เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 719 ถูกไล่ล่าจากจักรพรรดิ

ตอนที่ 719 ถูกไล่ล่าจากจักรพรรดิ

ตอนที่ 719 ถูกไล่ล่าจากจักรพรรดิ


ตอนที่ 719 ถูกไล่ล่าจากจักรพรรดิ

ณ ดาวเคราะห์ไร้ชื่อ

ในระหว่างช่วงเวลาพักการฝึกฝน เซี่ยเฟยก็ได้ทำการติดต่อเข้าไปหาเยว่เกอ ท้ายที่สุดปัจจุบันเข็มทิศมิติที่เขาใช้อยู่นั้นก็เป็นเข็มทิศมิติที่ไม่ได้ลงทะเบียน คนอื่น ๆ จึงไม่สามารถติดต่อมาหาเขาได้มีเพียงแต่เขาสามารถติดต่อไปหาคนอื่นได้เท่านั้น

เยว่เกอเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่โถงบรรพบุรุษของตระกูลหยูให้เซี่ยเฟยฟังอย่างละเอียด ราวกับว่าเธอเป็นคนที่อยู่ในงานด้วยตัวเอง แล้วเธอก็เชื่อว่าการเล่าทุกอย่างโดยละเอียดนี้มันจะมีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ของเซี่ยเฟย

“พวกเฝิงซินเหนียนทำได้ดีกว่าที่ฉันคาดการณ์เอาไว้จริง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะระดมคนจากกลุ่มดาวม้าขาวมาเป็นจำนวนมากขนาดนี้ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลก ๆ ก็ไม่รู้” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

เหตุการณ์นี้ทำให้เยว่เกอดูประหม่าอยู่เล็กน้อย เพราะรายละเอียดทุกอย่างมันมีความเกี่ยวพันกับชีวิตของเซี่ยเฟย มันจึงทำให้แม้แต่เธอที่ห่างหายจากเซี่ยเฟยไปนานก็ยังอดที่จะรู้สึกเป็นกังวลแทนสหายของเธอไม่ได้

“ฉันไปหาข้อมูลเรื่องนี้มาแล้ว ดูเหมือนว่าตอนเด็ก ๆ เฝิงซินเหนียนกับหลางซุนเย่จะเคยเป็นหัวโจกแก๊งอันธพาลในกลุ่มดาวม้าขาวมาก่อน พวกเขาจึงสามารถติดต่อไปเรียกระดมพลสมาชิกภายในแก๊งเก่าของตัวเองได้อย่างง่ายดาย” เยว่เกอกล่าว

“แล้วมันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหลังจากความวุ่นวายในตระกูลหยูอีกไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“เรื่องหลังจากนั้นมันน่าสนใจมากกว่าเดิมอีก หลังจากที่หลักฐานถูกเปิดโปงออกมาเฝิงคูชานกับมู่ฉีหยุนก็เดินทางไปที่สมาคมผู้คุมกฎด้วยตัวเอง จากนั้นตัวแทนของ 9 ตระกูลใหญ่ก็เดินทางออกจากสมาคมโดยไม่พูดอะไรสักคำ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขากำลังไปไหน แต่ฉันคิดว่าพวกเขาอาจจะไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้ พวกเขาเลยออกไปขอความช่วยเหลือจากภายนอก” เยว่เกอกล่าว

“มันยังไม่มีข่าวเรื่องหยูฮัวออกมาอีกงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันพยายามว่าจ้างรุ่นน้องหลาย ๆ คนในตระกูลเพื่อรวบรวมข้อมูลตลอดทั้งวันแล้ว แต่จนถึงตอนนี้มันยังไม่มีข่าวการเสียชีวิตหรือข่าวการจับกุมหยูฮัวออกมาเลย” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยเฟยถอนหายใจออกมาอย่างหนัก เพราะตามสมมุติฐานของเขา หากอีกฝ่ายต้องการที่จะประนีประนอมเรื่องนี้พวกเขาก็ควรจะต้องสังหารหยูฮัวเพื่อส่งสัญญาณมาหาเขา

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เวลามันก็ได้ผ่านพ้นมาสักพักแล้ว และการที่หยูฮัวยังมีชีวิตอยู่มันก็มีความเป็นไปได้เพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น นั่นก็คือพวกเขาตั้งใจที่จะเก็บหยูฮัวเอาไว้ ซึ่งมันก็หมายความว่าเขายังคงตกเป็นเป้าหมายของการสังหารอยู่เช่นเดิม

“โอเค ขอบคุณมาก หลังจากนี้ฉันก็ขอฝากเธอตามข่าวแล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อได้ยินคำว่าดูแลตัวเองจากเซี่ยเฟย มันก็ทำให้เยว่เกอตกใจขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบโต้อะไรกลับไปชายหนุ่มก็ได้ตัดการเชื่อมต่อไปเสียก่อน

“ไอ้คนผีทะเล” เยว่เกอพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่ร่างของเธอกำลังสั่นอย่างรุนแรง

หลังจากตัดการเชื่อมต่อแล้วเซี่ยเฟยก็กลับมาทำการฝึกฝนอีกครั้ง เพราะเขาอยู่ใกล้กับการเป็นราชากฎมากแล้ว และไม่ว่าผลลัพธ์ของการลงมือในครั้งนี้มันจะออกมาเป็นยังไง เขาก็ควรจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ทุกประเภทอยู่ดี

“อีกนานแค่ไหน?” โอโร่กล่าวถาม

“30 ชั่วโมง… ถ้าหากว่าใน 30 ชั่วโมงผมยังไม่ได้รับสัญญาณจากคนที่อยู่เบื้องหลังหยูฮัว ผมก็จะปล่อยวิดีโอตัวเต็มออกไปในทันที ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ไม่คิดที่จะปล่อยผมไปอยู่แล้ว ทางรอดเดียวที่เหลือของผมในตอนนี้มีแค่การพยายามเผชิญหน้ากันตรง ๆ เท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไป

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังฝึกฝนอยู่นั้น เซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงก็กำลังคุกเข่าขอโทษลงตรงหน้าชายชราที่มีท่าทางอันหยิ่งผยอง

สถานที่ที่พวกเขาอยู่ในปัจจุบันคือห้องอันมืดมิดที่ยากจะเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้ เพราะท้ายที่สุดการมาเยือนเผ่าเทพของเซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงในคราวนี้มันก็เป็นเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับ

อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีความคุ้นเคยกับชายชราคนนี้เป็นอย่างดี เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเซียงจินเฉิง ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของเซียงอู๋เฉิงและเป็นผู้คุมกองกำลังของตระกูลคนก่อน

“เรื่องมันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว?” ร่างในความมืดกล่าวถาม

“18 ชั่วโมงครับ” เซียงไป๋กล่าวตอบกลับไปด้วยความเคารพ

“ในเมื่อเจ้าหนุ่มนั่นมันพยายามส่งสัญญาณสันติมาให้กับพวกเรา มันก็หมายความว่าเขามีเส้นตายอยู่ภายในใจอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลาถ้าหากนายยังไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจกับเขา เขาย่อมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้รอดพ้นไปจากพวกเราอย่างแน่นอน”

“ถ้าหากหลักฐานทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมา ในเวลานั้นถึงแม้ว่าพวกนายจะมาหาฉันแต่มันก็ยังไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี” คำตอบจากเซียงจินเฉิงในเงามืดเริ่มทำให้เซียงไป๋กับเซียงอู๋เฉิงรู้สึกตื่นตระหนก

“พวกเราจำเป็นจะต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเดินทางมาที่นี่ได้ และพวกเราก็ไม่กล้าใช้อุปกรณ์สื่อสารติดต่อมาอย่างกะทันหัน เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับตระกูลสกายวิงโดยตรง พวกเราเลยไม่สามารถประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียว” เซียงอู๋เฉิงพยายามอธิบายว่าทำไมพวกเขาจึงเคลื่อนไหวอย่างล่าช้า

“ใช่แล้ว ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตระกูลสกายวิงไม่ควรที่จะประมาทเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนของสกายวิงใช่ไหม? แบบนี้พวกเราก็สามารถที่จะจัดการเรื่องนี้เงียบ ๆ ต่อไปได้”

“สิ่งที่พวกเราจำเป็นจะต้องทำตอนนี้มีเพียงแค่การรอเท่านั้น เพราะผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณทั้งสองคนในตระกูลของเรากำลังพยายามค้นหาตัวเจ้าหนุ่มคนนั้นแล้ว” เซียงจินเฉิงกล่าว

“ผมเพิ่งได้รับข่าวมาว่าตอนนี้ทางสมาคมก็กำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณด้วยเหมือนกัน ดูเหมือนจุดประสงค์ของพวกเขาก็คือการตามหาตัวเซี่ยเฟยเหมือนกับพวกเรา” เซียงไป๋อุทานออกมาด้วยความตกใจ หลังจากที่เขาได้รับข่าวใหม่ที่เพิ่งติดต่อเข้ามาเพียงแค่ไม่นาน

“เรื่องจริงงั้นเหรอ?”

“เรื่องจริงแน่นอนครับ ตัวแทนของเราในสมาคมเป็นคนรายงานเรื่องนี้มาให้กับผมเอง” เซียงไป๋กล่าว

“ก็ลองดูว่าใครจะเร็วกว่ากัน จำไว้ว่าพวกนายจะต้องจัดการทุกอย่างให้หมดจดที่สุด เพราะถ้าหากว่าเจ้าหนุ่มนั่นหลงเหลือซากศพอยู่แม้แต่นิดเดียว มันก็อาจจะหมายถึงเราต้องทำสงครามกับตระกูลสกายวิงได้เลย” เซียงจินเฉิงกล่าวอย่างจริงจัง

ในเวลาเดียวกันหมิงซินก็ได้นำทีมของสมาคมผู้คุมกฎเดินทางไปหาสมาคมผู้คุมกฎที่อยู่ในเผ่าเทพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่เหนือกว่าพวกเขาขึ้นมาอีกระดับ

ความจริงแล้วสมาคมผู้คุมกฎในกลุ่มดาวม้าขาวเป็นเพียงแค่สาขาย่อยของสมาคมผู้คุมกฎในเผ่าเทพเท่านั้น โดยในพื้นที่ของแต่ละเผ่าพันธุ์ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีสมาคมผู้คุมกฎคอยดูแลพื้นที่ของตัวเอง เพื่อป้องกันข้อพิพาทระหว่างเผ่าพันธุ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา

เซี่ยจงไห่เดินทางตามทีมของสมาคมในคราวนี้มาด้วย ซึ่งสถานะพิเศษที่เขามีก็ทำให้ตัวตนของเขามีอำนาจเทียบเท่ากับตัวแทนจากตระกูลชั้นยอดทั้งเก้า และด้วยบุคลิกอันแปลกประหลาดของเขา มันจึงไม่มีใครกล้าห้ามปรามชายชราคนนี้เลยแม้แต่น้อย

การพยายามขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณของสมาคมผู้คุมกฎในเผ่าเทพค่อนข้างจะมีเงื่อนไขอันเข้มงวด และมันก็จำเป็นจะต้องผ่านการอนุมัติของตัวแทนตระกูลชั้นยอดทั้งเก้าคนเสียก่อน ทางสมาคมถึงจะอนุมัติให้ผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณเริ่มทำงานได้

ท้ายที่สุดสาเหตุที่พวกเขาต้องทำให้เรื่องมันยุ่งยากแบบนี้ นั่นก็เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาใช้งานผู้เชี่ยวชาญการติดตามจิตวิญญาณเพื่อแก้แค้นเรื่องส่วนตัว เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการติดตามใครสักคนจึงถูกควบคุมเอาไว้อย่างซับซ้อนมากเป็นพิเศษ

“พวกเราควรรอข่าวอยู่ที่นี่หรือกลับไปกันก่อนดี?” หมิงซินกล่าวถามขณะยื่นเอกสารเพื่อรอการอนุมัติ

“พวกเราควรรออยู่ที่นี่เลยดีกว่า การเดินทางกลับไปกลับมามันจำเป็นจะต้องใช้เวลามากพอสมควร หากช่วงเวลานั้นมันมีสายลับส่งข่าวเรื่องนี้กลับไปให้กับคนร้าย พวกเราก็อาจจะพลาดเรื่องสำคัญอะไรไปก็ได้” มู่เฉียงหลิงกล่าว เพราะเขากลัวว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังหยูฮัวจะเป็นคนจาก 1 ใน 9 ตระกูลชั้นยอด

เหตุการณ์นี้ทำให้เซียงฟานผู้ซึ่งเป็นตัวแทนจากตระกูลมูนวอร์ดชะงักไปเล็กน้อย เพราะสายลับที่มู่เฉียงหลิงกำลังระแวงอยู่นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกเสียจากตัวเขาเอง

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มารอฟังข่าวอยู่ที่นี่พร้อมกันเลยก็แล้วกัน” หมิงซินกล่าวพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาเมื่อเห็นว่าไม่มีใครโต้แย้งอะไร

พลังจากคริสตัลกลืนโลหิตบุกทะลวงเข้าไปในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเซี่ยเฟยซ้ำแล้วซ้ำเล่า คล้ายกับฝูงปลาปิรันย่าที่ค่อย ๆ กัดกินอุปสรรคไปทีละน้อย เพื่อให้ชายหนุ่มทะลวงผ่านจนกลายเป็นราชากฎได้

เซี่ยเฟยสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ใกล้กับการก้าวข้ามไปเป็นราชากฎมากแล้ว และทุกอย่างก็เหมือนกับอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้มีความคิดที่จะรีบร้อน เพราะเขารู้ดีว่าทุกสิ่งทุกอย่างควรทำไปทีละขั้นทีละตอน เขาจึงจำเป็นจะต้องสงบสติอารมณ์และค่อย ๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าตามเส้นทางอย่างใจเย็น

น่าเสียดายที่ในวันนี้จู่ ๆ เขาก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี และลางสังหรณ์นั้นมันก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

“พยายามเข้า! ตอนนี้นายควรเร่งพลังจากคริสตัลกลืนโลหิตแล้วทะลวงผ่านอุปสรรคทุกอย่างในคราวเดียว การเป็นราชากฎอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมแล้ว!” โอโร่กล่าวแนะนำขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

พลังงานจากคริสตัลกลืนโลหิตเริ่มถูกกระตุ้นให้มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเซี่ยเฟยต้องการที่จะใช้โอกาสครั้งนี้ในการใช้พลังของคริสตัลกลืนโลหิตเพื่อทำการบุกทะลวงในขั้นตอนสุดท้าย

แต่ในทันใดนั้นเองจู่ ๆ มันก็มีความผันผวนของพลังงานอันรุนแรงปรากฏขึ้นไม่ไกลจากเซี่ยเฟย คล้ายกับว่ามันได้มีคนกำลังเปิดประตูมิติออกมา

“ไม่นะ! นั่นมันพลังระดับจักรพรรดิกฎ!! เซี่ยเฟยอยู่ห่างจากการเป็นราชากฎเพียงแค่นิดเดียวเอง ทำไมเขาถึงจะต้องมาในตอนนี้ด้วย” โอโร่อุทานขึ้นมาด้วยความเศร้าใจ

***************

ขอเป็นราชากฎก่อนไม่ได้เหรอ? แล้วจักรพรรดิกฎงั้นเหรอหรือว่าจะเป็น…

จบบทที่ ตอนที่ 719 ถูกไล่ล่าจากจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว