เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 484 การพัฒนาของหงส์คราม

ตอนที่ 484 การพัฒนาของหงส์คราม

ตอนที่ 484 การพัฒนาของหงส์คราม


ตอนที่ 484 การพัฒนาของหงส์คราม

เนื่องมาจากว่ายานเหล่านี้เป็นยานสำรวจ มันจึงมีอาวุธประจำยานเพียงแค่ปืนใหญ่เลเซอร์ 2 กระบอกและเกราะที่ไม่ได้หนามากนัก แต่มันก็มีความหนาเพียงพอที่จะทำให้ยานลำนี้เดินทางสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ในจักรวาลอย่างยาวนานได้

เซี่ยเฟยเริ่มสำรวจจากพื้นที่ด้านหลังของตัวยานไล่ไปยังพื้นที่ด้านหน้าของยานมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งในระหว่างทางหุ่นยนต์ในโกดังหลาย ๆ ตัวได้ดึงดูดความสนใจของเขา โดยพวกมันเป็นหุ่นยนต์ที่มีเอาไว้สำรวจดาวเคราะห์โดยเฉพาะ นั่นก็เพราะพวกมันถูกออกแบบมาให้ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมอันรุนแรง เพื่อเข้าไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย

น่าเสียดายที่แรงกระแทกในระหว่างที่ยานตกและการแช่อยู่ในน้ำมาเป็นเวลานาน มันจึงทำให้หุ่นยนต์พวกนี้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เซี่ยเฟยจึงเก็บชิ้นส่วนที่พอจะใช้งานได้เข้าไปในแหวนมิติบางส่วนก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าตรงต่อไป

หลังจากเดินผ่านโกดังก็เป็นย่านของที่พักอาศัย และถึงแม้ว่ามันจะผ่านการกระแทกรุนแรงแต่มันก็ยังคงหลงเหลือบันทึกตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งภาพบางภาพถูกเก็บเอาไว้ในครอบแก้วสุญญากาศ มันจึงยังพอเหลือข้อมูลบางส่วนที่ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านมาแล้วนับหมื่นปีก็ตาม

หนึ่งในภาพถ่ายที่ยังคงสภาพมาจนถึงปัจจุบันนั้นคือภาพหมู่ของลูกเสือหลายสิบคนและหุ่นยนต์ผู้ช่วยอีกหลายร้อย โดยสถานที่ภายในภาพดูเหมือนจะเป็นหอประชุมในยุคโบราณ ซึ่งพวกเขาก็กำลังชูมืออย่างยิ้มแย้มคล้ายกับว่าพวกเขาเพิ่งจะได้รับรางวัลอะไรสักอย่าง

“ดูเหมือนหุ่นยนต์บนยานลำนี้จะมีสถานะที่สูงมาก ถึงขนาดได้ไปถ่ายรูปร่วมกับมนุษย์ในระหว่างที่พวกเขาได้รับรางวัลด้วย ความเป็นจริงมันดูคล้ายกับพวกเขาใช้ชีวิตร่วมกันไม่มีการแบ่งแยกระหว่างมนุษย์หรือหุ่นยนต์เลย” อันธกล่าวอย่างประทับใจหลังจากที่ได้เห็นภาพหุ่นยนต์กับมนุษย์ภายในรูป

“ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ในยุคโบราณจะใกล้ชิดกันมาก และยานลำนี้ก็คงจะเกิดอุบัติเหตุก่อนที่หุ่นยนต์จะเริ่มทรยศมนุษย์ จะเรียกว่ายุคโบราณเป็นยุคที่มนุษย์ใช้ชีวิตร่วมกันกับหุ่นยนต์ก็คงจะไม่ผิดเท่าไหร่ละมั้ง” เซี่ยเฟยกล่าว

“รางวัลคณะสำรวจ 7 ครั้ง, รางวัลเนบิวลา 4 ครั้ง, รางวัลผู้บุกเบิกยอดเยี่ยม 5 ครั้ง ดูเหมือนว่ายานลำนี้จะเป็นยานของอดีตกลุ่มนักสำรวจชั้นยอดสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากอ่านข้อความที่ระบุเอาไว้ใต้รูปภาพแต่ละรูป

“องค์กรนักสำรวจเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งจากการที่พวกเขาสามารถคว้ารางวัลได้มากมายขนาดนี้ มันก็แสดงว่าพวกเขาเป็นกลุ่มนักสำรวจที่มีความสามารถสูงมาก” อันธกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ภาพถ่ายและบันทึกเกี่ยวกับคณะสำรวจนี้อดที่จะทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดผู้ชายก็มักที่จะแสวงหาความอิสระอยู่เสมอ และถ้าหากว่าเขาไม่ได้เลือกเส้นทางนักสู้บางทีเขาอาจจะเดินบนเส้นทางของนักสำรวจเหมือนคนพวกนี้ก็ได้

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็นึกถึงบุชเชอร์กับคณะสำรวจของเขาขึ้นมา ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นสามารถค้นหาสวนเอเดนในตำนานได้พบหรือเปล่า ท้ายที่สุดทีมสำรวจของบุชเชอร์ก็ยังคงอยู่ภายใต้ชื่อทีมสำรวจของบริษัทควอนตัม แต่ข่าวคราวของพวกเขาได้หายไปเป็นเวลานานแล้ว เซี่ยเฟยจึงไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง

เมื่อชายหนุ่มเคลื่อนที่เข้าใกล้พื้นที่โซนสำนักงาน แสงสว่างสีขาวก็เริ่มสว่างชัดให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

“พวกเราอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดพลังงานมากแล้ว ฉันขอบอกได้เลยว่าพลังงานที่ปล่อยออกมามีความบริสุทธ์สูงมาก แม้แต่หัวใจจักรวาลสีม่วงก็สู้มันไม่ได้” อันธกล่าวอย่างจริงจัง

หลังจากที่ชายหนุ่มเดินผ่านประตูที่มีป้ายคำว่าสำนักงานเขียนติดอยู่ เขาก็ได้พบกับวัตถุรูปหัวใจสีขาวกำลังลอยอยู่ในน้ำตรงกลางห้องพร้อมกับเปล่งแสงสว่างออกมาอย่างเจิดจ้า

อุณหภูมิของน้ำที่เคยเย็นจัดกลับอุ่นขึ้นอย่างฉับพลัน จากตอนแรกพื้นที่ด้านนอกยานที่มีอุณหภูมิประมาณ 10 องศาเซลเซียส แต่พื้นที่บริเวณนี้กลับมีอุณหภูมิสูงถึง 22 องศาเซลเซียส

ชายหนุ่มใช้นิ้วแตะที่หน้ากากเพื่อให้ระบบมองกลางคืนปรับแสงสว่างให้เหมาะสม ไม่ให้แสงสว่างที่ปล่อยออกมาจากวัตถุนั้นรบกวนการมองเห็นของเขามากเกินไป

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็มองเห็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าแก่นชีวิตได้อย่างชัดเจน โดยมันเป็นก้อนแร่สีขาวขนาดประมาณเท่าไข่เป็ดที่มีรูปร่างคล้ายหัวใจ และทำการปลดปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาลออกมาตลอดเวลา

ขนอุยที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข ซึ่งเซี่ยเฟยก็ได้หยิบหัวใจจักรวาลสีม่วงออกมาให้รางวัลปลอบใจเจ้าตัวน้อย และเตือนว่าให้มันอยู่เฉย ๆ ห้ามไปแตะต้องแก่นชีวิตอย่างเด็ดขาด

แต่ในขณะที่ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหยิบแร่สีขาวอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เขาก็รู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ปลายนิ้วราวกับว่าเขาถูกเข็มนับพันเล่มแทงเข้าไปภายในเล็บอย่างฉับพลัน และเขาก็ต้องพยายามกัดฟันเพื่อระงับความเจ็บปวดเอาไว้จนทำให้มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาจากทั่วทั้งใบหน้า

“มันเหมือนมีม่านพลังงานขัดขวางไม่ให้ฉันเข้าไปใกล้มัน” เซี่ยเฟยกัดฟันพูดขึ้นมาอย่างเจ็บปวด

“พลังงานของมันรุนแรงมากเกินไป และร่างกายของนายไม่สามารถที่จะทนรับพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากแร่ชิ้นนั้นได้ ฉันว่านายควรหาเครื่องมือมาหยิบมันแทนมือเปล่าดีกว่า” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าก่อนที่เขาจะหยิบพลั่วโลหะออกมาจากแหวนมิติ แต่ในขณะที่เขาจะใช้พลั่วนี้ไปเขี่ยแร่ก้อนนั้น หงส์ครามที่อยู่ภายในมือขวาของเขาก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว

ใบหญ้าสีฟ้าของมันเริ่มโบกสะบัดภายในน้ำเหมือนกับว่ามันเป็นสาหร่าย จากนั้นใบหญ้าก็ค่อย ๆ ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ โดยมีเป้าหมายคือแร่สีขาว

ความเร็วในการยืดตัวของหงส์ครามไม่เร็วมากนัก และยิ่งมันเข้าใกล้ก้อนแร่มากเท่าไหร่ใบของมันก็ได้รับความเสียหายรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น แต่มันได้พยายามใช้อัตราการฟื้นฟูที่น่าอัศจรรย์เพื่อต่อสู้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น จากการเข้าใกล้แหล่งกำเนิดพลังงานที่รุนแรงมากเกินไป

หงส์ครามเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อนแต่มั่นคง และถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มันก็ยังคงพยายามฟื้นฟูใบของมันกลับมาใหม่อยู่เสมอ

พฤติกรรมของมันเป็นเหมือนกับที่แบล็คกี้และไวท์ตี้ได้บอกไว้ ว่ามันคือวัชพืชที่มีความดื้อรั้นอย่างน่าทึ่ง ดังนั้นไม่ว่ามันจะถูกทำลายไปซ้ำ ๆ มากแค่ไหน แต่มันก็ยังคงยึดมั่นมุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้

ในที่สุดใบหญ้าสีฟ้าก็ค่อย ๆ ห่อหุ้มก้อนแร่สีขาวเอาไว้และลากมันเข้ามาใกล้กับเซี่ยเฟย

แวบ!

เซี่ยเฟยเก็บแร่สีขาวเข้าไปไว้ในแหวนมิติได้ในที่สุด

เมื่อหงส์ครามเสร็จสิ้นภารกิจมันก็ค่อย ๆ หดใบที่เหี่ยวเฉากลับมาพักผ่อนภายในแขนขวาของชายหนุ่มอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง

“เซี่ยเฟยนายควบคุมหงส์ครามได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!” อันธถามด้วยความประหลาดใจ

“ฉันไม่ได้ควบคุมอะไรมันเลย จู่ ๆ มันก็เคลื่อนที่ออกไปเอง” เซี่ยเฟยกล่าวซึ่งในความเป็นจริงเขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยไปกว่าอันธ

เมื่อเซี่ยเฟยกระโดดกลับขึ้นมาจนถึงฝั่ง เขาก็ได้เห็นหยูจื่อเทานั่งรออยู่ใต้ต้นไม้พร้อมกับใบหน้าที่บูดบึ้ง

“มันเป็นความผิดของฉันเองที่ครอบครัวตระกูลซุนต้องเสียชีวิต เมื่อไหร่ฉันถึงจะแก้นิสัยมาสายของฉันได้สักทีนะ!” หยูจื่อเทาโทษตัวเองพร้อมกับใช้หมัดทุบศีรษะของตัวเองซ้ำ ๆ เซี่ยเฟยจึงเดินเข้าไปห้ามปรามชายชราเอาไว้

“คุณตาใจเย็น ๆ ครอบครัวตระกูลซุนยังไม่ตายครับ พวกเขาแค่ถูกผมขังเอาไว้ในเกราะป้องกัน อีก 1 ชั่วโมงเดี๋ยวพวกเขาก็จะปรากฎตัวออกมาเอง” เซี่ยเฟยกล่าว

หยูจื่อเทาตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะจ้องมองไปทางเซี่ยเฟยด้วยความโกรธ ซึ่งชายหนุ่มก็ตอบกลับเพียงแค่ท่าทางการยักไหล่โดยไม่พูดอะไรตอบกลับชายชราคนนี้ไป

“นายโกหกฉันว่าครอบครัวตระกูลซุนตายไปแล้ว นายคงจะพยายามเตือนเรื่องที่ฉันมาสายสินะ” หยูจื่อเทากล่าวอย่างหงุดหงิด

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเป็นคำตอบ

“ฉันรู้ดีว่าการมาสายมันมีโทษอะไรบ้าง แต่เรื่องนี้มันกลายเป็นสันดานของฉันไปแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามแต่ฉันก็เปลี่ยนนิสัยนี้ไม่ได้”

เซี่ยเฟยเลือกที่จะไม่ฟังคำบ่นของชายชรา แต่ขอตัวเดินเข้าไปภายในป่าพร้อมกับเปิดแขนเสื้อข้างขวาเพื่อมองดูและพิจารณาอย่างสับสน

แต่เดิมหงส์ครามอาศัยอยู่ในแขนขวาของเขาเหมือนกับรอยสักต้นหญ้า 13 ใบเท่านั้น แต่ในตอนนี้หนึ่งในใบทั้ง 13 ของหงส์ครามมีความยาวมากกว่าใบอื่น ๆ จากตอนแรกที่พวกมันทั้ง 13 ใบต่างก็ล้วนแล้วแต่ดูคล้ายกับใบอ่อน

“เซี่ยเฟย! หรือว่าการหลอมรวมระหว่างนายกับหงส์ครามเสร็จสมบูรณ์แล้ว? หลังจากนี้นายจะเริ่มใช้มันมาเป็นอาวุธได้แล้วใช่ไหม?” อันธอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อสังเกตเห็นหนึ่งในใบหญ้าที่เติบโตขึ้นมามากกว่าเดิม

“หลังจัดการเรื่องนี้เสร็จฉันค่อยหาวิธีควบคุมหงส์ครามอีกที น่าเสียดายที่เราไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลย ฉันคงทำได้เพียงแต่ค่อย ๆ ลองผิดลองถูกจนกว่าจะเริ่มควบคุมมันได้” เซี่ยเฟยกล่าว

การเดินทางในครั้งนี้นอกเหนือจากที่เขาจะได้รับแร่สีขาวที่ปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาลเท่านั้น หงส์ครามยังมีพัฒนาการที่ค่อนข้างดีออกมาให้เห็นอีกด้วย ชายหนุ่มจึงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะเปิดระบบสื่อสารเพื่อติดต่อไปหาซุนซานเพื่อนัดแนะให้ชายหนุ่มมาพบกับเขาที่ริมบ่อน้ำ

เมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปจนครบกำหนด ครอบครัวตระกูลซุนที่ถูกชุดโกลเด้นสปิริตบดบังเอาไว้ก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน

“พ่อ! แม่! พี่!”

ซุนซานรีบวิ่งไปข้างหน้าโดยใช้มีดสั้นที่เขาพกติดตัวเอาไว้ตัดเชือกที่พันธนาการครอบครัวของตัวเอง ก่อนที่ทุกคนจะกอดเกี่ยวซึ่งกันและกันพร้อมกับร้องไห้ออกมาเป็นเวลานาน

หลังจากผ่านพ้นจากช่วงเวลาเฉียดเป็นเฉียดตาย พวกเขาก็คงจะมีเรื่องราวมากมายที่ต้องพูดคุยกัน เซี่ยเฟยจึงเก็บชุดโกลเด้นสปิริตกลับมาและปลีกตัวออกมาพร้อมกับหยูจื่อเทา

“ชุดต่อสู้ชุดนั้นของนายน่าทึ่งมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะสามารถซ่อนคนเอาไว้ไม่ให้ใครมองเห็นได้ นายสนใจแลกเปลี่ยนชุดนั้นกับฉันไหม? ฉันมีของดี ๆ พร้อมจะแลกเปลี่ยนกับนายเยอะแยะเลย” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับมองไปยังชุดโกลเด้นสปิริตที่อยู่ในมือของเซี่ยเฟย

“ผมเตรียมชุดนี้เอาไว้ให้กับคนสนิทของผมครับ ดังนั้นผมจึงไม่ได้มีแผนที่จะเอามันไปแลกเปลี่ยนกับอะไร” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับรีบเก็บชุดโกลเด้นสปิริตเข้าไปในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว

สำหรับเขาไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของแอวริล ซึ่งหลังจากที่เขาได้ทดสอบประสิทธิภาพของชุดโกลเด้นสปิริตแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะมอบมันเอาไว้ให้แอวริลใช้ปกป้องตัวเองในยามคับขัน ดังนั้นไม่ว่าหยูจื่อเทาจะพยายามเสนอสิ่งของแลกเปลี่ยนใด ๆ มา แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนความคิดของเขาได้

“ขี้เหนียว!” หยูจื่อเทาแบะริมฝีปากบ่นพึมพำออกมาอย่างน่าเสียดาย

เมื่อครอบครัวของซุนซานพูดคุยกันเสร็จแล้ว พวกเขาก็แสดงรอยยิ้มให้แก่กันราวกับว่าพวกเขาไม่มีเรื่องค้างคาใจระหว่างกันอีกแล้ว

“ท่านหยูจื่อเทา, ท่านเซี่ยเฟย พวกเราขอขอบคุณพวกคุณทั้งสองมากที่ช่วยชีวิตครอบครัวของพวกเราเอาไว้”

ซุนกวงพาภรรยาและลูก ๆ เข้ามาโค้งคำนับขอบคุณเป็นการใหญ่ ซึ่งหยูจื่อเทาก็ยืนรับโดยไม่พูดอะไร ขณะที่เซี่ยเฟยต้องรีบขยับตัวไปห้ามเอาไว้ เพราะเขามองว่ามันเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่ผู้ใหญ่จะมาก้มหัวให้กับตัวเอง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 484 การพัฒนาของหงส์คราม

คัดลอกลิงก์แล้ว