เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 426 กระดานจัดอันดับแห่งความตาย

ตอนที่ 426 กระดานจัดอันดับแห่งความตาย

ตอนที่ 426 กระดานจัดอันดับแห่งความตาย


ตอนที่ 426 กระดานจัดอันดับแห่งความตาย

ณ ห้องบัญชาการของยานแวมไพร์

หลังจากที่เซี่ยเฟยได้รับลูกแก้วไออุ่นมาแล้ว เขาก็นำลูกแก้วลูกนั้นมาติดตั้งเอาไว้ตรงกลางของห้องบัญชาการแห่งนี้

กลิ่นหอมที่ฟุ้งกระจายในอากาศเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไม่รู้สึกฉุนมากเกินไป และไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเท่านั้น แต่มันยังช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าอีกด้วย

จอมตะกละประจำยานอย่างขนอุยย่อมหมายปองจะกลืนกินลูกแก้วไออุ่นเข้าไปตามนิสัย แต่มันก็ถูกเซี่ยเฟยขู่เอาไว้มันจึงหยุดความคิดที่จะกินลูกแก้วไออุ่นไว้เพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามมันก็ย้ายที่นอนประจำจากโซฟาไปยังแท่นที่อยู่ติดกับลูกแก้วไออุ่น แล้วดูเหมือนกับว่าขนอุยจะรู้สึกชอบกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ลอยออกมาจากลูกแก้วลูกนี้มาก

หลังจากเซี่ยเฟยออกมาจากดาวแม่น้ำเส้นโลหิต ทีมของทูดี้ก็เดินทางไปยังดาวเคราะห์ดวงนี้ ซึ่งแต่เดิมยังไม่มีใครรับรู้ถึงข่าวการเสียชีวิตของฮาซี่เนื่องมาจากนักรบคนนี้ไม่ค่อยชอบที่จะสุงสิงกับผู้คน แต่สิ่งที่ทำให้ทูดี้รู้ว่าฮาซี่เสียชีวิตแล้วนั่นก็เพราะข้อความที่เซี่ยเฟยโพสต์ลงบนเครือข่ายของเซิร์ก

ข่าวการเสียชีวิตของฮาซี่สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเซิร์กเป็นอย่างมาก แล้วเซี่ยเฟยยังเคลื่อนไหวอย่างอุกอาจโดยการเสียบหัวฮาซี่เอาไว้ยังภูเขาที่สูงที่สุดในดาวและถ่ายรูปโพสต์ลงไปยังอินเตอร์เน็ต

การกระทำนี้ทำให้ประชาชนเซิร์กทั้งรู้สึกตกใจและรู้สึกเดือดดาลไปในเวลาเดียวกัน

ย้อนกลับไปในตอนที่ฮาซี่ยังมีชีวิตอยู่ มันก็ไม่ค่อยมีใครรู้สึกชอบนิสัยของนักรบคนนี้มากเท่าไหร่นัก แต่การเสียชีวิตของเขาส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเซิร์กอย่างมาก แล้วมันก็ไม่มีใครเชื่อว่านักรบผู้เปรียบเสมือนกับเป็นสัญลักษณ์ของนักรบศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงคนนี้จะเสียชีวิตภายใต้เงื้อมมือของมนุษย์

ในความเป็นจริงการเสียชีวิตของฮาซี่คงจะไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกเสียหน้ามากขนาดนี้ ถ้าหากว่าผู้สังหารเขาคือนักรบชาวเซิร์กด้วยกันเอง แต่นี่เขาได้เสียชีวิตภายใต้เงื้อมมือของมนุษย์แล้วมันก็ไม่เพียงแต่จะทำให้นักรบศักดิ์สิทธิ์สูญเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรงเท่านั้น แต่มันยังทำให้ทั้งเผ่าพันธุ์รู้สึกอับอายขายขี้หน้าจากความตายของเขาด้วย

ทูดี้ถอดหัวฮาซี่ออกจากเสาพร้อมกับขมวดคิ้ว เพราะท้ายที่สุดถ้าหากว่าแม้แต่ฮาซี่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งเซี่ยเฟยเอาไว้ได้ เขาก็คิดว่าภายในเผ่าคงจะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งเซี่ยเฟยได้อีกแล้ว

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสับสนมากยิ่งกว่าคือเซี่ยเฟยสามารถเอาชนะฮาซี่ได้ยังไง เพราะมันเคยมีเรื่องเล่าพูดต่อ ๆ กันมาว่าเมื่อผู้มีพลังสายความเร็วต้องเผชิญหน้ากับผู้มีพลังพิเศษกลืนกินพลังงาน ไม่ว่าผู้มีพลังสายความเร็วจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีวันเอาชนะผู้มีพลังกลืนกินพลังงานได้ ด้วยเหตุนี้อย่างแย่ที่สุดฮาซี่ก็ไม่ควรจะพ่ายแพ้ให้กับเซี่ยเฟยง่าย ๆ แบบนี้

ในบรรดาสมาชิกภายในทีมทั้งหมดมันก็มีเพียงแต่ยำมี่และหมิงจี้ที่ไม่ได้รู้สึกสนใจเกี่ยวกับการเสียชีวิตของฮาซี่ เพราะหมิงจี้คือลูกศิษย์ของเลยูตี้มันจึงเป็นเรื่องปกติที่เธอจะรู้สึกเมินเฉยต่อเรื่องต่าง ๆ ส่วนยำมี่ก็มีนิสัยไม่ค่อยจะสนใจอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาคนนี้รู้สึกสนใจจริง ๆ แม้แต่การล่มสลายของจักรวาลก็คงจะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของนักรบคนนี้ไปได้

หมิงจี้หลับตาลงพร้อมกับเริ่มรวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณอีกครั้ง ซึ่งหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นไปไม่นาน เธอก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะรีบเขียนข้อความบนกระดานอิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็ว

“การต่อสู้อยู่บนพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำ ฉันสัมผัสถึงพลังงานตกค้างจากฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน ครั้งนี้ฉันน่าจะรวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณได้มากพอที่จะสร้างแบบจำลองของศัตรูได้”

“นี่คุณพูดจริง ๆ ใช่ไหม?” ทูดี้อุทานพร้อมกับชะงักไปเล็กน้อย

หมิงจี้พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

“รีบไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เดี๋ยวนี้!” ทูดี้สั่งการพร้อมกับชี้มือไปยังแม่น้ำทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปไม่นานยานรบของพวกเขาก็ลงจอดบนสนามรบที่เซี่ยเฟยกับฮาซี่ได้ต่อสู้กัน และทันทีที่ยานลงจอดหมิงจี้ก็เริ่มเก็บสะสมเศษเสี้ยววิญญาณที่เซี่ยเฟยได้ทิ้งเอาไว้

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฮาซี่ เซี่ยเฟยก็จำเป็นจะต้องปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ และมันก็ทำให้มีพลังงานปริมาณมหาศาลหลุดรอดออกมาจากร่างของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

แม้ว่าขนอุยจะดูดซับพลังงานส่วนใหญ่ทั้งหมดในพื้นที่บริเวณนี้เข้าไปจนเกือบทั้งหมดแล้ว แต่มันก็ยังมีอณูพลังงานเป็นจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ หมิงจี้จึงค่อย ๆ แยกแยะพลังงานของเซี่ยเฟยอย่างใจเย็นและค่อย ๆ สร้างแบบจำลองของชายหนุ่มขึ้นมา

ในระหว่างที่หมิงจี้กำลังรวบรวมข้อมูลร่างกายเล็ก ๆ ของเธอก็สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ แต่พวกทูดี้คุ้นชินกับภาพเหตุการณ์แบบนี้แล้ว พวกเขาจึงละความสนใจจากเด็กสาวชาวมนุษย์ไปให้ความสนใจยังซากศพของอสูรเกล็ดเงินที่นอนแห้งอยู่ไม่ไกล

“นี่มันงูงั้นเหรอ?”

“งูที่ไหนมีปากแยกออกเป็น 6 กลีบ?”

“ถ้ามันไม่ใช่งูแล้วมันคือตัวอะไร?”

“ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไรแต่มันต้องเป็นสัตว์อสูรที่ถูกฮาซี่ดูดกลืนพลังงานเข้าไปอย่างแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ ที่นักสู้ที่แข็งแกร่งอย่างฮาซี่จะต้องมาเสียชีวิตภายใต้น้ำมือของมนุษย์”

เมื่อมีคนพูดถึงการเสียชีวิตของฮาซี่ขึ้นมา มันก็ทำให้พวกเขาเกือบทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย

“พวกนายรู้ไหมว่าความตายของฮาซี่มันหมายถึงอะไร?” ยำมี่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย้ยหยัน

“มันก็หมายความว่าเซิร์กได้สูญเสียนักรบศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังไปน่ะสิ” ทูดี้กล่าวขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด แล้วเขาก็ไม่ชอบน้ำเสียงที่ยำมี่เลือกใช้มากนัก

“ผิด”

“หมายความว่าอันดับที่ 16 ในรายการจัดอันดับของนักรบศักดิ์สิทธิ์จะว่างลง?” ลารี่กล่าว

“ก็ยังไม่ใช่อีกเหมือนกัน”

คำตอบนี้ต่างก็ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน เพราะพวกเขาไม่เข้าใจว่ายำมี่กำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่

“มันหมายความว่านอกเหนือจากท่านเลยูตี้ มันก็ไม่มีใครสามารถหยุดนักรบมนุษย์คนนี้ได้อีกต่อไปแล้ว”

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าฮาซี่มีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน และถึงแม้ว่าเขาจะถูกจัดอันดับความแข็งแกร่งเอาไว้ที่อันดับ 16 แต่ถ้าหากว่าวัดกันในแง่ของพลังการต่อสู้ที่แท้จริงแล้ว ฮาซี่ย่อมมีพลังมากพอที่จะติด 5 อันดับแรกของนักรบศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดอย่างแน่นอน

“นายกำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่?” ทูดี้กล่าวถามอย่างจริงจังหลังจากที่เขาสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างในคำพูดของยำมี่

“ถ้าหากว่ามันยังไม่มีใครมาหยุดเขาเอาไว้ ฉันก็เกรงว่านักรบศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่อยู่ในกระดานจัดอันดับจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต” ยำมี่ยังคงกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

ไม่มีใครเคยคิดเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้มาก่อน แต่เมื่อยำมี่ได้พูดชี้นำขึ้นมาพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

เซี่ยเฟยเลือกเป้าหมายจากกระดานจัดอันดับอย่างแน่นอน และเมื่อฮาซี่เสียชีวิตนักสู้ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนในกระดานจัดอันดับย่อมรู้สึกหวาดกลัวว่าเป้าหมายรายต่อไปจะเป็นพวกเขา

นักสู้ชั้นยอดในกระดานจัดอันดับต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นแบบอย่างให้กับนักรบรุ่นใหม่ แต่ถ้าหากว่านักรบเหล่านี้พยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด มันก็คงจะทำให้เกียรติยศของนักรบศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในความโกลาหล

ไม่กี่นาทีต่อมาหมิงจี้ก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดได้จนเสร็จ เธอจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวขึ้นมาเพื่อเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ

“คุณรวบรวมข้อมูลได้เพียงพอที่จะตามล่านักรบมนุษย์คนนั้นได้หรือยัง?” ทูดี้กล่าวถามขึ้นมาอย่างกระวนกระวายใจ

หมิงจี้พยักหน้าเล็กน้อย เพราะเธอสามารถสร้างแบบจำลองของเซี่ยเฟยภายในใจของเธอได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างเธอกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่อธิบายไม่ได้จากแบบจำลองของเซี่ยเฟย คล้ายกับชายคนนี้เป็นคนในครอบครัวเดียวกันกับเธอ ซึ่งแตกต่างจากตอนที่เธออยู่กับอาจารย์และศิษย์พี่ของเธออย่างสิ้นเชิง

หมิงจี้ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมีความรู้สึกแบบนี้ แต่เธอก็ทำได้เพียงแต่เก็บความรู้สึกอันแปลกประหลาดพวกนี้เอาไว้ภายในใจ

ณ ลานต่อสู้ของค่ายฝึกนักรบศักดิ์สิทธิ์วินดี้

ชายผู้มีรูปร่างกำยำกำลังเดินตรวจท่าทางของนักเรียนหลายร้อยคน ซึ่งถ้าหากว่ามีนักเรียนคนใดที่เคลื่อนไหวไม่ถูกต้อง เขาก็จะเริ่มลงโทษนักเรียนคนนั้นด้วยการด่าว่าอย่างรุนแรงและบางคนก็ถูกลงโทษถึงขั้นถูกเฆี่ยนตี

การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ถือได้ว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับชาวเซิร์ก ซึ่งวิชาการต่อสู้พวกนี้ไม่เพียงแต่จะสอนให้กับเหล่าบรรดาขุนนางเท่านั้น แต่พวกเขายังเปิดโอกาสฝึกสอนวิชาการต่อสู้ให้กับคนธรรมดาที่มีความตั้งใจที่ดีอีกด้วย และตราบใดก็ตามที่พวกเขาสามารถผ่านการฝึกอบรมไปได้สำเร็จ พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะทดสอบความสามารถเพื่อกลายเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ในอนาคต

ปกติแล้วประชาชนชาวเซิร์กแทบที่จะไม่มีโอกาสพัฒนาจนกลายเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ได้เลย ดังนั้นทันทีที่วิชาการต่อสู้พวกนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกมา ประชาชนคนทั่วไปก็เริ่มทำการฝึกฝนวิชาการต่อสู้ในทันที

เพราะท้ายที่สุดนี่ก็เป็นโอกาสที่พวกเขาจะยกระดับจากสามัญชนขึ้นเป็นชนชั้นสูง และตราบใดก็ตามที่พวกเขาสามารถกลายเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ พวกเขาก็จะหลุดพ้นจากชะตากรรมของการเป็นพลเรือนเสียที

ทันใดนั้นวัยรุ่นคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับส่งเสียงตะโกนขึ้นมาจากระยะไกล

“พ่อ! พ่อ! อันดับล่าสุดของนักรบศักดิ์สิทธิ์ประกาศออกมาแล้ว ตอนนี้รายชื่อของพ่ออยู่ในอันดับที่ 99!!”

ชายผู้มีร่างกายใหญ่สะดุ้งไปเล็กน้อยก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน

“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาประกาศรายชื่อนักรบศักดิ์สิทธิ์นี่ แล้วลูกไปเอาข่าวนี้มาจากที่ไหน?” ชายร่างใหญ่กล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ตอนนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงกฎแล้วครับว่าจะทำการอัปเดตกระดานจัดอันดับสัปดาห์ละครั้ง ดูนี่สินี่คือกระดานจัดอันดับใหม่ที่พวกเขาเพิ่งปล่อยออกมา” หลังจากพูดจบเด็กชายก็รีบเปิดหน้าจอกระดานจัดอันดับขึ้นมาโชว์บิดาอย่างภาคภูมิใจ และรายชื่อของชายร่างใหญ่คนนี้ก็อยู่ในอันดับที่ 99 ของกระดานจัดอันดับจริง ๆ

อย่างไรก็ตามแม้ว่ารายชื่อของเขาจะถูกเลื่อนลำดับขึ้นมาใน 100 อันดับแรกได้สำเร็จ แต่ชายร่างใหญ่ก็ยังคงถอนหายใจราวกับว่าเขาไม่รู้สึกดีใจกับเกียรติยศที่เขาเพิ่งจะได้รับเลยแม้แต่น้อย

เด็กชายไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของเขาถึงอารมณ์ไม่ดีแบบนี้ แต่หลังจากนั้นไม่นานบทสนทนาของนักเรียนที่อยู่ไม่ไกลก็ดังเข้ามาภายในหูของเขา

“อะไรนะ?! อาจารย์ติดอันดับนักรบศักดิ์สิทธิ์ 100 อันดับแรกงั้นเหรอ?”

“มันก็ดีแล้วนี่ นายจะตกใจอะไรขนาดนั้น?”

“ดีบ้านนายสิ! นายไม่รู้หรือยังไงว่าตอนนี้มันมีมนุษย์จ้องจะเล่นนักรบศักดิ์สิทธิ์ 100 อันดับแรกอยู่และแม้แต่ฮาซี่ก็ยังถูกเขาฆ่าไปแล้ว”

“มนุษย์คนนั้นโหดเหี้ยมมากและไม่เคยปราณีใครเลยแม้แต่น้อย ฉันได้ยินมาว่าแม้แต่สาวงามในคฤหาสน์ของท่านฮามี่ก็ยังถูกเขาสังหารจนหมดไม่เหลือรอดชีวิตกลับมาแม้แต่คนเดียว”

“แม้กระทั่งผู้หญิงเขาก็ไม่ปล่อยไปงั้นเหรอ?”

“แบบนี้ถ้าเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อฆ่าอาจารย์ พวกเราก็คงจะต้องเดือดร้อนไปพร้อมกับอาจารย์ด้วยสินะ”

“พรุ่งนี้ฉันไม่มาเรียนแล้ว มันไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าชีวิตของตัวฉันเอง”

“ฉันก็จะไม่มาเหมือนกัน”

ในระหว่างที่นักเรียนกำลังส่งเสียงกระซิบ ชายร่างใหญ่ก็ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมา

“ลูกกลับไปบ้านก่อนแล้วบอกแม่ให้เตรียมตัวกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดสัก 2-3 วัน”

เด็กชายไม่เคยคิดเลยว่าฮีโร่ในอุดมคติอย่างพ่อของเขาจะขี้ขลาดมากขนาดนี้ เขาจึงก้มหน้าลงอย่างอัปยศและไม่เหลือร่องรอยของความตื่นเต้นแบบเมื่อกี้อีกต่อไป

“พ่อกลัวนักรบมนุษย์คนนั้นจะมาหางั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มถาม

“กลัวเหรอ? ชีวิตพ่อไม่เคยกลัวใครแต่ที่พ่อตัดสินใจแบบนี้นั่นก็เพราะครอบครัวของเรา ตอนนี้ลูกควรจะรู้เอาไว้ว่ากระดานจัดอันดับมันไม่ใช่กระดานแห่งเกียรติยศอีกต่อไป แต่มันเป็นตารางจัดอันดับรายชื่อแห่งความตายไปแล้ว” ชายร่างใหญ่กล่าวตอบพร้อมกับหางคิ้วที่กระตุก 2-3 ครั้ง

ภาพที่คล้าย ๆ กันนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งเผ่าพันธุ์เซิร์กพร้อม ๆ กัน และมันก็ทำให้กระดานจัดอันดับที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์กลายเป็นกระดานจัดอันดับที่ทำให้ผู้คนรู้สึกกังวลใจว่า จู่ ๆ เซี่ยเฟยจะปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อเด็ดหัวของพวกเขาไปเสียบประจานลงอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า

ผู้ที่ไม่ได้มีรายชื่อติดกระดานจัดอันดับจะวิงวอนต่อเทพเจ้าทุกวันไม่ให้ชื่อของพวกเขาปรากฏในกระดานจัดอันดับนักรบศักดิ์สิทธิ์ แล้วมันก็มีนักรบศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมากพยายามยื่นเงินเป็นจำนวนมากเพื่อขอให้บริษัทจัดอันดับปลดรายชื่อของพวกเขาออกจากนักรบศักดิ์สิทธิ์ 100 อันดับแรก

สำหรับเซี่ยเฟยผู้เปลี่ยนแปลงรายชื่อแห่งเกียรติยศให้กลายเป็นรายชื่อแห่งหายนะก็ยิ่งมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เพราะเขาได้กลายเป็นตัวตนที่ประชาชนชาวเซิร์กต่างก็รู้สึกหวาดกลัว และความหวาดระแวงนี้ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งดินแดนเซิร์กอย่างรวดเร็ว

***************

ขนอุยเชื่อถือได้แค่ไหน? ย้ายที่นอนไปซะใกล้ขนาดนั้น อดระแวงไม่ได้จริงๆ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 426 กระดานจัดอันดับแห่งความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว