เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 804 การใช้เงินมันเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ

ตอนที่ 804 การใช้เงินมันเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ

ตอนที่ 804 การใช้เงินมันเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ


ตอนที่ 804 การใช้เงินมันเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ

เซี่ยเฟยทำการคำนวณยอดเงินในบัญชีของเขาใหม่อีกครั้ง ซึ่งถ้าหากได้รวมเงินในบัญชีทั้งหมดหักจากเงินที่เขาจ่ายค่าประมูลดักแด้จักจั่นทองแดงไป มันก็ทำให้เขาเหลือเงินอยู่ประมาณ 980,000 คริสตัลเขียว

ตามกฎของการประมูลหากเขาประมูลสินค้าชิ้นไหนได้สำเร็จ เขาจะต้องจ่ายเงินทันทีอย่างน้อย 50% ของราคาประมูล และสามารถจ่ายเงินในส่วนที่เหลือย้อนหลังได้ภายใน 3 วัน ซึ่งกฎนี้เป็นกฎที่มีเอาไว้ให้สำหรับลูกค้าวีไอพีของบริษัทเท่านั้น ส่วนลูกค้าธรรมดาจำเป็นจะต้องจ่ายเงินทั้ง 100% ทันทีที่พวกเขาชนะการประมูล

ในแหวนมิติของเขามันยังมีอาวุธหลาย ๆ ชิ้นที่เขาไม่ได้ใช้แล้วเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น วิญญาณหวนหรือดาบดราก้อนสเกล เป็นต้น ซึ่งถ้าหากว่าเขาขายของที่ไม่จำเป็นทั้งหมดทิ้งไปรวม ๆ แล้วเขาก็น่าจะมีเงินอยู่ทั้งหมดประมาณ 1,055,000 คริสตัลเขียว

หลังจากคำนวณเซี่ยเฟยก็ตั้งราคาเอาไว้ภายในใจว่าเขาจะเสนอราคาออกไปเต็มที่ที่ 1 ล้านคริสตัลเขียว

“ราคาเริ่มต้นของต้นไม้แห่งชีวิตต้นนี้อยู่ที่ 50,000 คริสตัลเขียว หากใครต้องการที่จะได้รับอุปกรณ์ช่วยชีวิตชิ้นนี้ไป ก็ขอเชิญทุกท่านเสนอราคาเข้ามาได้เลยครับ” พิธีกรตะโกนออกไปเสียงดัง

“50,000!”

“60,000!”

“80,000!”

ราคาเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่เร็วมาก ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีมันก็ได้มีคนเสนอราคาเพิ่มขึ้นไปจนถึง 600,000 คริสตัลเขียวแล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อราคาเพิ่มมาจนถึง 600,000 คริสตัลเขียว มันก็เริ่มมีอาการชะงักอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่มีใครต้องการเสนอราคาเล่น ๆ อีกต่อไป ผู้ที่เสนอราคาหลังจากนี้ก็ควรจะเป็นผู้ที่ต้องการได้รับต้นไม้แห่งชีวิตจริง ๆ

เซี่ยเฟยเริ่มทำการเสนอราคาเป็นครั้งแรก โดยการเพิ่มราคาขึ้นไปจากเดิมอีก 100,000 คริสตัลเขียว

ฮือฮา!

ฝูงชนเริ่มตื่นตระหนกในทันที เพราะตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้มันยังไม่เคยมีใครเพิ่มราคาครั้งเดียวถึง 100,000 คริสตัลเขียวมาก่อน

ผู้คนเริ่มมองไปรอบ ๆ โดยหวังว่าพวกเขาจะพบกับคนที่กล้าเสนอราคาในระดับนี้ แต่โชคไม่ดีที่ถึงแม้จะมีคนพยายามค้นหาเซี่ยเฟยเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้เสนอราคาคือเซี่ยเฟยที่นั่งอยู่บนห้องรับแขกชั้น 2

การเพิ่มราคาแบบรวดเร็วเช่นนี้เป็นเทคนิคทางจิตวิทยา ที่จะทำให้ผู้คนเริ่มเกิดอาการลังเลอย่างรุนแรง ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักที่จะยอมแพ้ไป ส่วนผู้ที่ต้องการจะได้รับสินค้าชิ้นนี้จริง ๆ ก็จะเริ่มไม่มั่นใจว่าพวกเขาควรจะเสนอราคาต่อไปดีหรือเปล่า

ในไม่ช้ามันก็มีคนเสนอราคาเพิ่มขึ้นมาเป็น 710,000 คริสตัลเขียว แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยเพิ่มราคาขึ้นไปอีก 100,000 คริสตัลเขียวอีกครั้ง จนทำให้ราคาเพิ่มขึ้นไปจนถึง 810,000 คริสตัลเขียวแล้ว

“850,000!”

“950,000!”

ทันทีที่มีคนเสนอราคาเพิ่มเซี่ยเฟยก็จะเสนอราคาเพิ่มไปอีก 100,000 ด้วยเช่นกัน เพื่อพยายามตัดคู่แข่งทุกคนออกไปให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ตอนนี้สิ่งที่เซี่ยเฟยรู้สึกกลัวที่สุดคือศัตรูที่ยังไม่เปิดเผยตัว เพราะด้วยโมเมนตัมในปัจจุบันเขาก็กำลังมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทุกคนอย่างชัดเจน

ไม่ว่ายังไงสินค้าไฮไลท์ในงานประมูลครั้งนี้ก็ยังเหลืออีกหนึ่งชิ้น มันจึงทำให้มีผู้คนเป็นจำนวนมากเต็มใจที่จะสละต้นไม้แห่งชีวิตทิ้งไป เพื่อให้พวกเขามีโอกาสประมูลแข่งขันสินค้าชิ้นสุดท้าย ซึ่งถ้าหากว่าทุกคนไม่ได้กังวลเรื่องสินค้าชิ้นสุดท้าย ราคาของต้นไม้แห่งชีวิตมันก็คงจะเพิ่มขึ้นไปไกลมากกว่านี้

“ถ้าไม่มีใครเสนอราคาเพิ่มเติม ผมขอจบการประมูลต้นไม้แห่งชีวิตที่ราคา 950,000 คริสตัลเขียว” พิธีกรกล่าวถามขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเหวี่ยงค้อนลงไปบนแท่นเพื่อปิดการประมูล

เซี่ยเฟยนั่งลุ้นการตัดสินใจของทุกคนอยู่อย่างเงียบ ๆ เพราะถ้าหากว่ามันมีใครต้องการที่จะแข่งขันเพิ่มขึ้นมาอีกแม้แต่คนเดียว ในเวลานั้นเขาคงจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องยอมแพ้ไป

ปัก!

ในที่สุดค้อนไม้ก็ตีลงมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเซี่ยเฟยคือผู้ชนะการประมูลต้นไม้แห่งชีวิต

“เทคนิคการเสนอราคาของนายเด็ดขาดดีจริง ๆ” โอโร่กล่าวขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

“มันก็เป็นเพียงแค่กลยุทธ์การประมูลง่าย ๆ นอกจากนี้คุณคิดว่าต้นไม้แห่งชีวิตในราคา 950,000 คริสตัลเขียวเป็นราคาที่ถูกหรือแพง?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับยักไหล่

“ถูกสิ! ถูกมาก ๆ ด้วย เมื่อเทียบกับชีวิตราคาเท่าไหร่มันก็ถูกทั้งนั้นแหละ หากคนพวกนี้มีเวลาคิดอีกสักนิด พวกเขาจะต้องรู้สึกเสียใจแน่นอนที่ยอมปล่อยต้นไม้แห่งชีวิตมาให้กับนาย” โอโร่กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร เพราะการที่เขาได้รับต้นไม้แห่งชีวิตในครั้งนี้มันก็ถือว่าเป็นโชคชะตา ท้ายที่สุดการประมูลมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของจิตใจของผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องในระหว่างการประมูลด้วย

เซี่ยเฟยไม่เคยคาดคิดเลยว่าสินค้าไฮไลท์ชิ้นสุดท้ายของบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์จะเป็นหนึ่งในอาวุธมายาโบราณ

อาวุธมายาแบ่งออกเป็น 5 ธาตุได้แก่โลหะ, น้ำ, ดิน, ไฟและพืช โดยในบรรดา 5 เปลวไฟแห่งห้วงดาราก็ประกอบไปด้วยเพลิงผลาญ, อัคคีโศก, อัคนีโหยหวน, เถ้าเชือดเฉือนและลาวาละลายลักษณ์ ซึ่งเปลวไฟอันดับสุดท้ายของเปลวไฟทั้งห้านั่นก็คือลาวาละลายลักษณ์ ผู้ซึ่งเป็นเปลวไฟที่มีอำนาจในการเผาไหม้มากที่สุด

เปลวไฟดวงเล็ก ๆ ที่เปรียบเสมือนกับแสงเทียนถูกนำมาวางโชว์บนโต๊ะประมูล ซึ่งทันทีที่ทุกคนได้เห็นอาวุธมายาชิ้นนี้ ผู้ชมทุกคนก็รู้สึกหนาวเย็นราวกับว่าพวกเขากำลังอยู่ภายในถ้ำน้ำแข็ง

“อาวุธมายาธาตุพืชของนายขึ้นชื่อว่าเป็นอาวุธที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งมากที่สุด ขณะที่อาวุธมายาธาตุไฟขึ้นชื่อว่าเป็นอาวุธมายาที่มีพลังทำลายมากที่สุดด้วยเหมือนกัน แม้ว่าลาวาละลายลักษณ์จะเป็นอาวุธมายาธาตุไฟแต่มันก็มีคุณลักษณะหยินสุดขั้ว แทนที่เปลวไฟดวงนี้จะปล่อยความร้อนออกมา พลังที่กำเนิดขึ้นมาจากมันจึงกลายเป็นความเย็นสุดขั้วขึ้นมาแทน”

“โชคดีแล้วที่นายทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการประมูลต้นไม้แห่งชีวิต เพราะท้ายที่สุดนายก็มีอาวุธมายาธาตุพืชอยู่แล้ว แม้ว่านายจะประมูลได้ลาวาละลายลักษณ์ไป แต่อย่างมากที่สุดมันก็เป็นได้เพียงแค่เครื่องประดับสำหรับนายเท่านั้น” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าการตัดสินใจของเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว อาวุธมายาทุกชนิดต่างก็มีพลังเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เมื่อเซี่ยเฟยตัดสินใจเลือกทำสัญญากับอาวุธมายาธาตุใดธาตุหนึ่งแล้ว เขาก็จะไม่สามารถทำสัญญากับอาวุธมายาที่เหลืออีก 4 ธาตุได้อีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้หงส์ครามยังได้กลืนกินอาวุธมายาธาตุพืชเข้ามาแล้วอีกถึงสองชนิด มันจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องปล่อยอาวุธมายาชิ้นนี้ไปเพื่อไปทำสัญญากับอาวุธมายาชิ้นอื่น

การประมูลดำเนินไปอย่างดุเดือดและราคาสุดท้ายของลาวาละลายลักษณ์ก็จบลงด้วยราคา 3.4 ล้านคริสตัลเขียว ซึ่งมันก็เทียบเท่าได้กับรายได้ของตระกูลสกายวิงเป็นเวลาถึง 3 ปี!!

“ถ้าอาวุธมายาหนึ่งชิ้นมีราคา 3.4 ล้านคริสตัลเขียว มันก็หมายความว่าแขวนขวาของฉันมีราคามากกว่า 10 ล้านคริสตัลเขียวด้วยใช่ไหม?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ เมื่อได้เห็นราคาประมูลที่เกินกว่าจินตนาการของเขาไปไกล

“นั่นสินะ แขนขวาของนายน่าจะมีมูลค่ามากที่สุดในดินแดนกฎแล้ว เพราะมันเป็นสถานที่สิงสถิตของอาวุธมายาที่หลอมรวมกันมาแล้วถึงสามชิ้น” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“โถ่เอ้ย! นี่ถ้าหากฉันรู้ว่าลาวาละลายลักษณ์จะแพงขนาดนั้น ฉันคงจะทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการประมูลต้นไม้แห่งชีวิตแล้ว ฉันอุตส่าห์เตรียมเงินมาตั้ง 1.7 ล้านคริสตัลเขียว แต่มันกลับกลายเป็นว่าฉันไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปเลย”

“ทำใจเถอะ คราวนี้ฉันก็เอาเงินมา 2.9 ล้านคริสตัลเขียวด้วยเหมือนกัน แต่สุดท้ายฉันก็ยังเอาเงินมาไม่มากพอ”

หลังจากฟังเสียงบ่นของผู้ที่กำลังเดินออกไปจากงานประมูล เซี่ยเฟยก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะท้ายที่สุดผู้ที่ได้รับชัยชนะจากการประมูลลาวาละลายลักษณ์ก็มีอยู่เพียงแค่คนเดียว คนส่วนใหญ่จึงล้วนแล้วแต่กลับบ้านของพวกเขาไปด้วยความผิดหวัง

หลังจากจัดการชำระเงินค่าดักแด้จักจั่นทองแดงและต้นไม้แห่งชีวิตเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เดินออกไปยังลานกว้างด้านนอกเพื่อเตรียมใช้เข็มทิศมิติเดินทางกลับ

แม้ว่างานประมูลในครั้งนี้เขาจะได้รับสมบัติล้ำค่ากลับไปถึงสองชิ้น แต่มันก็ทำให้เขาต้องจ่ายเงินออกไปในราคามหาศาลด้วยเช่นกัน เงินนับล้านคริสตัลเขียวที่มีอยู่ในก่อนหน้านี้จึงลดลงมาเหลือเพียง 20,000 คริสตัลเขียวกับ 3.7 ล้านคริสตัลเหลืองเท่านั้น

ชายหนุ่มจึงแอบคิดภายในใจว่าการใช้เงินมันเป็นสิ่งที่ง่ายดายแตกต่างจากการหาเงินที่ยากลำบากซะจริง ๆ

“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องคิดหาวิธีใหม่ในการหาเงินแล้วสินะ” เซี่ยเฟยพึมพำบอกกับตัวเอง

“นายจะบ่นไปทำไม? ราคาของดักแด้จักจั่นทองแดงกับต้นไม้แห่งชีวิตที่นายได้รับมาถือว่าถูกมากแล้ว ฉันพนันได้เลยว่าถ้าไม่ใช่เพราะมันมีลาวาละลายลักษณ์เป็นสินค้าชิ้นสุดท้าย นายก็ไม่มีทางได้ต้นไม้แห่งชีวิตมาในราคานี้เป็นอันขาด” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยยักไหล่โดยไม่พูดอะไรตอบกลับไป

“นั่นนายจะไปไหน?” โอโร่ถามอย่างสงสัย เมื่อได้เห็นสถานที่ปลายทางของประตูมิติไม่ใช่สวนสายลม

เซี่ยเฟยยังคงไม่ตอบคำถามก่อนที่เขาจะเข้าไปในประตูมิติ และปรากฏตัวขึ้นมายังดาวดวงไหนสักแห่งที่ไม่มีความเจริญอยู่ในระยะสายตาของพวกเขาเลย

“นี่มันแดนเนรเทศ นายมาทำอะไรที่นี่?” โอโร่กล่าวถามขึ้นมาด้วยความสับสน

เซี่ยเฟยหยิบดักแด้จักจั่นทองแดงและต้นไม้แห่งชีวิตออกมาจากแหวนมิติอย่างใจเย็น จากนั้นเขาก็ใช้บลัดบิวเทียสสะบัดออกไปเบา ๆ เพื่อทำลายโลหะขนาดเล็ก 2 ชิ้นที่ติดอยู่กับสินค้าที่เขาเพิ่งได้รับมา

“พวกเราถูกติดตามจากพวกบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่จะเก็บสินค้าทั้งสองเข้าไปในแหวนมิติอีกครั้ง

โอโร่ถึงกับพูดอะไรไม่ออกอยู่พักหนึ่ง เพราะเขาไม่คิดว่าสินค้าทั้งสองชิ้นที่พวกเขาได้รับมาจะถูกติดเครื่องติดตามอยู่แบบนี้ เซี่ยเฟยจึงเดินทางมายังแดนเนรเทศก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหลอกให้พวกบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์รู้สึกสับสน ก่อนที่จะกลับไปยังสวนสายลมในภายหลัง

“ตอนส่งมอบสินค้าพวกคนจากบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ค่อนข้างที่จะลุกลี้ลุกลนอยู่บ้าง นอกจากนี้พวกเขายังยอมให้ผมใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ในการชำระเงินแทนคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ซึ่งในฐานะของนักธุรกิจแล้ว พฤติกรรมของพวกเขาเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

แน่นอนว่าผู้ที่สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาย่อมไม่พ้นโจวเสี่ยวหมาน เพราะเธอคือคนที่ถูกเซี่ยเฟยไล่ออกไปจากห้องรับแขก เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อสืบว่าชายหนุ่มคนนี้คือใครกันแน่ แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยมีสายตาที่เฉียบคมมากจนเกินไป แผนการง่าย ๆ ของเธอจึงใช้ไม่ได้ผลกับคนที่เจ้าเล่ห์แบบเขา

เซี่ยเฟยขยับแขนขาเล็กน้อยคล้ายกับว่าเขากำลังจะยืดเส้นยืดสาย จากนั้นเขาก็รวบรวมพลังของกฎแห่งความโกลาหลเอาไว้ภายในมือเพื่อตั้งใจจะสั่งสอนบทเรียนให้กับโจวเสี่ยวหมาน

ไม่กี่นาทีต่อมาประตูมิติก็ถูกเปิดออกในพื้นที่ไม่ห่างจากชายหนุ่มมากนัก ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ได้ใช้เข็มทิศมิติติดตามเขามาด้วย

ฝ่ามือคู่ฤดูใบไม้ร่วง!

กฎแห่งความโกลาหลมีพลังที่สามารถล้มล้างกฎของผู้อื่นได้ และแม้แต่ประตูมิติก็ยังไม่สามารถรอดพ้นไปจากพลังการล้มล้างของกฎปริศนาอย่างกฎแห่งความโกลาหลด้วย

ชายหนุ่มผลักฝ่ามือเข้าใส่ประตูมิติอย่างรุนแรงก่อนที่คนทางด้านในจะเดินออกมา ซึ่งการส่งพลังของกฎแห่งความโกลาหลเข้าไปมันย่อมทำให้ประตูมิติเกิดความปั่นป่วน ส่วนเรื่องที่ว่าคนในประตูจะถูกส่งตัวไปที่ไหนเรื่องนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องเก็บมาใส่ใจแล้ว

ผู้ที่อยู่ในประตูคือคนที่ได้รับคำสั่งจากโจวเสี่ยวหมานให้แอบติดตามเซี่ยเฟยไปอย่างใกล้ชิด แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพวกเขาตายได้ยังไง

โจวเสี่ยวหมานมองออกไปยังวิวภูเขาและแม่น้ำบนห้องในบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์อย่างหงุดหงิด หลังจากที่เธอได้รับข่าวว่าทีมติดตามถูกจัดการไปแล้ว

“ตำแหน่งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวอยู่ที่ไหน?” โจวเสี่ยวหมานกล่าวถามด้วยความโกรธ

“ที่แดนเนรเทศครับ” หลินปิงกล่าวตอบอย่างหดหู่ เพราะในคราวนี้บริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ได้สูญเสียราชากฎไปถึงสามคน ซึ่งมันก็ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่พวกเขาไม่ได้รับอะไรตอบแทนกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว

“แดนเนรเทศ? ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่ฉันได้คาดการณ์เอาไว้จริง ๆ ว่าไอ้พวกสารเลวนั่นไม่มีทางอยู่ในดินแดนกฎอย่างแน่นอน รีบส่งคนเข้าไปในแดนเนรเทศเพิ่มเติมเดี๋ยวนี้ ฉันอยากจะรู้ว่ามันเป็นใครและมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ถึงได้มุ่งเป้ามาที่บริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ของเรา” โจวเสี่ยวหมานกล่าวด้วยสีหน้าที่ขุ่นเคือง

แม้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างที่เธอไม่คาดคิด แต่เธอก็ยังคงเชื่อการอนุมานแบบผิด ๆ ของเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย ใครจะไปรู้ว่าในระหว่างที่เธอส่งคนไปตามหาชายหนุ่มในแดนเนรเทศ เซี่ยเฟยกลับกำลังนอนอาบน้ำอุ่นอย่างสบายใจในสวนสายลมตั้งนานแล้ว

***************

เฮ้อ! เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจมากเป็นเรื่องที่ดีถ้าไม่อนุมานแล้วผิดอ่ะเน๊าะ จะได้เจอพี่เฟยอีกไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 804 การใช้เงินมันเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว