เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 607 ซุ่มล่า

ตอนที่ 607 ซุ่มล่า

ตอนที่ 607 ซุ่มล่า


ตอนที่ 607 ซุ่มล่า

ดาวดวงนี้มีขนาดใหญ่มากภาพที่เซี่ยเฟยเห็นทุกที่จึงไม่ต่างไปจากภาพที่เขาเคยเห็นในภาพยนตร์ แต่ถึงแม้ว่าภาพวิวทิวทัศน์จะงดงามและแปลกตาชายหนุ่มก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหยุดชื่นชมทิวทัศน์เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

ท้ายที่สุดการประเมินในรอบสุดท้ายก็คือการเข่นฆ่าผู้สมัครด้วยกันให้ตายทั้งหมด ซึ่งไม่ว่าบรูซจะพรรณนาสรรพคุณของชุดเกราะชาร์ปเลสเอาไว้ดีแค่ไหน แต่เซี่ยเฟยก็ยังคงจดจำแก่นแท้ของการประเมินรอบนี้เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ชายหนุ่มยังคงใช้พลังพิเศษความเร็วของเขาในการเคลื่อนที่ผ่านป่าอันแปลกประหลาดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเวลาเพียงแค่พริบตาร่างของเขาก็เคลื่อนตัวออกห่างจากจุดสตาร์ทไปไกลหลายหมื่นกิโลเมตร

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็หยุดซ่อนตัวอยู่ด้านหลังต้นไม้ขนาดใหญ่คล้ายกับเสือดาวที่รอคอยตะครุบเหยื่ออย่างเงียบ ๆ

“หึ! สิ่งที่เขาใช้มันก็เป็นเพียงแค่กลอุบายหลอกเด็ก ครั้งหนึ่งฉันเคยใช้กฎแห่งความมืดครอบคลุมทั่วทั้งกาแล็กซีด้วยซ้ำ เจ้าบรูซอะไรนั่นทำได้เพียงแค่นี้กลับพูดจาโอ้อวดซะใหญ่โต” โอโร่กล่าวอ้างอย่างไม่พอใจ

เนื่องมาจากขาดอิสรภาพมาอย่างยาวนานโอโร่จึงมักที่จะหลีกเลี่ยงการวิจารณ์วิธีการใช้กฎของคนอื่น เพราะมันจะทำให้เขานึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต แต่เมื่อต้องมาตกอยู่ภายในโลกอันกว้างใหญ่และได้ฟังสุนทรพจน์จากบรูซมาเป็นเวลานาน ในที่สุดจอมมารตนนี้ก็อดที่จะวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาไม่ได้

“ฉันรู้ว่าดาวดวงนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่มันเป็นเพราะว่าขนาดตัวของพวกฉันมีขนาดเล็กลงต่างหาก สิ่งที่ฉันสงสัยคือบรูซใช้กฎอะไรมันถึงทำให้พวกเรามีขนาดตัวหดเล็กลงแบบนี้?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างใจเย็น

“นี่นายรู้ตัวด้วยงั้นเหรอ?! ฉันยังไม่ทันได้บอกนายเลยแล้วนายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?” โอโร่กล่าวถามอย่างสงสัย

“ใครเป็นคนบอกล่ะว่าฉันจะต้องรอรู้เรื่องทุกอย่างจากคุณด้วย ท้ายที่สุดถ้าสิ่งต่าง ๆ ในดาวดวงนี้ถูกขยายขนาดสัดส่วนของพวกมันย่อมไม่ประสานกันอย่างลงตัวแบบนี้แน่นอน ซึ่งถ้าหากว่าบรูซต้องการจะขยายขนาดทุกอย่างจริง ๆ สิ่งที่เขาสมควรจะต้องทำก็คือการขยายขนาดดาวเคราะห์ทั้งดวง”

“แต่ถ้าหากเขาเลือกจะทำแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นแรงดึงดูดหรือวงโคจรของดาวเคราะห์ก็จะเปลี่ยนไป ซึ่งมันก็จะส่งผลให้ความเร็วในการหมุนตัวและมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม”

“ในตอนนั้นเหล่าบรรดาพืชพรรณและสรรพสัตว์คงจะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นในเวลาเพียงแค่ไม่นาน แล้วถ้าหากว่าสิ่งมีชีวิตชนิดไหนปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ของดาวไม่ได้ พวกมันก็จะค่อย ๆ ทยอยสูญพันธุ์ไปในที่สุด การทำแบบนั้นมันจึงส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากจนเกินไป ดังนั้นถ้าหากว่าฉันเดาไม่ผิดบรูซน่าจะทำให้พวกเราตัวเล็กลงโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวมากกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวอธิบาย

คำอธิบายนี้ทำให้โอโร่มองไปยังเซี่ยเฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ โดยในครั้งนี้เขาก็ได้พบกับทักษะการคิดวิเคราะห์ที่น่าทึ่งของชายหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งความสามารถนี้ถือได้ว่าเป็นข้อบกพร่องที่นักสู้ชั้นนำหลาย ๆ คนได้ขาดไป

แต่ในกรณีของเซี่ยเฟยทักษะการคิดวิเคราะห์ของเขาจัดอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัว และถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งแต่เขาก็ยังคงแบ่งเวลาไปเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง มันจึงทำให้เซี่ยเฟยได้เติบโตขึ้นมากลายเป็นนักรบที่มีความรู้รอบด้าน แล้วมันก็ส่งผลกระทบให้การวิเคราะห์ของเขามีความสมเหตุสมผลมากกว่านักรบคนอื่น ๆ

“ใช่แล้ว บรูซได้ใช้กฎแห่งการย่อขยายทำให้ร่างของทุกคนหดเล็กลง การใช้กฎ ๆ นี้ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่าย ๆ เพราะมันจำเป็นจะต้องมีรากฐานของกฎแห่งมิติและกฎแห่งสสารอยู่ในระดับสูงเสียก่อนจึงจะเริ่มฝึกฝนกฎแห่งการย่อขยายได้” โอโร่กล่าวอธิบาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่คำอธิบายของโอโร่ก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างแท้จริง เพราะท้ายที่สุดบรูซก็เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญกฎหลักถึงสองกฎในเวลาเดียวกัน แล้วมันก็คงสามารถบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากลุ่มมังกรฟ้าน่าจะเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าบรรดานักรบระดับสัตว์ประหลาด

ทันใดนั้นป้ายลงทะเบียนที่ซ่อนอยู่ในหน้าอกของเขาก็เริ่มสั่น และเมื่อเซี่ยเฟยหยิบมันออกมาดูเขาก็ได้พบกับชื่อของคนคนหนึ่งที่ปรากฏอยู่ด้านบนนั้น

“หลู่จินโป้?” ชื่อของคนที่ปรากฏขึ้นมาบนป้ายของเขาน่าจะเป็นเป้าหมายที่จะทำให้เขาสามารถผ่านการประเมินไปได้ในทันที ไม่อย่างนั้นเขาก็จำเป็นจะต้องสังหารผู้สมัครคนอื่นจำนวน 3 คน แล้วทำการแย่งชิงแผ่นป้ายของทั้งสามคนนั้นมาใช้เพื่อผ่านการประเมิน

“นายรู้จักคนชื่อนี้ไหม?” อันธถาม

“ในบรรดาผู้สมัครทั้งหมดฉันรู้จักแค่หยูเสี่ยวเป่ยคนเดียวเท่านั้นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าว

ท้ายที่สุดผู้สมัครก็ไม่ได้สลักชื่อของตัวเองเอาไว้บนหน้าผากของพวกเขา และการประเมินในรอบที่ผ่าน ๆ มามันก็ไม่ได้มีการแนะนำตัวผู้สมัครคนอื่น ๆ แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังได้เดินทางเข้ามาอยู่ในดินแดนผู้ใช้กฎเพียงแค่ไม่กี่เดือน เขาจึงแทบที่จะจดจำชื่อและใบหน้าของคนอื่น ๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ

“มันไม่สำคัญหรอกว่าเป้าหมายของฉันจะเป็นใคร เพราะจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของฉันคือชุดเกราะชุดนั้นต่างหาก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำประกาศนี้ถึงกับทำให้อันธและโอโร่รู้สึกตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยตั้งใจจะสังหารผู้สมัครทุกคนจริง ๆ

ระหว่างรอชายหนุ่มก็ได้หยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ออกมาจากแหวนมิติ และค่อย ๆ ทำการฝึกฝนเพิ่มระดับพลังของตัวเองไปอย่างช้า ๆ โดยไม่เร่งรีบ

“แม้แต่ในสนามรบเขาก็ยังไม่หยุดฝึกฝนอีกงั้นเหรอ?”

“ดูเหมือนว่าในตอนนี้เซี่ยเฟยจะเป็นพวกหมกมุ่นกับการสู้รบมากขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วสินะ”

ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการพยายามซ่อนตัวให้อยู่ข้างจากเหล่าบรรดาผู้สมัครระดับราชากฎเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก แล้วมันก็เป็นเรื่องโชคดีที่ผู้มีอันดับสูงสามารถเคลื่อนที่ออกจากจุดสตาร์ทได้ก่อน ผู้ที่เริ่มออกจากจุดสตาร์ททีหลังจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเคลื่อนที่เข้าไปยังอาณาเขตที่ผู้สมัครคนอื่นได้วางกับดักรอเอาไว้

ช่วงเวลาแห่งการสังหารได้เริ่มต้นขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว และมันก็มีผู้สมัครมากกว่า 10 คนที่ถูกสังหารก่อนที่พวกเขาจะหลบหนีออกจากพื้นที่บริเวณจุดสตาร์ทด้วยซ้ำ เพราะท้ายที่สุดคุณสมบัติของชุดเกราะชาร์ปเลสก็ดีเกินไป มันจึงทำให้มีผู้สมัครหลาย ๆ คนต้องการที่จะสังหารผู้สมัครทุกคนเพื่อให้ได้รับของรางวัลชิ้นนั้นมา

ชุดเกราะชาร์ปเลสย่อมสามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้อย่างแน่นอน แต่ของรางวัลชิ้นนี้มันก็มีอยู่เพียงแค่ชิ้นเดียว เหล่าบรรดาผู้สมัครที่รู้ตัวว่าตัวเองมีพลังไม่มากพอจึงพยายามหลบหนีการไล่ล่าของผู้สมัครคนอื่นอย่างสิ้นหวัง

เนื่องจากสิ่งที่พวกเขาจำเป็นจะต้องทำมีเพียงแค่การฉกชิงแผ่นป้ายของผู้สมัครคนอื่นให้ได้เป็นจำนวน 3 คน หรือทำการสังหารเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น จากนั้นพวกเขาก็จะผ่านการประเมินในรอบแรกของกลุ่มมังกรฟ้าไป แล้วได้มีสิทธิ์เข้าร่วมรับการประเมินในรอบที่ 2 พร้อม ๆ กับเหล่าบรรดาผู้สมัครจากเก้าตระกูลชั้นยอด

เมื่อผู้สมัครที่อ่อนแอได้ตั้งเป้าหมายของตัวเองแล้ว พวกเขาก็พยายามหลบหนีจากผู้สมัครชั้นนำโดยเร็วที่สุด เพราะว่ายิ่งพวกเขาวิ่งหนีไปได้ไกลเท่าไหร่มันก็ยิ่งเป็นผลดีสำหรับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังรอคอยก็คือเหล่าบรรดาผู้สมัครที่กำลังพยายามหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิตแบบนี้

เซี่ยเฟยเริ่มเข้าสู่วงการนักสู้จากการฝึกฝนของนักฆ่า ซึ่งนอกเหนือจากที่เขาจะมีเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายและการสังหารแล้ว เขายังเป็นนักรบที่สามารถคาดคะเนพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

ตามธรรมชาติของมนุษย์เมื่อคนส่วนใหญ่ได้พบกับถนนที่ไม่คุ้นเคย ผู้ชายมักจะเลือกเลี้ยวไปทางซ้าย ส่วนผู้หญิงมักจะเลือกเลี้ยวไปทางขวา ในระหว่างที่กำลังหลบหนีมนุษย์มักจะหลีกเลี่ยงถนนที่ดูกว้างขวางโดยคิดว่าการเดินทางในที่แคบ ๆ เป็นเรื่องที่ปลอดภัยกว่า แน่นอนว่าหุบเขาย่อมดูปลอดภัยมากกว่าที่ราบ โดยเฉพาะหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าไม้ย่อมดูเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับการหลบซ่อนตัวมากที่สุด

อันที่จริงการเลือกของมนุษย์มักที่จะขึ้นอยู่กับประสบการณ์มากกว่าการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่กำเนิด

ในทางกลับกันเซี่ยเฟยได้คิดวิเคราะห์สถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขาได้ดักซุ่มภายในผืนป่าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เพราะเขารู้ดีว่ามนุษย์ที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณจะต้องเคลื่อนที่มากลายเป็นเหยื่อของเขา

ยิ่งไปกว่านั้นจุดที่เขาดักซุ่มอยู่ในปัจจุบันยังอยู่ห่างจากจุดสตาร์ทนับ 20,000 กิโลเมตร เหยื่อที่เดินทางมาจนถึงที่นี่จะเริ่มคิดว่าพวกเขาอยู่พ้นจากเขตอันตรายแล้ว ซึ่งมันก็จะช่วยเปิดโอกาสให้นักล่าสามารถลงมือจู่โจมในช่วงเวลาที่เหยื่อยังไม่ทันได้ระวังตัว

วันแรกป่าที่เซี่ยเฟยดักซุ่มอยู่ยังคงเงียบสงบ ชายหนุ่มจึงใช้เวลาว่างในการฝึกฝนเพื่อดักรอเหยื่อที่จะมุ่งหน้าเข้ามาติดกับ

วันที่ 2 เหตุการณ์ยังคงเป็นเหมือนเดิม แน่นอนว่าเซี่ยเฟยก็ยังคงใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกฝนเพื่อรอคอยอย่างใจเย็น

ชั่วพริบตาเวลาก็ได้ล่วงเลยมาจนถึงคืนที่ 3 แล้ว และโอโร่ที่เฝ้าดูเหตุการณ์มานานก็ไม่สามารถทนรออยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไป

“ผลิตภัณฑ์จากบริษัทฟิกส์โด่งดังไปจนถึงเผ่ามารของเราด้วยซ้ำ ฉันต้องขอยอมรับเลยว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขาถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชั้นหนึ่งในจักรวาล ถ้าหากว่านายยังรออยู่ที่นี่ต่อไปนายไม่มีทางได้รับชุดเกราะนั้นมาเป็นของรางวัลแน่นอน” โอโร่กล่าวเพื่อพยายามโน้มน้าวให้เซี่ยเฟยออกไปด้านนอก

“คุณไม่เชื่อในสัญชาตญาณของมนุษย์งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่ใช่มนุษย์!” โอโร่กล่าว

“บรรพบุรุษของมนุษย์อ่อนแอมากและไม่ได้อยู่ใกล้เคียงกับการอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเลย มนุษย์จึงพัฒนาสัญชาตญาณเกี่ยวกับการระวังภัยขึ้นมาอย่างมากมาย และมันก็ถือได้ว่าเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวเผ่าพันธุ์มนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน” เซี่ยเฟยกล่าวอธิบายอย่างใจเย็น

แต่ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังอธิบายอยู่นั้น จู่ ๆ เขาก็เงียบลงอย่างกะทันหัน เพราะในตอนนี้เหยื่อคนแรกกำลังก้าวเท้าเข้ามาติดกับของเขาแล้ว

ภายใต้แสงจันทร์บนฟากฟ้าเงาสีดำกำลังเคลื่อนที่ผ่านผืนป่าอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็พยายามมองไปรอบ ๆ อย่างไม่สบายใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจนั่งลงผิงต้นไม้โดยหันหน้าไปยังทิศที่เขาเพิ่งวิ่งหนีมา

เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในพฤติกรรมของมนุษย์ เพราะจิตสำนึกของผู้ที่กำลังหลบหนีอันตรายมักจะคิดว่าพื้นที่ด้านหน้าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย และพวกเขาก็จะระมัดระวังอันตรายที่อาจจะตามพวกเขามาจากด้านหลังเท่านั้น

น่าเสียดายที่นักรบคนนี้ได้ตกลงมาในกลอุบายที่เซี่ยเฟยดักรอเอาไว้แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ที่อันตรายสำหรับเขาทั้งนั้น

“วิ่งหนีมาได้ไกล 20,000 กิโลเมตรในช่วง 2 วันครึ่งงั้นเหรอ? ความเร็วของคนคนนี้จัดอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาเลย” เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างเงียบๆ

“ทำไมฉันถึงคิดว่ามันช้า?” อันธกล่าว

“นั่นก็เพราะว่านายเคยชินกับความเร็วของฉัน แต่อย่าลืมว่าในดินแดนนี้ผู้คนใช้พลังของกฎเป็นหลัก แล้วมันจะมีคนใช้ความเร็วสูงอย่างฉันปรากฏตัวขึ้นมาให้เห็นง่าย ๆ ได้ยังไง” เซี่ยเฟยกล่าว

เซี่ยเฟยซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้โดยใช้วิชาเนตรมนตราคอยสังเกตผู้สมัครคนนั้นอย่างเงียบ ๆ โดยสิ่งที่เขาสังเกตคือรายละเอียดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการหายใจ, ระดับความตึงเครียดของเหยื่อ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เหยื่อคนนี้เริ่มผ่อนคลายมันก็จะเป็นช่วงเวลาที่เขาจะเริ่มลงมือจู่โจม

โดยปกติชายหนุ่มมักไม่ค่อยที่จะลงมือจู่โจมเข้าใส่ใครง่าย ๆ แต่เมื่อเขาเริ่มจู่โจมเข้าใส่ใครแล้วเขาก็มักที่จะหมายชีวิตของเหยื่อคนนั้นทุกครั้ง

ในระหว่างการนั่งพักผู้สมัครคนนั้นมักจะยกแขนซ้ายขึ้นมากดแขนขวาอยู่เป็นประจำ ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าเขาจะต้องได้รับบาดเจ็บในบริเวณนั้นอย่างแน่นอน

หลังจากสำรวจสภาพแวดล้อมอยู่ 2-3 นาที ในที่สุดชายคนนั้นก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย เขาจึงถอดเสื้อเพื่อดูบาดแผลก่อนที่จะหยิบยาออกมาจากแหวนมิติเพื่อปฐมพยาบาลตัวเอง

“แววตาของผู้ชายคนนี้กระวนกระวายมากราวกับว่าเขากำลังถือครองสมบัติอะไรบางอย่าง ดูเหมือนก่อนที่เขาจะหลบหนีมาที่นี่เขาคงจะจัดการกับผู้สมัครคนอื่น ๆ ไปแล้วสินะ” เซี่ยเฟยคิดภายในใจ อย่างมีความสุข จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปตามเงามืดอย่างช้า ๆ คล้ายกับว่าเขาเป็นวิญญาณที่กำลังล่องลอยในค่ำคืนอันมืดมิด

เซี่ยเฟยอ้อมไปด้านหลังของชายคนนั้นอย่างใจเย็น และเมื่อระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายลดลงมาเหลือประมาณ 10 เมตร ชายหนุ่มก็เริ่มจู่โจมด้วยบลัดบิวเทียสไปยังลำคอของชายคนนั้น

หากเหยื่อสามารถหลบหนีจากระยะสั้น ๆ แบบนี้ได้ การฝึกฝนของเซี่ยเฟยในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมามันก็คงจะเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์แล้ว

ฉึก!

ใบดาบสามคมเจาะเข้าไปในลำคอของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะดูดพลังจากร่างของเหยื่อออกมาอย่างบ้าคลั่ง โดยส่งพลังส่วนหนึ่งเข้าไปภายในร่างของเซี่ยเฟยอย่างต่อเนื่อง

การดูดซับพลังจากนักรบระดับสูงทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสบายตัวมาก และมันก็ทำให้ก้อนพลังงานสีรุ้งในพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว

***************

เอ๊ะๆ แผนนี้คุ้นๆอยู่นะ

จบบทที่ ตอนที่ 607 ซุ่มล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว