- หน้าแรก
- 1965 ย้อนเวลามาเป็นสุดยอดนักล่าแห่งฉางไป๋
- บทที่ 586 วันปีใหม่! (ฟรี)
บทที่ 586 วันปีใหม่! (ฟรี)
บทที่ 586 วันปีใหม่! (ฟรี)
“เสียดายที่หาซื้อดอกไม้ไฟได้ไม่เยอะ ไม่งั้นคืนนี้คงได้จุดกันสนั่นกว่านี้”
สองวันก่อนจางฮวาเฉิงแวะไปหาหวงเฉาเหว่ยที่ชิงเต่าอีกรอบ ทั้งเบียร์และดอกไม้ไฟ ดอกไม้ไฟถือเป็นสินค้าที่มีเฉพาะในเมืองใหญ่ หายากมาก แม้แต่หวงเฉาเหว่ยก็หามาได้ไม่เท่าไหร่ จุดไม่กี่นาทีก็หมด แต่ราคาที่จ่ายไปกลับไม่ใช่น้อยๆ
แน่นอนว่าสำหรับจางฮวาเฉิงแล้ว เงินแค่นี้ถือว่าจิ๊บจ๊อย
ส่วนเบียร์ รอบนี้ได้เบียร์สดแบบตักขายมาอีกหลายพันจิน และเบียร์ขวดอีกหนึ่งพันขวด
เมื่อมาถึงบ้านคุณปู่สาม พบว่าซ่งเฟยเยี่ยนพาคนมาช่วยติดคำขวัญคู่จนเกือบเสร็จแล้ว
“ฮวาเฉิง น้าแย่งงานเธอทำหรือเปล่าเนี่ย?”
น้าสะใภ้รองรีบเดินเข้ามาถามยิ้มๆ
“ประหยัดแรงผมไปได้เยอะเลยครับ พอดีเดี๋ยวผมต้องไปที่หอประชุมใหญ่ของกองทัพ คืนนี้ที่นั่นจะมีงานราตรี พอสองทุ่มกินข้าวเสร็จทุกคนก็รีบไปนะครับ คนแก่คนไหนเดินไม่ไหวก็ให้นั่งรถเข็นไป คืนนี้ผมจะจุดดอกไม้ไฟให้ดูกัน!”
คืนนี้ทุกบ้านต้องกินข้าวรวมญาติ กินเสร็จก็ไปดูงานราตรีฉลองตรุษจีน จางฮวาเฉิงเป็นคนวางแผนจัดงานนี้ด้วยตัวเอง มีละครตลกสั้นเป็นสิบเรื่อง เรียกว่าเป็นการแสดงหลักเลยก็ว่าได้ เขาไม่ค่อยอินกับตลกคาเฟ่ (เซี่ยงเซิง) สักเท่าไหร่ นอกจากเรื่องที่คลาสสิกจริงๆ เรื่องอื่นก็จำไม่ค่อยได้ แต่ละครตลกสั้นนี่คนละเรื่องกันเลย
คืนนี้พวกทหารจะได้กินเลี้ยงมื้อใหญ่และได้ดื่มเบียร์คนละตั้งครึ่งจิน อาหารงานเลี้ยงคืนนี้จางฮวาเฉิงเป็นคนจัดเตรียมทั้งหมด แต่เนื่องจากหอประชุมไม่เหมาะสำหรับให้คนจำนวนมากนั่งกินข้าว เลยต้องให้กินที่โรงอาหารกองทัพให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปร่วมงาน
“แจ้งทุกคนเรียบร้อยแล้วล่ะ นึกภาพไม่ออกเลยว่าคืนนี้จะคึกคักขนาดไหน!”
ซ่งเฟยเยี่ยนเองก็ตั้งตารอคอย
ไม่ใช่แค่หล่อน ทุกคนต่างก็รอคอยคืนนี้กันทั้งนั้น
พวกฉินเสี่ยวตงก็มาถึงแล้ว ส่วนสาวๆ กองพลเฮยซานกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านเกิด พวกจ้าวเฟิงก็กลับไปแล้ว เหลือเพียงอู๋เจียวที่แต่งงานกับเหล่าติงแล้วเท่านั้นที่ยังอยู่
คืนนี้ไม่มีใครมารบกวนมื้ออาหารสามคนพ่อแม่ลูกของจางฮวาเฉิง แม้แต่เสี่ยวยาที่อยากจะมาเนียนกินข้าวด้วยก็ถูกส่งกลับบ้านไป
จางฮวาเฉิงทำผัดผักง่ายๆ หกอย่าง นั่งจิบเหล้ากับหวังหลิน ส่วนโตวโตวกินแป๊บเดียวก็อิ่ม วิ่งไปเล่นกับเจ้าเสี่ยวหวงที่ตอนนี้โตขึ้นมากแล้ว
เจ้าเสี่ยวหวงคืนนี้ลาภปาก วิ่งไปบ้านไหนก็ได้กินเนื้อ แถมเป็นเนื้อชั้นดีทั้งนั้น ขากลับพุงกางจนแทบเดินไม่ไหว
ตอนนี้เจ้าเสี่ยวหวงกลายเป็นสุนัขประจำจางเจียถังไปแล้ว ไปบ้านไหนก็นอนแผ่หลา บ้านไหนก็มีของกินให้ เวลาเหนื่อยก็ทิ้งตัวนอน เวลาหิวก็แค่ทำจมูกฟุดฟิด แล้วสุ่มเลือกบ้านสักหลังเข้าไป ชีวิตดียิ่งกว่าใครเพื่อน
ในเวลาเดียวกันที่โรงอาหารกองทัพ หลังถังหมิงซานกล่าวเปิดงาน การกินเลี้ยงของคนหลายพันคนก็เริ่มขึ้น แม้โรงอาหารจะใหญ่ แต่ทหารกว่าพันนายก็ต้องยืนกิน แต่ส่วนใหญ่ในจำนวนนั้นคือนายทหาร รวมถึงพวกถังหมิงซานด้วย นายทหารทุกคนยอมยืนกินเพื่อประหยัดที่นั่งให้พลทหาร
“ทุกคนกินให้อร่อยนะ กินเสร็จคืนนี้เราไปดูงานราตรีฉลองตรุษจีนกัน!” โต้วเปิ่นลี่ได้ยินคำว่า ‘งานราตรีฉลองตรุษจีน’ ครั้งแรกจากจางฮวาเฉิง เขาก็เลยเอามาใช้บ้าง
เขาไปดูตอนซ้อมใหญ่มาแล้ว ละครตลกสั้นบางเรื่องสนุกจนบรรยายไม่ถูก
เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่ม
“เนื้อเยอะมาก!”
“นั่นสิ หรูหราเกินไปแล้ว แล้วปลานี่ก็อร่อยสุดๆ เลย!”
“พวกลองชิมลูกชิ้นเนื้อนี่สิ เหมือนหัวสิงโตหยางโจวบ้านเราเลย!”
“เนื้อทอดนี่ก็อร่อย!”
ทหารกินไปคุยไปอย่างมีความสุข โดยเฉพาะเบียร์ครึ่งแก้วเคลือบที่ได้รับแจก แม้รสชาติจะแปลกๆ แต่บรรยากาศดี ทำให้ทุกคนกินดื่มกันอย่างเบิกบานใจ
พวกถังหมิงซานเดินเวียนชนแก้วตามโต๊ะต่างๆ อยู่หลายรอบ ก่อนจะล่วงหน้าไปที่หอประชุม
หอประชุมใหญ่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ หน่วยศิลปากรและพิธีกรกำลังซ้อมคิวกันอยู่ คืนนี้พวกเขาคือกลุ่มคนที่ยุ่งและตื่นเต้นที่สุด กลัวว่าจะทำผิดพลาด
โดยเฉพาะละครตลกสั้น จางฮวาเฉิงจัดมาทีเดียวสิบสามเรื่อง คนที่แสดงเก่งๆ ต้องเล่นควบถึงสี่ห้าเรื่อง แรงกดดันย่อมมีไม่น้อย
“คืนนี้ตอนเข้าหอประชุมต้องจัดแถวให้เรียบร้อย จัดเป็นชุดๆ ตามลำดับที่นั่ง อย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวายเด็ดขาด!” ถังหมิงซานกำชับพวกถังเฟยที่ทำหน้าที่รักษาความเรียบร้อย สถานการณ์ตอนนี้ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา คนเยอะขนาดนี้คงจัดการลำบาก
“เปิดหน้าต่างให้เยอะหน่อย ให้อากาศถ่ายเทสะดวก” จางฮวาเฉิงชี้ไปที่หน้าต่าง หอประชุมจุคนได้แค่ห้าพันคน แต่ตอนนี้ยัดที่นั่งเข้าไปเจ็ดพันที่ โชคดีที่บนเกาะมีเด็กเยอะ ผู้ใหญ่สามารถอุ้มไว้บนตักได้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องให้บางส่วนยืนดู
อีกอย่างงานบางตำแหน่งบนเกาะก็ทิ้งไม่ได้ หลายคนมาไม่ได้ เจ็ดพันที่นั่งก็น่าจะพอ
ตอนนี้พอนายทหารพาครอบครัวมาอยู่ด้วย ประชากรบนเกาะก็พุ่งไปเกือบเก้าพันห้าร้อยคน นี่ขนาดยอมให้บางส่วนลากลับบ้านไปฉลองปีใหม่แล้วนะ ไม่อย่างนั้นประชากรคงทะลุหมื่นคนไปแล้ว!
เกาะเสี่ยวสือมีคนเป็นหมื่น พูดไปใครจะเชื่อ?
เกาะที่เคยถูกเรียกว่าเกาะร้าง ตอนนี้กลับคึกคักขนาดนี้
“รับทราบครับ!”
หานเฟยรีบไปจัดการตามสั่ง
“ฮวาเฉิง ปีนี้เป็นปีที่ดีจริงๆ!” ถังหมิงซานพอใจกับปีนี้มาก ช่วงที่ผ่านมาแม้จะยุ่งจนแทบไม่ได้พัก แต่ทุกอย่างก็คุ้มค่า เพียงแต่ประชากรบนเกาะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้พวกนายทหารอยากจะรับลูกเมียมาอยู่ด้วยใจจะขาด แม้แต่หลี่เฟยหลงยังคิดจะไปรับภรรยาอีกคนกับลูกๆ มา ถ้าไปรับมาจริงๆ ไม่รู้ว่าคนจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่
“อนาคตจะดียิ่งกว่านี้ครับ” จางฮวาเฉิงปากพูดไปอย่างนั้น แต่ในใจก็รู้ดีว่าปีหน้าถ้าเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะยังจัดงานแบบนี้ได้อีกหรือเปล่า
คนจากจางเจียถังมาถึงก่อนเวลาแล้ว จับกลุ่มกันมาเป็นกลุ่มๆ แม้แต่คนจากหมู่บ้านชาวประมงก็มากันแล้ว ถังอู่หลินกับต้วนหยางรีบพาพวกเขาไปนั่งที่ที่จัดไว้ คืนนี้เป็นงานของทหาร จางฮวาเฉิงเลยไม่ได้จัดที่นั่งที่ดีที่สุดให้พวกเขา แต่ให้นั่งตรงกลาง ที่นั่งดีที่สุดเก็บไว้ให้นายทหาร เพราะยังไงก็ต้องให้เกียรติยศศักดิ์กันบ้าง
เมื่อคนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ หอประชุมก็เริ่มคึกคักจอแจ
“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”
หลี่เฟยหลงเห็นแล้วเหงื่อตก
“โรคเก่ากำเริบเหรอ?” ถังหมิงซานตบไหล่หลี่เฟยหลง พลางหัวเราะ “ตอนนี้ไม่ใช่ช่วงสงครามแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นหรอกน่า”
“อืม” หลี่เฟยหลงพยักหน้า
จางฮวาเฉิงรู้ว่าหน่วยของหลี่เฟยหลงเคยถูกระเบิดลง พอเห็นคนรวมตัวกันเยอะๆ เขาก็จะกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
“ฮวาเฉิง ไปนั่งข้างหน้ากับพวกเราสิ” ถังหมิงซานชวน
“ไม่ดีกว่าครับ ผมขอนั่งเป็นเพื่อนครอบครัวดีกว่า คืนนี้พวกผมเป็นผู้ชม”
จางฮวาเฉิงปฏิเสธ เขาอยากนั่งดูกับครอบครัว
“ได้ มีอะไรก็ตะโกนเรียกแล้วกัน”
“ครับ!”
เมื่อคนมาครบ งานราตรีก็เริ่มขึ้น ต้องบอกเลยว่าพิธีกรจากหน่วยศิลปากรยุคนี้ให้ความรู้สึกย้อนยุคสุดๆ พูดทีละคำเน้นๆ ฟังแล้วรู้สึกแปลกหูชอบกล
เปิดฉากด้วยละครตลกสั้น จางฮวาเฉิงขนมุกตลกดีๆ และเรื่องที่เข้ากับยุคสมัยมาใช้เกือบหมด เพราะเขาไม่รู้ว่าปีหน้าจะได้จัดงานแบบนี้อีกไหม
สำหรับทุกคนบนเกาะเสี่ยวสือ คืนนี้คือค่ำคืนแห่งความสุข เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือดังไม่ขาดสาย
งานเลิกเร็วกว่าที่จางฮวาเฉิงคาดไว้ประมาณยี่สิบนาที เขาจึงประกาศให้ทุกคนออกไปดูดอกไม้ไฟทันที
ดอกไม้ไฟเป็นสิ่งที่ทหารผ่านศึกหลายคนหวาดกลัว โดยเฉพาะเสียงระเบิดกึกก้อง เมื่อดอกไม้ไฟดอกแรกระเบิดขึ้นบนท้องฟ้า คุณปู่สามกับท่านอาห้าสะดุ้งสุดตัว แม้แต่พวกถังหมิงซานก็ไม่ต่างกัน แต่พอได้ยินเสียงโห่ร้องดีใจของเด็กๆ และเสียงชื่นชม พวกเขาก็ยิ้มออกมา
ที่แท้เสียงแบบนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของความสุขได้เหมือนกัน
“ท่านลุงถัง น้าเสวี่ย สุขสันต์วันปีใหม่ครับ!”
พอดอกไม้ไฟจบลง จางฮวาเฉิงดูเวลา แล้วหันไปอวยพรปีใหม่ถังหมิงซานกับหลิ่วเสวี่ย
“ฮ่าๆๆ สุขสันต์วันปีใหม่!”
“สุขสันต์วันปีใหม่จ้ะ!”
“ฮวาเฉิง สุขสันต์วันปีใหม่!”
“สุขสันต์วันปีใหม่!”
......
จบบท