เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 815 แผนการใส่ร้ายสกายวิง

ตอนที่ 815 แผนการใส่ร้ายสกายวิง

ตอนที่ 815 แผนการใส่ร้ายสกายวิง


ตอนที่ 815 แผนการใส่ร้ายสกายวิง

“แกคือคนจากตระกูลมูนวอร์ดสินะ และแกก็คือคนที่เพิ่งซื้ออาวุธมายาลาวาละลายลักษณ์ไปเมื่อไม่นานมานี้ บอกฉันมาว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มันเป็นฝีมือของตระกูลมูนวอร์ดหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล

แม้ว่าการสร้างกำแพงมิติขึ้นมาใช้ในการป้องกันจะเป็นเรื่องธรรมดาของนักรบภายในดินแดนกฎ แต่การใช้กฎมิติของตระกูลมูนวอร์ดมันมีลักษณะที่ผิดแปลกออกไป ซึ่งในฐานะที่ชายหนุ่มเป็นศัตรูที่ยังคงรู้สึกแค้นตระกูลมูนวอร์ดอยู่ เขาจึงสามารถสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เขาได้ตระหนักว่าแท้ที่จริงแล้วราชากฎทั้งสองคนนี้ก็คือคนจากตระกูลมูนวอร์ด และพวกเขาก็ยังเป็นคนคนเดียวกันกับที่ประมูลลาวาละลายลักษณ์ได้ในงานประมูลของบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ที่เพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน

หลังจากงานประมูลสิ้นสุดลงมันก็จะต้องมีการส่งมอบสินค้าให้กับแต่ละคน ซึ่งในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยบังเอิญเห็นผู้ที่ได้รับการส่งมอบลาวาละลายลักษณ์พอดี และถึงแม้ว่าในวันนี้อีกฝ่ายจะสวมใส่ชุดต่อสู้ปิดบังรูปร่างหน้าตา แต่มันก็ไม่สามารถที่จะรอดพ้นไปจากสายตาของเซี่ยเฟยได้อยู่ดี

แม้ว่าตระกูลมูนวอร์ดจะถูกเนรเทศออกจากกลุ่มดาวม้าขาว แต่พวกเขาก็ยังมีส่วนร่วมกับการประมูลแย่งชิงอาวุธมายาโบราณ นอกจากนี้มันก็ดูเหมือนกับว่าอีกฝ่ายจะมีความเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงกฎแห่งเวลาด้วย การค้นพบในครั้งนี้จึงทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะใจสั่นขึ้นมาไม่ได้

“แกคือเซี่ยเฟยจริง ๆ สินะ” ราชากฎที่กำลังโดนจับส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างโกรธแค้น

เมื่อทั้งหงส์ครามและขนอุยถูกเปิดเผยออกมา มันก็ช่วยตอกย้ำได้เป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มคนนี้คือเซี่ยเฟย

“ตระกูลของพวกแกโดนเนรเทศออกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมพวกแกถึงยังอยู่ที่นี่อีก” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับยกบลัดบิวเทียสขึ้นมาจ่อราชากฎผู้รอดชีวิตเอาไว้

“แกพูดจาเพ้อเจ้ออะไร! แหกตาดูให้ดี ๆ ว่าที่นี่มันคือที่ไหน?!” ราชากฎจากตระกูลมูนวอร์ดโต้ตอบเพราะในปัจจุบันพวกเขากำลังอยู่ในแดนเนรเทศ

เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อเขาลืมตัวว่าตอนนี้เขากำลังสืบหาข้อมูลอยู่ในแดนเนรเทศจริง ๆ แต่การเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายมันก็ยังคงสร้างข้อสงสัยขึ้นภายในใจของเขาอยู่ดี

ดวงตาของอีกฝ่ายจ้องมองมาที่เซี่ยเฟยอย่างเกลียดชัง โดยเฉพาะหลังจากที่เขาสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยเฟยได้อย่างแน่นอนแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ชายคนนี้แสดงความโกรธแค้นออกมามากขึ้นกว่าเดิม

ฉัวะ!

บลัดบิวเทียสตัดผ่านหน้ากากของอีกฝ่ายไปอย่างว่องไว เผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ค่อนข้างอ่อนเยาว์ โดยในสงครามระหว่างสกายวิงกับมูนวอร์ดเซี่ยเฟยไม่เคยเห็นหน้าคนคนนี้มาก่อน เขาจึงคาดเดาว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นราชากฎคนใหม่ที่พึ่งเลื่อนระดับขึ้นมาได้เพียงไม่นาน

เนื่องจากชายคนนี้คือสมาชิกระดับสูงคนใหม่ของตระกูล เขาจึงได้รับหน้าที่ให้เข้าร่วมการประมูลของบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ เพราะมันคงมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถจดจำใบหน้าของเขาได้

เซี่ยเฟยค่อย ๆ ใช้คมดาบบลัดบิวเทียสกรีดผ่านใบหน้าของอีกฝ่ายเบา ๆ ปล่อยให้ดาบเล่มนี้กลืนกินพลังชีวิตของอีกฝ่ายไปอย่างช้า ๆ โดยในเวลาเพียงแค่ไม่นานใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์ก็ค่อย ๆ เหี่ยวเฉาลงไป และเปลี่ยนใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งให้กลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมาน

“พวกแกมีเหตุผลอะไรถึงมาสืบข่าวเรื่องปีศาจสีชมพู? แล้วทำไมพวกแกถึงได้ประมูลอาวุธมายาไปแบบนั้น?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยสีหน้าที่เย็นชา

“หนี้เลือดมันจะต้องจ่ายด้วยเลือด! คราวนี้สกายวิงของแกจะต้องล่มสลายลงแน่ ๆ และถึงแม้ว่าแกจะฆ่าฉันไป แต่ก็อย่าหวังว่าจะได้รับข้อมูลอะไรจากฉัน!” ชายหนุ่มผู้ถูกพันธนาการส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว

“เขาพยายามยั่วยุให้นายฆ่าเขา ฉันว่านายควรส่งตัวเขาไปให้ตระกูลช่วยสอบสวนก่อนดีกว่า ดูเหมือนคราวนี้มันจะไม่ใช่ปัญหาของนายคนเดียว แต่มันเป็นปัญหาของสกายวิงทั้งตระกูล” โอโร่กล่าวเตือน

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ และในฐานะที่สกายวิงคือหนึ่งในตระกูลที่ยืนหยัดในดินแดนกฎมาได้อย่างยาวนาน ภายในตระกูลย่อมมีวิธีการรีดข้อมูลจากศัตรูอยู่อย่างแน่นอน

เซี่ยเฟยหยิบเข็มทิศมิติออกมาเพื่อเตรียมพร้อมจะเดินทางกลับไปยังสวนสายลม แต่ทันใดนั้นมันก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาดังลั่นคล้ายกับว่ามันมีสงครามกำลังเกิดขึ้นในบริเวณห่างไปไม่ไกล

ฟุบ!

เงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาราวกับสายฟ้า และเมื่อคนคนนั้นสังเกตเห็นเซี่ยเฟย เขาก็รีบเคลื่อนร่างเข้ามาหยุดใกล้ ๆ ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

“เซี่ยหลิง! ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?!” เซี่ยเฟยอุทานเมื่อได้เห็นร่างของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

เซี่ยหลิงคือราชากฎขั้นที่ 3 ของสกายวิงและเธอคือนักขุดแร่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในกลุ่มดาวม้าขาว ในช่วงเวลาปกติหญิงสาวคนนี้มักจะออกไปสำรวจหาสายแร่หายากอยู่ตลอดเวลา เรียกได้ว่าเธอคือผู้ที่คลั่งไคล้ในแร่ธาตุมากที่สุดคนหนึ่งของดินแดนกฎก็คงจะไม่ผิดนัก

ย้อนกลับไปในช่วงสงครามระหว่างตระกูล เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงมีการพบปะพูดคุยกันเล็ก ๆ น้อย ๆ และอีกฝ่ายก็เคยมอบแร่มรกตทองหายากเป็นของขวัญต้อนรับให้กับเขาด้วยเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายจึงค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากพอสมควรเลยทีเดียว

“ฉันก็กำลังจะถามนายอยู่เหมือนกัน ว่าแต่คนคนนี้เป็นใคร?” เซี่ยหลิงกล่าวถามด้วยท่าทางที่ประหลาดใจมากยิ่งกว่าเซี่ยเฟยเสียอีก

“เขาคือคนจากตระกูลมูนวอร์ด ฉันเห็นเขาแอบสังเกตสถานการณ์ของพวกปีศาจสีชมพูอยู่ ฉันจึงจับตัวของเขาไว้” เซี่ยเฟยอธิบายอย่างเร่งรีบ

“ฉันก็ตามราชากฎจากตระกูลมูนวอร์ดมาเหมือนกัน แต่ก่อนที่ฉันจะรู้ตัวฉันก็ถูกพวกมันปิดล้อมเอาไว้แล้ว” เซี่ยหลิงกล่าวขึ้นมาด้วยความตกใจ

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะในระหว่างที่เขากำลังพยายามสืบหาเรื่องกฎแห่งเวลา เขาก็ถูกชักนำให้มาปรากฏตัวในสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน คล้ายกับว่ามันกำลังมีมือที่มองไม่เห็นได้ชักนำพวกเขามายังสถานที่แห่งนี้

ตูม!

ก่อนที่เซี่ยเฟยจะทันประมวลสถานการณ์ได้ มันก็มีเสียงดังสนั่นจนท้องฟ้าสั่นไหวพร้อมกับมีคนพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองคนอย่างดุเดือด

เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงรีบใช้ความเร็วเพื่อหลบหลีกการโจมตีอย่างฉับพลัน แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมไม่ลืมที่จะนำราชากฎจากตระกูลมูนวอร์ดหลบหนีไปพร้อมกับเขาด้วย

สถานการณ์ในปัจจุบันมันดูแปลกมากเกินไป ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็จะต้องขุดข้อมูลออกมาจากปากของอีกฝ่ายให้ได้

“นายฆ่าเขาทำไม?” เมื่อเซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงถอยไปตั้งหลักห่าง ๆ จากตำแหน่งเดิมไกลกว่า 100 กิโลเมตร เซี่ยหลิงก็รีบถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

เมื่อเซี่ยเฟยมองไปยังราชากฎที่ยังคงถูกพันธนาการร่างเอาไว้ เขาก็ได้พบว่าอีกฝ่ายมีน้ำลายฟูมปากและไม่หายใจอีกต่อไปแล้ว

“มันกัดลิ้นฆ่าตัวตาย” เซี่ยเฟยกล่าวตอบหลังจากที่เขาง้างปากของอีกฝ่ายดู

“อะไรนะ? มันฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?!” เซี่ยหลิงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงร้องคำรามดังขึ้นมาจากระยะไกล ก่อนที่ในเวลาอีกเพียงแค่ไม่นานชายหัวล้านหลายสิบคนก็ใช้การเคลื่อนไหวผ่านกฎมิติเพื่อติดตามเซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงมา โดยบนศีรษะของแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีรอยสักเหมือนเทพธิดาประดับเอาไว้อย่างโดดเด่น

“พวกมันเป็นคนจากลัทธิเทพโบราณ” เซี่ยเฟยกล่าวกับเซี่ยหลิงด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เรื่องนั้นฉันรู้ แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือทำไมพวกมันต้องโจมตีพวกเราด้วย?” เซี่ยหลิงกล่าว

ในเวลาเดียวกันมันก็มีศัตรูเข้ามาล้อมรอบนักรบสกายวิงทั้งสองเอาไว้ ก่อนที่ชายคนหนึ่งผู้มีใบหน้าอันดุร้ายจะก้าวเท้าออกมายังด้านหน้า

“แกเป็นคนจากตระกูลสกายวิงสินะ”

“ใช่ ฉันคือเซี่ยหลิงจากตระกูลสกายวิง ว่าแต่ทำไมพวกแกถึงต้องมาโจมตีฉันด้วย?” เซี่ยหลิงแนะนำตัวออกไปอย่างภาคภูมิใจ

“มันมีคนบอกเราว่าสกายวิงคือคนที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมในวิหารของเรา ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อแต่ดูเหมือนเรื่องนี้มันจะเป็นฝีมือของสกายวิงจริง ๆ สินะ” ชายหัวโล้นกล่าว

“พวกเราสกายวิงไม่เคยปล่อยศัตรูไปง่าย ๆ ถ้าหากพวกเราต้องการที่จะทำลายลัทธิของพวกแกจริง ๆ พวกแกก็ไม่มีทางเหลือรอดมาพูดจาพล่อย ๆ อยู่แบบนี้หรอก” เซี่ยหลิงตะโกนด่ากลับไปอย่างหงุดหงิด

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติ เขาจึงรีบตะโกนถามออกไปอย่างรวดเร็ว

“ตระกูลมูนวอร์ดเป็นคนบอกพวกแกหรือเปล่าว่าสกายวิงคือคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“พวกแกไม่ต้องมาสนใจหรอกว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลกับพวกเรา ไม่ว่ายังไงพวกเราก็มาที่นี่เพื่อแก้แค้น ในเมื่อคนของสกายวิงกับปีศาจสีชมพูอยู่ด้วยกัน มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีไม่ใช่แล้วเหรอว่าพวกแกคือคนจ้างพวกปีศาจสีชมพูให้มาจัดการกับคนของเรา” ชายหัวล้านกล่าว

“หนี้แค้นคราวนี้มันต้องชำระด้วยเลือด! อย่าคิดว่าพวกเราจะกลัวเพียงเพราะพวกแกคือสกายวิง ในเมื่อพวกแกกล้ามาทำร้ายคนของเราก่อน พวกเราก็พร้อมที่จะสั่งสอนให้พวกแกได้รู้ว่าลัทธิเทพโบราณของพวกเราไม่ใช่สิ่งที่พวกแกจะมาลบหลู่ได้ง่าย ๆ” ชายหัวล้านกัดฟันร้องคำรามออกไปหลังจากที่เขาชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง

“เมื่อกี้คุณได้ออกไปทำอะไรกับพวกปีศาจสีชมพูหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยหันไปถามเซี่ยหลิง

“ฉันแอบตามพวกมูนวอร์ดมา และเห็นว่าพวกมันปลอมตัวแอบเข้าไปในค่ายของพวกปีศาจสีชมพู ในระหว่างที่ฉันแอบตามพวกมันเข้าไปฉันก็เจอไอ้พวกนี้ล้อมฉันเอาไว้ แล้วพวกมันก็โจมตีใส่ฉันโดยไม่พูดอะไรสักคำ” เซี่ยหลิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตระหนักแล้วว่าเซี่ยหลิงตกหลุมพรางของตระกูลมูนวอร์ดอย่างชัดเจน แม้แต่ตัวเขาเองก็เกือบจะตกหลุมพรางของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

ตอนนี้คนของลัทธิเทพโบราณได้คิดไปเองเรียบร้อยแล้วว่าตระกูลสกายวิงกับปีศาจสีชมพูร่วมมือกันสังหารคนของพวกเขาไปนับหมื่นคน และอีกฝ่ายก็คงจะไม่รามือไปง่าย ๆ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะได้แก้แค้นอย่างสาสม

“สกายวิงกับเราไม่เคยมีความบาดหมางกันมาก่อน แต่พวกแกกลับมาทำลายวิหารของเราและขโมยเอาเพลิงผลาญของพวกเราไปอีก นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปลัทธิเทพโบราณกับสกายวิงจะเป็นศัตรูกันจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายล้างลงไป!!” ชายหัวล้านส่งเสียงร้องคำราม

“เพลิงผลาญ!? นั่นมัน 1 ใน 5 เปลวไฟแห่งห้วงดารา” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“แกจะตกใจไปทำไมในเมื่อแกก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจว่าพวกแกกำลังทำอะไรอยู่”

สถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่าสาเหตุที่ตระกูลมูนวอร์ดเข้าควบคุมทหารรับจ้างปีศาจสีชมพูเพื่อให้ไปกวาดล้างวิหารเทพโบราณ มันก็ไม่ใช่เพราะกฎแห่งเวลาแต่มันเป็นเพราะอาวุธมายาเพลิงผลาญต่างหาก

เพลิงผลาญ, อัคคีโศก, อัคนีโหยหวน, เถ้าเชือดเฉือนและลาวาละลายลักษณ์ เป็นที่รู้จักในนาม 5 เปลวไฟแห่งห้วงดารา และพวกมันก็คืออาวุธมายาธาตุไฟที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ก่อนหน้านี้ตระกูลมูนวอร์ดก็พึ่งได้รับลาวาละลายลักษณ์ไปจากงานประมูล และพวกเขายังได้รับเพลิงผลาญไปจากลัทธิเทพโบราณ ซึ่งไม่เพียงพวกเขาจะได้รับอาวุธมายาไปถึงสองชิ้นเท่านั้น แต่พวกเขายังป้ายความผิดเรื่องลัทธิเทพโบราณมาให้กับสกายวิงอีกด้วย

ฟุบ ๆ ๆ ๆ

ทันใดนั้นมิติโดยรอบก็เริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ชายหัวล้านผู้มีรอยสักรูปเทพธิดาค่อย ๆ ปรากฏตัวเพิ่มขึ้นมาทีละคน

ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ อีกฝ่ายก็เรียกกองกำลังเสริมออกมาได้มากกว่า 30 คน และแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังในระดับราชากฎขึ้นไป

“ลัทธิเทพโบราณมีสาวกเป็นราชากฎมากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของสาวกลัทธิใดลัทธิหนึ่งจะมีพลังมากกว่าที่คนนอกเคยจินตนาการเอาไว้”

สิ่งที่เลวร้ายมากยิ่งกว่าคือสาวกจากลัทธิเทพโบราณเหล่านี้ต่างก็กำลังมุ่งเป้ามาที่เซี่ยเฟยและตระกูลสกายวิง

“พวกเราจัดการปีศาจสีชมพูไปหมดแล้ว ในระหว่างที่พวกเรากำลังกวาดล้างพวกมัน ตอนนั้นมันก็มีนักรบสกายวิงปรากฏตัวขึ้นมาด้วย น่าเสียดายที่มันเร็วเกินไปพวกเราเลยไม่สามารถจะจับตัวมันเอาไว้ได้” ชายหัวโล้นที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นมาใหม่รายงานต่อชายหัวโล้นผู้มีใบหน้าอันโหดเหี้ยม

หลังจากเสียงรายงานจบลงใบหน้าของราชากฎหัวโล้นทั้ง 37 คนก็ยิ่งดูน่าเกลียดมากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นพวกเขาก็จ้องมองไปที่เซี่ยเฟยกับเซี่ยหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต คล้ายกับว่าพวกเขาต้องการจะฉีกกระชากร่างของพวกเซี่ยเฟยให้ออกจากกันเป็นชิ้น ๆ

“มันยังมีพี่น้องของเราคนอื่นถูกหลอกมาที่นี่อีกงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เพราะมันดูเหมือนกับว่าไม่ใช่แค่เซี่ยหลิงเท่านั้นที่ตกหลุมพราง แต่สมาชิกของสกายวิงคนอื่นก็ตกหลุมพรางของพวกมูนวอร์ดด้วยเช่นกัน

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ขยับนิ้วเข้าไปในแหวนมิติเพื่อหยิบตราอสูรคลั่ง เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันมันอยู่เหนือเกินกว่าการควบคุมของเขาแล้ว

***************

ตราอสูรคลั่งจะถูกมาใช้อีกครั้งจากตระกูลเดิม รอบนี้น่าจะไม่เหลือรอดแล้วจริง ๆ ว่าไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 815 แผนการใส่ร้ายสกายวิง

คัดลอกลิงก์แล้ว