เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 608 อัศวินกฎขั้น 3

ตอนที่ 608 อัศวินกฎขั้น 3

ตอนที่ 608 อัศวินกฎขั้น 3


ตอนที่ 608 อัศวินกฎขั้น 3

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในที่สุดวันนี้มันก็เป็นวันที่ 4 ของการประเมินรอบสุดท้ายแล้ว

เซี่ยเฟยดึงบลัดบิวเทียสออกมาจากซากศพที่เหี่ยวเฉา โดยศพนี้เป็นเหยื่อรายที่ 5 ของเขาแล้ว ซึ่งการดักรอซุ่มโจมตีเหยื่อที่เหนื่อยล้าและได้รับบาดเจ็บ มันก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถลงมือได้โดยไม่มีปัญหาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

หลังจากซ่อนศพและเก็บป้ายประจำตัวของผู้สมัครเข้าสู่แหวนมิติ สีหน้าของเซี่ยเฟยก็เปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

แม้ว่าในปัจจุบันเขาจะสามารถรวบรวมแผ่นป้ายของผู้สมัครคนอื่นได้ถึง 30 ชิ้นแล้ว แต่ของพวกนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้เขากำลังขมวดคิ้วอย่างจริงจังอยู่ในขณะนี้คือ หลังจากที่บลัดบิวเทียสได้ดูดพลังงานจากผู้สมัครเข้าไปต่อเนื่องถึง 5 คน มันก็ทำให้ลูกบอลพลังงานสีรุ้งภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาขยายขนาดเพิ่มขึ้นไปมากกว่าเดิมหลายเท่า

มันจึงก่อให้เกิดคลื่นพลังงานอันผันผวนอย่างรุนแรงซัดเข้าใส่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ อย่างอธิบายไม่ถูก

อย่างไรก็ตามพลังงานเหล่านี้มันก็ไม่ใช่พลังงานของเซี่ยเฟย ซึ่งนอกเหนือจากที่มันจะไม่ยอมสลายหายไปแล้ว มันกลับค่อย ๆ ขยายขนาดกลุ่มก้อนพลังงานเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างต่อเนื่อง

ถ้าหากว่าเซี่ยเฟยสามารถดูดซับพลังงานเหล่านี้เข้าสู่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาได้ มันก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย ประเด็นคือพลังงานพวกนี้เป็นพลังงานที่แยกตัวออกไปอย่างอิสระก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนพลังงานอันแปลกปลอมภายในสมองของเขา

ลูกบอลพลังงานสีรุ้งเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องคล้ายกับหัวใจของมนุษย์ที่คอยสูบฉีดเลือดออกไปตลอดเวลา ที่สำคัญคืออย่าลืมว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของมนุษย์มีขนาดเล็กมาก และถ้าหากว่ามวลพลังงานก้อนนี้ยังคงขยายขนาดต่อไป สักวันหนึ่งมันย่อมขยายขนาดจนเต็มพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาอย่างแน่นอน

ซึ่งมันก็จะไม่เหลือที่ว่างให้ชายหนุ่มได้ทำการถักทออักขระของกฎใหม่ ๆ เข้าสู่สมองของเขาได้อีกต่อไป และนี่ก็คือสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังกังวลจนรู้สึกเครียดอยู่ในปัจจุบัน

“เป็นอะไรไป? มันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” อันธถามด้วยความสงสัย

เซี่ยเฟยนั่งพิงต้นไม้เหยียดขาตรงยกมือขึ้นมากุมขมับ โดยพยายามตรวจสอบพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งมันก็ทำให้ใบหน้าของเขาแสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปพลังงานแปลกปลอมจากบลัดบิวเทียสได้เข้าครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในสมองของฉันแน่ ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง

“แล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดี?” อันธกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง และถึงแม้ว่าเขาจะค้นพบกลุ่มก้อนพลังงานผิดปกติในสมองของเซี่ยเฟยมาตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้

“ในเมื่อมันเป็นกลุ่มก้อนพลังงาน ฉันก็ควรจะต้องดูดซับพลังงานพวกนั้นได้ ฉันจะลองดูดซับพลังงานพวกนั้นเข้าไปก่อนก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อโอโร่ไม่ได้ยินเสียงของอันธ เขาจึงคิดว่าเซี่ยเฟยกำลังบ่นพึมพำกับตัวเอง ซึ่งในตอนแรกเขาก็คิดว่าเซี่ยเฟยน่าจะมีปัญหาทางจิต แต่หลังจากได้อยู่กับชายหนุ่มคนนี้ไปนาน ๆ อดีตจอมมารก็เริ่มคุ้นชินกับนิสัยอันแปลกประหลาดของชายหนุ่มแล้ว

“แต่นั่นมันไม่ใช่พลังงานของนายนะ!” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“หลังจากที่บลัดบิวเทียสถูกเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ มันก็สามารถดูดกลืนพลังงานของคนอื่นได้ ปัญหาก็คือพลังงานพวกนั้นไม่ได้เป็นของนาย และนายก็ไม่สามารถจะเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพลังงานที่นายดูดซับได้ด้วยเช่นกัน เพราะว่าพวกมันยังคงเป็นพลังงานที่มีเจ้าของเป็นคนอื่น”

“พลังงานในร่างของนักรบทุกคนต่างก็มีตราประทับชีวิตติดอยู่กับพลังงานพวกนั้น มันจึงเป็นเหตุผลว่าถึงแม้นักรบคนอื่นจะปลดปล่อยพลังงานออกมา แต่นายก็ไม่สามารถที่จะดูดซับพลังงานพวกนั้นเข้าไปภายในร่างของนายได้” โอโร่อธิบายเพิ่มเติม

“ตราประทับชีวิต?” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ

“ใช่แล้ว แต่เดิมพลังงานพวกนั้นสมควรจะเป็นพลังงานของจักรวาล แต่หลังจากที่นักรบได้ดูดซับพลังงานเข้าไปภายในร่างกาย มันจะก่อให้เกิดตราประทับชีวิตขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ดังนั้นถ้าหากว่านายไม่ได้ลบตราประทับชีวิตพวกนั้นออกไป นายก็จะไม่สามารถดูดซับพลังงานของคนอื่นเข้าสู่ร่างกายของตนเองได้”

“ที่สำคัญตอนนี้มันก็ดูเหมือนกับว่ากลุ่มก้อนพลังงานพวกนั้นมันเริ่มที่จะไม่เสถียรแล้ว…” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ความเป็นจริงถึงแม้ว่าโอโร่กับอันธจะไม่ได้เตือนแต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความไม่เสถียรของก้อนพลังงานภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขามาสักพักหนึ่งแล้ว

กฎแห่งความโกลาหล!

การสะสมพลังงานปริมาณมหาศาลเอาไว้ภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาเองย่อมไม่ใช่ผลดี และสิ่งที่เซี่ยเฟยพอจะคิดได้ในขณะนี้คือการพยายามใช้กฎแห่งความโกลาหลในการเปลี่ยนแปลงก้อนพลังงานพวกนั้นดู

อักขระลึกลับ 2 ตัวปรากฏขึ้นภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาอย่างรวดเร็ว โดยอันหนึ่งอยู่ทางซ้ายและอันหนึ่งอยู่ทางขวาของก้อนพลังงาน แม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการทดลองนี้มันจะออกมาเป็นยังไง แต่เขาก็รู้ตัวเองดีว่าเขาจะต้องหาทางจัดการกับปัญหานี้ให้ได้ ก่อนที่พลังงานปริมาณมหาศาลจะระเบิดออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่

ตูม!

ในที่สุดเมื่อมันได้มีตัวแปรสำคัญเข้ามารบกวน มวลพลังงานที่ไม่เสถียรแต่เดิมอยู่แล้วก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมกับพลังงานปริมาณมหาศาลที่ไหลทะลักออกไปเหมือนกับเขื่อนแตก

“อ้าาา” เซี่ยเฟยส่งเสียงครวญครางออกมาอย่างมีความสุข เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานอันเย็นสบายที่ไหลไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่โอโร่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งไม่เพียงแต่พวกมันจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามสำหรับชายหนุ่มเท่านั้น แต่พลังงานพวกนี้ยังให้ความรู้สึกสบายมากจนคล้ายกับทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกว่าเขาได้รับชีวิตใหม่

แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมไม่ปล่อยให้พลังงานปริมาณมหาศาลไหลกระจายออกไปอย่างสูญเปล่า เขาจึงเริ่มดูดซับพลังงานเหล่านั้นเข้าสู่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

1 ชั่วโมงต่อมา

“ดูเหมือนว่าฉันจะคิดผิดไปสินะ” โอโร่กล่าวอย่างไม่สบายใจ ซึ่งโดยปกติมันก็เป็นเรื่องยากมากที่คนสูงศักดิ์อย่างเขาจะต้องออกมายอมรับความผิดพลาดแบบนี้

เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าออกยาว ๆ อย่างผ่อนคลาย และพยายามปรับระดับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอหลังจากที่พลังของเขาเลื่อนระดับไปอีกขั้น

การระเบิดของกลุ่มก้อนพลังงานไม่เพียงแต่จะไม่เป็นอันตรายต่อสมองของเขาเท่านั้น แต่ชายหนุ่มยังสามารถใช้พลังงานเหล่านั้นในการทะลวงสิ่งกีดขวาง และได้พัฒนาจนกลายเป็นอัศวินกฎขั้นที่ 3 ได้อีกด้วย

“ฉันก็ไม่ได้คิดว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นแบบนี้เหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“เอาเป็นว่าฉันขอทวงคำพูดของตัวเองกลับมาก่อน ตอนแรกฉันคิดว่าหลังจากที่นายกลายเป็นอัศวินกฎแล้วความเร็วในการพัฒนาของนายจะช้าลง แต่ในตอนนี้มันก็ดูเหมือนกับว่า…” โอโร่กล่าวหลังจากส่งเสียงกระแอมขึ้นมาเบา ๆ ขณะเหล่สายตามองไปยังบลัดบิวเทียส

“ดูเหมือนว่าดาบประหลาดเล่มนี้จะยังคงช่วยให้นายพัฒนาได้อย่างรวดเร็วต่อไป และตราบใดก็ตามที่นายยังไม่หยุดฆ่า ความเร็วในการพัฒนาของนายก็ไม่มีทางที่จะหยุดชะงักเหมือนคนอื่น”

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มพร้อมกับใช้นิ้วลูบไปยังใบดาบของบลัดบิวเทียสอย่างช้า ๆ ซึ่งในปัจจุบันเขาเริ่มคิดว่าดาบเล่มนี้กลายเป็นอาวุธที่สวยงามและมันก็เป็นอาวุธที่ดุร้ายมากเช่นเดียวกัน

“หลังจากที่มันดูดซับพลังงานจากศัตรูมันก็จะส่งพลังงานพวกนั้นเข้าไปเก็บสะสมเอาไว้ภายในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนาย เพื่อค่อย ๆ ทำให้พลังงานพวกนั้นกลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์อย่างช้า ๆ และเมื่อมันสะสมพลังงานได้มากพอพลังงานทั้งหมดก็จะถูกระเบิดออกมาให้นายสามารถดูดซับเข้าไปเพิ่มระดับพลังของตัวเองได้”

“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากจนเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะใช้ชีวิตมาอย่างเนิ่นนานแต่ฉันก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

แม้ว่าก้อนพลังงานสีรุ้งภายในสมองของชายหนุ่มจะทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกประหม่าอยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากที่เขาสามารถไขปริศนาในเรื่องนี้ได้แล้ว มันก็ทำให้เขาอดที่จะมีความสุขขึ้นมาไม่ได้

ที่สำคัญไปกว่านั้นมันก็ดูเหมือนกับว่าความเร็วในการพัฒนาของเขาจะไม่มีการหยุดชะงักอีกต่อไป เมื่อเขาได้รับความช่วยเหลือจากบลัดบิวเทียส

การแย่งชิงพลังงานจากผู้อื่นมาพัฒนาตัวเองถือว่าเป็นวิธีการที่ชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่มันก็เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่งด้วยเช่นกัน

ในที่สุดมันก็ได้มีร่างสีดำอีกร่างปรากฏขึ้นภายในป่า ชายหนุ่มจึงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะการมาถึงของศัตรูมันก็หมายความว่าเขาจะได้รับพลังงานมากยิ่งขึ้น และในตอนนี้ภายในแววตาของเซี่ยเฟยศัตรูเหล่านี้ก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นคริสตัลต้นกำเนิดก้อนใหญ่ที่เขาสามารถดูดซับพลังงานได้มากกว่า

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจะเคลื่อนไหว จู่ ๆ มันก็ได้มีเงาดำอีกสามร่างปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน

คราวนี้ศัตรูไม่ได้มาคนเดียวแต่มาเป็นกลุ่ม!!

เซี่ยเฟยที่เพิ่งลุกยืนขึ้นก้มตัวลงต่ำอีกครั้งพร้อมกับพยายามซุ่มดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าหากว่าเขาไม่มั่นใจเขาก็จะไม่เริ่มทำการเคลื่อนไหวอย่างเด็ดขาด

“แถวนี้น่าจะปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” หญิงสาวภายในกลุ่มกล่าวถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ โดยกลุ่มของเธอประกอบไปด้วยตัวเธอและผู้ชายอีกสามคน ซึ่งทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีอายุประมาณ 20 ต้น ๆ กันทั้งหมด

“สวีปู้หยานเป็นราชากฎขั้น 2 ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก ฉันคิดว่าพวกเราไม่ควรประมาทแม้ว่าเราจะหนีมาได้ไกลมากแล้วก็ตาม” ชายผิวแดงกล่าวซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะเป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้

“ฉินเป่าเอ๋อ เธอลองตรวจสอบดูสิว่ามีใครอยู่ใกล้ ๆ แถวนี้หรือเปล่า? แล้วพวกเราค่อยตัดสินใจว่าพวกเราจะเอายังไงกันต่อ” ชายผิวแดงออกคำสั่ง

“พวกเรามี 4 คนแต่ได้ป้ายประจำตัวมาแค่ 3 ชิ้น ถ้าหากว่าเรายังตกเป็นเป้าหมายของคนอื่นแบบนี้ต่อไป มันก็จะไม่มีใครในพวกเราผ่านการประเมินไปได้สักคน” หญิงสาวที่ชื่อฉินเป่าเอ๋อพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจมากนัก

ผู้ชายอีกสองคนที่เหลือต่างก็ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาอย่างสิ้นหวัง มีเพียงแต่ชายผิวแดงเท่านั้นที่ยังคงมองไปยังสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบด้วยความตื่นตัว

ทันใดนั้นฉินเป่าเอ๋อก็วางมือของเธอลงบนพื้นและทำการกระจายพลังงานออกไปโดยรอบ

กฎแห่งสสารตาข่ายจับสัมผัส!

พริบตาต่อมาพลังของกฎภายในร่างของเธอก็แทรกซึมเข้าไปภายในดินราวกับใยแมงมุมขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตร และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างภายในพื้นที่บริเวณนี้ตกอยู่ภายใต้การรับรู้ของเธอทั้งหมด

“นี่มันวิชาตรวจสอบพื้นที่ขนาดใหญ่!!”

“นี่น่ะเหรอพลังของกฎแห่งสสาร”

ร่างของเซี่ยเฟยสั่นสะท้านไปครู่หนึ่ง เพราะมันมีพลังของกฎที่มองไม่เห็นเริ่มเคลื่อนที่จากพื้นดินเข้าสู่ร่างกายของเขา

หากเขายังคงอยู่ในพันธมิตรวิชาพรางจิตย่อมทำให้เขาสามารถหลบหลีกการตรวจจับของคนกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน แต่นี่คือดินแดนของผู้ใช้กฎและการได้พบกับวิชาตรวจสอบพื้นที่ขนาดใหญ่ มันก็ทำให้ชายหนุ่มไม่ทันได้คิดวิธีการรับมือเอาไว้

‘ฉันถูกเจอตัวแล้ว!!’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจ

ก่อนที่เซี่ยเฟยจะทันได้เคลื่อนไหว ฉินเป่าเอ๋อก็ชี้นิ้วมายังทิศทางที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ ผู้ชายอีกสามคนภายในทีมของเธอจึงเริ่มเคลื่อนไหวในทันที

คนที่วิ่งอยู่ข้างหน้าคือชายหนุ่มที่มีจมูกเป็นโลหะตามมาด้วยชายผิวแดง ส่วนชายร่างอ้วนอีกคนก็พยายามวิ่งอ้อมออกไปเพื่อปิดกั้นเส้นทางหนีของเซี่ยเฟยเอาไว้

สิ่งที่ฉินเป่าเอ๋อทำได้เป็นเพียงการระบุตำแหน่งคร่าว ๆ ของเซี่ยเฟยให้เพื่อนร่วมทีมรู้เท่านั้น ทุกคนจึงทำได้เพียงแต่ปิดล้อมพื้นที่และพยายามหาศัตรูด้วยสายตาของพวกเขาเอง

กฎแห่งสสารคุกพิฆาต 3 ชั้น!

ฉินเป่าเอ๋อเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเซี่ยเฟยซ่อนตัวอยู่ตรงไหน เธอจึงใช้พลังของกฎเพื่อพยายามกักขังร่างของศัตรูเอาไว้ภายในคุกจากกฎของเธอ

พื้นดินบริเวณรอบ ๆ ตัวของเซี่ยเฟยเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนที่พวกมันจะยกตัวขึ้นมากักขังเซี่ยเฟยเอาไว้ภายใน เหมือนกับคุกดินขนาดใหญ่ที่ปิดกั้นร่างของชายหนุ่มเอาไว้เป็นรูปทรงครึ่งวงกลม

***************

พี่เฟยจะหนีทันไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 608 อัศวินกฎขั้น 3

คัดลอกลิงก์แล้ว