เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 525 นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 525 นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์

ตอนที่ 525 นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์


ตอนที่ 525 นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์

เซี่ยเฟยหยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 2 ออกมาจากแหวนมิติพร้อมกับโยนมาเล่นภายในมือ จากนั้นเขาก็นำคริสตัลต้นกำเนิด 1 ชิ้นยื่นไปให้กับขนอุย และเก็บคริสตัลต้นกำเนิดอีกหนึ่งชิ้นเอาไว้ให้กับตัวเอง

“เหลือก้อนสุดท้ายแล้วสินะ หัวใจจักรวาลสีม่วงที่ฉันเอาไปแลกพวกมันมาสามารถเอาไปแลกดาวเคราะห์ในพันธมิตรได้ตั้งหลายดวง แต่ในดินแดนของผู้ใช้กฎหัวใจจักรวาลพวกนั้นไม่พอจะเอามาใช้เป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ด้วยซ้ำ” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“ใครจะไปรู้ล่ะว่าในดินแดนของผู้ใช้กฎจำเป็นจะต้องพึ่งพาพลังงานต้นกำเนิดมากขนาดนี้ นี่โชคดีแค่ไหนแล้วที่นายได้รับตำแหน่งที่มีเงินเดือนเป็นคริสตัลม่วง 30 ก้อน ซึ่งมันก็น่าจะพอแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนายไปได้บ้าง ยิ่งไปกว่านั้นนายยังเหลือหัวใจจักรวาลสีม่วงในแหวนมิติอีก 2,000 ชิ้น ถ้าหากว่านายเอาพวกมันไปแลกเปลี่ยน อย่างน้อยนายก็จะได้คริสตัลม่วงมาอีก 200 ก้อน”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับ โดยจำนวนของหัวใจจักรวาลสีม่วงในแหวนมิติของเขาก็เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายเป็นเวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งมันก็หมายความว่าในสองเดือนหลังจากนี้เขาจะต้องหาวิธีได้คริสตัลม่วงมากกว่าเดิม

ขนอุยเลียริมฝีปากด้วยความเพิ่งพอใจ เซี่ยเฟยจึงอุ้มมันขึ้นมาบนไหล่แล้วเดินออกไปจากหอพัก

ที่พักในสวนเสือคำรามยังไม่ได้รับการทำความสะอาด เซี่ยเฟยจึงยังคงพักอยู่ในห้องเดิมของเขาไปก่อน

ฟุบ!

ชายหนุ่มเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงและเดินทางไปถึงสวนเสือคำรามในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ซึ่งในตอนนี้หยูซานสุ่ยกำลังรอเขาอยู่ที่ประตู และเมื่อชายคนนี้ได้พบกับเซี่ยเฟยเขาจึงเริ่มทักทายด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับผู้จัดการเซี่ย ผมชื่อหยูซานสุ่ยเป็นรองผู้จัดการ ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนเสือคำรามของพวกเรา”

หลังจากพูดคุยทักทายกันเล็กน้อย เซี่ยเฟยก็เริ่มสำรวจสวนเลี้ยงสัตว์อสูรแห่งนี้ โดยมันเป็นสวนที่ถูกสร้างขึ้นในหุบเขาที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชัน และมันก็มีน้ำตกไหลลงมาให้มองเห็นจากระยะไกล

อาคารหลายสิบหลังตั้งเรียงรายอยู่ตามขอบเหวของภูเขา แต่พวกมันดูคล้ายกับอาคารโบราณที่ดูเหมือนจะถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพทรุดโทรมมาเป็นเวลานานแล้ว

หยูซานสุ่ยเรียกพนักงานอีกห้าคนมาทักทายเซี่ยเฟยซึ่งเป็นผู้จัดการคนใหม่ คล้ายกับว่ามันเป็นหน้าที่ที่เขาสมควรจะต้องทำ

สวนเสือคำรามในตระกูลหยูไม่ได้เป็นสถานที่ที่ถูกให้ความสำคัญจากตระกูลมากมายนัก พนักงานที่ถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสมาชิกภายนอกของตระกูลเสียเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงหยูซานสุ่ยคนเดียวเท่านั้นที่เป็นสมาชิกภายในของตระกูลที่ถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้ แต่โชคไม่ดีที่ในปัจจุบันเขาได้เสียตำแหน่งผู้จัดการให้กับเซี่ยเฟยไปแล้ว

เมื่อได้เห็นว่าหัวหน้าคนใหม่ค่อนข้างจะมีความเป็นกันเอง พวกเขาจึงให้ความเคารพเซี่ยเฟยมากโดยไม่ได้สนใจอายุหรือสถานะของชายหนุ่มมากนัก

หลังจากทักทายพนักงานทุกคนตามสมควร เซี่ยเฟยก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง ก่อนที่เขาจะทำการตรวจสอบสวนแห่งนี้โดยละเอียด และเขายังต้องการจะไปที่หอสมุดเพื่อดูว่าที่นั่นมีข้อมูลของขนอุยถูกบันทึกเอาไว้จริง ๆ หรือเปล่า

สัตว์อสูรตัวนี้สร้างปัญหาในเรื่องวิธีการเลี้ยงดูให้กับเซี่ยเฟยมานานแล้ว และเขาก็แทบที่จะรอไม่ไหวเพื่อที่จะได้รู้จักขนอุยอย่างลึกซึ้งมากขึ้นกว่านี้

“ผู้จัดการครับ ผมรู้ว่าคุณเพิ่งเข้ารับตำแหน่งในวันนี้และเราก็ไม่ควรที่จะเข้าไปรบกวนคุณมากนัก แต่มันมีเรื่องที่พวกเราไม่สามารถจัดการได้ ดังนั้นพวกเราจึงต้องขอให้คุณเป็นคนจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” หยูซานสุ่ยกล่าวด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม

พวกพนักงานเริ่มรู้แล้วว่าหยูซานสุ่ยกำลังพยายามจะสร้างปัญหาให้กับเซี่ยเฟย แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รู้สึกต่อต้านเซี่ยเฟย แต่พวกเขาก็อยากจะเห็นความสามารถของชายหนุ่มในการปราบสัตว์อสูรอยู่เหมือนกัน

“มันคือเรื่องอะไรเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“ภายในสวนเสือคำรามมีสัตว์อสูรอยู่ทั้งหมด 17 ตัว หน้าที่ของพวกเราคือการทำให้อสูรพวกนี้เชื่อฟังมนุษย์ แต่น่าเสียดายที่พวกมันเป็นสัตว์อสูรที่ดื้อรั้นมาก ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกเราจะให้อาหารพวกมันกินทุกวัน แต่พวกมันก็ไม่เคยเชื่อฟังคำสั่งของพวกเราเลย”

“แต่เมื่อไม่นานมานี้คุณหนูเจ็ดได้เดินทางมายังสวนเสือคำราม และเธอก็รู้สึกถูกชะตาแมวเหลืองสี่หูมาก เธอจึงออกคำสั่งให้พวกเราทำให้สัตว์อสูรตัวนั้นกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อฟังในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน”

“อย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ถึงกำหนดนัดหมายที่เธอได้ตั้งเอาไว้แล้ว แต่เจ้าแมวนั้นยังกัดเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มันเห็น ผมเกรงว่าถ้าหากคุณหนูเจ็ดเดินทางมาที่นี่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และพบว่าแมวของเธอยังไม่ถูกฝึกให้เชื่องอย่างที่ควรจะเป็น เธอก็คงจะต้องสั่งการลงโทษพวกเราอย่างแน่นอน” หยูซานสุ่ยกล่าวด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

“แมวตัวเดียวแต่ยังฝึกไม่ได้ใน 3 เดือนเนี่ยนะ?! พวกคุณพยายามฝึกแมวตัวนั้นแล้วจริง ๆ ใช่ไหม? เอาล่ะเรื่องอื่นเอาไว้ก่อนตอนนี้รีบพาฉันไปหาแมวตัวนั้นก่อนเร็ว ๆ เข้า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

หยูซานสุ่ยพยักหน้ารับอย่างเร่งรีบ ก่อนที่เขาจะรีบพาเซี่ยเฟยไปยังคอกสัตว์ในสวนด้วยความยินดี

‘หึ ๆ แกคิดว่าแมวเหลืองสี่หูเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ งั้นเหรอ? มารอดูกันซิว่าแมวตัวนั้นจะสร้างปัญหาให้กับแกได้ขนาดไหน’ หยูซานสุ่ยแอบคิดภายในใจอย่างชั่วร้าย

กรงขังสัตว์อสูรเป็นรั้วโลหะยกสูงและมีพื้นที่ด้านในหลายร้อยตารางเมตร และเนื่องมาจากสัตว์อสูรส่วนใหญ่มีนิสัยดุร้าย พวกมันจึงถูกจับขังอยู่ในแต่ละกรงแยกจากกันเพื่อป้องกันไม่ให้พวกมันทำร้ายสัตว์อสูรด้วยกันเอง

อย่างไรก็ตามหยูซานสุ่ยก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกสัตว์อสูรถึงหยุดคำรามทันทีที่เซี่ยเฟยมาถึง ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังขดตัวอยู่ในมุมห้องด้วยท่าทางอันหวาดกลัว และในสายตาของพวกมันก็มีความระแวดระวังอย่างเต็มที่

เหตุการณ์นี้ทำให้หยูซานสุ่ยรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะถึงแม้ว่าเขาจะทำงานในสวนแห่งนี้มาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นปฏิกิริยาของพวกสัตว์อสูรที่รู้สึกหวาดกลัวมากขนาดนั้น

‘มันเป็นเพราะเขางั้นเหรอ?’ หยูซานสุ่ยคิดกับตัวเองภายในใจ

“สัตว์อสูรหายากถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ อสูรธรรมดา, อสูรราชาและอสูรเทวะ สัตว์อสูรทั้งหมดในสวนเสือคำรามต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสัตว์อสูรระดับสูงสุด และมันก็มีอสูรราชาอยู่ในหมู่พวกมันถึงสองตัว โดยตัวหนึ่งคือแมวเหลืองสี่หู ส่วนอีกตัวหนึ่งคือเสือเพลิงตาฟ้า และมันก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมสวนแห่งนี้ถือถูกตั้งชื่อว่าสวนเสือคำราม” หยูซานสุ่ยเริ่มกล่าวแนะนำ

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยยอมไม่ได้รู้สึกสนใจสัตว์อสูรพวกนี้เลย เพราะพวกมันมีความแข็งแรงไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวหนึ่งของขนอุยด้วยซ้ำ ซึ่งแม้แต่นกสีขาวดำที่เป็นสัตว์เลี้ยงของเทพขาวดำก็ยังคงมีระดับต่ำกว่าขนอุยอยู่ระดับหนึ่ง

ชายหนุ่มเริ่มไล่ดูสัตว์อสูรแต่ละตัวด้วยความสนใจ แต่พวกมันพยายามที่จะเอาหน้ามุดดินหนีด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“นี่คือแมวเหลืองสี่หูเป็นอสูรราชาที่หาได้ยากมาก แล้วมันก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ 5 ของเหล่าบรรดาอสูรราชาทั้งหมด” หยูซานสุ่ยกล่าวแนะนำหลังจากที่พวกเขาได้มาหยุดอยู่หน้ากรงที่มีขนาดใหญ่กว่ากรงอื่น ๆ

เมื่อเซี่ยเฟยได้มองเข้าไปภายในกรง เขาก็ได้พบว่ากรงนี้ถูกตกแต่งด้วยก้อนหินและต้นไม้ โดยมีแมวตัวผอมกำลังจ้องมองมาที่เขาจากบนกิ่งไม้ด้วยร่างกายอันสั่นเทา

แมวสีเหลืองตัวนี้มีขนาดตัวที่ใหญ่โตกว่าแมวบ้านโดยทั่วไป แล้วมันก็มีขนาดตัวที่สูงเกือบจะเท่า ๆ กับเสือดาว แต่น่าเสียดายที่มันดูเหมือนกับจะมีปุ่มของเหลวเหมือนกับฝีตามลำตัวทำให้เซี่ยเฟยค่อนข้างที่จะรู้สึกขยะแขยง

“คุณหนูเจ็ดที่นายพูดถึงเป็นผู้หญิงใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ใช่ครับ”

“นายแน่ใจนะว่าเธอชอบไอ้ตัวนี้?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“เอิ่ม… แต่ละคนก็มีรสนิยมเป็นของตัวเองนั่นแหละครับ” หยูซานสุ่ยพยายามตอบคำถามอย่างสุภาพ

“เปิดกรง! เดี๋ยวฉันจะเข้าไปจัดการลูกแมวตัวนี้เอง” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่จะเดินบีบจมูกเข้าไปภายในกรง ซึ่งถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเรื่องนี้คือเรื่องที่เกี่ยวกับงาน เขาก็คงจะไม่เข้าไปแตะต้องสิ่งมีชีวิตที่ดูน่าเกลียดตัวนี้อย่างแน่นอน

หยูซานสุ่ยมองดูเซี่ยเฟยอย่างมีความสุข และรอดูว่าสัตว์อสูรที่เคยสังหารผู้ฝึกไปแล้วหลายคนตัวนี้จะจัดการกับเซี่ยเฟยด้วยวิธีการไหน

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยได้ฝึกฝนวิชามนตราอสูรมาจนถึงขั้นที่ 6 แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะมีคนนับสิบที่เสียชีวิตภายใต้อุ้งเท้าของแมวตัวนี้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมันเลยแม้แต่น้อย

หยูซานสุ่ยรีบปิดประตูตามหลังทันทีที่เซี่ยเฟยได้ก้าวเท้าเข้าไป เพราะเขากลัวว่าอสูรตัวร้ายจะหลุดออกมาจู่โจมเขาที่อยู่ด้านนอก

“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แมวธรรมดาสินะ” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองขณะชำเลืองสายตามองไปยังด้านหลัง

เมื่อเขาได้เดินเข้าไปจนถึงใต้ต้นไม้ แมวเหลืองสี่หูก็รีบลุกขึ้นยืนในทันที แต่ตัวของมันกลับกำลังสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งเซี่ยเฟยก็รู้ดีว่ามันกำลังรู้สึกหวาดกลัวเขาอยู่

“ทำตัวดี ๆ” เซี่ยเฟยตะโกนออกไปอย่างโหดเหี้ยม

ง่าว!!

แมวเหลืองสี่หูส่งเสียงร้องคำรามออกมาดังลั่นคล้ายกับว่ามีใครไปเหยียบหางของมัน ทำให้ขนอุยที่กำลังนอนพักอยู่ในอ้อมอกของเซี่ยเฟยตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางที่ไม่พอใจ

พริบตาต่อมาขนอุยก็กระโดดขึ้นไปประจำตำแหน่งบนไหล่ของเซี่ยเฟย พร้อมกับจ้องมองไปยังแมวหน้าตาประหลาดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต

“ไอ้แมวน่าเกลียด! กล้าดียังไงมารบกวนการนอนของฉัน!!”

“ยกโทษให้ไม่ได้!!!”

อิ้ว!!!!

เสียงร้องคำรามของขนอุยดังสะท้อนไปทั่วทั้งพื้นที่ ทำให้ทั้งหยูซานสุ่ยและพนักงานอีกห้าคนต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดหูด้วยความสยดสยอง

“นั่นมันเสียงอะไร?”

“เสียงอะไรวะโคตรน่ากลัวเลย! ก่อนหน้านี้แม้แต่เสือเพลิงตาฟ้าก็ยังไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกกลัวได้ขนาดนี้”

“โอ้ย! หัวใจแทบจะหลุดออกมาจากอก”

“นี่คือเสียงร้องคำรามของอสูรศักดิ์สิทธิ์!”

มันคือเสียงที่ทำให้แม้แต่ผู้ฝึกกฎแห่งมิติก็ยังไม่สามารถที่จะต้านทานได้ มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงแมวขี้เรือนที่กำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้เลย

แมวเหลืองสี่หูรู้สึกหวาดกลัวสุดชีวิต มันจึงช็อกตาตั้งร่วงลงมาจากต้นไม้โดยตรงราวกับว่าร่างของมันเป็นเพียงแค่รูปปั้นที่ไร้ชีวิต

“มารขาว!”

“นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์!!”

“โอ้พระเจ้า! สัตว์อสูรของผู้จัดการเซี่ยคือสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์เหรอเนี่ย?!”

ในที่สุดพนักงานในสวนเสือคำรามก็สังเกตเห็นถึงการคงอยู่ของขนอุย และเนื่องมาจากว่าพวกเขาคือผู้ดูแลสัตว์อสูร พวกเขาจึงรู้จักมารขาวในตำนานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหยูซานสุ่ยที่อยากจะฆ่าตัวตายเมื่อได้คิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำลงไป

เขาหวังว่าเซี่ยเฟยจะหวาดกลัวอสูรราชาเนี่ยนะ?!

ชาติหน้าเถอะ! เซี่ยเฟยจะมากลัวอสูรราชาทำไม ในเมื่อบนไหล่ของเขาคืออสูรศักดิ์สิทธิ์!!

ก่อนที่หยูซานสุ่ยจะอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ ภาพเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาอีกครั้ง

ผัวะ!

เซี่ยเฟยตบหัวของขนอุยอย่างรุนแรงเพื่อเป็นการลงโทษที่มันทำอะไรบุ่มบ่าม

“ถ้านายทำให้ไอ้แมวนั่นตาย แล้วฉันจะทำยังไง?”

ขนอุยก้มหน้าลงด้วยท่าทางสำนึกผิดและพยายามใช้ขนนุ่ม ๆ บนร่างกายของมันถูใบหน้าของชายหนุ่มเพื่อพยายามเอาอกเอาใจ ราวกับว่ามันกำลังยอมรับว่าเรื่องนี้มันเป็นฝ่ายที่ผิดพลาดไปจริง ๆ

“นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? เขากล้าตบสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วยงั้นเหรอ”

“สัตว์... อสูร… ศักดิ์... สิทธิ์… โดนตบเนี่ยนะ!” หยูซานสุ่ยถึงกับขาอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นเมื่อเขาได้เห็นมารขาวถูกเซี่ยเฟยตบหัวอย่างรุนแรง

***************

มาที่ใหม่ก็สร้างวีรกรรมวันแรกสักหน่อย อิอิ

จบบทที่ ตอนที่ 525 นั่นมันอสูรศักดิ์สิทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว