรดิอยู่ทั้งหมด 5 คน ไม่มีตระกูลไหนในกลุ่มดาวม้าขาวที่มีจักรพรรดิกฎมากขนาดนี้อีกแล้ว แม้แต่กลุ่มมังกรฟ้าก็มีจักรพรรดิกฎ 5 คนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่พวกมันมีสมาชิกในตระกูลไม่ถึง 50,000 คน แต่ทำไมพวกมันถึงมีอัตราการพัฒนาสูงมากขนาดนี้” มู่ฉีหยุนกล่าวขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

มู่หนานเฉินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เพราะสกายวิงเป็นเพียงตระกูลขนาดเล็กแต่ถึงกระนั้นพวกเขากลับมีจักรพรรดิกฎถึง 5 คน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่ทุกคนไม่สามารถทำความเข้าใจได้จริง ๆ

“มู่ฟู่ผิงเป็นยังไงบ้าง?” มู่ฉีหยุนกล่าวถามด้วยความกังวล และเมื่อเขาได้พูดถึงหลานสาวสุดที่รักน้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลงมากกว่าเดิม

“ดูเหมือนว่ามู่ฟู่ผิงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเซี่ยเฟย ว่ากันว่าเซี่ยเฟยมีศักยภาพที่จะเติบโตกลายเป็นอีวิลวิงในอนาคตด้วย ยิ่งในตอนนี้สกายวิงเพิ่งจะมีจักรพรรดิกฎเพิ่มขึ้นมาอีกคน ทำไมพวกเราถึงไม่…” มู่หนานเฉินกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ เพราะเมื่อมองจากสถานการณ์ในปัจจุบัน มันคงจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกเขาหากจะส่งมู่ฟู่ผิงไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับเซี่ยเฟย

“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเด็ดขาด เซี่ยเฟยมันเป็นพวกแม่เหล็กดูดปัญหา ถ้าหากว่ามันต้องการจะแต่งกับหลานสาวของฉันจริง ๆ รอให้มันเป็นจักรพรรดิกฎก่อนแล้วค่อยมาคุยกับฉัน” มู่ฉีหยุนตะคอกกลับไปอย่างเย็นชา เพราะเขารู้สึกไม่ถูกชะตากับเซี่ยเฟยเลยจริง ๆ

ณ อาคารสำนักงานมังกรฟ้า

ข่าวเรื่องปรากฏการณ์ 4 มังกรทะยานฟ้าที่เกิดขึ้นภายในสวนสายลมถูกส่งมาหาเฝิงคูชานในทันที และเนื่องมาจากว่าพวกเขาคือกลุ่มนักสู้ที่ทำงานให้กับเผ่าเทพ ข่าวกรองของกลุ่มมังกรฟ้าจึงมีความแม่นยำมากกว่าตระกูลอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามแม้แต่สายลับของกลุ่มมังกรฟ้าก็ยังไม่สามารถสืบทราบได้ว่าผู้ที่พัฒนาเป็นจักรพรรดิในคราวนี้คือเซี่ยเฟย เพราะไม่ว่าใครจะประเมินชายหนุ่มคนนี้เอาไว้สูงแค่ไหน แต่มันก็คงไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเฟยจะสามารถพัฒนาจนกลายเป็นจักรพรรดิได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน

“ช่วงนี้สกายวิงทำผลงานได้ดีมากจริง ๆ หากรวมจักรพรรดิคนใหม่แล้วตระกูลของพวกเขาก็มีจักรพรรดิกฎอยู่ถึง 5 คน ทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวไม่มีตระกูลไหนมีจักรพรรดิเทียบเท่าได้กับพวกเขาแน่นอน” บรูซกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ตระกูลอื่น ๆ คงจะไม่ยอมให้สกายวิงมีอำนาจเหนือกว่าพวกเขาหรอก หากฉันเดาไม่ผิดอีกไม่นานคงจะมีคำสั่งลงมาให้เซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนขึ้นไปสู่แดนเทพ” เฝิงคูชานกล่าว

“เซี่ยเทียนก็ต้องไปด้วยงั้นเหรอครับ? โดยปกติเขาต้องถูกยกระดับกลายเป็นผู้นำตระกูลก่อนไม่ใช่เหรอ เซี่ยกู่ที่พึ่งเลื่อนระดับมาก่อนหน้านี้ยังมีคุณสมบัติน้อยเกินไป บางทีเขาอาจจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้นำที่ดีของสกายวิงได้” บรูซกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เซี่ยเทียนเป็นนักรบที่บ้าคลั่งมากเกินไป ถ้าหากเซี่ยบูหยุนไม่อยู่แล้วมันย่อมไม่มีใครสามารถปราบปรามเซี่ยเทียนได้ โอกาสที่พวกเขาทั้งคู่จะถูกดึงตัวขึ้นสู่แดนเทพจึงสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่งถูกดึงขึ้นไป พวกเขาทั้งคู่ก็สมควรจะถูกดึงขึ้นไปด้วยกัน” เฝิงคูชานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นั่นสินะครับ แต่แบบนี้ผู้นำคนต่อไปของตระกูลสกายวิงก็กลายเป็นจักรพรรดิคนใหม่ที่พึ่งเลื่อนระดับขึ้นมาได้ไม่กี่วัน ผมเดาไม่ได้เลยว่าหลังจากนี้สกายวิงจะกลายเป็นยังไง” บรูซกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“นายจะกังวลมากเกินไปแล้ว กฎแห่งความเร็วของสกายวิงเป็นพลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ถึงแม้ผู้นำคนใหม่จะเป็นจักรพรรดิที่พึ่งเลื่อนระดับขึ้นมาได้ไม่นาน แต่เขาก็ไม่มีทางแพ้จักรพรรดิของตระกูลอื่น ๆ ง่าย ๆ อย่างแน่นอน”

“ดังนั้นถึงแม้ว่ากลุ่มผู้นำคนใหม่ของสกายวิงจะเป็นจักรพรรดิที่พึ่งเลื่อนระดับขึ้นมาเพียงแค่ 2 คน แต่พวกเขาทั้งสองคนก็มีพลังมากพอที่จะค้ำจุนสกายวิงภายในกลุ่มดาวม้าขาวเอาไว้ได้แล้ว นอกจากนี้บรรพบุรุษของสกายวิงยังทิ้งเซี่ยอู๋เย่เอาไว้ในสวนสายลม เชื่อฉันเถอะว่ามันไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะต้องสกายวิงในช่วงเวลานี้หรอก” เฝิงคูชานกล่าวพร้อมโบกมือไปมา

บรูซทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ และเขาก็ต้องยอมรับว่ากฎแห่งความเร็วของสกายวิงทำให้คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าสกายวิงได้จริง ๆ ดังนั้นสิ่งที่เฝิงคูชานวิเคราะห์ออกมาจึงไม่น่าจะต่างไปจากความเป็นจริงมากนัก

“สงครามระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์ใกล้เข้ามาแล้ว จักรพรรดิที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ของสกายวิงปรากฏตัวออกมาได้พอดิบพอดีจริง ๆ” เฝิงคูชานกล่าวด้วยความกังวล

“สงครามใกล้จะเริ่มแล้วเหรอครับ?” บรูซถามพาออกไปด้วยความตกใจ

“ฉันก็ตอบไม่ได้หรอกว่าเมื่อไหร่ แต่มันก็คงจะเป็นเร็ว ๆ นี้แหละ” เฝิงคูชานตอบกลับอย่างสงบ

ทันทีที่เซี่ยเฟยก้าวเท้าออกมาจากห้องฝึก เขาก็ถูกล้อมเอาไว้ด้วยเซี่ยอู๋เย่และเซี่ยจงไห่ที่ตั้งคำถามขึ้นมาอย่างมากมาย เพราะคนทั้งคู่ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ชายหนุ่มถึงสามารถเลื่อนระดับกลายเป็นจักรพรรดิได้ในช่วงข้ามคืน

เซี่ยเฟยไม่สามารถอธิบายเรื่องชิ้นส่วนอาร์คได้ เขาจึงตอบกลับไปว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

แน่นอนว่าคำตอบของชายหนุ่มย่อมทำให้เซี่ยจงไห่หน้าเสียไป เพราะถ้าหากความบังเอิญสามารถทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นจักรพรรดิได้ มันก็เป็นเรื่องน่าอายที่ถึงแม้เขาจะฝึกฝนมานานหลายปีแต่เขาก็ยังไม่มีพลังใกล้เคียงกับการเป็นจักรพรรดิเลย

ในที่สุดเซี่ยจงไห่ก็ตัดสินใจเข้าไปภายในห้องฝึก ส่วนเรื่องการเล่นหมากรุกเขาได้โยนทิ้งไปจากหัวตั้งนานแล้ว

ย้อนกลับไปเขาคือคนที่ค้นพบว่าเซี่ยเฟยมีสายเลือดสกายวิง และเป็นคนนำชายหนุ่มคนนี้กลับมาที่ตระกูล แต่หลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่เดือน เด็กหนุ่มตัวเล็กที่ไม่ค่อยโดดเด่นในช่วงเวลานั้นกลับมีระดับพลังแซงหน้าเขาไปไกลแล้ว มันจึงทำให้เซี่ยจงไห่จมปรักอยู่กับความอับอาย

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้มีเวลาพักผ่อนในช่วงสั้น ๆ เฝิงซินเหนียนกับหลางซุนเย่ก็มาหาเขาที่สวนสายลม ชายหนุ่มรู้ดีว่าสหายทั้งคู่มาตามให้เขาไปรายงานตัวที่กลุ่มมังกรฟ้า ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะเข้าไปฝึกกับกลุ่มมังกรฟ้าหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาเอง

“ในที่สุดก็เจอตัวนายสักที! นายรู้ไหมว่าฉันมาที่นี่กี่ครั้งแต่ไม่เคยได้เจอกับนายเลย” เฝิงซินเหนียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันได้ยินมาว่าเมื่อเช้ามีจักรพรรดิคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาในตระกูลนายงั้นเหรอ? เขาคนนั้นเป็นใครพอจะบอกฉันได้ไหม?” หลางซุนเย่กระซิบถามขึ้นมาเบา ๆ

เมื่อสหายตั้งคำถามได้ตรงใจเฝิงซินเหนียนก็หูตั้งเพื่อแอบฟังเช่นเดียวกัน

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้พบว่าข่าวได้แพร่กระจายออกไปด้วยความรวดเร็ว

“มันก็แค่มีคนเลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิเพิ่มขึ้นมาอีกคนเดียวไม่ใช่เหรอ ทำไมพวกนายสองคนถึงต้องสนใจขนาดนั้น?” เซี่ยเฟยถามกลับ

“นายพูดแบบนั้นได้ยังไง?! การมีพลังในระดับจักรพรรดิ มันก็หมายความว่าพวกเขาก้าวขาเข้าไปในแดนเทพครึ่งหนึ่งแล้ว ผู้มีพลังในระดับจักรพรรดิอาจจะถูกเรียกตัวขึ้นไปเบื้องบนเมื่อไหร่ก็ได้ใครจะรู้” หลางซุนเย่อธิบายอย่างเร่งรีบ

“นอกเหนือจากโอกาสในการเข้าสู่แดนเทพแล้ว จักรพรรดิกฎก็มีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเรารู้อยู่แล้วว่าเมื่อ 3 วันก่อนผู้ที่เลื่อนระดับกลายเป็นจักรพรรดิคนใหม่ได้คือเซี่ยกู่ แล้วคนที่เลือกระดับเป็นจักรพรรดิได้เมื่อเช้านี้คือใคร เซี่ยซิงงั้นเหรอ?” เฝิงซินเหนียนกล่าวเสริมจากด้านข้าง

“ฉันเอง” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างเฉยเมย

ปั่ก!

ทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ถูกหลางซุนเย่ชกหน้าอกเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม

“ฝันไปเถอะ! ถ้านายเป็นจักรพรรดิกฎได้เร็วขนาดนี้ ฉันก็คงจะกลายเป็นจักรพรรดิกฎได้ตั้งนานแล้ว”

“ดูเหมือนว่าฉันจะโกหกพวกนายไม่ได้จริง ๆ สินะ เอาเป็นว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเช้าฉันพยายามถามคุณตาดูแล้วแต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรกับฉันเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

เฝิงซินเหนียนอ้าปากค้างด้วยความตกใจ แต่หลังจากที่เขาได้ยินคำพูดเซี่ยเฟยประโยคสุดท้าย เขาก็ทำได้เพียงแต่ส่ายหัวและโทษตัวเองที่หลงเชื่อ ‘คำโกหก’ ของสหาย

“เซี่ยเฟย นายสังเกตไหมว่าตอนนี้สมองของนายถูกปิดโดยสมบูรณ์ มันไม่มีใครสามารถสำรวจได้แม้กระทั่งระดับพลังในปัจจุบันของนายเลย” จู่ ๆ โอโร่ก็กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน

***************

ถ้าอยู่ๆ 2 คนนี้รู้ทีหลังว่าพี่เฟยไม่ได้โกหกนะ คงช็อกน่าดู

จบบทที่ ตอนที่ 862 ห้าจักรพรรดิในตระกูลเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว