เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 662 ร่างใหม่ของมอร์โรว์

ตอนที่ 662 ร่างใหม่ของมอร์โรว์

ตอนที่ 662 ร่างใหม่ของมอร์โรว์


ตอนที่ 662 ร่างใหม่ของมอร์โรว์

“ทำไมอยู่ ๆ พวกนายถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ได้เนี่ย?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

ผู้มาใหม่ทั้งสองคนไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากผู้นำของเผ่าจักรกลทั้งสองอย่างมอร์โรว์และวอร์สตาร์

วอร์สตาร์ยังคงมีร่างกายอันกำยำเช่นเดิม แต่มอร์โรว์มีร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งปัจจุบันเขาได้อยู่ในร่างของหุ่นยนต์ที่มี 4 แขนโดยแต่ละแขนได้ถืออาวุธแตกต่างกัน 4 ชนิด

“มอร์โรว์บอกว่าร่างนี้จะช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับเขาได้มาก เขาเลยมีสภาพอย่างที่คุณเห็นอยู่เนี่ยแหละ” วอร์สตาร์กล่าว

“เมื่อกี้คุณเป็นคนสร้างพายุขึ้นมางั้นเหรอ?”

“ใช่ ฉันกำลังเรียนรู้วิชาใหม่ ฉันเลยออกมาทดลองวิชาที่พึ่งเรียนรู้ไปดู” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำตอบนี้ทำให้มอร์โรว์กับวอร์สตาร์รู้สึกตกตะลึง เพราะพวกเขาทั้งสองมองเห็นพายุลูกใหญ่ผ่านระบบเรดาร์อย่างชัดเจน โดยในตอนแรกพวกเขาคิดว่ามันมีการบุกรุกมาจากบุคคลภายนอก พวกเขาจึงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเซี่ยเฟยจะเป็นต้นเหตุให้เกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นมาแบบนี้

“ร่างกายของนายดูแปลกใหม่ดีนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับมองไปทางร่างใหม่ของมอร์โรว์ด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่ได้ตรวจสอบชุดเกราะชาร์ปเลสของคุณแล้ว ฉันก็ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างร่างร่างนี้ขึ้นมา” มอร์โรว์กล่าวอย่างมีความสุข

มอร์โรว์เป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยของพวกหุ่นยนต์ที่ชอบศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เขาจึงเปลี่ยนร่างกายของตัวเองเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเฟยได้เห็นมอร์โรว์อยู่ในร่างที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

“พลังของเซี่ยเฟยแข็งแกร่งมากเลยนะ ฉันลองสู้กับเขาเพื่อทดสอบร่างใหม่ดูดีไหม?” มอร์โรว์กระซิบกับวอร์สตาร์

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะ ตอนนี้เซี่ยเฟยแข็งแกร่งมาก นายไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ด้วยซ้ำ” วอร์สตาร์กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ยิ่งวอร์สตาร์บอกว่าเซี่ยเฟยแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ มอร์โรว์ก็ยิ่งรู้สึกสนใจมากขึ้นเท่านั้น

“นายจะมาดูถูกร่างใหม่ของฉันแบบนี้ได้ยังไง! นี่คือร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยมีมาเลยนะ”

“ถ้านายต้องการจะทดสอบร่างใหม่จริง ๆ อย่าไปรบกวนเซี่ยเฟยเลย มาทดสอบกับฉันดีกว่า” วอร์สตาร์กล่าว

“นายแน่ใจนะ? ถึงแม้ว่าร่างของนายจะสร้างขึ้นมาจากเทคโนโลยีโลหะเหลว แต่ตอนนี้นายก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันอยู่ดี” มอร์โรว์กล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

“รู้สึกว่าตั้งแต่นายได้ร่างแปลก ๆ นี้มา นายจะลืมไปแล้วนะว่าตัวเองเป็นใคร ฉันชักจะสงสัยจริง ๆ ว่าร่างใหม่ของนายมันทรงพลังขนาดนั้นเลยเหรอ?” วอร์สตาร์กล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

“ทำไม? ถึงฉันจะเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยแล้วฉันจะแข็งแกร่งกว่านายไม่ได้เลยหรือยังไง เดี๋ยวฉันจะต่อสู้กับเซี่ยเฟยเพื่อแสดงให้นายได้เห็นเองว่าทำไมฉันถึงมั่นใจในตัวเองขนาดนั้น!” มอร์โรว์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

หลังจากนั้นมอร์โรว์ก็เดินเข้าไปหาเซี่ยเฟยโดยมีวอร์สตาร์ที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดเดินตามเขาไปด้วย และถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างใกล้ชิด แต่ในวันนี้วอร์สตาร์ก็อยากจะเห็นมอร์โรว์พ่ายแพ้อย่างยับเยินด้วยตาของตัวเองจริง ๆ

“เซี่ยเฟย ตั้งแต่ฉันสร้างร่างนี้ขึ้นมาฉันยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบเลย ฉันขอทดสอบการต่อสู้จริงกับคุณได้ไหม?” มอร์โรว์กล่าวอย่างตื่นเต้น

“เอาสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าร่างกายใหม่ของนาย มันเอามาใช้ต่อสู้จริงได้ไหม” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณจำชุดเกราะโลหะเหลวที่คุณมอบให้กับฉันได้ไหม? ฉันได้ใช้มันกับร่างที่เซียน่าทิ้งไว้ประกอบกับเทคโนโลยีของชุดเกราะชาร์ปเลสเพื่อสร้างสุดยอดร่าง ๆ นี้ขึ้นมา ถ้าคุณประมาทร่างของฉันก็อย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ” มอร์โรว์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย เพราะมอร์โรว์ได้รวมอาวุธอุปกรณ์ที่พิเศษมาก ๆ ถึงสามชนิดเข้าด้วยกัน ดังนั้นประสิทธิภาพของชุดต่อสู้นี้ย่อมประมาทไม่ได้อย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้เองเซี่ยเฟยจึงเข้าสู่โหมดต่อสู้อย่างเต็มกำลัง โดยไม่มีการแสดงท่าทางสบาย ๆ ออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจ้องมองกันราวกับว่าพวกเขากำลังจ้องไปยังศัตรู

“คุณพร้อมแล้วหรือยัง?” มอร์โรว์ถาม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างจริงจัง

“เชิญคุณใช้พลังอย่างเต็มที่ออกมาได้เลย!”

“ได้ ไม่มีปัญหา”

ฝ่ามือใบไม้ร่วง!

ในที่สุดร่างที่มอร์โรว์ใช้เวลาอวดอ้างมานานกว่าครึ่งชั่วโมงก็ได้สัมผัสเข้ากับพลังของกฎแห่งความโกลาหล ซึ่งภายในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวผลงานชิ้นเอกที่รวม 3 เทคโนโลยีชั้นยอดเข้าด้วยกันก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึง เพราะมันไม่มีใครคาดคิดว่าร่างใหม่ของมอร์โรว์จะอ่อนแอถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะเซี่ยเฟยที่เขาแทบที่จะไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำ

เศษชิ้นส่วนที่แตกหักปลิวกระจัดกระจายไปทั่วทั้งท้องฟ้าราวกับสายฝน ขณะที่หัวของมอร์โรว์หล่นลงมากระทบกับพื้น ก่อนที่มันจะมีของเหลวที่เต็มไปด้วยฟองไหลออกมา

“ฉันเตือนนายแล้วใช่ไหมว่าเซี่ยเฟยแข็งแกร่งมากแต่นายก็ไม่ฟัง เป็นยังไงล่ะ? ตอนนี้แค่คิดจะเคลื่อนไหวยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าจะอ่อนแอขนาดนี้ก็อย่าพึ่งห้าวไปท้าคนอื่นประลองเลย” วอร์สตาร์ดึงหัวของมอร์โรว์ขึ้นมาจากพื้นอย่างมีความสุข

ปากของมอร์โรว์ยังคงค้างอยู่ราวกับว่าเขายังคงอยู่ในอาการช็อกไม่หาย เพราะผลงานชิ้นเอกที่เขาภาคภูมิใจกลับถูกทำลายลงในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที

“เห็นนายบอกให้ฉันโจมตีเต็มกำลัง ฉันก็เลยใช้กระบวนท่าสังหารออกมาเลย นี่ยังดีนะที่ฉันยังไม่ได้ใช้กำลังอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์มันอาจจะเลวร้ายกว่านี้ก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับก้มหัวลงอย่างสำนึกผิดเล็กน้อย

“มันจะต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ” มอร์โรว์พึมพำกับตัวเองพร้อมกับจ้องมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่ขุ่นเคือง

“ฉันรู้นะว่าอะไรที่มันผิดปกติ” วอร์สตาร์กล่าว

“นายรู้งั้นเหรอ? รีบบอกฉันมาเร็ว ๆ เข้า!” มอร์โรว์ถามอย่างสงสัย

“ระบบประมวลผลของนายนั่นแหละที่มันผิดปกติ ถึงขนาดที่ไม่สามารถประเมินความสามารถของตัวเองได้” วอร์สตาร์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข

“คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าตั้งแต่มอร์โรว์สร้างร่างนี้ขึ้นมาเขาก็คอยโม้เรื่องร่างของตัวเองให้ฉันฟังตลอดทั้งวัน ในที่สุดร่างนี้มันก็ถูกทำลายลงไปเสียที จากนี้ฉันจะได้สบายหูขึ้นมาหน่อย” วอร์สตาร์หันไปกล่าวกับเซี่ยเฟย

ในที่สุดมอร์โรว์ก็ต้องกลับไปใช้ร่างแมลงสาบอย่างอับอาย ซึ่งการจู่โจมในครั้งนี้แทบที่จะทำลายความมั่นใจของเขาไปจนหมดสิ้น

“มันไม่ใช่ว่าร่างกายของนายแย่หรอก แต่การออกแบบมันยังมีจุดที่ไม่สมดุลอยู่บ้าง ท้ายที่สุดนายก็ไม่ใช่นักรบที่มีประสบการณ์แล้วนายจะออกแบบร่างของนักรบที่เหมาะสมขึ้นมาได้ยังไง”

“ฉันแนะนำให้นายลองปรึกษาวอร์สตาร์ในระหว่างการออกแบบร่างของนักรบขึ้นมาดู อย่างน้อยเขาก็มีประสบการณ์ในการต่อสู้ เมื่อนำความรู้ของคุณไปผนวกรวมกับประสบการณ์ของเขา ร่างที่คุณสร้างขึ้นมาหลังจากนี้ย่อมมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าว

“คุณคิดจริง ๆ ใช่ไหมว่าร่างของฉันมันไม่ใช่ร่างที่ไร้ประโยชน์?” มอร์โรว์กล่าว

“ร่างของคุณถือได้ว่าเป็นผลงานชั้นยอดแล้วขาดแต่เพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ร่างกายมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้าหากว่าคุณมอบร่างนี้ให้กับวอร์สตาร์ ผลลัพธ์มันก็น่าจะออกมาดีมากยิ่งขึ้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากที่วอร์สตาร์กับมอร์โรว์จากไป โอโร่ก็กล่าวขึ้นมาว่า

“นายนี่เป็นพวกเชี่ยวชาญการใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาจริง ๆ ตอนแรกหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนั้นกำลังขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัด แต่หลังจากที่นายเริ่มพูดออกมาไม่เพียงแต่พวกเขาจะเลิกทะเลาะกันเท่านั้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ดูเหมือนจะใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย”

“สิ่งที่ผมพูดคือความจริง นอกจากนี้การที่พวกเขาสนิทกันมันก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับผมด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“เซี่ยเฟยรู้จักวิธีปลอบใจลูกน้อง เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นคุณลักษณะที่ดีเลยทีเดียว” โอโร่แอบจดบันทึกเรื่องนี้เอาไว้ภายในใจ

มังกรซ่อนเร้นเป็นวิชามิติระดับ 5 ซึ่งเป็นวิชาที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากวิชาต่อสู้อื่น ๆ ที่เซี่ยเฟยได้เรียนรู้ในอดีตมาก

การจู่โจมด้วยวิชานี้คือการส่งพลังของกฎเข้าสู่พื้นดินอย่างเงียบ ๆ กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่กำลังซ่อนรอเหยื่อและจะเริ่มจู่โจมในขณะที่เหยื่อไม่ทันได้ระวังตัว

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยไม่เคยมีประสบการณ์ศึกษาวิชาในทำนองนี้มาก่อน เขาจึงค่อย ๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ และค่อย ๆ ฝึกฝนวิชานี้ไปอย่างช้า ๆ

เวลา 3 วันผ่านไปในพริบตาและในที่สุดมันก็ถึงเวลาที่โอโร่จะมาตรวจสอบความคืบหน้าของชายหนุ่มแล้ว

“คราวที่แล้วสาเหตุที่นายสามารถเรียนรู้วิชาพายุทรายร่ายรำได้อย่างรวดเร็ว นั่นก็เพราะว่านายมีพื้นฐานที่ดี แต่ในกรณีของวิชามังกรซ่อนเร้นกลับเป็นวิชาที่แตกต่างไปจากวิชาอื่น ๆ ที่นายเคยเรียนรู้มาอย่างสิ้นเชิง คราวนี้นายคงจะรู้สึกแล้วใช่ไหมว่าการฝึกวิชาใหม่ ๆ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ” โอโร่กล่าว

“การฝึกวิชานี้ยากลำบากกว่าตอนที่ผมฝึกวิชาพายุทรายร่ายรำมากจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

โอโร่รู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเล็กน้อยแล้วเขาก็คิดว่าเขาคงจะดีใจมากแล้ว หากเซี่ยเฟยสามารถฝึกวิชามังกรซ่อนเร้นขั้นที่ 3 ได้ภายในเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตามด้วยปาฏิหาริย์ที่ชายหนุ่มเคยสร้างขึ้นมาในอดีต เขาจึงประเมินเผื่อขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ และคาดการณ์ว่าเซี่ยเฟยน่าจะสามารถฝึกวิชามังกรซ่อนเร้นได้จนถึงขั้นที่ 4 แล้ว

“ตอนนี้นายฝึกวิชามังกรซ่อนเร้นได้ถึงขั้นที่ 4 แล้วหรือยัง?” โอโร่กล่าวถามตามการคาดการณ์ของเขา

“เกินกว่าขั้นที่ 4 ขึ้นมาอีกนิดหน่อยครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ขั้นที่ 5 งั้นเหรอ?” แววตาของโอโร่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

“สูงขึ้นอีกนิด”

“สูงไปไหน?! อย่าบอกนะว่านายฝึกวิชาใหม่จนครบทั้งเก้าขั้นแล้ว!!”

“ผมฝึกได้ไม่เร็วขนาดนั้นหรอก วิชานี้มันฝึกได้ยากมาก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

โอโร่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะถ้าหากว่าเซี่ยเฟยสามารถฝึกวิชามังกรซ่อนเร้นได้จนถึงขั้นที่ 9 ภายในเวลาเพียงแค่ 3 วันจริง ๆ นั่นก็หมายความว่าศักยภาพของชายหนุ่มคนนี้สูงเกินกว่าแม้แต่ศักยภาพในตัวของเขาเอง

ในฐานะที่เขาถูกยกย่องว่าเป็นจอมมารเกราะดำ เขาจึงถูกเรียกว่าอัจฉริยะตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นเด็ก ซึ่งในตอนแรกเขาก็รู้สึกว่าพรสวรรค์ของเซี่ยเฟยเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่เมื่อเขาได้พบว่าพรสวรรค์ของชายหนุ่มคนนี้มีมากเกินไปมันก็เริ่มทำให้เขารู้สึกหดหู่ได้เหมือนกัน

“สรุปขั้นไหนแล้ว?” โอโร่ถาม

“ขั้นที่ 8 ครับ”

“บัดซบ! ขั้นที่ 8 มันจะไปต่างอะไรจากขั้นที่ 9 วะ!!” โอโร่ตะโกนสาปแช่งอย่างลืมตัว

***************

เก่งเกินไป รับไม่ได้!! 5555

จบบทที่ ตอนที่ 662 ร่างใหม่ของมอร์โรว์

คัดลอกลิงก์แล้ว