เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 713 ความวุ่นวายในพิธี

ตอนที่ 713 ความวุ่นวายในพิธี

ตอนที่ 713 ความวุ่นวายในพิธี


ตอนที่ 713 ความวุ่นวายในพิธี

ที่ใดมีคนมีอำนาจที่นั่นย่อมต้องมีผู้ที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดเป็นเรื่องธรรมดา กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังเดินเข้ามาต่างก็ทำตัวกร่างกับทุกคน จนทำให้แขกภายในงานต่างพยายามหลีกเลี่ยงพวกเขากันอย่างจ้าละหวั่น

“พี่หลางซุนเย่!”

“ดูนั่น! พี่เฝิงก็อยู่ด้วย ทุกคนรีบทักทายพี่เฝิงเร็วเข้า!!”

เมื่ออีกฝ่ายทักทายเฝิงซินเหนียนก็ไม่มีทางเลือกนอกเสียจากจะต้องพยักหน้าให้กับทุกคน โดยกลุ่มคนกลุ่มนี้มีสมาชิกอยู่ประมาณ 20 คน และแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นคุณชายจากตระกูลที่ร่ำรวยทั้งสิ้น เมื่อพวกเขาได้มารวมตัวกันมันจึงไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาพูดห้ามปรามพวกเขาเลย

“ชุนหลิน! ชุนเฟิง! พวกนายนำแก๊งต่อจากพวกฉันได้ดีมาก วันนี้อย่าลืมแสดงความสามารถของพวกนายให้ฉันกับพี่เฝิงได้เห็นล่ะ?” หลางซุนเย่หัวเราะเสียงดังพร้อมกับเดินเข้าไปตบไหล่ชายในกลุ่มทีละคน

“ไม่มีปัญหา”

“เรื่องแค่นี้มันเรื่องกล้วย ๆ”

“ในเมื่อพวกพี่อยู่ด้วย แล้วพวกเรายังจะต้องกลัวอะไรอีก?”

หลางซุนเย่ทำตัวเป็นเหมือนกับพี่ใหญ่ที่พูดจาทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง และพวกชายหนุ่มตัวแสบในกลุ่มนี้ต่างก็ให้ความเคารพหลางซุนเย่กับเฝิงซินเหนียนเป็นอย่างมาก

ความเป็นจริงในอดีตเฝิงซินเหนียนกับหลางซุนเย่เคยเป็นหัวหน้าแก๊งนี้มาก่อน และพวกเขาก็เคยก่อความวุ่นวายขึ้นมาอย่างมากมาย จนทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาโด่งดังไปทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาว

อย่างไรก็ตามทายาทของตระกูลใหญ่ต่างก็ต้องแบกรับภาระเอาไว้อย่างเข้มงวด เมื่อพวกเขาอายุครบ 18 ปีพวกเขาก็ต้องเริ่มออกไปทำงานให้กับตระกูล พวกเขาจึงไม่เหลือเวลาว่างไปเป็นหัวหน้าแก๊งอีกต่อไป

เมื่อหัวหน้าแก๊งรุ่นเก่าต้องไปทำงานพวกเขาก็ต้องแต่งตั้งหัวหน้าแก๊งรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน โดยกลุ่มคนหนุ่มสาวพวกนี้ต่างก็มีอายุไม่ถึง 18 ปี เฝิงซินเหนียนกับหลางซุนเย่จึงเป็นเหมือนพี่ใหญ่สำหรับพวกเขา

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อหลางซุนเย่เรียกแก๊งอันธพาลเก่าให้มารวมตัวกันในสถานที่แห่งนี้ พวกเขาจึงรีบเดินทางมาในทันที และต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองให้หัวหน้าแก๊งรุ่นเก่าได้เห็นว่า ถึงแม้แก๊งจะมาตกอยู่ในการดูแลของพวกเขาแล้วแต่พวกเขาก็ยังคงดูแลแก๊งต่อได้เป็นอย่างดี

เมื่อมีกลุ่มคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงดึงดูดความสนใจได้อย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่าหลางซุนเย่จะเป็นคนง่าย ๆ แต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นหลังจากพูดคุยทักทายกันเล็กน้อย เขาก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกระจายตัวกันออกไปเพื่อปะปนกับแขกภายในงาน

“เด็กพวกนั้นพอใช้ได้เลยใช่ไหม? พวกเขาทำให้ผมนึกถึงพวกเราในอดีตเลย แต่น่าเสียดายที่เราคงจะกลับไปทำตัวแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว” หลางซุนเย่กล่าวพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ

ทั้งคู่ต่างก็เคยเป็นหัวหน้าแก๊งมาก่อน แต่หลังจากที่พวกเขาอายุครบ 18 ปีแล้วพวกเขาต่างก็เลือกเส้นทางเดินที่แตกต่างกันออกไป โดยหลางซุนเย่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสมาชิกภายในแก๊งเอาไว้ แตกต่างจากเฝิงซินเหนียนที่ปลีกตัวออกมาจากแก๊งในทันที และพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมจะสืบทอดตำแหน่งผู้นำกลุ่มมังกรฟ้าในอนาคต

“อย่างที่ฉันเคยบอกนั่นแหละว่านายโชคดีกว่าฉันมาก นี่ถ้าหากพ่อรู้ว่าฉันยังมาเจอกับพวกเขาอีก บางทีฉันก็อาจจะถูกลงโทษก็ได้” เฝิงซินเหนียนกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“มันเป็นเพราะว่าตระกูลของพี่มีลูกหลานน้อยเกินไป ภาระหน้าที่ทั้งหมดมันเลยตกอยู่กับพี่เพียงคนเดียว ผมได้ยินมาว่าตระกูลพี่กำลังพยายามหาภรรยาให้กับพี่อยู่ใช่ไหมล่ะ? ผมแนะนำให้พี่แต่งงานกับผู้หญิงหลาย ๆ คนไปเลย เพราะถ้าหากว่าพี่มีลูกมาก ๆ ลูกชายพี่ก็จะได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาความรับผิดชอบของพี่ไป” หลางซุนเย่กล่าว

“นายคิดว่าการมีลูกมาก ๆ มันเป็นเรื่องดีงั้นเหรอ? อีกอย่างกฎของตระกูลฉันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆ ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันก็มีภรรยาได้เพียงแค่คนเดียว”

“ว่าแต่นายระวังตัวเอาไว้เถอะ ถ้าหากเด็กพวกนั้นสร้างปัญหาขึ้นมามากเกินไป ฉันกับนายอาจจะถูกคนอื่นด่าลับหลังว่าพวกเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันนี้” เฝิงซินเหนียนกล่าว

“เรื่องนี้ผมไม่ผิดนะ! ผมแค่บอกชุนหลินกับชุนเฟิงเท่านั้น ส่วนคนที่เหลือไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย” หลางซุนเย่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

คำตอบนี้ถึงกับทำให้เฝิงซินเหนียนพูดไม่ออก ท้ายที่สุดทั้งชุนหลินและชุนเฟิงต่างก็เคยติดตามหลางซุนเย่มานานหลายปี เมื่อพี่ใหญ่ของพวกเขาต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาจึงเรียกรวมสมาชิกแก๊งทุกคนเพื่อให้สถานการณ์ในวันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

แม้ว่าเด็ก ๆ ภายในแก๊งจะค่อนข้างก้าวร้าวแต่พวกเขาก็มีนิสัยรักพวกพ้องของตัวเองมาก เมื่อทุกคนได้ยินแผนการที่หลางซุนเย่กับเฝิงซินเหนียนกำลังจะทำ พวกเขาจึงรีบอาสาเดินทางกันมาที่นี่อย่างรวดเร็ว

เมื่อมีแก๊งเด็กอันธพาลจำนวนมากมารวมตัวกัน คนที่รู้สึกปวดหัวที่สุดย่อมต้องเป็นตระกูลหยูอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปห้ามปรามคุณชายพวกนี้ได้ งานเลี้ยงแต่งตั้งผู้นำตระกูลคนใหม่จึงวุ่นวายไปพักหนึ่ง

“ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะต่างไปจากที่ผมจินตนาการเอาไว้นิดหน่อยนะ” หลางซุนเย่เอามือลูบหัวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

เฝิงซินเหนียนทำได้เพียงแต่พยายามอดกลั้นอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจแค่ไหนก็ตาม

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยต้องการที่จะขอความช่วยเหลือพวกเขาทั้งสองคนเพื่อมาสร้างความวุ่นวายขึ้นจากเดิมเล็กน้อยเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่ตามมามันกลับเกินกว่าความคาดหมายของเซี่ยเฟยไปมาก

ทันใดนั้นทั่วทั้งโถงบรรพบุรุษของตระกูลหยูก็เงียบเสียงลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับหญิงสาว 2 คนที่เดินเข้ามาภายในงาน

“นั่นมันพี่มู่ฟู่ผิง!”

“แม้แต่พี่มู่ฟู่ผิงก็มางานนี้ด้วยงั้นเหรอ?”

เหล่าบรรดาลูกหลานจากกลุ่มดาวม้าขาวต่างก็รู้จักกันเป็นอย่างดี เหล่าบรรดาสมาชิกแก๊งอันธพาลจึงรีบทักทายมู่ฟู่ผิงในทันทีที่พวกเขาได้เห็นเธอ

แก๊งอันธพาลทำให้มู่ฟู่ผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเธอไม่คิดว่ามันจะมีลูกหลานตระกูลใหญ่จากกลุ่มดาวม้าขาวได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากขนาดนี้

“หลางซุนเย่กับเฝิงซินเหนียนอยู่ไหน?” มู่ฟู่ผิงกล่าวถาม

“พวกเขาอยู่ตรงนั้น” สมาชิกแก๊งอันธพาลชี้นิ้วไปยังพี่ใหญ่ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันมู่ฟู่ผิงแต่งกายด้วยผ้าไหมที่ปลิวไสว และเมื่อมันได้รวมรูปลักษณ์อันสวยงามเข้ากับสถานะอันพิเศษของเธอ การปรากฏตัวของเธอจึงดึงดูดสายตาของแขกภายในงานได้ทุกคน

“เธอคือคุณหนูมู่ฟู่ผิงจากตระกูลวิทเทอร์ไม่ใช่เหรอ?”

“ทำไมเธอถึงเดินทางมาที่นี่? หรือว่าตระกูลวิทเทอร์จะมีความสัมพันธ์กับตระกูลหยู?”

พิธีรับตำแหน่งของหยูฮัวเริ่มมีความน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทุกคนต่างก็พยายามคาดเดาว่าตระกูลหยูจะต้องมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลใหญ่ของเด็กพวกนี้แน่ ๆ

“สวัสดีมู่ฟู่ผิง”

ทั้งเฝิงซินเหนียนและหลางซุนเย่ต่างก็เริ่มทักทายเมื่อได้เห็นหญิงสาวเดินเข้ามา

“พี่เฝิง สิ่งที่ฉันได้ยินในก่อนหน้านี้มันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ?” มู่ฟู่ผิงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล

“พวกเรามารอดูกันก่อนเถอะ ความจริงฉันก็ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของจดหมายนั้นได้เหมือนกัน มันจึงยังไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ว่าคนที่ส่งจดหมายนั้นมาคือเซี่ยเฟย”

“ตอนนี้เวลาก่อนเริ่มพิธีเหลือไม่ถึง 5 นาทีแล้ว ถ้าหากเหตุการณ์เป็นไปอย่างที่จดหมายได้อธิบายไว้จริง ๆ ในเวลานั้นพวกเราก็ต้องช่วยกันทวงหาความยุติธรรมให้กับเขา” เฝิงซินเหนียนกล่าว

ในระหว่างที่เฝิงซินเหนียนอธิบายหลางซุนเย่ก็พยักหน้าเสริมอยู่ซ้ำ ๆ เพราะท้ายที่สุดเขาก็เป็นโรคที่คุยกับผู้หญิงไม่ค่อยรู้เรื่อง ดังนั้นถ้าหากว่าเขาเป็นคนอธิบาย มันก็อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ

“เซี่ยเฟยเคยช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ในเมื่อเขามีปัญหาฉันก็จะพยายามช่วยเขาอย่างสุดความสามารถ” มู่ฟู่ผิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ

หลังจากพูดคุยกันสั้น ๆ มู่ฟู่ผิงกับน้องสาวของเธอก็แยกตัวจากไป ท้ายที่สุดสถานะของเธอก็ค่อนข้างสำคัญมากจนเกินไป มันจึงไม่ใช่เรื่องดีถ้าหากว่าเธออยู่พูดคุยกับเฝิงซินเหนียนเป็นเวลานาน

เมื่อถึงเวลาเริ่มพิธี เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงขึ้นอย่างแผ่วเบา แขกภายในงานจำนวนหลายพันคนต่างก็พร้อมใจเงียบเสียงของพวกเขาลง เพราะเสียงดนตรีเป็นสัญญาณบอกว่าพิธีการกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

หยูจิน, หยูซีหยวน, ผู้อาวุโสของตระกูลหยูและตัวแทนจากสมาคมผู้คุมกฎต่างก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีทีละคน

“ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่เดินทางมาเข้าร่วมงานสำคัญของตระกูลหยูในวันนี้ ในฐานะที่ผมเป็นผู้อาวุโสของตระกูล ผมขอเป็นตัวแทนของตระกูลกล่าวยินดีต้อนรับพวกคุณทุกคน”

“ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้นำตระกูลคนเก่าของพวกเราเพิ่งจะเสียชีวิตลงไปเพียงแค่ไม่นาน แม้ว่าพวกเราจะยังคงระลึกถึงผู้อาวุโสหยูเจียงอยู่เสมอ แต่ตระกูลก็ยังจำเป็นจะต้องเดินหน้าต่อไป คณะผู้อาวุโสของตระกูลจึงมีมติเอกฉันท์ โดยให้หยูฮัวผู้ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนของผู้นำตระกูลคนก่อนและเป็นราชากฎระดับสูงขึ้นรับตำแหน่งเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป” หยูจินประกาศเปิดพิธีการ

ทันทีที่เสียงประกาศจบลงทุกคนต่างก็ปรบมือเพื่อเป็นเกียรติให้กับหยูฮัว

แต่ในขณะที่หยูจินกำลังจะประกาศเรียกหยูฮัวออกมารับตำแหน่งผู้นำตระกูลอยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“พวกเรายังไม่เจอตัวฆาตกรที่สังหารอดีตผู้นำด้วยซ้ำ ฉันคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องแต่งตั้งผู้นำตระกูลคนต่อไป!”

เสียงปริศนาก่อให้เกิดบรรยากาศอันเงียบสงัดในทันที และในขณะที่หยูจินกำลังจะพูดเพื่อแก้ไขสถานการณ์ มันกลับได้มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมาจากฝูงชน

โห่…

“พวกตระกูลหยูไม่คิดที่จะแก้แค้นให้อดีตผู้นำของตัวเองด้วยซ้ำ แต่กลับคิดที่จะแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ขึ้นมาแล้ว”

“ไอ้พวกตาขาว!”

เสียงโห่ร้องเริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ และทันใดนั้นหยูจินก็ได้พบว่ามันมีกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนพยายามสร้างปัญหาให้กับพวกเขา

“รีบลากไอ้เด็กพวกนั้นออกไปเร็ว ๆ เข้า! พวกมันกล้าดียังไงถึงมาทำตัวแบบนี้ในพิธีสำคัญของตระกูลหยู” หยูจินรีบเรียกทหารของตระกูลมาขับไล่แก๊งอันธพาลออกไปในทันที

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็ได้มีใบมีดปริศนาบินออกมาจากฝูงชนแล้วพุ่งเข้าไปยังใบหน้าของหยูจินอย่างฉับพลัน และมันก็ทำให้พิธีการในวันนี้เข้าสู่ความวุ่นวายอย่างแท้จริง

***************

เปิดฉากของขวัญแสดงความยินดีของพี่เฟย

จบบทที่ ตอนที่ 713 ความวุ่นวายในพิธี

คัดลอกลิงก์แล้ว