เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 483 ความลับที่ก้นบ่อ

ตอนที่ 483 ความลับที่ก้นบ่อ

ตอนที่ 483 ความลับที่ก้นบ่อ


ตอนที่ 483 ความลับที่ก้นบ่อ

ลำแสงทั้งเจ็ดพุ่งออกไปพันธนาการร่างของปลาบินขนาดยักษ์เอาไว้ แต่โชคไม่ดีที่สัตว์อสูรตัวนี้ทรงพลังมาก เหล่าบรรดาผู้บุกรุกจึงค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมปลาบินไปเรื่อย ๆ

ทันใดนั้นเองหลี่ฉางหลงก็เริ่มทำการเคลื่อนไหว โดยการอ้าปากปล่อยคลื่นเสียงที่มองไม่เห็นพุ่งจู่โจมเข้าใส่สัตว์อสูรด้วยความรวดเร็ว

วึ่ง!

เมื่อถูกโจมตีปลาบินก็ทวีความดุร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วมันก็พยายามดิ้นรนอยู่ในอากาศอย่างสิ้นหวังเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการของมนุษย์

หลี่ฉางหลงยังคงปล่อยคลื่นเสียงที่รุนแรงออกจากลำคอของเขาต่อไป โดยคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นมานี้มีคลื่นความถี่สูงเกินกว่าการรับรู้ของมนุษย์ แต่มันก็เป็นคลื่นเสียงที่อันตรายถึงขนาดที่สามารถบดขยี้อวัยวะภายในของมนุษย์ลงได้อย่างง่ายดาย

สถานการณ์ระหว่างปลาบินกับมนุษย์ค่อย ๆ เข้าใกล้ความสมดุลย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะพยายามมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ยังไม่มีท่าทีที่จะชนะอีกฝ่ายในเวลาอันสั้นได้เลย

ภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้เป็นภาพที่แปลกประหลาดมาก เพราะมันได้มีปลาตัวใหญ่ถูกพันธนาการด้วยลำแสงลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่มนุษย์ที่ถือเครื่องยิงลำแสงทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีสภาพสะบักสะบอมไม่แตกต่างกัน

ส่วนทางด้านหลี่ฉางหลงก็ไม่ได้มีสภาพดีไปมากกว่ากัน เพราะเขาจำเป็นจะต้องปล่อยคลื่นเสียงออกมาจู่โจมปลาบินอย่างต่อเนื่องจนไม่ได้มีเวลาให้พักผ่อนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากป่าอย่างช้า ๆ พร้อมกับปรบมือและส่งรอยยิ้มให้กับทุกคน

“เดี๋ยวก่อน! ใจเย็น ๆ ถ้าหากว่าเราปล่อยให้สัตว์อสูรตัวนี้หลุดไป พวกมันจะกินพวกเราทุกคน” ชายชุดดำส่งเสียงตะโกน ซึ่งเขาก็น่าจะเป็นคนที่มีความอาวุโสสูงสุดรองลงมาจากหลี่ฉางหลง

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนมาก เพราะถ้าหากว่าพวกเขา 1 ใน 8 เคลื่อนไหวผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว มันก็อาจจะทำให้ปลาบินในอากาศหลุดพ้นจากพันธนาการได้ในทันที

ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าเหล่าบรรดาผู้บุกรุกจะมองเห็นเซี่ยเฟยเดินออกมาจากป่า แต่มันก็ไม่มีใครสามารถที่จะทำอะไรชายหนุ่มคนนี้ได้

เซี่ยเฟยเดินเข้าหาชายตัวใหญ่ผิวดำกับหลี่ฉางหลงที่ถูกสะพายเอาไว้ทางด้านหลังด้วยรอยยิ้ม ซึ่งทุกก้าวที่เขาได้ก้าวเดินเข้าไปนั้นได้สร้างแรงกดดันให้กับพวกผู้บุกรุก จนทำให้มีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มทั้งใบหน้าของพวกเขา

“นายเป็นใคร?” ชายผิวดำร่างใหญ่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“พวกแกไม่ต้องสนใจหรอกว่าฉันเป็นใคร เชิญพวกแกทำธุระของตัวเองต่อไปเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างเฉยเมย

“เขาคือเซี่ยเฟย! เขาคือเซี่ยเฟยที่บุกเข้าไปในดินแดนเซิร์กเพียงลำพัง ฉันเคยเห็นเขาในหน้าจอทีวี” ทันใดนั้นชายผิวขาวคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลก็ส่งเสียงตะโกนขึ้นมา

มนุษย์ทุกคนในพันธมิตรต่างก็ล้วนแล้วแต่เคยเห็นเซี่ยเฟยในหน้าจอทีวีมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่เนื่องจากว่าภายในทีวีมีการใส่ฟิลเตอร์เข้าไปหลายชั้นหน้าของเซี่ยเฟยในทีวีจึงดูหล่อกว่าปกติอย่างที่ควรจะเป็น แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมีคนสามารถจดจำเขาได้แม้ว่าในตอนนี้เขาจะสวมแว่นมองกลางคืนอยู่ก็ตาม

“เขาคือวีรบุรุษจากสงครามงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงจะไม่มีวันใช้ประโยชน์จากความอันตรายของคนอื่นสินะ” ชายร่างใหญ่พยายามพูดดักทางเอาไว้ไม่ให้เซี่ยเฟยทำการเคลื่อนไหวในระหว่างที่พวกเขาพยายามพันธนาการปลาบินบนท้องฟ้า

“พวกแกคิดจะท้าทายฉันงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปในทันที ทันใดนั้นเขาก็สะบัดดาบดราก้อนสเกลออกไปในแนวนอนสะบั้นหัวของชายคนหนึ่งจนหลุดออกมากลิ้งลงกระทบกับพื้น

ก่อนหน้านี้ผู้บุกรุกทั้งแปดคนต้องอาศัยความพยายามอย่างหนักในการพันธนาการร่างของปลาบินเอาไว้ และเมื่อหนึ่งในพวกเขาได้เสียชีวิตลงแรงกดดันที่พวกเขาได้รับก็เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมหาศาล

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงมือของเซี่ยเฟยมากที่สุดคือหลี่ฉางหลง ผู้ที่ต้องพยายามปล่อยคลื่นเสียงออกมาอย่างหนักจนทำให้มีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาทั่วทั้งใบหน้า

ตอนนี้ไม่มีใครกล้าที่จะพูดอะไรอีกต่อไปแล้ว เพราะมันเห็นได้ชัดว่าเซี่ยเฟยไม่ใช่เพียงแค่คนบ้าที่กล้าบุกเข้าไปในดินแดนเซิร์กเพียงลำพัง แต่เขายังเป็นปีศาจที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะเป็นปลาบินหรือเซี่ยเฟยต่างก็สร้างแรงกดดันให้กับเหล่าบรรดาผู้บุกรุกอย่างมหาศาล และการปรากฏตัวของเซี่ยเฟยก็ไม่ต่างไปจากการทรมานพวกเขาทางอ้อมเลย เพราะไม่ว่าพวกเขาจะถูกสัตว์อสูรกินหรือถูกเซี่ยเฟยสังหาร ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเส้นทางที่พวกเขาไม่ต้องการทั้งนั้น มันจึงทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“นายจะเสียเวลาพูดกับพวกมันไปทำไม? ฆ่าพวกมันไปให้หมดซะก็สิ้นเรื่อง” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างรำคาญ

ในความจริงเซี่ยเฟยก็มีความคิดที่จะสังหารผู้บุกรุกทั้งหมดเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขารู้สึกว่าการลงมือสังหารในครั้งเดียวเป็นสิ่งที่ง่ายเกินไป เขาจึงปรากฏตัวขึ้นมาสร้างแรงกดดันให้คนพวกนี้รู้สึกทรมานเล่น ๆ ก่อนที่พวกเขาจะถูกฆ่าตาย

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็ได้มีเสียงของชายชราดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา

“อะไรกัน! นี่ครั้งนี้ฉันก็มาสายอีกแล้วงั้นเหรอ?”

ทันทีที่พูดจบหยูจื่อเทาก็ปรากฏตัวที่ข้างบ่อน้ำด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับนำมือทั้งสองข้างมากุมหัวอย่างหงุดหงิดตัวเอง

“ฉันกะจะพักสายตาแค่แป๊บเดียวแต่ฉันกลับเผลอหลับไป ตอนนี้พวกตระกูลซุนอยู่ที่ไหน? อย่าบอกนะว่าพวกเขาตายไปหมดแล้ว?!” หยูจื่อเทาถามอย่างเร่งรีบ

เซี่ยเฟยแบะริมฝีปากออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งนิสัยการมาสายของชายชราคนนี้ถึงกับทำให้เขาพูดไม่ออกจริง ๆ เขาไม่รู้เลยว่าชายชราคนนี้อยู่ในองค์กรลึกลับอย่างฟราเทอนิตี้ได้ยังไง หรือแค่ขอให้มีเส้นสายไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถดำรงตำแหน่งสำคัญในสมาพันธ์นั้นได้แล้ว

“คุณตามาช้าไปหน่อยนะครับ ตระกูลซุนถูกคนพวกนี้ฆ่าตายไปหมดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกางฝ่ามือทั้งสองข้างออก เพื่อจะบอกว่าเขาก็ทำอะไรจากเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน

แม้ว่าชายผิวดำต้องการจะโต้แย้งแต่พวกเขาก็พูดอะไรออกมาไม่ได้ เพราะพวกเขาวางแผนที่จะใช้คนจากตระกูลซุนเป็นเหยื่อล่อปลาตัวนี้จริง ๆ แต่ในช่วงเวลาสำคัญจู่ ๆ คนพวกนั้นกลับหายตัวไปอย่างกะทันหัน นั่นก็เพราะว่าเซี่ยเฟยลงมือได้รวดเร็วมากจนทำให้ไม่มีใครเห็นว่าครอบครัวตระกูลซุนหายตัวไปไหนกันแน่

“ไอ้พวกสารเลว! พวกแกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!!” หยูจื่อเทาส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโมโห

“คุณตาผมฝากจัดการคนพวกนี้ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะจัดการกับปลาตัวนั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ไอ้พวกชั่ว! ตายไปซะ!!” หยูจื่อเทาคิดว่าเพราะเขามาสายมันจึงทำให้เขาไม่สามารถช่วยเหลือตระกูลซุนเอาไว้ได้ทัน มันจึงทำให้เขารู้สึกโกรธมากขึ้นกว่าเดิม

ไฟนรก!!

เปลวไฟสีน้ำเงินห่อหุ้มร่างของหยูจื่อเทาเอาไว้ในทันที และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเฟยได้เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของชายชราคนนี้

“ตายไปซะให้หมด!”

พายุเปลวไฟอันโหมกระหน่ำกวาดล้างไปทั่วทั้งบ่อน้ำสีดำในทันที โดยมีร่างของชายชราเป็นจุดศูนย์กลางแผดเผาร่างของผู้บุกรุกจนกลายเป็นผงธุลี

ท่ามกลางเปลวเพลิงอันโหมกระหน่ำเซี่ยเฟยยังคงพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นสัตว์อสูรที่ยังคงลอยอยู่กลางท้องฟ้า

“เปลี่ยน!”

ดาบดราก้อนสเกลได้ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นดาบยาวที่มีความยาวกว่า 1 เมตรครึ่งที่ถูกฟาดฟันออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

ตูม!

ร่างของปลาบินตกลงไปในน้ำโดยมีร่างของเซี่ยเฟยแทงดาบค้างเอาไว้ที่หลังของมัน ขณะเดียวกันเปลวไฟที่หยูจื่อเทาได้ปลดปล่อยออกมาทำให้ปลาตัวนี้รับรู้ถึงอันตรายจากสัญชาตญาณ มันจึงพยายามว่ายน้ำหนีไปแม้ว่าจะมีดาบของเซี่ยเฟยปักค้างอยู่ที่หลังก็ตาม

ระบบช่วยหายใจของชุดต่อสู้เริ่มทำงานในทันทีเพื่อผลิตอากาศจากออกซิเจนภายในน้ำ เพื่อให้เซี่ยเฟยสามารถหายใจในน้ำได้เสมือนหนึ่งว่าเขายังคงอยู่บนบก

“ทำไมนายถึงไม่ฆ่ามันล่ะ?” อันธถามด้วยความประหลาดใจ เพราะการสังหารสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เซี่ยเฟยกลับปล่อยให้มันลากร่างของเขาเข้าสู่ส่วนลึกของบ่อน้ำ

“ฉันอยากจะลองลงไปดูว่าแก่นชีวิตที่พวกนั้นพูดถึงมันคืออะไร?” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างสบาย ๆ ราวกับว่าเขาได้วางแผนการทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว

มนตราอสูร!

คลื่นพลังจิตจำนวนมากแล่นเข้าสู่สมองของปลาตัวนี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากผ่านการต่อสู้ไปแล้วหลายครั้ง ในที่สุดปลาบินตัวนี้ก็ยอมเป็นสัตว์พาหนะที่จะพาเซี่ยเฟยไปทุกที่ที่เขาต้องการ

“ไปที่ก้นบ่อเดี๋ยวนี้”

ปลาบินเริ่มทำตามคำสั่งของเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็ว โดยการสะบัดครีบและหางพุ่งตัวตรงไปยังส่วนที่ลึกที่สุดของบ่อน้ำอันกว้างใหญ่

บ่อน้ำแห่งนี้คล้ายกับขวดสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่ยิ่งดำลึกลงมามากเท่าไหร่ พื้นที่ที่อยู่ด้านล่างก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในเวลาเดียวกันความผันผวนของพลังงานก็ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขาได้เคลื่อนที่เข้าไปใกล้จุดศูนย์กลางของบ่อ

ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มมองเห็นแสงสีขาวท่ามกลางน้ำสีดำ ซึ่งนอกเหนือจากปลาบินตัวนี้แล้วมันก็ไม่มีสัตว์ชนิดอื่นให้เห็นในพื้นที่บริเวณนี้เลย

“พลังงานที่ปล่อยแสงสีขาวออกมานั่นเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์มาก สัมผัสของพลังงานให้ความรู้สึกคล้ายกับหัวใจจักรวาล แต่มันก็มีคลื่นพลังงานรุนแรงกว่าหัวใจจักรวาลสีม่วงหลายเท่า” อันธกล่าวอธิบาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะกดฝ่ามือลงบนหลังของปลาบิน ต่อมาคลื่นพลังจิตก็ถูกส่งออกไปมากยิ่งขึ้นจนทำให้ปลาตัวนี้กระตุกด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าสมองของมันกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

“ดูเหมือนว่านายจะเชี่ยวชาญการใช้มนตราอสูรมากขึ้นเรื่อย ๆ นะ ถ้าหากว่านายยังคงพัฒนาแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานก็คงจะมีสัตว์อสูรเพียงแค่ไม่กี่ตัวที่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือของนายไปได้” อันธกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยินดี

เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจคำชมพวกนี้ เพราะถึงแม้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะมีขนาดที่ใหญ่มาก แต่ระดับพลังของมันกลับเทียบไม่ได้กับขนอุย ดังนั้นการพยายามระเบิดสมองของมันจึงไม่ใช่เรื่องยากลำบากสำหรับเขาเลย

หลังจากจัดการกับสัตว์อสูรตัวนี้เรียบร้อยแล้วเซี่ยเฟยก็รีบว่ายน้ำอย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่าเขาจะเคลื่อนไหวอยู่ภายในน้ำแต่พลังพิเศษความเร็วของเขาก็ยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งในความเป็นจริงการที่เขาลงมาว่ายน้ำเองมันก็ทำให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าการเกาะหลังปลาบินเสียอีก

ไม่นานหลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เคลื่อนที่มาจนถึงก้นบ่อได้สำเร็จ และสิ่งที่เขาเห็นมันก็ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือยานอวกาศโบราณที่จมลงไปใต้พื้นทราย เผยให้เห็นเพียงแค่พื้นที่ส่วนหลังของยานที่ได้รับความเสียหายและมีแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นมาจากภายในยานอวกาศลำนี้

“ซากยานงั้นเหรอ?!” อันธอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นยานสำรวจในสมัยโบราณ ดูนั่นสิ! มันมีตราสัญลักษณ์ของสมาพันธ์นักสำรวจอยู่บนตัวยานด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังตราสัญลักษณ์ที่ยังคงหลงเหลือบนตัวยาน

“ถ้ายานลำนี้จมอยู่ในน้ำตั้งแต่สมัยโบราณ แล้วทำไมมันถึงไม่มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่บนยานเลย? แม้แต่น้ำในบ่อก็เป็นสีดำทั้งหมดและพื้นที่บริเวณรอบ ๆ นี้ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นให้มองเห็นเลยแม้แต่ตัวเดียว” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันคิดว่าพลังงานที่ก้นบ่อมีมากเกินไปจนไปขัดขวางการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต บางทีปลาบินตัวนั้นอาจจะเกิดกระบวนการกลายพันธุ์ จึงทำให้มันเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่อาศัยอยู่ใกล้กับก้นบ่อได้” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อเซี่ยเฟยเคลื่อนที่เข้าใกล้ยานโบราณมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนอุยที่ซ่อนตัวอยู่ในชุดต่อสู้ของเซี่ยเฟยก็เริ่มมีท่าทางตื่นเต้นมากขึ้นเช่นเดียวกัน มันจึงพยายามมุดไปตามร่องชุดทุกซอกทุกมุมราวกับว่ามันต้องการจะกระโดดออกมาเพื่อกลืนกินพลังงานทั้งหมดตรงหน้านั้นเข้าไป

ผัวะ!

เซี่ยเฟยตบขนอุยเพื่อเตือนให้มันอยู่เฉย ๆ เพราะเขายังไม่รู้เลยว่ามันมีสมบัติอะไรซ่อนอยู่ในยานลำนั้นกันแน่ และเขาก็คงจะไม่มีทางปล่อยให้ขนอุยกินสมบัติชิ้นนั้นเข้าไป โดยที่เขายังไม่ได้ประเมินคุณค่าของมัน

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็รีบว่ายน้ำอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าไปในเศษซากของยานอวกาศลำนั้น ผ่านทางช่องว่างที่เสียหายในระหว่างที่ยังพุ่งลงมาตกกระทบลงพื้น

***************

ไอ้ก้อน! เอ็งจะกินทุกอย่างที่สนใจแบบนี้ไม่ได้นะ เจ็บกี่ทีก็ไม่เคยจำ 555

จบบทที่ ตอนที่ 483 ความลับที่ก้นบ่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว