เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 749 การประลองคู่สุดท้าย

ตอนที่ 749 การประลองคู่สุดท้าย

ตอนที่ 749 การประลองคู่สุดท้าย


ตอนที่ 749 การประลองคู่สุดท้าย

กลุ่มมังกรฟ้าได้เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในครั้งนี้เป็นอย่างดี หลังจากการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่ายสิ้นสุดลง เซี่ยเทียนที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยแผลก็ถูกอุ้มเข้ามาปฐมพยาบาลเพื่อเริ่มการรักษา

ผลกระทบของการฝืนใช้เทคนิคผสานกฎเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ถึงแม้ว่าทีมแพทย์จะรักษาอาการบาดเจ็บของเซี่ยเทียนแล้ว แต่เลือดก็ยังคงไหลซึมออกมาจากใต้ผ้าพันแผล ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บของเขาร้ายแรงมากแค่ไหน

เซี่ยเทียนหยิบแว่นตาขอบสีทองออกมาจากแหวนมิติด้วยความยากลำบาก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ยกแว่นขึ้นไปสวมบนใบหน้าตามเดิม

“ท่านผู้นำ…” เซี่ยเทียนกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

“นายไม่ได้แพ้ เซียงอู๋เฉิงเจ็บหนักมากกว่านายซะอีก” เซี่ยบูหยุนกุมข้อมือของเซี่ยเทียนเอาไว้ และตอบกลับไปให้รุ่นน้องของเขารักษาตัวอย่างสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม

“ดีแล้วที่ผมไม่ได้ทำให้สกายวิงต้องเสียหน้า” เซี่ยเทียนกล่าวด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

เซี่ยเฟยชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าชายชราตรงหน้าเห็นความสำคัญของตระกูลมากกว่าอาการบาดเจ็บของตัวเอง

เซี่ยเทียนไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับความพ่ายแพ้ แต่เขายังนำความภาคภูมิใจมาสู่ตระกูลสกายวิงด้วยซ้ำ เพราะแต่เดิมระดับพลังของเซียงอู๋เฉิงก็สูงกว่าเขาอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังได้ใช้น้ำยาพิเศษอะไรบางอย่างที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้เป็นอย่างมาก การที่เซี่ยเทียนสามารถสู้เสมอกับเซียงอู๋เฉิงได้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจโดยแท้จริง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาถอดแว่นออกมาก็เป็นช่วงเวลาที่เหล่าบรรดาผู้ชมคงจะจำติดตาไปอีกนาน

หน่วยแพทย์ของตระกูลสกายวิงรีบเข้ามารับตัวเซี่ยเทียนไปรักษาต่ออย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้ากลับไปรักษาตัวที่สวนสายลม

“ท่านผู้นำ พวกเราพอแค่นี้เถอะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นกลุ่มมังกรฟ้าหรือตระกูลมูนวอร์ด พวกเราก็แค่ต้องฆ่าพวกมันให้หมด” เซี่ยจงไห่กล่าวขึ้นมาอย่างเดือดดาลเมื่อเขาได้เห็นเซี่ยเทียนได้รับบาดเจ็บ

“ใช่ พวกเราไปฆ่าพวกมันกันเถอะ”

“ใครก็ตามที่กล้ามาหยุดพวกเรา พวกเราก็แค่ต้องฆ่าพวกมันไม่ให้มาขวางทาง”

อาการบาดเจ็บของเซี่ยเทียนทำให้นักรบสกายวิงทุกคนรู้สึกโกรธมาก และพวกเขาก็ไม่ต้องการที่จะยืนรออยู่เฉย ๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว

ท้ายที่สุดการแข่งขันครั้งนี้มันก็ไม่ต่างกับจบลงแล้ว เพราะการประลองรอบสุดท้ายเป็นการประลองระหว่างเซี่ยเฟยกับเซียงจินเฉิง แน่นอนว่ามันคงจะไม่มีใครคิดว่าราชากฎขั้นแรกจะสามารถเอาชนะจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 ได้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความหงุดหงิดของสมาชิกภายในตระกูลของตัวเอง เซี่ยบูหยุนก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมาในทันที เพราะบรรพบุรุษได้บอกกับเขาเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ถ้าหากสถานการณ์เริ่มเลวร้ายพวกเขาสามารถกลับไปใช้แผนการดั้งเดิมได้ทันที และถึงแม้ว่าในเวลานั้นสกายวิงจะถูกขับไล่ออกจากกลุ่มดาวม้าขาว แต่พวกเขาก็คงจะทำให้ตระกูลมูนวอร์ดไม่สามารถที่จะกลับมาตั้งหลักได้อีกเลย

ขณะเดียวกันสมาชิกของตระกูลสกายวิงทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่รักอิสระ ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนแต่พวกเขาก็ยังมั่นใจว่าสกายวิงจะยังคงรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนได้เช่นเดิม

ปัญหาก็คือถ้าหากพวกเขาสร้างปัญหาในกลุ่มดาวม้าขาว บรรพบุรุษของพวกเขาที่อยู่ในเผ่าเทพก็คงจะถูกลากเข้ามาสู่เรื่องเดือดร้อนในคราวนี้ด้วยเช่นกัน และถ้าหากว่าพวกคนจากเบื้องบนสร้างความรำคาญให้กับบรรพบุรุษมาก ๆ มันก็มีแนวโน้มที่บรรพบุรุษของพวกเขาจะเริ่มทำสงครามกับคนทั้งเผ่าเทพได้ด้วยเหมือนกัน

ผลกระทบของการตัดสินใจในครั้งนี้กว้างมากจนทำให้เซี่ยบูหยุนยากที่จะตัดสินใจอย่างเด็ดขาดได้

“ทุกคนตอนนี้มันถึงเวลาประลองของผมแล้ว ถ้าหากว่าใครมีอะไรจะเสนอช่วยรอหลังจากการประลองของผมจบลงได้ไหม?” จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ลุกขึ้นมากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

นักรบสกายวิงทุกคนต่างก็ชะงักค้างไป เพราะถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีพลังที่แตกต่างกันมาก แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงยืนยันว่าเขาจะเดินลงไปในสนามประลอง ซึ่งมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มคนนี้ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้ปรากฏขึ้นมาในหัวของเขาด้วยเหมือนกัน

“อย่าเลย ถ้าหากว่านายลงไปประลองกับเซียงจินเฉิง มันก็ไม่ต่างไปจากการที่นายพยายามจะฆ่าตัวตาย” เซี่ยจงไห่กล่าวพร้อมกับส่ายหัวอย่างแรง

“ใช่ นายไม่จำเป็นจะต้องเอาตัวลงไปเสี่ยงแบบนั้นหรอก แล้วมันก็เป็นหน้าที่ของคนรุ่นเก่าอย่างพวกเราที่จะต้องปกป้องคนรุ่นใหม่อย่างนายต่างหาก”

สกายวิงมีชื่อเสียงในด้านการปกป้องสมาชิกของตระกูล ดังนั้นทุกคนจึงปฏิเสธที่จะให้เซี่ยเฟยลงไปประลองในทันที

“เงียบ! ผมจะสู้หรือไม่สู้มันก็เรื่องของผม ในเมื่อก่อนหน้านี้ผมตัดแขนเซียงอู๋เฉิงได้แล้วทำไมผมจะฆ่าเซียงจินเฉิงไม่ได้ แม้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วผมจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่หลังจากที่ผมได้ใช้คริสตัลต้นกำเนิดขั้นที่ 5 จากศูนย์ฝึกสายลมไป 14,000 ก้อน มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอีกต่อไป!!” เซี่ยเฟยตะโกนออกมาอย่างดุเดือด

เหล่าบรรดานักรบสกายวิงทุกคนต่างก็รู้สึกตกตะลึง เพราะในฐานะที่พวกเขาอาวุโสกว่าชายหนุ่มมันจึงไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเฟยจะกล้าพูดกับพวกเขาแบบนี้

ทันทีที่พูดจบลงชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้อง ขณะที่ทุกคนยังคงรู้สึกตกใจจนไม่มีใครเข้าไปห้ามเซี่ยเฟยเอาไว้เลยแม้แต่คนเดียว

“เมื่อกี้มันบอกให้ฉันเงียบใช่ไหม?” เซี่ยจงไห่ชี้นิ้วไปที่ตัวเองด้วยความสับสน

“มันก็น่าจะเป็นแบบนั้นนะ”

“อย่าว่าแต่นายเลย ฉันว่าแม้แต่ท่านผู้นำก็ถูกเขาดุด้วย…”

“เอ่อ…”

“สมแล้วที่เขามีสายเลือดของสกายวิง” เซี่ยอู๋เย่กล่าวพร้อมกับตบไหล่เซี่ยจงไห่เบา ๆ

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ทุกคนพูดไม่ออกอย่างแท้จริง ท้ายที่สุดตระกูลสกายวิงก็เป็นที่รู้จักในนามตระกูลของคนบ้า แต่ใครมันจะไปคิดว่าเซี่ยเฟยจะเป็นพวกบ้ามากกว่าคนบ้าทุกคนที่อยู่ในตระกูลแบบนี้

“ท่านผู้นำ พวกเราควรจะทำยังไงดี?”

“เซี่ยเฟยตัดสินใจไปแล้ว พวกเราก็ควรเคารพการตัดสินใจของเขา แต่ถ้าหากว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นพวกเราจะเริ่มกวาดล้างตระกูลมูนวอร์ดในทันที” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“พวกสกายวิงบ้าไปแล้วเหรอถึงส่งเซี่ยเฟยออกมาสู้กับเซียงจินเฉิงแบบนี้?” ผู้ชมคนหนึ่งอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

ความต่างชั้นของทั้งสองฝ่ายไม่ต่างไปจากการประลองในคู่แรก และเมื่อเซี่ยเฟยปรากฏตัวในสนามรบ มันก็ทำให้ทุกคนนึกถึงภาพที่เซี่ยบูหยุนสังหารหยูฮัวด้วยการเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียว

ดาวเคราะห์ดวงเดิมได้ถูกทำลายล้างจากการปะทะระหว่างจักรพรรดิกฎทั้งสองคนแล้ว สนามรบจึงเปลี่ยนเป็นดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีความแห้งแล้งมากขึ้นกว่าเดิม บนพื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยหินสีดำและมันก็ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใด ๆ บนดาวเคราะห์ดวงนี้เลยด้วยซ้ำ

“อย่าลืมว่าเมื่อเดือนที่แล้วเซี่ยเฟยเสมอกับเซียงอู๋เฉิงได้ และสามารถตัดแขนข้างหนึ่งของเซียงอู๋เฉิงได้ด้วยซ้ำ บางทีพวกสกายวิงอาจจะเชื่อมั่นในตัวของเซี่ยเฟยมาก ๆ เลยก็ได้”

“แต่คู่ประลองของเขาในคราวนี้คือเซียงจินเฉิงนะไม่ใช่เซียงอู๋เฉิง แม้ว่าในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเซี่ยเฟยจะพัฒนาไปมาก แต่มันก็ไม่มีทางที่เขาจะขึ้นมาเทียบชั้นกับเซียงจินเฉิงได้”

ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเฟยจะได้รับชัยชนะในการประลองรอบนี้เลย เซียวรั่วหยูกับมู่ฟู่ผิงที่ซ่อนตัวอยู่ภายในฝูงชนจึงเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้แม้แต่จักจั่นขาวจากตระกูลสโนว์ดริฟท์ก็รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน เพียงแต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องกังวลเรื่องของคนที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนด้วย

“ฉันได้รับอิทธิพลมาจากเซียวรั่วหยูงั้นเหรอ?” จักจั่นขาวพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

เซียงจินเฉิงเคลื่อนที่ลงไปในสนามรบอย่างตื่นเต้น โดยเฉพาะเมื่อเซี่ยเฟยกล้าที่จะออกมาเผชิญหน้ากับเขา มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่สามารถจะอธิบายได้ ท้ายที่สุดชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย เซี่ยเฟยจึงกลายเป็นศัตรูที่เซียงจินเฉิงรู้สึกเกลียดชังมากที่สุดในชีวิตของเขาเลย

“แกคือเซี่ยเฟยใช่ไหม?” เซียงจินเฉิงกล่าวถาม

เซี่ยเฟยพยักหน้าตอบโดยไม่พูดอะไร

“เซียงอู๋เฉิงหลงเชื่อคำพูดของนายจนฝึกพลังมิติแบบย้อนกลับ และทำให้เขาได้กลายเป็นคนเสียสติไปแบบนั้น ฉันขอให้คำสาบานในนามตระกูลมูนวอร์ดว่าฉันจะทำให้แกตายอย่างอนาถมากที่สุด!” เซียงจินเฉิงตะโกนขึ้นมาอย่างดุเดือด

“นี่เซียงอู๋เฉิงเชื่อคำพูดของฉันจริง ๆ เหรอ? ฮ่า ๆ ๆ นี่มันเป็นเรื่องตลกที่สุดในชีวิตของฉันเลย มันมีคนเชื่อคำพูดโง่ ๆ แบบนั้นไปได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

กรอด!

เซียงจินเฉิงกัดฟันจนก่อให้เกิดเสียงดัง เพราะท้ายที่สุดคนที่เซี่ยเฟยกำลังด่าอยู่นั้นก็คือน้องชายแท้ ๆ ของเขาเอง

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแกหรือตระกูลสกายวิงจะต้องถูกทำลายลงไปให้หมด”

ทันทีที่พูดจบเซียงจินเฉิงก็เริ่มจู่โจมในทันที

เล่ห์กายา!

ชายหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายอย่างผิดธรรมชาติ และเนื่องมาจากความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมมา 4 เท่า มันจึงทำให้การเคลื่อนไหวของเขายากที่จะคาดเดาได้อย่างแท้จริง

การจู่โจมของเซียงจินเฉิงเป็นเหมือนกับพายุเข็มมิติที่ถูกบีบอัดมาเป็นอย่างดี จู่โจมเข้าใส่เซี่ยเฟยราวกับสายฝน ซึ่งถ้าหากว่าชายหนุ่มไม่สามารถจะเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็วในระดับนี้ เขาก็ไม่มีทางจะหลบหนีไปจากการโจมตีอันทรงพลังของจักรพรรดิกฎผู้นี้ได้

ปัง!

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะสามารถหลบหลีกการโจมตีส่วนใหญ่ได้สำเร็จ แต่เขาก็พลาดถูกเข็มมิติจู่โจมกระทบเข้ากับไหล่ซ้าย โชคดีที่ชุดดาร์กยูนิคอร์นมีพลังป้องกันที่สูงมาก มันจึงก่อให้เกิดรอยบุบขึ้นมาเพียงแค่เล็กน้อยและแรงปะทะก็แทบที่จะไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างของเขาได้เลยด้วยซ้ำ

“นั่นมันชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์น! เซี่ยเฟยถึงกับได้ครอบครองชุดเกราะชั้นยอดของตระกูลสกายวิงเลยงั้นเหรอ?”

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่าตระกูลสกายวิงจะมอบชุดเกราะชุดนี้ให้กับเซี่ยเฟย พวกเขาจะใจดีกับสมาชิกใหม่ของตัวเองมากเกินไปแล้ว”

ผู้ชมทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้เห็นเซี่ยเฟยครอบครองชุดเกราะชั้นยอดของตระกูลสกายวิง อย่างไรก็ตามมันก็ไม่มีใครรู้เลยว่าชายหนุ่มได้ครอบครองชุดเกราะชุดนี้ด้วยการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

สถานการณ์ทางฝั่งของเซี่ยเฟยตึงเครียดมาก เพราะเขาสามารถที่จะหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายได้เพียงเท่านั้น ความแตกต่างพลังระหว่างทั้งสองฝ่ายมีช่องว่างมากเกินไป จนทำให้การประลองในครั้งนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ชมเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามทักษะในการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยก็ยังพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้บ้าง เพราะท้ายที่สุดมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครก็ตามจะสามารถหลบหนีจากการโจมตีของจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 ได้

เนตรมนตรา!

เซี่ยเฟยคอยสังเกตการโจมตีของศัตรูอย่างระมัดระวัง โชคดีที่เขาเคยปะทะกับเซียงอู๋เฉิงมาครั้งหนึ่งแล้ว เขาจึงพอจะเข้าใจทักษะเฉพาะตัวของตระกูลมูนวอร์ด เพียงแต่ว่าการโจมตีของเซียงจินเฉิงทั้งรวดเร็วและทรงพลังมากกว่าการโจมตีของเซียงอู๋เฉิงเท่านั้นเอง

แม้ว่าเขาจะหลบหลีกเพียงอย่างเดียวแต่เขาก็ยังมองหาโอกาสที่จะตอบโต้กลับไปด้วยเช่นกัน เพียงแต่การโจมตีอันบ้าคลั่งของอีกฝ่ายยังไม่เปิดโอกาสให้เขาตอบโต้กลับไปได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เซี่ยเฟยยังคงหลบหลีกการโจมตีอย่างต่อเนื่อง และมันก็มีครั้งหนึ่งที่เขาเอียงตัวหลบอยู่ในมุมที่ดูเหมือนกับว่าเขากำลังจะล้มลง

“โอกาส!” เซียงจินเฉิงส่งเสียงร้องด้วยดวงตาอันเป็นประกาย ก่อนที่เขาจะใช้วิชาเคลื่อนย้ายระยะไกลเพื่อพุ่งเข้าหาตำแหน่งของเซี่ยเฟย

อย่างไรก็ตามจู่ ๆ ร่างกายของชายหนุ่มก็พลิกกลับขึ้นมายืนได้ใหม่อีกครั้ง และถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ร่างของเขาดูเหมือนกับกำลังจะล้มลง แต่จริง ๆ เขาพยายามเผยช่องว่างเพื่อหลอกล่อให้ศัตรูปรากฏตัวขึ้นมา

ทันใดนั้นหงส์ครามก็เจาะลึกลงไปในพื้นดิน ขณะที่มันก็มีแสงสว่างสีขาวพุ่งออกมาจากแขนขวาของเซี่ยเฟย

หากใครมีสายตาที่เฉียบแหลมจะเห็นว่าตอนนี้หงส์ครามมีใบหญ้าที่แข็งแรงและมีชีวิตชีวา ขณะที่แสงสีขาวราวกับสายฟ้าที่พุ่งออกมาจากแขนขวาของเขานั้น นั่นก็คือขนอุยผู้ซึ่งเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังในจักรวาลแห่งนี้นี่เอง

เดือนที่แล้วหงส์ครามและขนอุยยังมีสภาพที่ร่อแร่อยู่ในความเป็นและความตายอยู่เลย แต่ในตอนนี้สหายร่วมรบผู้ภักดีทั้งสองของชายหนุ่มได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแล้ว

***************

คนเยอะกว่าก็ช่วยกันรุมไปเลยจ้า กฎไม่ได้บอกว่าห้ามรุมนี่นาเน๊าะ

จบบทที่ ตอนที่ 749 การประลองคู่สุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว