เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 720 ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน

ตอนที่ 720 ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน

ตอนที่ 720 ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน


ตอนที่ 720 ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน

“จักรพรรดิกฎ!” เซี่ยเฟยที่กำลังฝึกฝนอุทานออกมาด้วยความตกใจ และในขณะนี้เขาก็ไม่สามารถที่จะระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านภายในใจของเขาได้อีกแล้ว

จู่ ๆ จักรพรรดิผู้ทรงพลังก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ซึ่งมันก็หมายความว่าสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้ตัดสินใจลงมือจัดการเรื่องนี้ในที่สุด!

“นั่นนายกำลังจะทำอะไร?” โอโร่ถามขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะในเสี้ยววินาทีเดียวกันกับที่จักรพรรดิกฎได้ปรากฏตัวขึ้นมานั้น เซี่ยเฟยก็ปลดปล่อยพลังของคริสตัลกลืนโลหิตทั้งหมดออกมาในคราวเดียว

ในตอนแรกพลังของคริสตัลกลืนโลหิตเป็นเหมือนกับหยดน้ำที่ค่อย ๆ กระเทาะเอาอุปสรรคที่กีดขวางเส้นทางการพัฒนาของชายหนุ่มออกไปทีละน้อย แต่เมื่อเขาได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา พลังของคริสตัลกลืนโลหิตจึงกลายเป็นเหมือนคลื่นที่ซัดสาดเข้าใส่อุปสรรคอย่างรุนแรง

ในช่วงเวลาวิกฤตเซี่ยเฟยได้ตัดสินใจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างสิ้นหวัง ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นยังไง การตัดสินใจในลักษณะนี้ก็มีเพียงแต่คนบ้าเท่านั้นที่กล้าจะทำแบบชายหนุ่มได้

“ทำลายพวกมันไปให้หมด!!” เซี่ยเฟยตะโกนร้องคำรามด้วยดวงตาอันแดงก่ำ

อารมณ์ของเซี่ยเฟยในคราวนี้ทำให้แม้กระทั่งขนอุยก็ยังสัมผัสได้ถึงความบ้าคลั่งได้โดยตรง มันจึงรีบมองไปยังเจ้านายของมันด้วยความกังวล

การพยายามทำลายอุปสรรคด้วยกำลังที่รุนแรงแบบนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก และมันก็อาจจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ไม่สนใจผลเสียที่จะตามมาอีกต่อไปแล้ว พลังงานปริมาณมหาศาลจึงไหลบ่าเข้าไปในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล ซึ่งแม้แต่โอโร่ที่มีประสบการณ์เป็นนักรบมาเป็นเวลานานก็ยังรู้สึกแน่นหน้าอกและรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ออก

ตลอดทั้งชีวิตเขาเคยเห็นนักรบมากมายที่พยายามอย่างสุดกำลังให้ตัวเองมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ไม่เคยเห็นนักรบคนไหนที่พยายามดิ้นรนอย่างหมดหวังแบบเซี่ยเฟยมาก่อน

พลังงานปริมาณมหาศาลเคลื่อนที่เข้าบดขยี้อุปสรรคที่ขวางกั้นอย่างโหดร้าย และทำให้อุปสรรคที่ขัดขวางเซี่ยเฟยไม่ให้เป็นราชากฎถูกทำลายลงไปโดยสิ้นเชิง

อุปสรรคทั้งหมดถูกทำลายลงไปแล้ว!!

“นี่มันเป็นการเลื่อนระดับที่บ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิตเลย” โอโร่พึมพำขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่

เมื่อเซียงอู๋เฉิงเดินออกมาจากประตูมิติ เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าที่มีพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างลงมาอย่างเจิดจ้า และได้พบว่าดาวดวงนี้เป็นดาวอันรกร้างที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อาศัยอยู่

“สภาพแวดล้อมบนดาวดวงนี้ไม่เลวเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่มันจะต้องกลายเป็นสุสานของนายไปซะแล้ว” เซียงอู๋เฉิงพึมพำขึ้นมาเบา ๆ แต่ในทันใดนั้นเองมันก็ได้มีคลื่นพลังมหาศาลปะทุออกมาจากหุบเขาที่อยู่ห่างจากเขาไปประมาณ 10 กิโลเมตร

เหตุการณ์ต่อมาคือมังกรแดง, มังกรขาวและมังกรน้ำเงินพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนที่มันจะก่อให้เกิดแสงสว่างอันเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วทั้งดวงดาว

“ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน! นี่เซี่ยเฟยสามารถก้าวข้ามผ่านกำแพงการเป็นราชากฎขึ้นไปได้แล้วงั้นเหรอ?!” เซียงอู๋เฉิงอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบกับชายหนุ่ม เซี่ยเฟยก็เป็นเพียงแค่อัศวินกฎขั้นที่ 7 เท่านั้น แต่ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือนต่อมาชายคนนี้กลับก้าวข้ามกำแพงราชากฎที่นักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนต้องมาติดกับอุปสรรคนี้ไปตลอดชีวิต

‘เจ้าหนุ่มนั่นมันจะต้องมีพรสวรรค์ระดับไหนกันแน่ ถึงสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้’ เซียงอู๋เฉิงคิดกับตัวเองภายในใจ เพราะท้ายที่สุดปรากฏการณ์สามมังกรทะยานก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่ามันได้มีราชากฎคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว

ไม่ว่ายังไงบนดาวดวงนี้ก็มีเซี่ยเฟยอาศัยอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น และผู้ที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรคการเป็นราชากฎไปได้ก็ไม่มีทางเป็นใครอื่น นอกเสียจากชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นเป้าหมายของเขา

กฎแห่งจิตวิญญาณถือได้ว่าเป็นกฎแห่งการติดตามที่น่ากลัวมาก และถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถตรวจสอบตำแหน่งที่แน่นอนของเซี่ยเฟยได้ แต่มันก็ทำให้เซียงอู๋เฉิงปรากฏตัวออกมาห่างจากเป้าหมายเพียงแค่ 10 กิโลเมตรเท่านั้น

อย่างไรก็ตามปรมาจารย์การติดตามจิตวิญญาณก็อาศัยเพียงแค่สิ่งของที่เซี่ยเฟยเคยใช้ในการสะกดรอยตามมา และการที่พวกเขาระบุตำแหน่งผิดพลาดห่างจากเป้าหมายเพียงแค่ 10 กิโลเมตร มันก็ถือว่าทักษะของพวกเขาเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมากแล้ว

ภายในตระกูลหยูมีสิ่งของมากมายที่เซี่ยเฟยเคยใช้งาน การหาของพวกนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย ซึ่งทางด้านของสมาคมผู้คุมกฎก็ได้ใช้ชุดน้ำชาของชายหนุ่มในการสะกดรอยด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณของสมาคมนั้นยังหาตำแหน่งของเซี่ยเฟยได้ช้ากว่าคนของทางตระกูลมูนวอร์ด

เมื่อเซี่ยเฟยก้าวข้ามมาเป็นราชากฎแล้ว เซียงอู๋เฉิงก็รีบมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายโดยไม่กล้าที่จะประมาทอีกต่อไป

ในสายตาของเขาพลังระดับราชากฎของเซี่ยเฟยไม่ได้มีความน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่เขารู้สึกหวาดกลัวมากที่สุดคือสายเลือดสกายวิงภายในตัวของชายหนุ่มคนนี้ต่างหาก ดังนั้นทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไปจึงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เขาจึงจำเป็นจะต้องกำจัดชายหนุ่มคนนี้ให้หายออกไปจากจักรวาลก่อนที่ทางฝั่งสกายวิงจะรู้ตัว

ทันใดนั้นเองเซียงอู๋เฉิงก็มองเห็นประตูมิติถูกเปิดออกจากในระยะไกล คล้ายกับว่าเซี่ยเฟยกำลังตั้งใจที่จะหลบหนีออกไปจากดาวดวงนี้

“คิดจะหนีงั้นเหรอ?” เซียงอู๋เฉิงใช้มือคว้าอากาศอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พลังกฎอันรุนแรงจะแผ่ขยายออกไปในระยะไกล

ต่อมาประตูมิติที่เซี่ยเฟยเพิ่งจะเปิดออกมานั้นก็ถูกทำลายออกเป็นเสี่ยง ๆ เนื่องมาจากมิติที่ถูกบีบอัดอย่างรุนแรง

ทำลายประตูมิติได้ด้วยการจู่โจมเพียงแค่ครั้งเดียว!

ชายคนนี้จะต้องทรงพลังมากขนาดไหน?

ประตูมิติถูกบังคับให้ปิดตัวลงพร้อมกับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศ แม้แต่เศษกรวดเศษหินที่อยู่บนพื้นก็ปลิวกระจายออกไปทั่วทุกที่

เซียงอู๋เฉิงหยุดยืนอยู่ห่างจากเซี่ยเฟยประมาณ 100 เมตร และจ้องมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเย็นชา ซึ่งเขาก็ได้เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับอสูรศักดิ์สิทธิ์มารขาวที่อยู่บนไหล่

เมื่อเศษฝุ่นค่อย ๆ จางลงเซียงอู๋เฉิงก็มองเห็นใบหน้าของเซี่ยเฟยได้อย่างชัดเจน ซึ่งรูปลักษณ์ของชายหนุ่มคนนี้ยังคงเป็นเช่นเดิม มีเพียงกลิ่นอายของอีกฝ่ายเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

กลิ่นอายของอัศวินกฎกับราชากฎเป็นสิ่งที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และพลังที่เพิ่มขึ้นมานั้นมันก็ช่วยให้นักรบมีความมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม

‘ราชากฎที่พึ่งเลื่อนระดับเมื่อกี้คือเซี่ยเฟยจริง ๆ สินะ’ เซียงอู๋เฉิงพึมพำกับตัวเองภายในใจ

“อะไรกันคราวนี้ไม่คิดจะหนีแล้วงั้นเหรอ?” เซียงอู๋เฉิงกล่าวถามเมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเฟยยังคงยืนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ไหวติง

“คุณมีพลังระดับจักรพรรดิกฎสินะ และการที่คุณสามารถตามหาตัวผมเจอได้ มันก็หมายความว่าผมไม่มีทางหนีรอดต่อไปได้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซียงอู๋เฉิงแอบบีบฝ่ามือของตัวเองเล็กน้อย เพราะเมื่อสักครู่เขาได้ใช้พลังเพื่อบดขยี้ประตูมิติด้วยตัวเอง ซึ่งมันจำเป็นจะต้องใช้พลังที่รุนแรงมากและมันก็ทำให้ฝ่ามือของเขารู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย

“นายยังคงฉลาดเหมือนเดิมสินะ” เซียงอู๋เฉิงกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

“ส่วนคุณก็ยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม ไม่ต่างไปจากตอนที่คุณอยู่บนเกาะอสรพิษพิทักษ์เลย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน

“นายพร้อมที่จะตายแล้วใช่ไหม?” เซียงอู๋เฉิงกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปตรงหน้าด้วยแววตาที่ดุเดือด

เซี่ยเฟยถอนหายใจพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ ราวกับว่าเขาพร้อมที่จะยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้ว

“มันเป็นเกียรติของผมจริง ๆ ที่จะได้ตายภายใต้เงื้อมมือของจักรพรรดิกฎที่แข็งแกร่ง แต่ก่อนที่ผมจะตายผมขอทราบชื่อคนที่จะฆ่าผมหน่อยได้ไหม? คุณคงไม่กลัวจะต้องเปิดเผยตัวต่อหน้าคนที่กำลังจะตายใช่ไหมล่ะ?”

เซียงอู๋เฉิงชะงักไปเล็กน้อยและถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำขอร้องก่อนตายของเซี่ยเฟย แต่เขาก็ไม่คิดที่จะเปิดเผยตัวเองออกไป

อย่างไรก็ตามจู่ ๆ เขาก็นึกถึงพลังลึกลับของเซี่ยเฟยขึ้นมาได้ ซึ่งถ้าหากว่าเขารู้ความลับเกี่ยวกับพลังที่ชายหนุ่มใช้ บางทีข้อมูลพวกนั้นอาจจะช่วยให้เขาชดเชยความผิดพลาดที่จะถูกลงโทษในอนาคตได้

“ถึงยังไงพวกเราก็ไม่เคยมีความแค้นต่อกันมาก่อน ถ้านายจะโทษก็ให้โทษความโชคร้ายที่นายวิ่งเข้าไปหาปัญหาด้วยตัวเองเถอะ” เซียงอู๋เฉิงกล่าว

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างบิดเบี้ยวและถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบใจประโยคในลักษณะนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ ว่าวันนั้นเขาเป็นคนวิ่งเข้าไปหาปัญหาด้วยตัวเองจริง ๆ

“ก่อนตายอธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่านายบุกทะลวงผ่านม่านพลังเข้าไปในเกาะอสรพิษพิทักษ์ได้ยังไง?” เซียงอู๋เฉิงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“เรื่องนี้มันก็ไม่ได้ยากอะไรนิ ในตอนที่ผมกำลังศึกษากฎมิติผมก็ได้พบว่ามันมีพลังวิญญาณแหวกว่ายอยู่ภายในอักขระกฎ หลังจากที่ผมลองพิจารณาอักขระกฎอย่างละเอียดแล้ว ผมก็ได้พบว่าความจริงแล้วอักขระของกฎมิติมีพลังถูกแบ่งออกในรูปแบบของหยินหยาง”

“หลังจากนั้นผมเลยเริ่มฝึกโดยการดึงพลังจากอักขระกฎแบบย้อนกลับ และผลลัพธ์ก็กลายเป็นว่าผมสามารถทำลายพลังของกฎที่คนอื่นสร้างขึ้นมาได้…”

เซี่ยเฟยถือได้ว่าเป็นนักเล่าเรื่องชั้นยอด เพราะเรื่องเล่าในตอนแรกของเขาไม่สามารถที่จะหลอกลวงเซียงอู๋เฉิงได้ แต่เมื่อเขาเริ่มให้เหตุผลกับเรื่องเล่าของตัวเอง มันก็เริ่มทำให้เรื่องราวของเขากลายเป็นเรื่องที่สมจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ดึงพลังย้อนกลับงั้นเหรอ!?” เซียงอู๋เฉิงอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยคิดถึงวิธีการแบบนี้มาก่อน และทั่วทั้งดินแดนกฎมันก็คงจะไม่มีใครคิดถึงการใช้พลังในลักษณะนี้ด้วย

ชั่วครู่หนึ่งนั้นเซียงอู๋เฉิงก็กำลังรู้สึกสับสนกับคำโกหกของเซี่ยเฟย และเขาก็เริ่มไตร่ตรองถึงผลกระทบจากการใช้พลังในลักษณะนี้จริง ๆ

แต่ในทันใดนั้นเองเครื่องสื่อสารบนแขนของเซียงอู๋เฉิงก็สั่นขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งมันเป็นสัญญาณจากเซียงฟานที่ต้องการจะแจ้งให้เขาทราบว่าตอนนี้ทางสมาคมได้ตรวจพบตำแหน่งของเซี่ยเฟยแล้ว

‘ไม่มีเวลาแล้ว ฉันต้องลงมือเดี๋ยวนี้!’ เซียงอู๋เฉิงคิดกับตัวเองภายในใจ

เซียงฟานคอยรายงานสถานการณ์ของสมาคมให้เขาทราบอยู่ตลอดเวลา แล้วมันก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงกล้าที่จะพูดคุยกับชายหนุ่มเป็นเวลานานขนาดนี้

อย่างไรก็ตามเมื่อสัญญาณถูกส่งมาถึง มันก็หมายความว่าเขาจะต้องลงมือในทันที ซึ่งอย่างมากที่สุดเขาก็จะมีเวลาในการกำจัดหลักฐานเป็นเวลาไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น

ไม่ว่าเซียงอู๋เฉิงจะมั่นใจในพลังของตัวเองแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะท้าทายราชากฎทั้ง 10 คนในเวลาเดียวกันอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็จะต้องจัดการกับเซี่ยเฟยก่อนที่คนของสมาคมจะเดินทางมาจนถึงที่นี่ให้ได้

การเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเซียงอู๋เฉิงไม่สามารถที่จะเล็ดลอดจากแววตาอันเฉียบคมของเซี่ยเฟยไปได้ แล้วเพียงแค่เสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็สามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน

“เอาเลยขนอุย!” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดังโดยชิงจังหวะทำการจู่โจมก่อน

ทันใดนั้นขนอุยก็พุ่งตัวออกไปราวกับดาวตก และความเร็วในปัจจุบันของมันก็ทำให้ร่างของมันเป็นเหมือนแค่เส้นแสงที่พุ่งออกไปตรงหน้าเท่านั้น

“หือ?” เซียงอู๋เฉิงอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ และเขาก็ไม่คิดว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่โตเต็มวัยจะเป็นภัยคุกคามสำหรับเขาเลย

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่รู้ว่าในปัจจุบันขนอุยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะมันเลื่อนพลังขึ้นไปอีกระดับแล้วทำให้มันมีความเร็วไม่ด้อยไปกว่าเซี่ยเฟยเลย

ปัง!

เซียงอู๋เฉิงใช้พลังเบี่ยงเบนการจู่โจมของขนอุยออกไป แล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจในความเร็วของอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้

ระหว่างที่ชายชราปัดป้องขนอุยออกไปนั้น เขาก็โน้มตัวไปข้างหน้าโดยมีจุดมุ่งหมายคือการจู่โจมเซี่ยเฟย

มือทั้งสองข้างของชายชราตวัดออกไปคว้าอากาศอย่างว่องไว และทำให้พื้นที่มิติบริเวณรอบ ๆ เซี่ยเฟยถูกบีบอัดในทันที

ตระกูลทุกตระกูลภายในดินแดนผู้ใช้กฎต่างก็มีจุดเด่นในการใช้พลังเป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลหยูที่มีความเก่งกาจในการใช้กฎมิติในการฉีกกระชาก ขณะที่ตระกูลมูนวอร์ดก็มีชื่อเสียงในการใช้กฎมิติในการบีบอัดทำลายพื้นที่

พลังที่มองไม่เห็นกดทับร่างของชายหนุ่มทุก ๆ ด้าน แต่ในขณะที่ชายชราได้เข้ามาใกล้จู่ ๆ หงส์ครามก็แทงทะลุขึ้นมาจากพื้นดิน

หงส์ครามได้ซ่อนตัวอยู่ในพื้นดินมาเป็นเวลานานแล้ว และมันก็เฝ้ารอโอกาสที่จะจู่โจมในตอนที่ศัตรูไม่ทันได้ตั้งตัว

“นี่มันอะไร?!” เซียงอู๋เฉิงอุทานด้วยความตกตะลึง

อย่างไรก็ตามชายชราก็ตั้งสติกลับมาได้ด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก และใช้มือขวาสะบัดออกไปฉีกกระชากใบหญ้าขนาดใหญ่ให้ขาดออกจากกันได้อย่างง่ายดาย

“ง่ายแบบนั้นเลยเหรอ?” เซี่ยเฟยอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เพราะแผนการที่เขาวางเอาไว้เป็นเวลานานกลับถูกเซียงอู๋เฉิงทำลายลงไปอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันเหลือเวลาอีกประมาณ 5 นาที ก่อนที่คนจะสมาคมผู้คุมกฎจะเดินทางมาถึง

***************

จะทันไหม?

จบแล้วสำหรับกลุ่ม VIP8 [631-720] สำหรับใครที่สนใจเข้ากลุ่มสามารถติดต่อได้ที่ เพจสนพ.เซียนอ่าน ได้เลยนะคะ โดยทางกลุ่มเฟส VIP จะมีค่าปลดตอนถูกกว่าทางหน้าเว็บแต่อัปตอนพร้อมกันน๊า

จบบทที่ ตอนที่ 720 ปรากฏการณ์สามมังกรทะยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว