- หน้าแรก
- โลกล่มสลาย: ฉันมีระบบเทพเจ้า!
- บทที่ 37 ผู้ตรวจการลำดับที่หนึ่ง จอมยุทธ์วายุ!
บทที่ 37 ผู้ตรวจการลำดับที่หนึ่ง จอมยุทธ์วายุ!
บทที่ 37 ผู้ตรวจการลำดับที่หนึ่ง จอมยุทธ์วายุ!
"หมายความว่ายังไงครับ?"
น้ำเสียงของหลี่ซีเฟิงแฝงไปด้วยความร้อนรน
จ้าวเสวียนถิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า: "แม้พิษกัดกร่อนใจจะถูกสะกดไว้ได้ชั่วคราว แต่สารพิษได้แทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูกแล้ว มันสามารถกำเริบขึ้นมาได้ทุกเมื่อ"
หลี่ซีเฟิงรูม่านตาหดเกร็ง นิ้วมือขยำผ้าปูเตียงแน่นโดยไม่รู้ตัว: "งั้น... มีวิธีถอนพิษให้หายขาดไหมครับ?"
จ้าวเสวียนถิงขมวดคิ้วแน่นพลางส่ายหน้า: "ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลเราพยายามอย่างเต็มที่แล้ว นอกเสียจากว่า..."
"นอกเสียจากว่าอะไรครับ?" หลี่ซีเฟิงเงยหน้าขึ้นทันที ในดวงตาฉายแววแห่งความหวังออกมาวูบหนึ่ง
"นอกเสียจากว่าจะหายาแก้พิษพบ" เสี่ยวเทียนหานเอ่ยเสียงเย็น
"พิษกัดกร่อนใจเป็นพิษร้ายแรงที่หลิวย่าวหยางปรุงขึ้นมาเองหลังจากเขามีชื่อเสียง เพื่อเอาไว้ใช้ลอบสังหารขุมกำลังที่เป็นศัตรูกับเขาโดยเฉพาะ"
"หากต้องการช่วยน้องสาวนาย บางทีอาจจะต้องเริ่มจัดการจากตัวเขา"
"แต่หลิวย่าวหยางตายไปแล้ว!" หลี่ซีเฟิงเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา "แล้วผมจะไปหายาแก้พิษจากที่ไหนกัน?!"
ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง
เสี่ยวเทียนหานนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเย็นชาว่า: "ถึงหลิวย่าวหยางจะตายไปแล้ว แต่ตระกูลหลิวยังอยู่"
หลี่ซีเฟิงเงยหน้าขึ้นทันที: "คุณจะบอกว่า..."
"รังใหญ่ของตระกูลหลิวอยู่ที่เมืองฐานชางหลัน" แววตาของเสี่ยวเทียนหานวาบแสงเย็นเยียบ "ในเมื่อมันเป็นคนปรุงพิษกัดกร่อนใจขึ้นมาได้ มันก็ต้องมีสูตรยาแก้พิษ หรือไม่ก็... ยาแก้พิษที่ปรุงเสร็จแล้วแน่นอน"
แววตาของหลี่ซีเฟิงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความเฉียบคม เขากำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดเพราะแรงบีบ
"เมืองฐานชางหลัน... ตระกูลหลิว..."
เขายกศีรษะขึ้น ในดวงตาประทุด้วยเพลิงโทสะที่เย็นเยียบ
ทว่าในตอนนั้นเอง จ้าวเสวียนถิงที่นิ่งเงียบมาตลอดก็ตวาดขึ้นมาเสียงดังว่า: "ไม่ได้เด็ดขาด!"
อากาศภายในห้องผู้ป่วยพลันแข็งตัวขึ้นมาทันที
หลี่ซีเฟิงและเสี่ยวเทียนหานหันไปมองพร้อมกัน เห็นเพียงใบหน้าของจ้าวเสวียนถิงที่เคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน: "หลิวย่าวหยางไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้นำตระกูลหลิว หนึ่งในสามขุมกำลังใหญ่ของเมืองฐานชางหลันเท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้ตรวจการลำดับที่สองของเมืองฐานชางหลันด้วย! หากพวกนายบุ่มบ่ามไปแตะต้องครอบครัวของเขา ก็เท่ากับตั้งตัวเป็นศัตรูกับต้าเซี่ย!"
"ผู้ตรวจการ?" หลี่ซีเฟิงรูม่านตาหดเล็กลง เขายิ่งกำหมัดแน่นกว่าเดิม
จ้าวเสวียนถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า: "ที่ฉันมาที่นี่เดิมทีก็ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับนายนั่นแหละ ถึงหลิวย่าวหยางจะตายไปแล้ว แต่ฐานะของเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ"
"ตามกฎหมายของต้าเซี่ย ผู้ตรวจการทุกคนต้องผ่านการพิจารณาคดีจากสภาสูงสุดก่อนจึงจะตัดสินโทษได้ ต่อให้เขาจะทำผิดมหันต์เพียงใด แต่ตราบใดที่ยังไม่จบกระบวนการ ครอบครัวของเขาก็ยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองของต้าเซี่ย"
แววตาของหลี่ซีเฟิงวาบแสงเย็นเยียบ: "งั้นความหมายของคุณอาจ้าวคือ จะให้ผมทนดูน้องสาวตัวเองถูกพิษกำเริบจนตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นเหรอครับ?"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น" จ้าวเสวียนถิงส่ายหน้า "แต่ถ้าพวกนายบุ่มบ่ามบุกไปที่ตระกูลหลิว นอกจากจะช่วยคนไม่ได้แล้ว ยังจะพาตัวเองไปเดือดร้อนด้วย"
"ต้าเซี่ยมีบทลงโทษสถานหนักสำหรับการลอบสังหารครอบครัวของผู้ตรวจการ อย่างเบาก็คือถูกทำลายรากฐานนักรบ อย่างหนักก็คือ..." เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "ถูกประกาศจับไปทั่วประเทศ และถูกไล่ล่าจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง"
ห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า
ในดวงตาของหลี่ซีเฟิงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
หมัดที่กำแน่นทั้งสองข้าง ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกเลยแม้แต่น้อย
อุตส่าห์รับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะปกป้อง 'บ้าน' หลังนี้ให้ดี แต่ทว่าเพิ่งจะผ่านไปได้ไม่นานแท้ๆ......
ในเวลานี้ เขารู้สึกกระหายในความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
หากได้เป็นที่หนึ่งของโลก ใครหน้าไหนก็ไม่กล้ามาตอแย ใครหน้าไหนก็ไม่กล้ามาข่มเหง!
แต่นี่เป็นเพียงความเพ้อฝันของเขาเท่านั้น ในเมื่อตอนนี้แม้แต่พิษในตัวน้องสาวเขายังแก้ไม่ได้ แล้วยังจะหวังเป็นที่หนึ่งอะไรกัน?
ผ่านไปครู่ใหญ่
หลี่ซีเฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เพลิงศักดิ์สิทธิ์วูบไหวในดวงตา "แล้วบทลงโทษที่เบื้องบนของต้าเซี่ยจะมีต่อผมคืออะไรล่ะครับ? จะทำลายวรยุทธ์ของผมงั้นเหรอ? หรือว่าจะฆ่าผมทิ้งไปเลย......"
ตามที่จ้าวเสวียนถิงพูดมาเมื่อครู่
การที่เขาสังหารผู้ตรวจการของต้าเซี่ย ก็เท่ากับว่าเขาได้ละเมิดกฎของต้าเซี่ยไปแล้วไม่ใช่เหรอ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวเสวียนถิงก็ขมวดคิ้วแน่น
เดิมทีเขาไม่อยากบอกเรื่องนี้กับหลี่ซีเฟิงเลย
เพราะมันคือการทรมานหลี่ซีเฟิงทางอ้อมอย่างหนึ่ง
ในขณะที่น้องสาวกำลังทุกข์ทรมานจากพิษร้าย แต่ตัวเขากลับอาจจะต้องมารับโทษทัณฑ์จากเบื้องบนของต้าเซี่ยอีก
แต่ช่วยไม่ได้ เส้นตายของกฎเกณฑ์ในต้าเซี่ย ไม่มีใครสามารถล่วงละเมิดได้
เขาถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า แล้วหยิบเอกสารขอบทองออกมาจากอกเสื้อ "ฉันได้ส่งรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดไปยังสภาสูงสุดแล้ว ส่วนผลการตัดสิน... คงจะออกมาภายในวันสองวันนี้แหละ"
จากนั้น เขาก็เบนสายตาไปมองเสี่ยวเทียนหานที่อยู่ข้างๆ
"รวมถึงนายด้วย—ฐานะที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการ จนทำให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องทั้งหมดนี้ขึ้น"
เมื่อได้ยินดังนั้น เสี่ยวเทียนหานก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างไม่ใส่ใจ "ในเมื่อล้างแค้นได้สำเร็จแล้ว ในใจฉันก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีก ฉันนึกเสียดายเพียงอย่างเดียวที่ไม่ได้ฆ่าล้างบางคนในตระกูลหลิวย่าวหยางให้หมด!"
สิ้นเสียงพูด ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำดังแว่วมาจากนอกประตู: "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จงตามฉันไปสักเที่ยวเถอะ"
ทุกคนรีบหันขวับไปมอง เห็นเพียงที่ประตูห้องผู้ป่วยมีร่างที่ดูสง่างามร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
ผู้มาใหม่สวมเสื้อโค้ทกันลมสีเขียว คิ้วคมเข้มดุจกระบี่ แววตาเป็นประกายดั่งดวงดาว ใบหน้าดูแข็งแกร่งและมั่นคง ดูไปแล้วอายุประมาณสี่สิบต้นๆ แต่กลับให้ความรู้สึกที่ลึกลับจนยากจะหยั่งถึง
"จอมยุทธ์วายุ?!" จ้าวเสวียนถิงอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ท่าน... ท่านออกจากด่านแล้วเหรอครับ?"
หลี่ซีเฟิงมีสีหน้าสงสัย ในขณะที่เสี่ยวเทียนหานที่อยู่ข้างๆ รูม่านตาหดเกร็งกะทันหัน เหงื่อเย็นผุดซึมออกมาตามขมับในทันที: "ที่แท้ก็คือเขานี่เอง!"
จอมยุทธ์วายุก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างเนิบนาบ ทุกย่างก้าวของเขาราวกับเหยียบลงบนจุดเชื่อมต่อของมิติ ทำให้อากาศภายในห้องทั้งหมดเริ่มจับตัวแข็ง
เขาพยักหน้าให้จ้าวเสวียนถิงเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่เสี่ยวเทียนหาน
"วูบ!"
แรงกดดันที่มองไม่เห็นสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่กะทันหัน เสี่ยวเทียนหานส่งเสียงครางอู้อี้ออกมาคำหนึ่ง ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นและงอลงเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม
เขากัดฟันแน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง: "ไอ้หมอนี่แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!"
แม้แต่หลี่ซีเฟิงเองก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ราวกับมีขุนเขาที่มองไม่เห็นกดทับลงบนบ่า
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างกายเริ่มทำงานตามสัญชาตญาณ เขาจึงพอจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง
"คนๆ นี้คือใครกันแน่?" เขาแอบรู้สึกตระหนกในใจ "ให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือระดับเสี่ยวเทียนหานพวกนี้ไปมากโขเลย!"
จอมยุทธ์วายุเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ: "เสี่ยวเทียนหาน นายละเมิดกฎของต้าเซี่ย นายถูกจับกุมแล้ว" เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า: "แต่เห็นแก่ที่นายเคยเฝ้าชายแดนเพื่อต้าเซี่ยมาก่อน ฉันจะไม่ลำบากนายนายมากนัก เดี๋ยวก็ตามฉันไปก็แล้วกัน"
พูดจบ เขาก็เบนสายตาคมกริบมาทางหลี่ซีเฟิง: "นายคือผู้สืบทอดพลังแห่งเทวะที่สังหารหลิวย่าวหยางได้ในหนึ่งกระบวนท่าคนนั้นสินะ?"
หลี่ซีเฟิงพยายามฝืนทนต่อแรงกดดัน พลางประสานมือทำความเคารพ: "ไม่กล้ารับคำครับ ผมก็แค่เป็นนักรบธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ บรรยากาศภายในห้องผู้ป่วยก็พลันเปลี่ยนเป็นประหลาดทันที
จ้าวเสวียนถิงมุมปากกระตุก พลางบ่นอุบในใจว่า:
นักรบธรรมดา?
นักรบธรรมดาที่ฆ่ายอดฝีมือระดับภัยพิบัติขั้นที่หกได้ในพริบตาเดียวเนี่ยนะ?
ไอ้เด็กนี่คงจะเข้าใจคำว่าธรรมดาผิดไปไกลโขเลยล่ะ!
ส่วนเสี่ยวเทียนหานถึงกับกลอกตาพลางแอบค่อนขอดในใจว่า:
เจ้าเด็กนี่แกล้งทำเป็นไขสือได้เนียนจริงๆ... ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ใครจะไปนึกว่าในตัวมันจะซ่อนพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนั้นเอาไว้?
จอมยุทธ์วายุมองสำรวจหลี่ซีเฟิงด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม: "น่าสนใจดี นักรบธรรมดาที่สามารถสังหารผู้ตรวจการข้ามระดับไปถึงสามขั้น..."
แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรมากไปกว่านั้น
เขายืนเอามือไพล่หลัง เสื้อผ้าพริ้วไหวเองทั้งที่ไม่มีลม กลิ่นอายที่กว้างใหญ่ไพศาลดั่งเหวลึกแผ่ซ่านไปทั่วห้องผู้ป่วย
เขาค่อยๆ เอ่ยปาก: "ต่อไปมาคุยเรื่องสำคัญกันเถอะ"
"ฉันมีนามว่าเฟิงเฉิน ผู้ตรวจการลำดับที่หนึ่งแห่งเมืองฐานเฟิงเทียน ประเทศต้าเซี่ย นักรบระดับอาณาเขต—ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย"
สิ้นเสียงพูด อากาศภายในห้องผู้ป่วยราวกับหยุดนิ่งไปในทันที หลี่ซีเฟิงรูม่านตาหดเกร็ง ในใจเกิดระลอกคลื่นแห่งความตกตะลึงอย่างรุนแรง:
ขั้นที่เจ็ดตอนปลาย?!
มิน่าล่ะแรงกดดันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!
ยอดฝีมือระดับนี้ เกรงว่าแค่ความคิดเดียวก็สามารถทำให้ฉันสลายกลายเป็นผงคลีได้แล้ว!
เฟิงเฉินมีแววตาเฉียบคมดุจสายฟ้า กวาดมองไปยังทุกคนในที่นั้น: "ที่ฉันมาในวันนี้ คือมาประกาศผลการตัดสินจากสภาสูงสุด"
(จบบท)