บทที่ 31
บทที่ 31
บทที่ 31 - การออกเดินทาง (1)
༺༻
หลังจากผ่านความเจ็บปวดเจียนบ้าคลั่งมาประมาณ 10-20 นาที เขาไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน แต่มันรู้สึกเหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์
พ่อบ้านรีบยื่นโพชั่นให้เขา ซึ่งเขากรอกลงคอราวกับคนที่เดินฝ่าทะเลทรายมาแรมวัน
ความเจ็บปวดค่อยๆ ทุเลาลง ร่างกายและผิวหนังของเขาสมานตัวกลับมาดังเดิม
แม้แต่จิตใจของเขาก็สงบลง
เขาอดคิดไม่ได้ว่าโพชั่นของพ่อนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
เท่าที่เขารู้ พ่อของเขาปรุงโพชั่นจำนวนมากและกักตุนเอาไว้
ทุกคนในอาณาจักรรู้เพียงว่า แดเนียล นอมราด สูญเสียความสามารถในการปรุงยาและโพชั่นเล่นแร่แปรธาตุชั้นเลิศไปเพราะบาดแผลทางใจหลังจากที่แดเมียน นอมราด ผู้เป็นพ่อหายตัวไป และยิ่งแย่ลงไปอีกหลังจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตภรรยาและทำให้ลูกชายตกอยู่ในอาการโคม่า
ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย
เขาเพียงแค่ซื้อเวลาเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม
พ่อบ้านเอ่ยขึ้นซึ่งดึงเขาออกจากห้วงความคิด "เชิญลุกขึ้นเถอะครับนายน้อย แล้วบอกทีว่าท่านรู้สึกยังไงบ้าง"
แอ็กเซลพยายามจะลุกขึ้น แต่มันกลับกลายเป็นว่าเขากระโดดตัวลอยด้วยขาข้างเดียว
เขาอดไม่ได้ที่จะสบถ "เชี่ยอะไรเนี่ย?"
ตอนนั้นเองที่เขาหันมาสนใจร่างกายตัวเอง
เขารู้สึกเบา เบาหวิวอย่างเหลือเชื่อ
แม้แต่การขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็ดูรุนแรงเหมือนการโจมตี
ราวกับว่าเขาเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวหรือกะแรงที่จะใช้ในแต่ละท่วงท่าได้
"นายน้อย มีเพียงการต่อสู้ที่ดีเท่านั้นที่จะช่วยให้ท่านควบคุมร่างกายได้ดีขึ้นในตอนนี้ ร่างกายของท่านชินกับน้ำหนักถ่วงไปแล้ว ตอนนี้มันต้องปรับตัวกลับมาเป็นปกติ" พ่อบ้านกล่าวและส่งสัญญาณให้แอ็กเซลเข้ามาหา
"อย่าออมแรงหมัดนะครับ" ชายชราเสริม
แอ็กเซลยิ้มออกมา พื้นแทบจะแตกเป็นรอยร้าวเพียงแค่การกระทืบเท้าส่งแรงขณะที่เขาพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่เทียบไม่ติด
แอ็กเซลปล่อยหมัดใส่พ่อบ้าน
แต่เขาเสียหลักเล็กน้อยเพราะควบคุมแรงไม่ได้
พ่อบ้านก้าวเข้ามาและป้องกันหมัดของเขาได้อย่างใจเย็น จากนั้นก็ผลักเขากระเด็นถอยหลังไปและพูดเสียงดัง "อีกที....."
แอ็กเซลระดมบุกโจมตีซึ่งหน้าด้วยหมัดและเท้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เขาเริ่มคุ้นเคยกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้น
การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มขัดเกลาและเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่เคยเป็น
เขาใช้เทคนิคการเคลื่อนไหว แม้กระทั่งการหลอกล่อเพื่อให้ชายชราสับสน
ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ผล
แต่เขาก็ยังคงบุกต่อไปไม่หยุด
ในที่สุด เขาก็ใช้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่ผ่านเทคนิคเฉพาะที่พ่อบ้านเฒ่าเคยสอน
เขาเริ่มโจมตีจากด้านหน้า ด้านบน ด้านหลัง หรือด้านข้าง
การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มกลายเป็นภาพติดตาขณะที่ความว่องไวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีความเหนื่อยล้าปรากฏบนใบหน้า
มีเพียงความปิติยินดีอย่างล้นพ้น พละกำลังที่ไหลเวียนผ่านเส้นเลือดทำให้เขารู้สึกถึงความสุขที่ท่วมท้นจนยากจะบรรยาย
ความรู้สึกที่แข็งแกร่งขึ้นมันช่างวิเศษเหลือเกิน
แม้แต่พ่อบ้านยังมีรอยยิ้มบนใบหน้า เขาไม่อยากจะเชื่อเลย
อย่างแรก การฝึกถ่วงน้ำหนักที่เขาให้นายน้อยทำนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง
เท่าที่เขารู้ ไม่มีมนุษย์คนไหนเคยชินกับน้ำหนักเพิ่ม 15 กิโลกรัมที่แขนขาทั้ง 4 ข้างพร้อมกันในเวลาสั้นๆ ขนาดนี้
มีเพียงนายน้อยที่เป็นมนุษย์คนแรกที่ทำได้
ไม่ต้องพูดถึงว่าแอ็กเซลสามารถต่อสู้ได้โดยไม่ติดขัดแม้จะมีน้ำหนักถ่วงเหล่านั้น
ตอนนี้ผลลัพธ์กำลังแสดงออกมาแล้ว เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะชนะทั้งออร์คและการต่อสู้แบบวงกลมได้หากไม่มีน้ำหนักถ่วงพวกนั้น
จู่ๆ พ่อบ้านก็ส่งสัญญาณให้เขาหยุด แล้วยื่นดาบเล่มหนึ่งให้แอ็กเซล
ในขณะที่ชายชรายังคงมือเปล่า
พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
"ทำให้ข้าเลือดออกให้ได้แล้วท่านจะชนะ อย่างน้อยข้าก็หวังว่าท่านจะทำได้แค่นี้แลกกับที่ข้าอัดท่านไปนับครั้งไม่ถ้วน"
แอ็กเซลฉุนเฉียวกับคำเยาะเย้ยนั้นและตอบรับด้วยความยินดี
"ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำให้แกเลือดออกแน่" แอ็กเซลกล่าวด้วยน้ำเสียงคุกคาม
เขาสูดหายใจลึก สงบจิตใจ และเพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การต่อสู้
ด้วยเป้าหมายที่จะทำให้คู่ต่อสู้หลั่งเลือด
โถงฝึกซ้อมใต้ดินที่พวกเขาอยู่นั้นกว้างขวางมาก
กว้างพอที่จะไม่ขัดขวางการเคลื่อนไหวในการต่อสู้
แอ็กเซลพุ่งไปข้างหน้าและกระโดดขึ้นสูงกลางอากาศ ด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขาฟันดาบลงมาในแนวตั้งตรงไปที่ศีรษะของพ่อบ้านเฒ่า
เขาแผ่จิตสังหารออกมาด้วยซ้ำ
เขากะเอาให้ตาย ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
พ่อบ้านไม่ขยับจากจุดเดิมและเพียงแค่ยิ้มให้กับจิตสังหารของเขา
วินาทีที่ปลายดาบกำลังจะถึงศีรษะของพ่อบ้าน
เขาขยับมือและใช้เพียงสองนิ้วรับคมดาบไว้ แต่พลังที่แฝงมานั้นมหาศาลจนเกิดคลื่นกระแทกที่ทำให้เกิดลมกรรโชกแรงแผ่ขยายไปทั่ว
วูมมมมม!!
ทว่า พ่อบ้านไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
เขาตกตะลึง แน่นอนเขารู้ว่าความแตกต่างระหว่างมนุษย์ปกติกับผู้แสวงหาระดับ 2 นั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
แต่ถึงอย่างนั้น การรับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขาด้วยเพียงสองนิ้ว โดยที่มือของชายชราไม่สั่นแม้แต่น้อย
เขาพยายามดึงดาบกลับ แต่ชายชราไม่ยอมปล่อยนิ้วที่คีบดาบไว้ เขาขยับมือและเหวี่ยงแอ็กเซลกระเด็นไปพร้อมกับดาบ
แอ็กเซลกระแทกเข้ากับกำแพงและกระอักเลือดออกมาคำโตเพราะแรงเหวี่ยงมหาศาล ทั้งหมดนั้นทำด้วยเพียงสองนิ้วของพ่อบ้าน
แต่น่าแปลกที่แอ็กเซลไม่บ่นสักคำ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นและจ้องตาพ่อบ้านเขม็งพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานฉันจะแข็งแกร่งขึ้นแน่"
"ถึงตอนนั้น เมื่อฉันกลับมาจากสถาบัน ฉันอาจจะชนะแกก็ได้"
ชายชราเพียงแค่ยิ้มและพูดว่า "แล้วเราจะได้เห็นกัน"
แอ็กเซลเดินออกจากห้องไป ในขณะที่พ่อบ้านเฒ่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งไขว้หลัง
เลือดหยดเล็กๆ สองสามหยดไหลรินจากสองนิ้วที่เขาใช้รับการโจมตีจากแอ็กเซล
เขาซ่อนมันไว้ข้างหลัง
เขาถอนหายใจและสำรวจนิ้วที่ถูกบาดจากการโจมตีของแอ็กเซล เขากล่าว
"เจ้าโง่ ท่านไม่แม้แต่จะถามว่าข้าได้แผลหรือเปล่า"
ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
"ท่านเชื่อเรื่องนี้ไหม แดเนียล มนุษย์ธรรมดาที่ยังไม่ตื่นรู้ สามารถสร้างบาดแผลให้คนที่มีพลังกึ่งระดับ 3 ได้?"
"ลูกชายของท่านเป็นตัวตนระดับไหนกันแน่?"
จากในเงามืด ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสมบูรณ์แข็งแรงค่อยๆ เผยตัวออกมา
เขามีดวงตาสีฟ้าและผมสีดำ ใบหน้าของเขาดูคล้ายคลึงกับแอ็กเซลเล็กน้อย
บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้งขึ้นทันทีที่เขาปรากฏตัว
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"รักษามือและลบร่องรอยเลือดของนายให้หมด อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้ วาร์กัส"
พ่อบ้านมองผู้นำตระกูลครู่หนึ่ง แล้วกล่าว "แล้วท่านล่ะ ทำไมถึงยิ้มชั่วร้ายแบบนั้น?"
"หือ ข้ายิ้มเหรอ?" แดเนียลจับหน้าตัวเองและรู้ตัวว่าเขากำลังยิ้มเหมือนคนโรคจิตมาตลอดเวลาที่เห็นความสามารถอันมหึมาของลูกชาย
แต่แล้วแดเนียลก็สวนกลับเพื่อนของเขา "นายรู้ตัวไหมว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น? ตัวตนที่ยังไม่มีระดับเพิ่งจะทำร้ายคนที่มีพลังใกล้เคียงระดับ 3 ได้"
พ่อบ้านพยักหน้าและถอนหายใจอย่างยอมจำนน "ไม่มีใครทำอะไรแผลงๆ ได้ในขณะที่เขาอยู่ในกำแพงสถาบัน แต่เรื่องราวจะบานปลายเมื่อเขาออกมาและโลกรู้เรื่องนี้"
"เราต้องเร่งแผนการของเราให้เร็วขึ้น"
"รอหน่อยนะ ยอดรักของข้า รออีกแค่นิดเดียว เจ้าจะได้รับการแก้แค้นในเร็ววัน" แดเนียลกล่าวด้วยความเคียดแค้นไร้ที่สิ้นสุด
แอ็กเซลย่อมไม่รู้บทสนทนาระหว่างพ่อและพ่อบ้าน
ตอนนี้การฝึกของเขาจบลงแล้ว เขาต้องเตรียมตัวสำหรับสถาบัน
เขาต้องออกเดินทางไปเมืองหลวงพรุ่งนี้ เขามีเวลาแค่คืนนี้ที่จะนอนในคฤหาสน์นี้
คงอีกนานกว่าจะได้กลับมา
ทุกคนสามารถพาคนรับใช้ไปได้หนึ่งคน สาวใช้คลาร่าของเขายืนกรานจะไปด้วยหลายครั้งและถึงขั้นพาสาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มคนอื่นๆ มาให้เลือก การที่จู่ๆ เธอก็พาพวกสาวสวยมาทำให้เขาอึ้งไปเลย
ไอ้มังกรน้อยที่ควบคุมไม่ได้ของเขาก็ไม่ช่วยอะไรในสถานการณ์นี้เลย
แค่มองพวกเธอแต่ละคนก็เพียงพอที่จะปลุกเร้าอารมณ์เขาแล้ว
สายตาของเขาสแกนไปทั่วเรือนร่างของพวกเธอโดยไม่รู้ตัว สาวใช้ทุกคนหน้าแดงก่ำ
แอ็กเซลเองก็หล่อเหลาเอาการ
พวกสาวใช้มักจะแอบมองเขาเป็นระยะ และพวกเธอจะเข้ามาใกล้เขาด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา และแอ็กเซลก็ไม่เคยปฏิบัติกับพวกเธอแย่ๆ หากพวกเธอพยายามคุยกับเขา
ในบรรดาสาวใช้ 12 คน ยกเว้นคลาร่า มีคนหนึ่งที่สะดุดตาเขา
เธอดูคล้ายคลึงกับคลาร่ามาก แต่เขาก็ส่ายหน้า
ขณะที่เขากำลังจะบอกให้พวกเธอกลับไป สาวใช้ของเขาก็กระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู
"นายน้อย มีข่าวลือว่าบางทีนายน้อยอาจจะไม่ชอบผู้หญิง"
"และนายน้อยอาจจะเป็นเก....."
เธอพูดไม่ทันจบ เพราะแอ็กเซลถลึงตาใส่ด้วยความโกรธ
เธอกระซิบกับเขาอีกครั้งด้วยความลังเล
"อย่าให้ข่าวลือแบบนั้นแพร่กระจายไปดีกว่าค่ะ ดิฉันจะฝากน้องสาวไว้ในความดูแลของท่าน โปรดทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงด้วยเถอะค่ะ"
แอ็กเซลตะลึงเมื่อได้ยินว่าสาวใช้คนนั้นคือน้องสาวของคลาร่า และเขาอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเธอ
จิตใจของเขาถูกครอบงำด้วยความปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่จะครอบครองน้องสาวของคลาร่า ซึ่งน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา
༺༻