- หน้าแรก
- 1965 ย้อนเวลามาเป็นสุดยอดนักล่าแห่งฉางไป๋
- บทที่ 587 เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว (ฟรี)
บทที่ 587 เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว (ฟรี)
บทที่ 587 เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว (ฟรี)
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไปสามเดือน หิมะในเทือกเขาฉางไป๋ละลายหายไปจนหมด ผืนป่ากลับมาเขียวขจีอีกครั้ง
สามเดือนที่ผ่านมาเกาะเสี่ยวสือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จางเจียถังมีบ้านเพิ่มขึ้นอีกห้าสิบหลัง บนเกาะมีบ้านเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยหลัง เพียงแต่ทหารบนเกาะถูกโยกย้ายออกไปกว่าแปดร้อยนาย นายทหารอีกสิบกว่าคนก็ถูกย้ายไปเช่นกัน
พวกฉินผิงล่วนก็จากไปถึงห้าสิบสี่คน พวกเขาได้ออกจากเกาะเสี่ยวสือสมใจ ได้รับการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ใหม่ ถือว่าบรรลุความปรารถนาและจากเกาะเสี่ยวสือไปอย่างถาวร
เหลือหน่วยรบพิเศษอีกสี่สิบหกคนที่ยังคงติดตามจางฮวาเฉิงต่อไป
บรรยากาศบนเกาะเสี่ยวสือในปีใหม่นี้ดียิ่งขึ้น อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ เมื่ออากาศเริ่มอุ่นขึ้น ทุกคนก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าฤดูใบไม้ผลิที่บางเบาลง
หวังหลินตั้งท้องได้สองเดือนแล้ว ทำให้จางฮวาเฉิงอารมณ์ดีอยู่ตลอด โตวโตวกำลังจะมีเพื่อนเล่นแล้ว
ธุรกิจตลาดมืดที่ฉินเสี่ยวตงดูแลก็ขยายเครือข่ายออกไปอย่างกว้างขวาง เรียกได้ว่าครอบคลุมไปทั่วเมืองต้าเหลียน จนจางฮวาเฉิงต้องเตือนให้เริ่มเพลาๆ มือลงบ้าง ไม่อย่างนั้นขืนปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานคงเกิดเรื่อง
เพราะอีกไม่กี่เดือน การปฏิวัติวัฒนธรรมครั้งใหญ่ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว
ทางหมู่บ้านชาวประมงก็ฝึกฝนนักดำน้ำขึ้นมาได้กลุ่มหนึ่ง ชุดดำน้ำหนังปลาวาฬของจางฮวาเฉิงช่วยให้พวกเขาจับของทะเลได้มากมายมหาศาล ทางกองทัพเองก็คัดเลือกคนมาได้กว่าสองร้อยคน ออกตระเวนจับสัตว์น้ำรอบๆ เกาะใกล้เคียง ผลผลิตที่ได้ในแต่ละวันถือว่าน่าทึ่งมาก
การปรากฏตัวของตีนกบ ทำให้พวกถังหมิงซานได้รับรางวัลอยู่บ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าถังหมิงซานผิดหวังกับรางวัลที่ไม่มีประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันเหล่านี้ จางฮวาเฉิงรู้ดีว่าถังหมิงซานถอดใจจากเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
“พี่ฮวาเฉิง จะเข้าป่าเมื่อไหร่คะ!” โก่วตั้นวิ่งเข้ามาหา ผ่านไปไม่กี่เดือนหล่อนขาวขึ้นมาก ไม่ผอมแห้งเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ดูมีน้ำมีนวลและสวยขึ้นผิดหูผิดตา โดยเฉพาะหลังจากที่น้าเสวี่ยเห็นว่าหล่อนมีพื้นฐานดี ก็เริ่มจับหล่อนมาแต่งตัวโน่นนี่นั่น ช่วงหลังๆ มานี้หลัวเฉิงเริ่มมาเดินวนเวียนรอบตัวโก่วตั้น จนโดนเฮยจื่อซ้อมไปรอบหนึ่งถึงได้สงบเสงี่ยมลง
“ถึงเวลาต้องเข้าป่าแล้วล่ะ”
สามเดือนมานี้เขาเข้าป่าไปสองรอบ แต่ละรอบได้ของกลับมาเพียบ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์และหนังสัตว์ แล้วก็ทองคำของชนเผ่าโอโรเชน ทองคำของชนเผ่าโอโรเชนเรียกได้ว่าถูกเขาแลกมาจนเกลี้ยง เขาขนของไปแลกเยอะมากจนชนเผ่าโอโรเชนที่อาศัยอยู่ในที่แบบนั้นไม่อาจปฏิเสธได้ ทองคำถูกเขาขนออกมาจนหมด แต่ก็แลกกับเสื้อหนังและหนังสัตว์จำนวนมาก จางฮวาเฉิงไม่ได้ขี้เหนียวกับพวกเขาเลย ทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเขายกระดับขึ้นหลายเท่าตัว
ที่ทำให้เขาพูดไม่ออกก็คือสองพี่น้องคู่นั้น คนหนึ่งอยากจะติดตามเขา ส่วนอีกคนถึงขั้นอยากจะแต่งงานกับเขา การรุกไล่ที่ตรงไปตรงมาและร้อนแรงทำเอาเขาปวดหัวตุบๆ
“อากาศอุ่นแล้ว เราควรเข้าป่าไปดูสักหน่อย ไม่อย่างนั้นอีกไม่กี่วันท่านลุงผังคงจะเร่งแล้วล่ะ” โรงงานผลิตอาวุธปืนของผังซิงหัวสร้างเสร็จแล้ว เขาเคยไปดูมาแล้วด้วย แถมเพิ่งสร้างเสร็จได้ครึ่งเดือนก็มีแบบแปลนปืนรุ่นใหม่ออกมา เป็นการปรับปรุงปืนพกเก็บเสียงและปืนไรเฟิลเก็บเสียงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผังซิงหัวเองก็ไม่ได้ใจร้ายกับจางฮวาเฉิง มอบสถานะผู้เชี่ยวชาญระดับสูงให้ ซึ่งในยุคนี้สถานะผู้เชี่ยวชาญเปรียบเสมือนยันต์กันภัยชั้นยอด แม้แต่เสื้อโค้ทนายพลที่จางฮวาเฉิงอยากได้ ผังซิงหัวก็หามาให้หนึ่งชุด ยิ่งไปกว่านั้น ผังซิงหัวยังก้าวไปอีกขั้น ด้วยการทุ่มทรัพยากรมหาศาลป้อนเข้าโรงงานอย่างต่อเนื่อง เริ่มการผลิตล็อตใหญ่อย่างลับๆ แล้ว
จางฮวาเฉิงเองก็ได้ปืนมาล็อตหนึ่ง สมาชิกหน่วยรบพิเศษทุกคนได้รับแจกครบมือ เขารวบรวมหน่วยรบพิเศษได้ห้าสิบคน รวมถึงหวังเหมิ่งฉายาพรายน้ำด้วย เพราะคนมีความสามารถอย่างหวังเหมิ่งนั้นหาได้ยากยิ่ง ตอนนี้ดำน้ำลึกได้เกือบสี่สิบเมตร กลั้นหายใจได้นานเกือบห้านาที ถ้าขึ้นมาฮุบอากาศสักเฮือก ก็สามารถซ่อนตัวใต้น้ำได้นานถึงแปดนาทีสบายๆ แน่นอนว่าถ้าเป็นการดำน้ำแบบสุดขีดจำกัด ก็คงทำได้สูงสุดแค่หกนาที
“งั้นเราจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่คะ?” โก่วตั้นถามอย่างดีใจ
“พรุ่งนี้ พรุ่งนี้เราจะแวะไปดูที่กองพลเฮยซานก่อน!”
ต้องไปดูสถานการณ์ที่กองพลเฮยซานสักหน่อย หลังปีใหม่ทางคอมมูนก็ส่งคนไปตรวจสอบ แม้จะเตรียมตัวไว้ดี แต่การมีกินมีใช้ไม่ขาดแคลนมันปิดไม่มิดหรอก มีการกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ก็เคลียร์กันไปได้ จางฮวาเฉิงตั้งใจจะออกหน้าจัดการเอง แต่คิดไปคิดมาก็ล้มเลิก เพราะเขาออกหน้าไปคงไม่เหมาะ
การที่คอมมูนเพ่งเล็งกองพลเฮยซานไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา เขาเตรียมจะหากองพลเฮยซานย้ายไปที่อื่น ตอนแรกกะว่าจะให้ย้ายมาที่เกาะเสี่ยวสือ แต่ขนาดถังหมิงซานทำผลงานขนาดนั้นยังไม่ได้รับรางวัลที่เป็นชิ้นเป็นอัน เขาก็รู้แล้วว่าเกาะเสี่ยวสืออาจจะต้านทานแรงกดดันไม่ไหว เลยคิดจะลองเข้าไปดูในป่าลึก เผื่อจะเจอฐานทัพใหญ่ของญี่ปุ่น ถ้าเจอ ก็จะย้ายกองพลเฮยซานไปอยู่ที่นั่น แล้วตัดถนนจากจุดนั้นออกมาให้ใกล้ทะเลที่สุด จะได้ใช้เรือฉงเซิงส่งเสบียงได้ ไม่ถือว่าตัดขาดจากโลกภายนอกเสียทีเดียว อยู่ในป่าลึกแบบนั้น พวกเขาอยากทำอะไรก็ได้ไม่ใช่เหรอ?
“ไปกันหมดเลยไหมคะ?” โก่วตั้นวิ่งออกไปแล้ว แต่วิ่งกลับมาถามเพื่อความแน่ใจอีกรอบ
“ไปกันหมด!”
จางฮวาเฉิงพยักหน้า รอบนี้ใครไปได้ก็ไปให้หมด ไปเปิดหูเปิดตาดูป่าดงดิบยามหิมะละลายกันหน่อย ป่าดงดิบช่วงเวลานี้กับดักธรรมชาติอาจจะน้อยลง แต่อันตรายกลับเพิ่มขึ้น เช่นพวกสัตว์มีพิษงูเงี้ยวเขี้ยวขอที่ตื่นจากการจำศีล หรือพวกหมีที่เพิ่งออกจากจำศีล...
พวกเขามีชุดหนังที่ชนเผ่าโอโรเชนทำให้ซึ่งปกปิดมิดชิดทั้งตัว เหมาะมากที่จะใส่เดินป่าเทือกเขาฉางไป๋ในตอนนี้ ตอนนี้พวกเขาไม่ดูเทอะทะเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว แถมพลังการต่อสู้ยังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล!
จางฮวาเฉิงยืนยันแล้วว่าพื้นที่ของชนเผ่าโอโรเชนไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เพราะสภาพแวดล้อมแถบนั้นค่อนข้างแย่ แม้จะมีฐานทัพญี่ปุ่นขนาดเล็กอยู่แห่งหนึ่ง แต่เทียบกับฐานทัพใหญ่แห่งนั้นแล้ว คนละเรื่องกันเลย
ถ้าหาฐานทัพใหญ่เจอ คนจากกองพลเฮยซานก็ย้ายเข้าไปอยู่ได้ทันที
หลายเดือนมานี้ ตลาดฝั่งชิงเต่าก็เปิดกว้างเต็มที่ ลิปบาล์มน้ำมันหมาป่าของจางฮวาเฉิงเริ่มขายไม่ค่อยออกเมื่ออากาศอุ่นขึ้น แต่น้ำมันหมาป่าก็ใช้ไปเกือบหมดแล้ว จางฮวาเฉิงเลยไม่คิดจะขายลิปบาล์มน้ำมันหมาป่าต่อ แต่เปลี่ยนเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมแบรนด์ใหม่ นั่นคือน้ำมันวาฬ!
เขาได้น้ำมันวาฬมาเยอะมาก ครอบคลุมการใช้งานกว้างขวาง พอผังซิงหัวรู้ว่าเขามีน้ำมันวาฬก็ขอแลกไปบ้าง เพราะสารหล่อลื่นที่ทำจากน้ำมันวาฬมีมูลค่าสูงมาก และดีที่สุดสำหรับอาวุธปืน
จางฮวาเฉิงเริ่มผลิตสบู่เกรดพรีเมียมจากน้ำมันวาฬด้วย ใช้น้ำมันแค่นิดเดียวก็ยกระดับสบู่ขึ้นมาได้หลายขั้น สบู่แบรนด์อเมริกาผลิตออกมาล็อตแล้วล็อตเล่า ตีตลาดไฮเอนด์ในชิงเต่าจนแตกกระจุย ส่วนใหญ่กระจายไปตามเมืองใหญ่ต่างๆ ทำเงินให้จางฮวาเฉิงมหาศาล
ปีนี้ราคาทองคำตกต่ำที่สุด เขาใช้เส้นสายเอาเงินที่ใช้ไม่หมดไปกว้านซื้อทองคำมาเก็บไว้ เพราะทองคำคือของจริง เก็บไว้นานแค่ไหนก็ไม่มีปัญหา
หลายเดือนมานี้เขาพยายามตามหาเรือล่าวาฬในทะเล แต่ไม่เจอเลยสักลำ ธุรกิจจับเสือมือเปล่าแบบนี้มันน่าทำจะตาย
บนเกาะเริ่มมีการปลูกไม้ผลและย้ายต้นสนแดงมาปลูก ทหารกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าบุกเข้าป่าเทือกเขาฉางไป๋ราวกับกองโจร เข้าออกกันเป็นสิบเที่ยว เพื่อขนต้นไม้มาปลูกทั่วเกาะ
ตอนนี้เกาะเสี่ยวสือเขียวขจี ผักและธัญพืชปลูกครอบคลุมไปครึ่งเกาะ เป็ดไก่ที่เลี้ยงไว้จางฮวาเฉิงก็ไม่รู้จำนวนที่แน่นอน แต่มีหลายหมื่นตัวแน่ๆ การเลี้ยงแบบปล่อยบวกกับทรัพยากรทางทะเล ทำให้เป็ดไก่พวกนี้อุดมสมบูรณ์มาก พอเริ่มออกไข่ บนเกาะก็จะไม่ขาดแคลนไข่กินอีกต่อไป
ฟาร์มหมูก็ขยายขนาดจนมีหมูทั้งเล็กและใหญ่ถึงสามร้อยตัว และกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
มูลสัตว์ช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ทำให้ดินบนเกาะเสี่ยวสือดีขึ้นเรื่อยๆ
จบบท