เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 724 สัญญาณอสูรคลั่ง

ตอนที่ 724 สัญญาณอสูรคลั่ง

ตอนที่ 724 สัญญาณอสูรคลั่ง


ตอนที่ 724 สัญญาณอสูรคลั่ง

ยัง! มันยังไม่จบ!

แม้ว่าเหล่าบรรดาผู้มีอำนาจของสมาคมจะหันหลังให้เขา แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่มีความคิดที่จะยอมแพ้

ชายหนุ่มที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือดพยายามเหยียดร่างกายขึ้นอย่างยากลำบาก โดยบริเวณมุมปากของเขาค่อย ๆ เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างช้า ๆ และเขาก็จะพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางจนกว่าหัวใจของเขาจะหยุดเต้น

พยายามลุกขึ้นยืนหลังจากบาดเจ็บสาหัสเนี่ยนะ!?

มันคงไม่มีใครสามารถจินตนาการได้เลยว่าความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เป็นความเจ็บปวดที่อยู่ในระดับไหน และมันต้องใช้กำลังใจมากเท่าไหร่ในการพยายามดิ้นรนลุกยืนขึ้นมา

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นท่ามกลางหยดเลือดด้วยแววตาอันเป็นประกาย และหงส์ครามที่อยู่ในแขนขวาของเขาก็พยายามดิ้นรนอย่างหนัก เพื่อที่จะฟื้นฟูใบหญ้าของมันกลับคืนมาเช่นเดียวกัน

ขนอุยส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างแผ่วเบา ขณะที่ดวงตาทั้งสองข้างของมันได้เปลี่ยนไปจนกลายเป็นสีแดงเลือด

หนึ่งคน, หนึ่งต้นหญ้า, หนึ่งสัตว์อสูรต่างก็แสดงความพยายามที่จะมีชีวิตรอดออกมาอย่างบ้าคลั่ง

อาจจะเป็นเพราะว่าทั้งหงส์ครามและขนอุยเติบโตขึ้นมาเคียงข้างเจ้านายอย่างเซี่ยเฟย พวกมันจึงติดนิสัยไม่ยอมแพ้มาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งพวกมันก็พร้อมที่จะยืนหยัดอยู่จนวินาทีสุดท้าย และมีเพียงแค่ความตายเท่านั้นที่จะหยุดพวกมันได้

โอโร่พยายามทุบโลงศพน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่ง และเขาก็รู้สึกเสียใจมากที่สุดในรอบหลายหมื่นปีที่เขาอ่อนแอเกินไปจนไม่สามารถที่จะออกไปช่วยเหลือเซี่ยเฟยได้

หากใครก็ตามที่ได้มาเห็นภาพเหตุการณ์ในครั้งนี้ พวกเขาก็คงจะรู้สึกสะเทือนใจอย่างแท้จริง เพราะพวกเซี่ยเฟยยังคงยืนหยัดท้าทายจักรพรรดิกฎทั้งสองคนอย่างกล้าหาญ ในขณะที่เหล่าบรรดาผู้มีอำนาจจากสมาคมผู้คุมกฎต่างก็หันหลังให้กับพวกเขา

นี่มันคนหรือปีศาจกันแน่? ทำไมเซี่ยเฟยถึงยังมีกำลังใจยืนหยัดต่อสู้ได้จนถึงตอนนี้!!

“ฆ่า... ฆ่ามันซะ” เซียงอู๋เฉิงตะโกนขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

เขาเป็นถึงผู้มีอำนาจผู้ซึ่งใช้ฝ่ามือปิดบังท้องฟ้าได้ด้วยฝ่ามือเดียว แต่แขนของเขากลับถูกเซี่ยเฟยตัดขาดออกจากลำตัวและทำให้เขาต้องตกอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัสแบบนี้

เขาจะยอมรับความอัปยศแบบนี้ได้ยังไง ถ้าหากเซี่ยเฟยยังไม่ตาย เขาก็ต้องแบกรับความอัปยศนี้ไปตลอดชีวิต!!

เซียงไป๋กัดฟันรวบรวมพลังเข้ามาไว้ในฝ่ามืออย่างรุนแรง ทันใดนั้นเขาก็ได้ปลดปล่อยลำแสงสีขาวราวกับมังกรออกไปโดยมีเป้าหมายคือการทำลายชายหนุ่มให้สิ้นซาก

‘ลำแสงเงินส่องประกาย! นั่นมันวิชาเฉพาะของตระกูลมูนวอร์ด!!’

‘นี่เขาถึงกับต้องใช้วิชาที่รุนแรงในระดับนี้เพื่อจัดการกับเซี่ยเฟยเลยงั้นเหรอ?’

เหล่าบรรดาผู้ชมต่างก็คิดภายในใจอย่างตกตะลึง

เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า จักรพรรดิกฎทั้งสองคนคือเซียงไป๋และเซียงอู๋เฉิง ผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิกฎแห่งตระกูลมูนวอร์ด

ลำแสงเงินส่องประกายถือเป็นวิชาลับของตระกูลมูนวอร์ดที่จะเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น หากเซี่ยเฟยสัมผัสเข้ากับพลังนี้ร่างกายของเขาก็จะถูกบดขยี้ทำลายให้หายไปอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้ชายหนุ่มยังได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วมันก็ไม่มีทางที่เขาจะสามารถต้านทานการจู่โจมอันทรงพลังจากจักรพรรดิกฎตรงหน้าได้

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจไปที่วิชาการโจมตีอันทรงพลังของเซียงไป๋ จู่ ๆ แววตาของเซี่ยจงไห่ก็เปลี่ยนจากความประหลาดใจกลายเป็นความโกรธ

คลื่นนน!

ลำแสงสีเงินเคลื่อนที่เข้ามาอย่างว่องไว และเซี่ยเฟยก็ไม่มีทางที่จะหลบหนีการโจมตีในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน แต่ในช่วงเวลาที่กำลังวิกฤตจู่ ๆ ราชากฎจากตระกูลสกายวิงก็เริ่มเคลื่อนไหว

ร่างกายของเขาหายตัวไปจากตำแหน่งเดิมก่อนที่ใครจะทันได้รู้ตัว จากนั้นเขาก็คว้าตัวเซี่ยเฟยออกมาจากขอบเหวแห่งความตาย

ตระกูลสกายวิงคือตระกูลผู้เชี่ยวชาญการใช้กฎแห่งความเร็ว การเคลื่อนไหวของพวกเขาจึงคล้ายกับผู้ที่มีปีกอยู่บนหลัง และถึงแม้ว่าการโจมตีในครั้งนี้จะเป็นการโจมตีจากจักรพรรดิกฎผู้ทรงพลัง แต่มันก็ยังไม่สามารถที่จะไล่ตามความเร็วของเซี่ยจงไห่ได้

ฟุบ!

เซี่ยจงไห่โอบแขนล้อมรอบเซี่ยเฟย ก่อนที่จะนำพาเขาไปยังสถานที่อันห่างไกล พร้อมกลับจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทางอารมณ์

“นั่นตาเฒ่าเซี่ยกำลังทำอะไรอยู่? เขาอยากจะเป็นศัตรูกับตระกูลมูนวอร์ดงั้นเหรอ?”

เหล่าบรรดาผู้นำของสมาคมผู้คุมกฎอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เซี่ยจงไห่ถึงได้เคลื่อนที่อย่างกะทันหันในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้

ขณะเดียวกันการเคลื่อนไหวนี้ก็ทำให้เซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ว่าเซี่ยจงไห่จะเป็นเพียงแค่ราชากฎ แต่ชายคนนี้ก็ยังคงเป็นตัวแทนของตระกูลสกายวิงทั้งหมด ที่พร้อมจะส่งข่าวกลับไปยังตระกูลของตัวเองได้ตลอดเวลา

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะเคยพบกับเซี่ยจงไห่มาก่อน แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความสนิทสนมมากมายขนาดนั้น อย่างไรก็ตามเมื่ออีกฝ่ายได้เคลื่อนไหวเข้ามาเพื่อช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ชายหนุ่มจึงรีบกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ

“ผมขอบคุณสำหรับความมีน้ำใจของคุณมาก แต่ผู้อาวุโสรีบหนีไปเถอะครับ คุณจะได้ไม่ต้องมาถูกลูกหลงจากเรื่องนี้”

แม้ว่าชายหนุ่มจะพยายามบอกให้ชายชราทิ้งเขาเอาไว้ แต่เซี่ยจงไห่ก็ยังคงจับไหล่เซี่ยเฟยเอาไว้แน่น

ทันใดนั้นเซี่ยจงไห่ก็ทำการเคลื่อนไหวอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะเขาได้เหยียดนิ้วออกไปเพื่อเอาเลือดจากบาดแผลของชายหนุ่มเข้าไปในปาก

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าพฤติกรรมแปลก ๆ ของเซี่ยจงไห่มันมีความหมายว่าอะไรกันแน่

ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างทั้งร่างของเซี่ยจงไห่ก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงด้วยความโกรธที่พร้อมจะระเบิดออกมา

อ๊ากกกก!!

เซี่ยจงไห่ส่งเสียงร้องคำรามราวกับสัตว์ร้าย จนทำให้ทุกคนตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว และถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่าชายชราคนนี้มีนิสัยอันแปลกประหลาด แต่มันก็ไม่มีใครเคยเห็นเซี่ยจงไห่บ้าคลั่งได้ถึงขนาดนี้

นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนอยู่นั่นเอง พวกเขาก็ได้ยินเสียงอันแหบห้าวร้องคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ

“นาย! นายคือเชื้อสายสกายวิงของพวกเรา!!”

คำพูดเพียงประโยคเดียวสามารถพลิกสถานการณ์ในครั้งนี้ได้อย่างสิ้นเชิง เหล่าบรรดาผู้ชมทุกคนจึงล้วนแล้วแต่อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“เซี่ยเฟยมาจากตระกูลสกายวิง?”

“มันเป็นไปได้ยังไง?!”

อ๊ากกกก!!!

เซี่ยจงไห่ยังคงส่งเสียงร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง และเขาก็ชูมือทั้งสองข้างออกมาดึงผมตัวเองราวกับว่าเขากลายเป็นคนบ้าไปแล้ว

เมื่อได้มองไปยังร่างของเซี่ยเฟยที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดอีกครั้ง เซี่ยจงไห่ก็หันศีรษะจ้องมองไปยังเซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต

ไม่!

มันไม่ใช่แค่จักรพรรดิกฎทั้งสองคนจากตระกูลมูนวอร์ดที่ถูกจ้องมองด้วยแววตาอันอาฆาต แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ถูกจับจ้องมองไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเจตนาร้ายเหมือนกันทั้งหมด

“พวกแกกล้าแตะต้องสมาชิกของตระกูลสกายวิงได้ยังไง?!” เซี่ยจงไห่คำรามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

ผู้ฟังทุกคนตกใจมากจนเหงื่อไหลออกมาชุ่มโชกไปทั่วทั้งร่าง และแม้แต่เซียงไป๋และเซียงอู๋เฉิงก็กำลังกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่อย่างประหม่า

‘ความจริงถูกเปิดเผยแล้ว!!’ เซียงอู๋เฉิงตะโกนภายในใจอย่างโศกเศร้าและเขาก็พยายามดิ้นรนที่จะลุกจากพื้น

“เฒ่าเซี่ยอย่าพึ่งใจร้อน”

“ใช่ ถ้ามีอะไรพวกเราค่อย ๆ มาพูดคุยกันก่อน ทำไมเซี่ยเฟยถึงกลายเป็นคนจากตระกูลของคุณได้?”

“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับฉันนะ!!” เตี้ยวฉีผู้ซึ่งมีนิสัยขี้ขลาดมากที่สุดเริ่มพยายามพูดปกป้องตัวเองขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าตระกูลสกายวิงเป็นดาบอันแหลมคมที่เผ่าเทพเอาไว้ใช้ในการฟาดฟันศัตรู มันจึงทำให้แม้แต่ 9 ตระกูลชั้นยอดก็ยังไม่กล้าที่จะท้าทายตระกูลที่มีนิสัยอันโหดร้ายตระกูลนี้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเริ่มชักดาบออกมาแล้ว ดาบเล่มนั้นก็จะไม่มีวันถูกเก็บเข้าไปภายในฝักจนกว่าศัตรูจะถูกกวาดล้างไปทั้งหมด

“หุบปาก! หากใครกล้าพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะถือว่าคนคนนั้นเป็นศัตรูของตระกูลสกายวิง!!” เซี่ยจงไห่ร้องคำรามออกมาด้วยความหยิ่งผยอง

ทุกคนต่างก็เงียบเสียงลงอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของเซี่ยจงไห่ มันก็ไม่มีใครกล้าที่จะอ้าปากออกมาเลยแม้แต่คนเดียว

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนมาก เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาได้กลายเป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงไปตั้งแต่เมื่อไหร่

อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าพึงพอใจ เพราะเพียงแค่เซี่ยจงไห่ประกาศออกมามันก็ทำให้จักรพรรดิกฎทั้งสองและราชากฎทั้งเก้าต่างก็รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก แล้วมันก็เริ่มเผยให้เห็นว่าเขามีโอกาสรอดไปจากเหตุการณ์ในวันนี้แล้ว

“ผมมาจากดาวโลกไม่ใช่ตระกูลสกายวิงของคุณ” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น

“นายก็หุบปากไปด้วย!!” เซี่ยจงไห่ร้องคำรามใส่เซี่ยเฟยด้วยเช่นกัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้พบกับคนที่หยิ่งผยองมากกว่าตัวเอง

“ตระกูลมูนวอร์ดของพวกแกต้องการที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลสกายวิงของฉันสินะ” เซี่ยจงไห่กล่าวขณะชี้นิ้วไปยังจักรพรรดิกฎทั้งสอง

ทันทีที่เขาพูดจบร่างกายของเขาก็เคลื่อนไหวออกไปอย่างฉับพลัน แล้วมันก็ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่า เซี่ยจงไห่จะกล้าจู่โจมจักรพรรดิกฎทั้งสองแห่งตระกูลมูนวอร์ดโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า

อย่าลืมว่าเซี่ยจงไห่เป็นเพียงแค่ราชากฎขั้นที่ 6 เท่านั้น แต่การที่เขากล้าเผชิญหน้ากับจักรพรรดิกฎทั้งสองคนเพียงลำพัง มันก็หมายความว่าชายคนนี้เป็นหมาบ้าที่พร้อมจะแว้งกัดทุกคนโดยไม่เลือกหน้า

เหตุการณ์ในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชมทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน และสิ่งที่น่าสับสนมากยิ่งกว่านั้นก็คือความโกรธเกรี้ยวที่เซี่ยจงไห่แสดงออกมามันมีสาเหตุมาจากเซี่ยเฟย

ในชั่วพริบตาเซี่ยจงไห่ก็จู่โจมเข้าใส่จักรพรรดิกฎทั้งสองแห่งตระกูลมูนวอร์ดไปแล้วหลายครั้ง และเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วจากนักรบสกายวิง มันจึงทำให้ผู้ชมแทบที่จะไม่สามารถมองเห็นการจู่โจมของเขาได้เลย

ปัง!

เสียงประทัดดังขึ้นมาสนั่นพร้อมกับร่างของเซี่ยจงไห่ที่ถูกบังคับให้กลับมาหาเซี่ยเฟยอีกครั้ง แต่บนใบหน้าของเซียงไป๋กลับมีรอยข่วนเป็นแผลยาว จนทำให้ใบหน้าทางด้านซ้ายของเขาเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลหยดลงมาจากบาดแผล

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นจักรพรรดิกฎผู้ทรงพลัง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังถูกจู่โจมด้วยราชากฎที่มีพลังที่ด้อยกว่า

เซี่ยจงไห่ค่อย ๆ หยิบตราสีดำสนิทขึ้นมาจากมือขวาที่เปื้อนเลือด ขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องมองไปยังเซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงด้วยแววตาที่เย็นชา

“นั่นมันตราอสูรคลั่ง!”

“เฒ่าเซี่ยคิดดี ๆ ถ้าหากว่านายใช้ตราอสูรชิ้นนี้ มันจะก่อให้เกิดหายนะตามมาเลยนะ!!” ผู้อาวุโสจากตระกูลเกลเชอร์ ซึ่งมีความอาวุโสมากที่สุดในบรรดาราชากฎทั้งเก้าสามารถจดจำตราชิ้นนี้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันคือตราที่เอาไว้ใช้สำหรับการเรียกรวมพลสมาชิกของตระกูลสกายวิง

เมื่อไหร่ก็ตามที่ตราอสูรคลั่งถูกทำลาย นั่นก็หมายความว่าสมาชิกผู้ถือตรากำลังประสบกับปัญหา สมาชิกทุกคนจะรีบมุ่งหน้ามารวมตัวกันที่ตระกูลในทันที และพวกเขาก็จะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นศัตรูที่กล้ามาทำร้ายสมาชิกภายในตระกูลของพวกเขา

กร๊อบ!

น่าเสียดายที่ก่อนที่ผู้อาวุโสจะทันได้พูดจบ เซี่ยจงไห่ก็ใช้กำลังของมือขวาบีบทำลายตราอสูรคลั่งให้แหลกสลายลงเป็นชิ้น ๆ และเมื่อมันได้ผสมรวมกันกับเลือดของเซียงไป๋ มันก็กลายเป็นลูกบอลเศษโลหะที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเลือด

เสียงของตราที่ถูกทำลายดังขึ้นมาอย่างคมชัดราวกับคมมีดที่แทงทะลุหัวใจของทุกคน!

“ตระกูลของเราจะไม่มีวันทอดทิ้ง ไม่ว่าสมาชิกในตระกูลจะอ่อนแอมากเพียงใด นี่คือคติประจำใจของพวกเรามาตั้งแต่สมัยโบราณ”

“ในเมื่อตระกูลมูนวอร์ดกล้ามาแตะต้องคนของตระกูลสกายวิง ฉันก็ขอเป็นตัวแทนของตระกูลประกาศสงครามระหว่างตระกูล ถ้าหากในดินแดนนี้มีตระกูลมูนวอร์ดก็จะไม่มีตระกูลสกายวิงอีกต่อไป สงครามนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายโดยสมบูรณ์” เซี่ยจงไห่ส่งเสียงตะโกนร้องคำรามด้วยใบหน้าอันดุร้าย

ตราอสูรคลั่งถูกทำลายลงไปแล้ว!

ซึ่งมันก็หมายความว่าสงครามระหว่างตระกูลมูนวอร์ดกับตระกูลสกายวิงได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

***************

จบแล้วสำหรับเนื้อหา E-Book เล่ม 13 หลังจากนี้จะเป็นสงครามการแก้แค้นระหว่างมูนวอร์ดกับสกายวิง แค่คิดก็น่าสนุกแล้วใช่ไหมล่ะ? เชื่อได้เลยว่าถ้าทุกคนชอบพี่เฟยก็จะรักสกายวิงแน่นอน เพราะพวกเขาคือตระกูลคนบ้าที่ไม่สนกฎอะไรทั้งนั้นเหมือนพี่เฟยยังไงล่ะ

ประกาศแจ้งข่าว E-Book เล่ม 13 (ตอนที่ 685-724) วางจำหน่ายแล้วน๊า ใครที่รอสอยอยู่จัดไปโล๊ด เราแปะลิงก์ไว้ให้แล้วหรือสามารถดูข้อมูลและติดตามข่าวสาวได้ที่เพจ สำนักพิมพ์เซียนอ่าน - Xianaan ได้เหมือนกันนะ (❁´◡`❁)

ช่องทาง MEB >> https://bit.ly/3NZ3Qca   ช่องทางเด็กดี >> https://bit.ly/3LDePFC  ช่องทางปิ่นโต >> https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 724 สัญญาณอสูรคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว