เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 471 แก้แค้นเผ่านาวี

ตอนที่ 471 แก้แค้นเผ่านาวี

ตอนที่ 471 แก้แค้นเผ่านาวี


ตอนที่ 471 แก้แค้นเผ่านาวี

เผ่าพันธุ์นาวีมีเขตแดนติดกับทั้งดินแดนมนุษย์และดินแดนเซิร์ก ซึ่งในก่อนหน้านี้พวกเขาถูกมองว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอมาโดยตลอด แต่เมื่อสงครามที่ผ่านมาพวกเขาก็ฉวยโอกาสรีดไถทรัพย์สมบัติจากมนุษย์ผู้อพยพ ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่ยอมรับเงื่อนไขที่พวกเขาต้องการ มนุษย์เหล่านั้นก็จะถูกขับไล่ออกจากดินแดนของพวกเขาในทันที

“ยินดีด้วยขอรับท่านราชินี คราวนี้ไม่เพียงแต่เราจะได้รับสมบัติมาจากพวกมนุษย์เท่านั้น แต่เรายังได้รับเทคโนโลยีระดับสูงมาอีกหลายเทคโนโลยีด้วย” เสนาบดีชาวนาวีกล่าวอย่างมีความสุขภายในงานเลี้ยงฉลอง

การฉวยโอกาสจากมนุษย์ในครั้งนี้ทำให้ชาวนาวีได้รับทรัพย์สมบัติกลับไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาจึงได้จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองเป็นเวลานานกว่า 7 วัน 7 คืน ซึ่งในความเป็นจริงตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเธอก็แทบที่จะไม่สร่างเมาเลยแม้แต่วันเดียว

“น่าเสียดายที่พวกมนุษย์กับพวกเซิร์กยุติสงครามกันแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงจะได้ผลประโยชน์มากกว่านี้” ราชินีนาวีกล่าวพร้อมกับอ้าปากรับอาหารจากทาสมนุษย์ชายที่ต้องคอยให้บริการเธอตลอดเวลา

เผ่าพันธุ์นาวีเป็นเพียงแค่หนึ่งในไม่กี่เผ่าพันธุ์ในจักรวาลที่เพศหญิงมีอำนาจมากกว่าเพศชาย และราชินีของเผ่าพันธุ์ก็มีสนมเพศชายไม่ต่างไปจากราชาของเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ที่มีสนมเป็นเพศหญิง

อย่างไรก็ตามราชินีคนนี้ก็ค่อนข้างที่จะมีความต้องการมากกว่าปกติ ในฮาเร็มของเธอจึงมีทาสชายที่คอยให้บริการไม่น้อยกว่า 400 คน ซึ่งทาสชายบางคนที่ไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกพอใจได้ ทาสเหล่านั้นก็จะถูกทรมานจนตายไปเป็นจำนวนมาก

ยิ่งไปกว่านั้นราชินีคนนี้ยังรู้สึกชื่นชอบมนุษย์เพศชายมากที่สุด ถึงขนาดไม่มองนาวีเพศชายเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นเหล่าบรรดาผู้ลี้ภัยที่อพยพเข้ามาในดินแดนนาวีระหว่างช่วงสงคราม จึงถูกส่งเข้ามาให้บริการเธอภายในวังอย่างต่อเนื่อง

“ท่านราชินีผมมีความคิดว่าพวกเราควรยั่วยุให้พันธมิตรมนุษย์ตอบโต้พวกเซิร์ก เพราะท้ายที่สุดมนุษย์ก็สูญเสียในสงครามครั้งนี้ไปมาก และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะยอมจบสงครามลงง่าย ๆ แบบนี้”

“นอกจากนี้ผมยังได้ยินมาว่าจอมทัพของมนุษย์อย่างไทสันมีนิสัยที่โหดเหี้ยม และมีความสามารถในการบัญชาการที่เก่งกาจมาก โดยเฉพาะในช่วงท้ายของสงครามเขาสามารถกวาดล้างกองยานเซิร์กลงได้นับพันในคราวเดียว”

แต่ในทันใดนั้นเองบนท้องฟ้าที่มองจากพระราชวังก็มีแสงสว่างเจิดจ้าราวกับว่ามันมีพระอาทิตย์นับหมื่นดวงส่องสว่างขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

คลื่นความร้อนอันร้อนระอุมาพร้อมกับแสงสว่างอันเจิดจ้านั้น และเมื่อแสงสว่างได้หายไปกาแล็กซีซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมืองหลวงของชาวนาวีก็ถูกทำลายหายไปกว่าครึ่งกาแล็กซีในคราวเดียว

“น่าเสียดายจริง ๆ ที่นายเอาดาวพิฆาตลูกสุดท้ายมาใช้แบบนี้” อันธส่ายศีรษะพร้อมกับมองดูแสงสว่างจากระยะไกล

“ของทุกอย่างมันมีเอาไว้ใช้และตราบใดก็ตามที่เราได้ใช้พวกมันอย่างเหมาะสม มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเราจะต้องเสียใจ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไม่จริงจัง

“ถ้านายไม่พอใจที่เผ่าพันธุ์นาวีรังแกแอวริล แล้วทำไมนายไม่แค่ลอบสังหารราชินีของพวกเขาลงล่ะ ทำไมนายถึงกลับต้องใช้ดาวพิฆาตเพื่อทำลายพวกเขาลงด้วย?” อันธถาม

“แค่การฆ่าราชินีของพวกมันไม่เพียงพอจะเติมเต็มความแค้นของฉันหรอก และสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้ก็เป็นการส่งสัญญาณไปหาใครบางคนด้วยเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ส่งสัญญาณไปหาใคร?”

“พวกเซิร์ก”

ณ เมืองหลวงของจักรวรรดิเซิร์ก

บิทินี่นั่งอยู่บนบัลลังก์สีทองขนาดใหญ่พร้อมกับจัดการเอกสารทางราชการต่าง ๆ และถึงแม้ว่าเธอจะขึ้นรับตำแหน่งได้เพียงแค่ไม่นาน แต่ความยุ่งของงานก็ทำให้น้ำหนักของเธอลดลงไปหลายกิโล

แต่ในทันใดนั้นชิววี่ก็เดินเข้ามาภายในเต็นท์ทองคำด้วยรอยยิ้ม ซึ่งบิทินี่ก็รีบสละที่นั่งให้บิดาอย่างรวดเร็ว

“เป็นไงบ้างหลังจากที่ลูกได้กลายมาเป็นราชินีปกครองเต็นท์ทองคำ?” ชิววี่ถาม

“หนูรู้สึกว่าเอกสารพวกนี้ถูกส่งมาไม่หยุดไม่หย่อนเลย ส่วนพวกรัฐมนตรีก็เข้ามาชวนหนูพูดคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ทั้งวัน แต่สายตาของพวกเขามันก็ยังเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย คนพวกนี้ไม่ต่างไปจากตัวน่ารำคาญสำหรับหนูเลย” บิทินี่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“หลังอูดี้ตายลูกก็ขึ้นกลายเป็นราชินีและเด็กในท้องของลูกก็จะกลายเป็นราชาคนต่อไป ดังนั้นถ้าหากว่าใครถูกลูกเลือกขึ้นมาเป็นสามีพวกเขาก็จะได้ครองอำนาจไปชั่วชีวิต เพราะพวกเขาก็จะได้รับสถานะพ่อเลี้ยงของราชาองค์ต่อไปอย่างแน่นอน”

“พ่อได้ยินมาว่ารัฐมนตรีหลาย ๆ คนถึงกับแอบฆ่าภรรยาตัวเองเพื่อให้พวกเขากลายเป็นหม้าย และพร้อมที่จะแต่งงานกับลูกโดยไม่ขัดกับศีลธรรม” ชิววี่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ถ้ามันกล้าที่จะฆ่าเมียตัวเองไปหาผู้หญิงคนอื่นในวันนี้ ในวันหน้าคนที่พวกมันฆ่าก็อาจจะเป็นหนูก็ได้ หนูขอสั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้เดี๋ยวนี้แล้วลงโทษพวกที่สังหารเมียตัวเองด้วยการประหารชีวิต!” บิทินี่ตะโกนสั่งการด้วยความโกรธ

“ลูกใจเย็น ๆ ก่อน ความจริงแล้วยิ่งคนพวกนี้หลงลูกมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งมีประโยชน์กับเรามากเท่านั้น” ชิววี่พยายามปลอบลูกสาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ท่านพ่อหมายความว่ายังไง?” บิทินี่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ถ้าหากพวกเขาต้องการที่จะเอาชนะใจลูกพวกเขาก็ต้องพยายามเอาใจลูกอย่างเต็มที่ ดังนั้นไม่ว่าลูกจะสั่งให้พวกเขาทำอะไรพวกเขาย่อมทำตามคำสั่งของลูกโดยไม่ลังเล ขณะเดียวกันแม้ว่าในตอนนี้ลูกจะขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จ แต่ตำแหน่งของลูกก็ยังไม่มั่นคงมากนัก ดังนั้นเราจึงยังไม่ควรสร้างศัตรู กับพวกเขาจนกว่าเราจะมีฐานอำนาจที่แข็งแกร่งมากพอ” ชิววี่กล่าว

คำพูดนี้เป็นการย้ำเตือนว่าลูกที่อยู่ในท้องของบิทินี่ไม่ใช่ลูกของอูดี้จริง ๆ ดังนั้นบัลลังก์ของเธอจึงพร้อมที่จะสั่นคลอนได้ตลอดเวลา

บิทินี่ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะในระหว่างเตรียมแผนการขึ้นบัลลังก์เธอถึงกับต้องยอมนอนกับคนรับใช้เพื่อให้ได้ลูกคนนี้มา ซึ่งหลังจากที่เธอได้รับการยืนยันในการตั้งครรภ์ คนรับใช้คนนั้นก็ถูกฆ่าปิดปากเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐานว่าใครคือพ่อของเด็ก

พอนึกย้อนกลับไปชีวิตของเธอก็ไม่เคยได้เจอกับความรักที่แท้จริงเลยสักครั้ง ตั้งแต่เมื่อตอนที่เธอยังเด็กเธอก็ต้องถวายตัวให้อูดี้เพื่อแก้แค้น หลังจากนั้นเธอก็ต้องยอมนอนกับคนรับใช้เพื่อให้ได้เด็กคนนี้มา แต่หลังจากที่เธอได้รับบัลลังก์มามันก็ดูเหมือนกับว่าเธอจะต้องใช้ร่างกายเพื่อทำให้ฐานอำนาจของเธอมั่นคง

ยิ่งเธอได้พบกับสายตาหื่นกระหายรอบ ๆ ตัวมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งนึกถึงเซี่ยเฟยที่ไล่เธอออกมาจากห้องในตอนนั้น เพราะชั่วชีวิตนี้มีเพียงมนุษย์คนนี้เพียงคนเดียวที่ไม่หลงไปกับราคะเนื่องมาจากรูปร่างของเธอ

“เมื่อไม่นานมานี้มีรัฐมนตรีเสนอให้พวกเราทำสงครามกับมนุษย์อีกครั้ง ถ้าหากว่าเรายังไม่อนุญาตมันจะสร้างผลกระทบกับฐานอำนาจของพวกเราไหม?” บิทินี่ถาม

“ลูกตัดเรื่องนี้ทิ้งไปให้หมดเลย ลูกรู้ไหมว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนกาแล็กซีนครหลวงของนาวีเพิ่งถูกทำลาย และทำให้ราชินี, ราชวงศ์และรัฐมนตรีอีกหลายสิบคนเสียชีวิตไปพร้อม ๆ กัน” ชิววี่กล่าวด้วยแววตาที่สยดสยอง

“หนูก็ได้ยินเรื่องนี้มาแล้วเหมือนกัน ผลลัพธ์จากการระเบิดครั้งนั้นคล้ายกับตอนที่เซี่ยเฟยได้ใช้ระเบิดของเขาเลยหรือว่า…” บิทินี่พยายามสันนิษฐานว่าเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับเซี่ยเฟยหรือเปล่า

“มันจะต้องเป็นฝีมือของเขาแน่ ๆ พวกนาวีใช้โอกาสในครั้งนี้ยึดทรัพย์สมบัติจากมนุษย์ไปเป็นจำนวนมาก และหลังจากเซี่ยเฟยกลับไปเขาก็คงจะไปล้างแค้นพวกนั้นให้กับเผ่าพันธุ์ของตัวเอง” ชิววี่กล่าว

“แต่เขาบอกเราว่าเขาไม่เหลือระเบิดพวกนั้นแล้วไม่ใช่เหรอคะ?” บิทินี่ถามอย่างสงสัย

“เซี่ยเฟยเป็นพวกเจ้าเล่ห์ลูกอย่าไว้ใจเขาอย่างเด็ดขาด ถ้าหากว่าเขาบอกว่าไม่มีมันก็หมายความว่าเขามีแต่เขาไม่ยอมบอก ยิ่งถ้าเราคำนวณเวลามันก็มีโอกาสสูงมากที่เขาจะเดินทางไปจนถึงดินแดนนาวีในช่วงเวลานี้ได้”

“ยิ่งไปกว่านั้นพ่อยังคิดว่าการระเบิดในครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนที่เขาพยายามส่งมาถึงเรา ว่าเขาสามารถทำลายเมืองหลวงของเผ่านาวีได้และเขาก็สามารถทำลายพวกเราลงได้ด้วยเหมือนกัน”

สีหน้าของบิทินี่เปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่อารมณ์ภายในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความชื่นชมมากกว่าความกลัว นอกจากนี้เธอยังรู้สึกว่าชายคนนี้คือผู้ที่คู่ควรกับความงามของเธอมากที่สุด

แต่น่าเสียดายที่เสน่ห์ของเธอคนนี้ไม่มีทางที่จะเตะตาเซี่ยเฟยได้ เพราะเขารีบขับฟินิกซ์ตรงไปข้างหน้าเพื่อพยายามรีบไปหาแอวริลโดยเร็วที่สุด

***************

จบบทที่ ตอนที่ 471 แก้แค้นเผ่านาวี

คัดลอกลิงก์แล้ว