เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 530 ต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด

ตอนที่ 530 ต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด

ตอนที่ 530 ต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด


ตอนที่ 530 ต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังเดินออกจากถ้ำ นักรบกฎทั้งสองคนที่กำลังเฝ้าเขาอยู่ก็กำลังเพลิดเพลินกับการพูดคุยกัน จนไม่ทันได้สังเกตถึงเป้าหมายที่พวกเขากำลังพยายามเฝ้าอยู่เลย

“อะไรนะ? วิชาต่อสู้ระดับ 4 งั้นเหรอ?”

“ฉันว่าใช่แน่ ๆ ตอนนี้นักสู้ทั้งหมดในแอ่งน้ำได้ไปรวมตัวกันหมดแล้ว ลูกพี่ลูกน้องของฉันเพิ่งจะส่งข้อความมาบอกฉันเอง”

“วิชาระดับ 4 ไม่ได้ปรากฏในแอ่งน้ำมาตั้งนานแล้ว ฉันว่าคราวนี้ทุกคนจะต้องต่อสู้แย่งชิงกันอย่างดุเดือดแน่ ๆ”

“เฮ้อ! น่าเสียดาย นี่ถ้าหากว่าฉันเอามันไปขายด้านนอกได้ ฉันก็คงจะได้รับคริสตัลม่วงกลับมาหลายหมื่นก้อน”

“อย่าลืมสิว่าพวกเราได้รับคำสั่งให้เฝ้าเซี่ยเฟยเอาไว้ ฉันคิดว่าพวกเราคงจะไม่ได้ส่วนแบ่งจากการแย่งชิงครั้งนี้หรอก อย่างดีที่สุดพวกเราก็ทำได้เพียงแค่รอชิงวิชาการต่อสู้ระดับสูงจากเซี่ยเฟยเท่านั้นแหละ”

“เขาจะยอมออกมาทำไม ก่อนเข้าไปเขามีวิชาต่อสู้ระดับสูงอยู่ในมือตั้งมากมาย ตราบใดก็ตามที่เขารออยู่ในถ้ำจนหมดเวลาแค่นั้นเขาก็สามารถกลับไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว”

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยกำลังซ่อนอยู่หลังโขดหินที่อยู่ห่างจากพวกเขาไปไม่ไกลมากนัก และด้วยความช่วยเหลือจากวิชาพรางจิต มันจึงทำให้นักรบกฎทั้งสองคนนี้ไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้เลย แล้วมันก็ทำให้เซี่ยเฟยสามารถได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองคนได้อย่างชัดเจน

ฟุบ!

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปลี่ยนดาบดราก้อนสเกลให้กลายเป็นดาบคู่ ซึ่งในพริบตาต่อมาดาบทั้งสองเล่มก็ได้แยกกันออกไปจี้คอของนักรบกฎทั้งสองคน

“วิชาต่อสู้ระดับ 4 ที่พวกแกพูดถึงเมื่อกี้คืออะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างเย็นชา

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเซี่ยเฟยทำให้นักรบทั้งสองคนหวาดกลัวมาก และพวกเขาก็พยายามส่งสายตาให้แก่กัน คล้ายกับว่ามันจะมีข้อความอะไรบางอย่างที่ถูกส่งผ่านสายตานั้นอย่างลับ ๆ

ฉัวะ!

เซี่ยเฟยเริ่มสังหารนักรบคนหนึ่งในทันที ขณะที่กดใบดาบลงไปบนลำคอของนักรบอีกคนจนก่อให้เกิดรอยบาดขึ้นมาจาง ๆ

“พูดมา! ถ้าไม่พูดก็ตาย” เซี่ยเฟยออกคำสั่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

“ตอนนี้ในแอ่งน้ำมีวิชาการต่อสู้ระดับ 4 ปรากฏขึ้นมา แล้วลูกพี่ลูกน้องของฉันอยู่ในสนามรบเขาเลยก็ส่งข้อความมาบอกฉันว่าตอนนี้ทุกคนกำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิงมันอยู่” นักรบที่เหลือรอดชีวิตรีบตอบด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทา ขณะเดียวกันเขาก็แอบดึงเครื่องส่งสัญญาณออกจากแขน เพื่อส่งตำแหน่งในปัจจุบันของเขาให้กับลูกพี่ลูกน้อง

เครื่องส่งสัญญาณนี้คือเครื่องส่งสัญญาณที่ใช้กันโดยทั่วไปในดินแดนของผู้ใช้กฎ ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกับไมโครคอมพิวเตอร์ของพันธมิตร เพียงแต่มันถูกออกแบบมาให้ดูคล้ายเข็มทิศแต่มีหลายฟังก์ชั่นให้เลือกใช้งาน

“ถ้าพูดแล้วก็ตายซะ!”

ฉัวะ!

เซี่ยเฟยสะบัดดาบออกไปอย่างราบรื่นตัดผ่านลำคอของนักรบอีกคนไปอย่างราบเรียบ

เซี่ยเฟยพยายามออกวิ่งไปเรื่อย ๆ เพื่อไล่ตามหาวิชาระดับ 4 อันมีค่า ซึ่งมันไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิชาต่อสู้ระดับนี้จะต้องมีค่ามากมายมหาศาล ชายหนุ่มจึงตัดสินใจว่าเขาจะไขว่คว้ามันมาให้ได้

หลังจากไล่ตามเสียงการต่อสู้มาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็ได้พบกับสนามรบที่ตั้งอยู่ในแอ่งดินขนาดใหญ่ ที่นักรบจำนวนกว่า 100 คนกำลังต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะกวาดสายตาไปรอบ ๆ ทั่วทั้งสนามรบ แต่เขาก็ไม่พบกับลูกบอลแสงสีเหลืองเลยแม้แต่ลูกเดียว ซึ่งมันก็หมายความว่าหนึ่งในนักรบเหล่านี้ก็คงจะเก็บลูกบอลแสงลูกนั้นเข้าแหวนมิติของเขาไปแล้ว

“หยูหยวนกวงส่งลูกบอลแสงนั่นมาซะ!”

“ใช่ ถ้านายยอมมอบลูกบอลแสงนั่นมาแต่โดยดี เราจะยอมไว้ชีวิตนาย”

นักรบกฎหลาย ๆ คนกำลังพยายามบุกโจมตีนักรบกฎที่ไว้หนวดเครา ซึ่งเซี่ยเฟยรู้จักนักรบคนนี้เป็นอย่างดี เพราะเขาคือคนบงการให้ชายหนุ่มถูกปิดล้อมเมื่อสองวันก่อน

บาดแผลบนร่างกายของเขาบางส่วนยังคงเจ็บปวดอยู่เลย และถึงแม้ว่าเขากับหยูหยวนกวงจะไม่เคยมีความบาดหมางกันมาก่อน แต่ผู้ชายคนนี้กลับทำให้เขาต้องพยายามหนีเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบาก ซึ่งตามนิสัยอาฆาตของชายหนุ่มแล้วเขาก็ไม่มีทางจะยอมปล่อยหยูหยวนกวงไปง่าย ๆ

ในเมื่อชายคนนี้ต้องการให้เขาตาย เซี่ยเฟยก็จะถือว่าอีกฝ่ายคือศัตรู และคติประจำใจของเขาคือศัตรูทุกคนจะต้องตายซึ่งมันเป็นคติประจำใจที่ชายหนุ่มไม่เคยลืม

สถานการณ์ในปัจจุบันคือหยูหยวนกวงกับคนของเขาอีกประมาณ 10 กว่าคนกำลังถูกปิดล้อมด้วยกลุ่มนักสู้หลาย ๆ กลุ่ม ซึ่งนักสู้ที่เข้ามาในแอ่งน้ำเพียงลำพังอย่างเซี่ยเฟยก็มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่ากลุ่มนักสู้หลาย ๆ กลุ่มจะเป็นกลุ่มนักสู้จากตระกูลหยูเหมือนกับหยูหยวนกวง แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความเมตตาต่อกันเลยแม้แต่นิดเดียว

ท้ายที่สุดทรัพยากรในตระกูลก็มีอยู่อย่างจำกัด และดินแดนของผู้ใช้กฎก็เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย การสังหารกันระหว่างสมาชิกภายในตระกูลจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเรื่องแบบนี้มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งแม้ว่าจะเป็นตระกูลอื่นที่ไม่ใช่ตระกูลหยูก็ตาม

“วิชานั่นอยู่ในแหวนนี่แล้ว ถ้าพวกแกมีปัญญาก็เข้ามาเอามันไปเอง” หยูหยวนกวงหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกับชี้นิ้วไปยังแหวนมิติที่เขาสวมเอาไว้อยู่

“อย่าคิดว่าพวกเราจะกลัวเพียงเพราะว่านายเป็นนักรบกฎระดับ 5 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่นายได้เข้ามาในแอ่งน้ำ นายควรจะมอบของดี ๆ ให้กับคนอื่นบ้างไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้เพียงคนเดียว”

คำอธิบายจากนักรบคนหนึ่งทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงอยู่เล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดเลยว่าหยูหยวนกวงจะมีพลังเป็นถึงนักรบกฎระดับ 5 แล้วมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีอำนาจในการสั่งการนักรบคนอื่น ๆ ขนาดนั้น

ขณะเดียวกันท่าทางของหยูหยวนกวงก็เริ่มทำให้นักรบหลาย ๆ คนที่กำลังปิดล้อมเขาอยู่เริ่มสูญเสียความมั่นใจ และพวกเขาก็เริ่มลดอาวุธของตัวเองลงทีละน้อย

การที่ชายคนนี้เข้ามาในแอ่งน้ำได้ถึงสามครั้ง มันก็หมายความว่าผู้อยู่เบื้องหลังของเขาไม่ใช่คนที่จะสามารถดูถูกได้ง่าย ๆ แล้วมันก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะมีคนรู้สึกหวาดกลัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังชายคนนี้

“พี่น้องอย่าไปกลัว! พวกเรามีมากกว่า สิ่งที่เราจะต้องทำมีแค่ฆ่ามันซะแล้วเอาวิชานั้นไปขายเอาคริสตัลต้นกำเนิดมาแบ่งเท่า ๆ กัน”

เมื่อได้คิดถึงคริสตัลต้นกำเนิดเป็นจำนวนมาก นักรบทุกคนก็เริ่มส่งเสียงตะโกนขึ้นมาด้วยความฮึกเหิมอีกครั้ง และทำให้พวกหยูหยวนกวงถูกล้อมรอบอยู่ตรงกลาง

เมื่อสองวันก่อนพวกหยูหยวนกวงบงการนักรบคนอื่น ๆ ให้ปิดล้อมเซี่ยเฟยมากกว่า 50 คน แต่ในวันนี้มันกลับเป็นพวกเขาเองที่ถูกปิดล้อม และจำนวนของนักรบที่กำลังปิดล้อมพวกเขาก็มากกว่าเซี่ยเฟยถึงเท่าตัว

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีหยูหยวนกวงก็กระโดดออกมาจากกลุ่มเพื่อน และปล่อยแท่งโลหะหน้าตาแปลก ๆ ออกมาจากแหวนมิติของเขา

“สเปสคิวเลอร์!”

“หยูหยวนกวง นายกล้าดียังไงถึงเอาสเปสคิวเลอร์ออกมาใช้ นี่มันเป็นอาวุธที่ตระกูลสั่งห้ามเอาไว้อย่างชัดเจน”

“นายจะต้องถูกผู้อาวุโสลงโทษแน่ ๆ!”

นักสู้ฝั่งตรงข้ามทุกคนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพวกเขาได้เห็นหยูหยวนกวงหยิบสเปสคิวเลอร์ออกมาจากแหวนมิติ

“ลงโทษงั้นเหรอ? พวกแกคงไม่มีวันรอดชีวิตไปเห็นฉันที่ถูกลงโทษหรอก” หยูหยวนกวงตะโกนออกมาอย่างเย็นชา

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ได้ใช้ฝ่ามือตบแท่งโลหะทำให้ลูกบอลที่อยู่ปลายแท่งระเบิดออก และทำให้ท้องฟ้าบริเวณนั้นถูกย้อมจนกลายเป็นสีฟ้าคราม

สเปคคิวเลอร์สามารถสร้างการโจมตีอันทรงพลังได้ในขอบเขตอันกว้างขวาง และตราบใดก็ตามที่ศัตรูอยู่ในระยะมันก็เป็นเรื่องยากที่ศัตรูจะพยายามหลบหนี

โดยปกติแล้วอาวุธสังหารระดับนี้จะถูกนำไปใช้ในสนามรบด้านนอกโดยเฉพาะ และถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของมันจะค่อนข้างดี แต่มันก็จะทำให้นักสู้คอยพึ่งพาแต่อุปกรณ์มากเกินไป มันจึงมีกฎห้ามใช้อาวุธสังหารภายในตระกูล ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากพวกเขาออกไปนอกตระกูลพวกเขาย่อมสามารถใช้อาวุธพวกนี้ได้อย่างไม่จำกัด

ด้วยเหตุนี้เองมันจึงไม่มีใครคิดว่าหยูหยวนกวงจะได้แอบพกสเปคคิวเลอร์เอาไว้ และที่สำคัญคือชายคนนี้ยังนำมันมาใช้กับนักรบของตระกูล!!

“ทำลายพวกมันซะ!” หยูหยวนกวงตะโกนเสียงดัง ก่อนที่ลำแสงสีฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนจะตกลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับแรงกดดันอันรุนแรง

“บล็อก!”

“ผนึก!”

ทุกคนต่างก็พยายามใช้กฎที่ตัวเองได้เรียนรู้ในการปกป้องตัวเองเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่วิชาระดับต่ำพวกนั้นไม่สามารถหยุดการโจมตีจากสเปคคิวเลอร์ได้

ลำแสงสีฟ้าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากสเปคคิวเลอร์เป็นเหมือนกับฝนกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ดังนั้นเมื่อพวกมันสัมผัสเข้ากับกฎมิติที่พยายามขวางพวกมันเอาไว้ ฝนกรดเหล่านี้ก็จะเริ่มละลายกฎมิติพวกนั้นให้หายไปในทันที ซึ่งในเวลาต่อมาสิ่งที่จะถูกละลายก็คือร่างกายของทหารที่อยู่ในสนามรบ

ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีนักสู้ระดับต่ำก็ถูกสังหารลงอย่างรวดเร็ว มันจึงมีเสียงร้องโหยหวนดังออกไปทั่วทั้งสนามรบและมีเศษเลือดเศษเนื้อกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่

สถานการณ์เอนเอียงไปทางฝ่ายหยูหยวนกวงอย่างรวดเร็ว เพราะการใช้สเปคคิวเลอร์เพียงคราวเดียวทำให้ฝั่งตรงข้ามเหลือรอดชีวิตอยู่ไม่ถึง 10 คน และคนพวกนั้นก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้ได้อีกต่อไป

“การที่พวกนายรอดจากสเปคคิวเลอร์มาได้ มันก็แสดงว่าพวกนายมีศักยภาพที่ค่อนข้างดี ฉันจะให้โอกาสพวกนายเพียงแค่ครั้งเดียว ถ้าใครไม่อยากตายก็ให้ย้ายข้างมาอยู่ฝั่งของฉันซะ!” หยูหยวนกวงกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ

สถานการณ์ในปัจจุบันบ่งบอกถึงผู้ชนะอย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้นถึงแม้นักรบที่เหลือรอดจะไม่เต็มใจแต่พวกเขาก็ยังไม่อยากจะเอาชีวิตของตัวเองมาทิ้งเอาไว้ในวันนี้

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็เม้มริมฝีปากขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เพราะเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะของหยูหยวนกวงให้ความรู้สึกคล้ายกับ ตอนที่ชายคนนี้กำลังพยายามสั่งให้นักรบเป็นจำนวนมากไล่ล่าสังหารเขาเมื่อสองวันก่อน

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นและเดินไปที่ขอบหลุมขนาดใหญ่ ก่อนที่จะจ้องมองไปที่หยูหยวนกวงอย่างท้าทาย แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีนักรบกฎประมาณ 20 คนคอยยืนอยู่เคียงข้างเขาก็ตาม

“ฮ่า ๆ ๆ เซี่ยเฟย นี่แกกล้าโผล่หัวออกมาด้วยงั้นเหรอ? ส่งวิชาต่อสู้ทั้งหมดที่แกมีมาซะแล้วฉันจะ…”

“แล้วแกจะทำไม?” เซี่ยเฟยถามกลับ

“แล้วฉันก็จะเป็นคนให้เกียรติฆ่าแกด้วยตัวเอง” หยูหยวนกวงกล่าวออกมาพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ขอโทษด้วยที่วันนี้มันไม่ใช่ฉันที่จะตาย แต่เป็นพวกแกนั่นแหละที่จะต้องทิ้งชีวิตเอาไว้อยู่ที่นี่”

“คิดจะฆ่าฉันงั้นเหรอ?” หยูหยวนกวงหัวเราะออกมาดังสนั่นราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลก

“ผิด ไม่ใช่แค่แกแต่เป็นพวกแกทั้งหมด” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยท่าทางที่เหมือนกับยมทูต และทันใดนั้นคลื่นมิติ 2 สายก็ถูกปล่อยออกไปอย่างฉับพลัน

พายุมิติปิดล้อม!

การจู่โจมในครั้งนี้เซี่ยเฟยได้เสริมพลังของกฎแห่งความโกลาหลเข้าไปด้วย มันจึงทำให้คลื่นมิติทั้งสองสายพุ่งออกไปราวกับพายุทอร์นาโด

“นั่นมันวิชามิติระดับสูง!”

“เซี่ยเฟยได้เรียนรู้วิชามิติระดับสูงแล้วงั้นเหรอ?”

ไม่มีใครคาดคิดว่าในเวลาเพียงแค่สองวันเซี่ยเฟยจะได้เปลี่ยนจากมือใหม่ที่ไม่มีวิชามิติภายในมือ กลายเป็นนักสู้ที่สามารถใช้วิชามิติระดับสูงออกมาได้แบบนี้

“บล็อก!”

“ผนึก!”

การจู่โจมจากคลื่นมิติของเซี่ยเฟยรวดเร็วมากจนเกินไป นักสู้ทั้งหมดจึงไม่สามารถหลบหนีได้ พวกเขาจึงต้องสร้างมิติกีดขวางออกมาเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น

ในความคิดของพวกเขาเซี่ยเฟยเพิ่งจะฝึกฝนวิชาพายุมิติปิดล้อมได้เพียงแค่ระดับ 2 แล้วมันก็มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะสามารถป้องกันการโจมตีในระดับนี้เอาไว้ได้

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ไม่ได้ตระหนักถึงกฎแห่งความโกลาหลที่แฝงอยู่ในคลื่นมิติพวกนี้เลย ที่สำคัญคือกฎแห่งความโกลาหลได้เพิ่มพลังโจมตีของคลื่นมิติขึ้นไปมากกว่าเดิมถึงสามเท่า

ฉัวะ!

พื้นดินในบริเวณนั้นคล้ายกับถูกกรงเล็บมังกรขนาดใหญ่ข่วนลงไปอย่างรุนแรง มันจึงก่อให้เกิดรอยบาก 2 รอยฝังลึกในพื้นดิน โดยรอยบากแต่ละรอยมีความลึกลงไปหลายสิบเมตร ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าพลังการโจมตีของเซี่ยเฟยทรงพลังมากแค่ไหน

การจู่โจมในครั้งนี้ทำให้ร่างของนักรบมากกว่า 10 คนถูกตัดขาดออกเป็นสองท่อน แล้วมันก็ทำให้เลือดสีแดงสาดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่

“เอาไปอีก!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามก่อนที่จะเริ่มปล่อยคลื่นมิติออกไปอีกครั้ง ซึ่งชายหนุ่มก็ได้จู่โจมออกไปอย่างต่อเนื่องจนทำให้แอ่งดินพังยับเยินไม่เหลือชิ้นดี

นอกสนามรบ

พวกหยูลู่ซวนและสมาชิกในตระกูลคนอื่น ๆ ที่กำลังรับชมการต่อสู้ผ่านทางหน้าจอต่างก็รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนเซี่ยเฟยยังไม่ได้เรียนรู้วิชามิติเลยด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เขากลับสามารถแสดงการจู่โจมอันทรงพลังออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

ครูฝึกทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่รู้จักวิชาพายุมิติปิดล้อมเป็นอย่างดี แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยเฟยถึงสามารถแสดงพลังของวิชานี้ออกมาได้เทียบเท่ากับวิชาต่อสู้ระดับ 4 หรืออาจจะมีพลังใกล้เคียงกับวิชาต่อสู้ระดับ 5 ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเพียงแค่วิชาต่อสู้ระดับ 3 เท่านั้น

ในที่สุดภาพก็ได้แสดงให้เห็นว่าเซี่ยเฟยกำลังเดินลงไปหยิบสเปคคิวเลอร์และลูกบอลแสงสีเหลืองออกจากแหวนมิติของหยูหยวนกวง หลังจากที่เขาได้ทำการสังหารฝ่ายตรงข้ามจนหมดแล้ว

“เขาเป็นแมลงสาบอวกาศหรือยังไง? นี่เขาทั้งรอดชีวิตมาได้และยังได้รับวิชาการต่อสู้ระดับ 4 ไปอีก” หยูชิชิบ่นพึมพำออกมาอย่างไม่พอใจ

แต่ทันทีที่คำพูดของเธอจบลง จู่ ๆ มันก็ได้มีแสงสีแดงปรากฏขึ้นบนหน้าจอพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังไปทั่วทั้งบริเวณ

“ด้วงมิติ! ด้วงมิติกำลังบุกแอ่งน้ำ รีบรายงานไปที่ท่านผู้นำเดี๋ยวนี้!!” หยูลู่ซวนอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

***************

ที่ไหนมีพี่เฟยที่นั่นย่อมมีเรื่อง คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงว่างั้นไหม? อิอิ

จบบทที่ ตอนที่ 530 ต่อสู้แย่งชิงอย่างดุเดือด

คัดลอกลิงก์แล้ว