เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 803 สินค้าไฮไลท์

ตอนที่ 803 สินค้าไฮไลท์

ตอนที่ 803 สินค้าไฮไลท์


ตอนที่ 803 สินค้าไฮไลท์

หลังจากดักแด้จักจั่นทองแดงปรากฏขึ้นมาในงานประมูล ผู้คนก็ดูที่จะไม่ค่อยกระตือรือร้นกับสินค้าชิ้นนี้มากนัก ราคาของมันจึงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาจนถึง 24,000 คริสตัลเขียวเพียงเท่านั้น

“ลองดูรูปร่างของมันสิ ถ้าหากว่าใครเอาวัตถุดิบชิ้นนี้ไปหลอม มันคงจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่ ๆ”

“ถึงแม้รูปร่างของมันจะบิดเบี้ยวไปหน่อย แต่สีของมันก็บ่งบอกว่ามันคือดักแด้จักจั่นทองแดงที่มีคุณภาพสูงสุดนะ”

“ใครอยากลองก็ลองไปเถอะ ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่กล้าลองกับอะไรแบบนี้ ไม่อย่างนั้นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมามันก็คงจะทำให้วัตถุดิบทุกอย่างเสียหายไปพร้อม ๆ กันหมด”

เซี่ยเฟยส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ หลังจากที่เขาแอบฟังบทสนทนาจากผู้คนในชั้นที่ 1

แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกหวาดกลัวรูปร่างอันบิดเบี้ยวของดักแด้จักจั่นทองแดงชิ้นนี้ แต่เซี่ยเฟยกลับไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย

ย้อนกลับไปในครั้งล่าสุดที่เขาใช้ค้อนรวมศูนย์ในการหลอมบลัดบิวเทียสขึ้นมาใหม่ มันก็มีการใช้กฎแห่งความโกลาหลจนทำให้กระบวนการหลอมเกิดความผิดปกติขึ้นมาด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามกระบวนการหลอมรวมในครั้งนั้นมันก็ทำให้เขาได้รับอาวุธชั้นยอดกลับมาในวันนี้ เขาจึงไม่มีความกลัวต่อความปั่นป่วนในระหว่างการหลอมรวมเลยแม้แต่นิดเดียว

ทุกสิ่งมีราคาที่จะต้องแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ และถ้าหากว่าเขาต้องการอาวุธที่ดีที่สุดในจักรวาล ในบางครั้งเขาก็จำเป็นจะต้องเสี่ยงจนสุดทางด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าการใช้ดักแด้จักจั่นทองแดงที่บิดเบี้ยวชิ้นนี้จะทำให้ผลลัพธ์มันออกมาเป็นยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสามารถยืนยันได้คือผลลัพธ์จากการหลอมรวมจะต้องก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่ซ้ำใครในจักรวาลอย่างแน่นอน

“40,000 คริสตัลเขียว! มีใครเสนอราคามากกว่านี้ไหมครับ? อย่าลืมว่านี่คือดักแด้จักจั่นทองแดงตัวเร่งปฏิกิริยาที่ดีที่สุดในกระบวนการหลอมสิ่งประดิษฐ์” พิธีกรตะโกนขึ้นมาเสียงดังคล้ายกับว่าเขาไม่พอใจที่ได้เห็นราคาแค่ 40,000 คริสตัลเขียวเพียงเท่านั้น

เซี่ยเฟยใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะป้อนตัวเลขลงไปในเครื่องเสนอราคา

“50,000 คริสตัลเขียว มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?” สีหน้าของพิธีกรดูดีขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม คล้ายกับว่าราคาของเซี่ยเฟยเป็นราคาที่ทำให้บริษัทได้รับกำไรแล้ว

ชายหนุ่มตรวจดูคู่แข่งอย่างรวดเร็วและเขาก็ได้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ต่างก็ส่ายหัวขึ้นมาพร้อม ๆ กัน ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าราคา 50,000 คริสตัลเขียวเกินกว่างบประมาณที่พวกเขาได้ตั้งเอาไว้แล้ว คู่แข่งของเซี่ยเฟยจึงเหลือเพียงชายชราร่างผอมที่นั่งอยู่ชั้นแรกใกล้ ๆ กับเวทีประมูลเท่านั้น

ชายชราร่างผอมขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่เขาจะกดตัวเลขลงไปบนเครื่องเสนอราคาอย่างไม่เต็มใจ เพื่อเพิ่มราคาออกไปอีก 5,000 ทำให้ราคาการประมูลเพิ่มขึ้นมาเป็น 55,000 คริสตัลเขียว

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเสนอราคาเพิ่มเข้าไปอีก 10,000 คริสตัลเขียวอย่างไม่ลังเล เพราะเขาต้องการที่จะทำให้ชายชราคนนั้นตัดใจให้ได้อย่างฉับพลัน แน่นอนว่าการเสนอราคาครั้งนี้ก็ได้ทำให้ชายชราถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“65,000 คริสตัลเขียว ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับดักแด้จักจั่นทองแดงชิ้นนี้ไปด้วยครับ” พิธีกรยกค้อนขึ้นมาทุบเสียงดัง พร้อม ๆ กับดักแด้จักจั่นทองแดงที่ถูกส่งตรงไปให้กับเซี่ยเฟย

“เขาบ้าไปแล้วหรือยังไง? ถึงประมูลดักแด้จักจั่นทองแดงเบี้ยว ๆ ไปด้วยราคาสูงขนาดนั้น”

“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าคนบ้าแบบนั้นมันเป็นใคร? บางทีฉันอาจจะเอาของอย่างอื่นไปขายให้กับเขาได้”

ผู้ชมคนอื่น ๆ เริ่มพูดจาถากถางเซี่ยเฟยอย่างดูถูก แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ให้ค่ากับคนพวกนั้นมากนัก ท้ายที่สุดความมหัศจรรย์ของกฎแห่งความโกลาหลนั่นก็คือการพลิกสถานการณ์เปลี่ยนดำให้เป็นขาว บางทีด้วยพลังของกฎที่ลึกลับกฎนี้ มันก็อาจจะทำให้ดักแด้จักจั่นทองแดงที่บิดเบี้ยวให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าปกติออกมาก็ได้

แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เขาคิดมันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา และมันก็คงจะไม่รู้ว่าความจริงจะเป็นยังไงจนกว่ากระบวนการหลอมรวมจะแล้วเสร็จขึ้นมาจริง ๆ

เมื่อการประมูลดำเนินไปจนถึงช่วงเย็น พวกเขาก็มีการพักเบรกเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้พักผ่อน และทานอาหารเย็นก่อนที่จะเริ่มการประมูลรอบใหม่ในช่วงหัวค่ำ

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะได้รับดักแด้จักจั่นทองแดงตามที่เขาต้องการแล้วแต่เขาก็ยังไม่ไปไหน เพราะสินค้าที่ดีจริง ๆ มักจะถูกเก็บไว้ประมูลในช่วงท้ายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจรอดูจนจบงานว่าสมบัติชิ้นไหนที่สามารถดึงดูดบุคคลสำคัญให้มารวมตัวกันได้ถึงขนาดนี้

“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าสินค้าไฮไลท์ 3 ชิ้นของงานวันนี้มันจะเป็นอะไร?”

“ดูนั่น! สินค้าไฮไลท์ชิ้นแรกถูกปล่อยออกมาแล้ว ที่แท้มันก็คือโดมกระจกหลากสีนี่เอง”

ฮือฮา!

เหล่าบรรดาฝูงชนต่างก็ส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะโดมกระจกหลากสีเป็นอุปกรณ์ป้องกันที่มีความคล้ายคลึงกับ โดมป้องกันของตระกูลมูนวอร์ดที่ใช้ในการปกป้องสวนเชอรี่ของพวกเขา แน่นอนว่าโดมกระจกหลากสีที่ถูกวางไว้ในช่วงท้ายของงานประมูลในครั้งนี้ มันย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าโดมป้องกันของตระกูลมูนวอร์ดอย่างแน่นอน

ราคาเริ่มต้นของโดมกระจกหลากสีถูกตั้งเอาไว้สูงถึง 50,000 คริสตัลเขียว และราคาสุดท้ายที่ถูกประมูลออกไปก็จบลงที่ 550,000 คริสตัลเขียวเลยทีเดียว ซึ่งเซี่ยเฟยก็ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมากจริง ๆ

เงินจำนวนนี้ถือได้ว่าเป็นเงินจำนวนเทียบเท่ากับรายได้ของตระกูลชั้นยอดตลอดทั้งปี และที่สำคัญคือพวกเขาจะต้องจ่ายด้วยคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5

ผู้ที่ได้รับโดมกระจกหลากสีไปเป็นชายวัยกลางคน ซึ่งในระหว่างที่ค้อนประมูลถูกตีลงมาเป็นครั้งสุดท้าย เซี่ยเฟยได้เห็นเม็ดเหงื่อที่ชุ่มโชกไปทั่วทั้งร่างของชายคนนี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ซึ่งมันก็หมายความว่าอีกฝ่ายน่าจะเดิมพันจนหมดตัว และรอลุ้นว่าเขาจะสามารถเอาชนะการประมูลในครั้งนี้ได้หรือไม่

“ทำไมนายถึงไม่ประมูลโดมกระจกหลากสีไปล่ะ? ถึงนายจะเก็บเงินเอาไว้มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ อย่างน้อยถ้านายได้โดมกระจกหลากสีมา มันก็จะช่วยเสริมการป้องกันให้กับตระกูลของนายมากพอสมควร” โอโร่กล่าวอย่างผิดหวังเล็กน้อยที่เซี่ยเฟยไม่ได้ให้ความสนใจโดมกระจกหลากสีเลย

“ถึงแม้ว่าโดมกระจกหลากสีจะดีแต่มันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับผมเท่าไหร่ อีกอย่างสินค้าชิ้นนี้ยังเป็นเพียงแค่สินค้าไฮไลท์ชิ้นแรก ถ้าหากว่ามันมีสินค้าชิ้นไหนที่เป็นประโยชน์กับผมจริง ๆ ตอนนั้นผมย่อมไม่ลังเลที่จะจ่ายเงินทั้งหมดออกไปอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

หลังจากพิธีกรรู้สึกตื่นเต้นกับเงินจำนวนมหาศาลที่บริษัทได้รับจากการขายโดมกระจกหลากสี เขาก็เริ่มประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง

“เอาล่ะครับ สินค้าชิ้นนี้คือสินค้าชิ้นรองสุดท้ายของการประมูลในวันนี้แล้ว ขอเชิญทุกท่านได้พบกับต้นไม้แห่งชีวิต”

“ต้นไม้แห่งชีวิต!”

“บริษัทการค้าแคนเดิลไลท์เอาต้นไม้แห่งชีวิตออกมาประมูลจริง ๆ เหรอ?!”

“ต้นไม้แห่งชีวิตมันคืออะไร?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย หลังจากที่ได้เห็นอาการตกตะลึงของทุกคน

“ต้นไม้แห่งชีวิตคือของวิเศษที่จะทำให้นักรบมีโอกาสเกิดใหม่เป็นครั้งที่ 2 สมมุติว่านายต้องไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งมากที่นายไม่สามารถจะต่อสู้หรือวิ่งหนีได้ ในเวลานั้นต้นไม้แห่งชีวิตมันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้นายรอดพ้นมาจากความตาย”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่นายใช้งานต้นไม้แห่งชีวิต นายจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งของต้นไม้แห่งชีวิตในทันที และตัวนายที่อยู่ในสนามรบก็จะถูกแทนที่ด้วยต้นไม้แห่งชีวิตด้วยเช่นกัน ศัตรูจะคิดว่าพวกมันได้สังหารนายไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่พวกเขาสังหารเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้น นายก็จะสามารถหนีรอดไปจากอันตรายและสามารถเตรียมมาตรการโต้ตอบจากมุมมืดได้โดยศัตรูไม่รู้ตัว”

ในระหว่างที่โอโร่กำลังอธิบายอยู่นั้น พื้นของเวทีการประมูลก็ค่อย ๆ เปิดออกพร้อมกับต้นอ่อนสีเขียวที่ค่อย ๆ ถูกยกขึ้นมาจากลิฟต์ใต้ดิน

ต้นไม้ต้นนี้ยังเป็นเพียงต้นกล้าที่ไม่ค่อยแข็งแรงมากเท่านั้น แต่ทั่วทั้งต้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูขาวอันสวยงาม และทำให้บรรยากาศดูมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอย่างฉับพลัน

เมื่อต้นไม้แห่งชีวิตถูกโชว์ขึ้นมาบนเวที ฝูงชนก็เริ่มส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง และมันก็มีผู้เข้าร่วมการประมูลบางคนถึงกับส่งเสียงกรีดร้องออกมา

“นั่นคือต้นอ่อนของต้นไม้แห่งชีวิต ตราบใดก็ตามที่นายทำพันธสัญญากับมันและปลูกมันเอาไว้ในที่ที่นายคิดว่าปลอดภัย มันก็จะกลายเป็นหุ่นเชิดที่ดีที่สุดที่จะเข้ามามาช่วยชีวิตนายในยามอันตราย” โอโร่กล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“มันคือชีวิตที่ 2 ของนักรบสินะ” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“ใช่แล้ว ต้นไม้แห่งชีวิตไม่เพียงแต่จะให้ชีวิตใหม่กับนายเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้นายมีเวลาเตรียมมาตรการตอบโต้ศัตรูได้อีกด้วย เรียกได้ว่าต้นไม้ต้นนี้คือเครื่องมือที่ช่วยให้นายแก้แค้นได้ดีที่สุดชิ้นหนึ่งในจักรวาลเลยก็ได้” โอโร่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อชายหนุ่มสำรวจท่าทางของฝูงชน เขาได้พบว่าคนพวกนี้ไม่ได้คิดถึงการปรากฏตัวของต้นไม้แห่งชีวิตด้วยเช่นกัน คล้ายกับว่าทุกคนเตรียมเงินมาประมูลสินค้าไฮไลท์ชิ้นสุดท้าย แต่ต้นไม้แห่งชีวิตได้ปรากฏขึ้นมาขัดขวางแผนการของพวกเขาเอาไว้เสียก่อน

ท้ายที่สุดทุกคนก็มีเงินในเมื่ออยู่อย่างจำกัด ถ้าหากว่าพวกเขาต้องการประมูลเพื่อแย่งชิงต้นไม้แห่งชีวิต มันก็หมายความว่าพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้ในการประมูลสินค้าชิ้นสุดท้ายอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้เข้าร่วมการประมูลหลาย ๆ คนจึงรู้สึกลังเลว่าพวกเขาควรจะประมูลแย่งชิงต้นไม้แห่งชีวิตดีหรือเปล่า

ความลังเลของคนเหล่านี้ทำให้เซี่ยเฟยมองเห็นโอกาสด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อพิจารณาจากท่าทางของทุกคนในก่อนหน้านี้แล้ว มันก็หมายความว่าเขาไม่มีทางแข่งขันแย่งชิงสินค้าชิ้นสุดท้ายได้อย่างแน่นอน แต่การที่ทุกคนต้องการที่จะได้รับสินค้าชิ้นสุดท้าย มันก็หมายความว่าจะมีคนเข้ามาแข่งขันแย่งชิงต้นไม้แห่งชีวิตกับเขาน้อยลง

นี่คือโอกาส!!

อุปกรณ์ที่จะช่วยให้เขามีชีวิตที่ 2 ได้ย่อมเป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยต้องการอย่างแน่นอน เขาจึงถืออุปกรณ์เสนอราคาเอาไว้แน่นพร้อมกับเริ่มคำนวณเงินในบัญชีว่าเขามีเงินอยู่จำนวนเท่าไหร่กันแน่

***************

ไม่หมดตัวกับดักแด้ก็หมดตัวกับต้นไม้สินะ นึกว่าจะรอดแล้วเชียว

จบบทที่ ตอนที่ 803 สินค้าไฮไลท์

คัดลอกลิงก์แล้ว