เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 816 เปิดใช้งานตราอสูรคลั่งอีกครั้ง

ตอนที่ 816 เปิดใช้งานตราอสูรคลั่งอีกครั้ง

ตอนที่ 816 เปิดใช้งานตราอสูรคลั่งอีกครั้ง


ตอนที่ 816 เปิดใช้งานตราอสูรคลั่งอีกครั้ง

“ตราอสูรคลั่ง!!”

คนจากลัทธิเทพโบราณอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่พวกเขาจะรีบกระโดดถอยหลังกลับไปทีละคน

แม้ว่าการกระทำของเซี่ยเฟยจะยังไม่ได้แสดงเจตนาออกมาชัดเจน แต่มันก็ยังส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจของทุกคนเป็นอย่างมาก ท้ายที่สุดทุกคนก็รู้ดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ตราอสูรคลั่งถูกทำลาย เมื่อนั้นมันก็จะเกิดสงครามครั้งใหญ่ขึ้นมาในดินแดนกฎอีกครั้ง

“ถึงขั้นต้องใช้ตราอสูรคลั่งเลยเหรอ? คนพวกนี้มันทำอะไรเราไม่ได้หรอก” เซี่ยหลิงกระซิบถามเซี่ยเฟยเบา ๆ

“เรื่องมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น แผนการเรื่องนี้ถูกวางเอาไว้อย่างพิถีพิถันมาก ในเวลาเพียงแค่ไม่นานคนจากตระกูลถึงสามคนก็ได้ถูกหลอกล่อให้มารวมตัวกัน ผมคิดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และทุกอย่างมันก็คือแผนการที่ตระกูลมูนวอร์ดพยายามจะแก้แค้นตระกูลของเรา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยหลิงชะงักค้างไปเล็กน้อยพร้อมกับแอบรู้สึกเสียใจที่ถูกล่อลวงให้มาตกหลุมพรางของศัตรูในครั้งนี้

หากสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นเพียงแค่เรื่องของเธอกับเซี่ยเฟย เรื่องมันย่อมไม่ร้ายแรงถึงขนาดจะต้องใช้ตราอสูรคลั่ง แต่เมื่อเซี่ยเฟยบอกว่าเรื่องนี้คือการแก้แค้นของตระกูลมูนวอร์ด มันก็จะทำให้สถานการณ์แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ไม่ว่ายังไงสกายวิงก็คือต้นตอที่ทำให้มูนวอร์ดถูกขับไล่ออกจากดินแดนกฎ ในเมื่อพวกเขาได้มาเห็นร่องรอยของการพยายามแก้แค้นของอีกฝ่าย พวกเขาก็ต้องรีบเตือนตระกูลให้รู้ถึงภัยที่กำลังลุกลามเข้ามาในครั้งนี้

สถานการณ์วันนี้เป็นตัวอย่างที่ดีเพราะพวกเขาถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยราชากฎถึง 37 คน ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้บังเอิญมาที่นี่เพราะเรื่องกฎแห่งเวลา เซี่ยหลิงก็จะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายทั้งหมดเพียงลำพัง

“แกคิดจะใช้ตราอสูรคลั่งงั้นเหรอ?” ผู้นำของชายหัวโล้นกล่าวถามอย่างหยิ่งผยอง

“ในเมื่อลัทธิเทพโบราณของพวกแกกล้าที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเรา ฉันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปล่อยพวกแกไป แต่ฉันขอเตือนพวกแกเอาไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยว่าพวกแกเป็นแค่ตัวหมากที่ถูกพวกมูนวอร์ดหลอกใช้ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับลัทธิของแกมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเรา” เซี่ยเฟยกล่าว

“พี่น้องอย่าไปเชื่อพวกมัน! วันนี้เราได้เห็นด้วยตาของตัวเองแล้วว่าสกายวิงมีความเกี่ยวข้องกับปีศาจสีชมพูจริง ๆ หากวันนี้เราปล่อยพวกมันไป ท่านผู้นำกับสหายของพวกเราที่เสียชีวิตไปก็ไม่มีทางที่จะได้รับความยุติธรรม” หัวหน้าชายหัวโล้นร้องคำรามออกมาเสียงดัง

เฮ้!!

เหล่าบรรดาชายหัวโล้นต่างก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่น ระหว่างนั้นพวกเขาก็ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยก็ไม่อยากจะใช้ตราอสูรคลั่งด้วยเหมือนกัน เพราะมันคือคำสั่งระดมกองกำลังจากทั้งตระกูล เมื่อไหร่ก็ตามที่ตราอสูรคลั่งถูกเปิดใช้งาน เมื่อนั้นมันย่อมเกิดสงครามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่ว่าผลลัพธ์จะจบลงยังไงแต่ท้ายที่สุดทางฝั่งสกายวิงมันก็ย่อมจะต้องมีการสูญเสียด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามคนจากลัทธิเทพโบราณก็ไม่คิดจะฟังคำอธิบายจากพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นในสถานการณ์นี้เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขกันด้วยการเจรจาแล้ว

แต่ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจะทำลายตราอสูรคลั่งภายในมืออยู่นั่นเอง จู่ ๆ ตราอสูรคลั่งภายในมือของเขาก็ส่องแสงสว่างออกมาเสียก่อน

เซี่ยหลิงสะดุ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะรีบหยิบตราอสูรครั่งของตัวเองออกมาจากแหวนมิติ

“พวกเราไม่จำเป็นจะต้องใช้ตราอสูรครั่งแล้ว ตอนนี้มันมีคนใช้ตราอสูรคลั่งก่อนพวกเรา”

เซี่ยเฟยตกตะลึงไปพักหนึ่ง เพราะเขาไม่คิดเลยว่าพวกมูนวอร์ดจะเริ่มลงมือเร็วขนาดนี้ เพราะไม่เพียงแต่เขากับเซี่ยหลิงจะถูกปิดล้อมด้วยพวกลัทธิเทพโบราณเท่านั้น สมาชิกคนอื่นในตระกูลก็กำลังตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นต้องใช้ตราอสูรคลั่งออกมาด้วย

“เมื่อตราอสูรคลั่งถูกทำลาย พวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว ก่อนอื่นพวกเรารีบกลับไปที่สวนสายลมกันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“อือ” เซี่ยหลิงพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

มันเป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ตราอสูรครั่งถูกทำลาย สมาชิกทุกคนของสกายวิงจะต้องรีบกลับไปรวมตัวกันที่ตระกูล เซี่ยเฟยจึงไม่ต้องการจะเสียเวลากับคนพวกนี้มากนัก เพราะอันดับแรกเขาควรรีบกลับไปยังสวนสายลมเพื่อดูว่าตอนนี้สถานการณ์มันเลวร้ายถึงขั้นไหน

“ไป!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนพร้อมกับรีบพุ่งตัวออกไปทางซ้ายมือด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

ขนอุยทำหน้าที่เป็นกองหน้าคอยเปิดเส้นทาง โดยมีหงส์ครามทำหน้าที่เป็นปีกทั้งสองข้างคอยป้องกันการจู่โจมของศัตรู เซี่ยเฟยเคลื่อนที่อยู่ตรงกลางโดยถือบลัดบิวเทียสเอาไว้ภายในมือ ขณะที่ทางด้านหลังของเขาคือเซี่ยหลิงที่กำลังวิ่งตามมาอยู่ไม่ห่าง

“อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!”

“ฆ่าพวกมันให้หมด!!”

เหล่าบรรดาราชากฎของลัทธิเทพโบราณเริ่มเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน โดยแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ใช้ทักษะเฉพาะของตัวเองเพื่อเปิดการจู่โจมอย่างดุเดือด

เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงไม่ได้คิดที่จะปะทะกับคนเหล่านี้ พวกเขาจึงอาศัยความเร็วเพื่อพยายามหลบหลีกออกไปจากวงล้อม

ตูม!

ขนอุยทำหน้าที่เป็นเหมือนกับกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้าใส่ชายที่ขวางทางตรงหน้า จนทำให้ร่างของพวกเขาถูกพุ่งทะลุผ่านกลายเป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็เคลื่อนที่ตามมาในระยะไม่ไกล และใช้บลัดบิวเทียสฟาดฟันออกไปเพื่อดูดกลืนพลังจากศัตรู

การเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยทำให้เซี่ยหลิงชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะหลังจากที่เขาไม่ได้พบกับชายหนุ่มคนนี้เพียงแค่ไม่กี่เดือน มันก็ดูเหมือนกับว่าพลังของเซี่ยเฟยจะก้าวล้ำนำหน้าเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กฎแห่งความเร็วเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากจนทำให้นักรบสกายวิงสามารถเคลื่อนที่ไปที่ไหนก็ได้ตามแต่ใจที่พวกเขาต้องการ

ทั้งเซี่ยเฟยและเซี่ยหลิงต่างก็มีความเร็วมากกว่า 200,000 เมตรต่อวินาที พวกเขาจึงสามารถหนีออกมาจากวงล้อมได้ในเวลาเพียงแค่พริบตา แต่ถึงกระนั้นคนจากลัทธิเทพโบราณก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้ พวกเขาจึงเริ่มใช้พลังมิติเพื่อเคลื่อนที่ไปดักทางพวกเซี่ยเฟยเอาไว้

แต่ในขณะที่มันได้มีชายหัวโล้น 2 คนเคลื่อนที่มาดักหน้าพวกเซี่ยเฟยอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีร่างเงาสีดำที่มีความเร็วมากกว่าเซี่ยเฟยและเซี่ยหลิงพุ่งเข้าไปจู่โจมเข้าใส่ศัตรูที่ขวางทาง

ผัวะ ๆ

เซี่ยเฟยมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าคนคนนี้จู่โจมด้วยวิธีไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเห็นคือร่างของศัตรูทั้งสองคนถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไปอย่างรุนแรง

ผู้มาใหม่ใช้กำลังของตัวเองอย่างดุร้าย และใช้ประโยชน์จากความเร็วของตัวเองในการถีบราชากฎทั้งสองคนให้กระเด็นออกไปภายใต้การจู่โจมเพียงครั้งเดียว

“พวกนายมาที่นี่ได้ยังไง?” ผู้มาใหม่กล่าวถามเสียงดัง

เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้เมื่อพวกเขาได้พบว่าผู้มาใหม่คนนี้คือผู้ที่มีพละกำลังมากที่สุดในตระกูล ที่มีชื่อว่าเซี่ยหมางราชากฎขั้นที่ 8 ของสกายวิงนั่นเอง

“คุณกำลังตามอะไรสักอย่างมาที่นี่ใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“นายรู้ได้ยังไง?! ฉันได้ยินข่าวจากตลาดว่ามีอสูรหายากปลาสเกลเลตัลเพอเพิลวินด์ปรากฏตัวออกมา ฉันเลยตามข่าวมาจนถึงที่นี่และถูกพวกหัวล้านบุกโจมตี พวกมันบอกว่าฉันไปปล้นอะไรสักอย่างมาจากลัทธิของพวกมัน ถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกลัทธิอะไรพวกนี้เท่าไหร่นัก แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะไปฆ่าใครสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกนะ” เซี่ยหมางกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตระหนักแล้วว่านักรบสกายวิงอีกคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นกลางค่ายของพวกปีศาจสีชมพูมันก็น่าจะเป็นเซี่ยหมางคนนี้นี่เอง

“ตราอสูรคลั่งถูกเปิดใช้งานแล้ว พวกเราค่อยกลับไปคุยกันที่ตระกูลกันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

บรรยากาศภายในสวนสายลมค่อนข้างที่จะตึงเครียดเล็กน้อย เพราะตราอสูรคลั่งถูกเปิดใช้งานถึงสองครั้งภายในระยะเวลาเพียงแค่ 6 เดือน ซึ่งมันถือว่าเป็นสถานการณ์ที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์ของสกายวิง

เซี่ยเฟย, เซี่ยหมางและเซี่ยหลิงเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติออกมาทีละคน ก่อนที่พวกเขาจะได้พบว่าเซี่ยอู๋เย่กำลังยืนรอต้อนรับทุกคนที่ประตูของสวนสายลมอยู่ก่อนแล้ว

“คุณตามันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอครับ?” เซี่ยหมางถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดหลังจากที่ได้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก

“ท่านผู้นำเป็นคนเปิดใช้งานตราอสูรคั่งด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้เขาถูกล้อมด้วยจักรพรรดิกฎ 2 คนแม้ว่าท่านผู้นำจะหลบหนีออกมาได้แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บกลับมาบ้างเล็กน้อย” เซี่ยอู๋เย่กล่าวตอบอย่างสงบ

“พวกลัทธิเทพโบราณทรงพลังถึงขนาดมีจักรพรรดิกฎอยู่ในลัทธิของพวกเขาถึงสองคนเลยงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

“ลัทธิเทพโบราณเป็นกองกำลังที่น่ากลัวมาก พวกเขามีจักรพรรดิกฎ 2 คนและราชากฎในลัทธิอีก 37 คน แต่ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลหลังจากที่ท่านผู้นำสังหารจักรพรรดิกฎคนหนึ่งของพวกมันทิ้งไปแล้ว เพราะย้อนกลับไปเพียงแค่ไม่นานพวกมันมีจักรพรรดิกฎอยู่ถึง 4 คน สิ่งที่น่าแปลกคือพวกมันได้แต่งตั้งจักรพรรดิกฎที่อ่อนแอที่สุดเป็นผู้นำของลัทธิ” เซี่ยอู๋เย่กล่าวอธิบาย

ทุกคนต่างก็สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ โดยเฉพาะเซี่ยเฟยที่เคยเข้าไปในวิหารของพวกลัทธิเทพโบราณมาก่อน แต่ย้อนกลับไปในตอนนั้นเขาไม่ได้พบกับนักรบที่แข็งแกร่งเหล่านี้ในวิหารเทพโบราณเลย หากสิ่งที่เซี่ยอู๋เย่พูดคือความจริงกองกำลังของลัทธิเทพโบราณก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถประมาทได้

“ก่อนที่พวกเรามาที่นี่พวกเราได้สังหารราชากฎของลัทธิเทพโบราณไปอีก 3 คน ตอนนี้พวกมันเหลือราชากฎอยู่เพียงแค่ 34 คนเท่านั้น” เซี่ยเฟยให้ข้อมูลเพิ่มเติม

“พวกคุณก็ถูกลัทธิเทพโบราณปิดล้อมด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยอู๋เย่กล่าวถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ

“พวกเราถูกพวกมูนวอร์ดหลอกให้ตกอยู่ในวงล้อมของพวกลัทธิเทพโบราณ ถ้าหากท่านผู้นำไม่ได้เปิดใช้ตราอสูรคลั่งขึ้นมาก่อน พวกเราก็กำลังจะใช้งานตราอสูรคลั่งด้วยเหมือนกัน” เซี่ยหลิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“พวกคุณแน่ใจนะว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือพวกมูนวอร์ด?” เซี่ยอู๋เย่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยหมางกับเซี่ยหลิงได้ฟังเรื่องนี้ผ่านทางการวิเคราะห์ของเซี่ยเฟยเท่านั้น พวกเขาจึงจ้องไปทางชายหนุ่มเพื่อให้เซี่ยเฟยเป็นคนอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด

“เรื่องนี้เป็นฝีมือของพวกมูนวอร์ดไม่ผิดแน่ ๆ ครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เอาล่ะทุกคนไปพักที่สวนหลังบ้านกันก่อนเถอะ ท่านผู้นำกำลังคุยกับบรรพบุรุษอีกสักพักพวกเราก็น่าจะได้ข้อสรุปกันแล้ว” เซี่ยอู๋เย่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

นักรบสกายวิงได้มารวมตัวกันภายในสวนสายลมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีนักรบส่วนใหญ่ก็เดินทางกลับมาที่สวนสายลมแล้ว

เซี่ยเฟยเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง และจิตสังหารที่กำลังปะทุออกมามันก็ทำให้บรรยากาศภายในสวนสายลมเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ระหว่างรอเซี่ยบูหยุนคุยกับบรรพบุรุษ เซี่ยเฟยก็นั่งนิ่ง ๆ อยู่ใต้ต้นไม้เพื่อพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้รับข้อมูลมา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเรื่องนี้ตกอยู่ภายใต้แผนการของพวกมูนวอร์ดอย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่พวกมันเข้าไปควบคุมกลุ่มทหารรับจ้างปีศาจสีชมพู จากนั้นก็ใช้ชื่อของกลุ่มทหารรับจ้างปีศาจสีชมพูในการกวาดล้างวิหารของลัทธิเทพโบราณ แล้วทำการโยนความผิดทุกอย่างมาให้สกายวิง

คาเซะเคยให้ข้อมูลเขามาว่าผู้นำคนใหม่ของกลุ่มทหารรับจ้างปีศาจสีชมพูมีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎ แน่นอนว่าเซี่ยบูหยุนก็มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎด้วยเช่นกัน ตราบใดก็ตามที่ผู้นำสกายวิงคนนี้ถูกชักนำเข้าไปในสถานการณ์บางอย่าง พวกลัทธิเทพโบราณก็จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกันเองได้อย่างรวดเร็วว่าเซี่ยบูหยุนคือผู้นำคนใหม่ของกลุ่มทหารรับจ้างปีศาจสีชมพู

การวางแผนของพวกมูนวอร์ดมีความแยบยลมากจนเกินไป เพราะไม่ว่าจะเป็นมุมไหน ๆ พวกเขาก็พยายามเชื่อมโยงโศกนาฏกรรมภายในวิหารลัทธิเทพโบราณเข้ากับคนของสกายวิง

“คราวนี้ศัตรูของสกายวิงมีทั้งตระกูลมูนวอร์ดและคนของลัทธิเทพโบราณ เมื่อรวมกันแล้วพวกมันก็มีจักรพรรดิกฎอยู่ถึง 5 คน ฉันว่าคราวนี้สกายวิงคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแล้วล่ะ” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

***************

นี่สินะความน่ากลัวของการแก้แค้นในมุมมืด

จบบทที่ ตอนที่ 816 เปิดใช้งานตราอสูรคลั่งอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว