เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 382 เผ่าเทพ

ตอนที่ 382 เผ่าเทพ

ตอนที่ 382 เผ่าเทพ


ตอนที่ 382 เผ่าเทพ 

เซี่ยเฟยเดินไปตามเส้นทางที่มืดมิด แต่เนื่องมาจากเขาคือผู้ฝึกฝนเนตรมนตรา มันจึงทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบ ๆ ตัวได้อย่างชัดเจน

หลังจากเปิดประตูของห้องบัญชาการเข้ามาด้านใน ชายหนุ่มก็ได้พบว่าห้องบัญชาการของยานรบลำนี้มีขนาดใหญ่กว่ายานรบลำก่อนที่เคยเข้าไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะท้ายที่สุดมันก็เป็นห้องบัญชาการของยานบัญชาการ ดังนั้นห้องบัญชาการมันก็ควรจะใหญ่กว่าและมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานมากกว่าห้องบัญชาการของยานรบโดยทั่วไป

บริเวณใจกลางห้องคือหลอดบรรจุของเหลวชีวภาพสีแดงเข้มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร และแน่นอนว่าสิ่งที่อยู่ภายในหลอดย่อมเป็นสมองของเซิร์กที่ยังคงทำงานอยู่

สมองของหนอนไม่เหมือนกับสมองของมนุษย์ที่มีการแบ่งพื้นที่สมองซีกซ้ายซีกขวาอย่างชัดเจน แต่พวกมันมีพื้นผิวเรียบเนียนเป็นก้อนเดียว และเมื่อเขาได้เข้าไปมองดูใกล้ ๆ สมองนี้ก็ยังคงเคลื่อนไหวอยู่อย่างแผ่วเบา ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่เฝ้ามองอย่างระมัดระวังจริง ๆ ก็อาจจะไม่สามารถสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของสมองก้อนนี้ได้เลย

เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเปรี้ยวที่ปล่อยออกมาจากของเหลวชีวภาพ ก่อนที่เขาจะนำเส้นประสาท 2 เส้นมาติดไว้ที่ขมับตามคำแนะนำของดาอิม

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมเจ้าถึงสามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่?”

ทันทีที่เซี่ยเฟยนำเส้นประสาทมาติดที่ขมับ มันก็มีเสียงที่น่ากลัวดังขึ้นภายในหัวของเขา

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยอดที่จะรู้สึกชื่นชมการทำงานของชิพแปลภาษาระดับสูงภายในสมองของเขาขึ้นมาไม่ได้ เพราะไม่เพียงแต่มันจะสามารถถอดรหัสภาษาของชนเผ่าทูรอนได้เท่านั้น แต่มันยังสามารถแปลงสัญญาณประสาทที่ส่งมาจากสมองของเซิร์กได้อีกด้วย

ชายหนุ่มเดินไปนั่งลงบนที่นั่งของกัปตันด้วยท่าทางสบาย ๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มทำสมาธิเพื่อพูดคุยกับสมองของเซิร์ก

“ฉันชื่อเซี่ยเฟย ทำไมคุณถึงต้องรู้สึกประหลาดใจกับสมองของฉันขนาดนั้นด้วย?” เซี่ยเฟยกล่าว

“มันไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตปกติที่ไหนสามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่ เจ้าคือเทพเจ้าในตำนานงั้นเหรอ?” สมองเซิร์กกล่าวอย่างระมัดระวัง

“ในจักรวาลนี้ไม่มีเทพเจ้าอยู่จริง ๆ หรอก ฉันเป็นแค่มนุษย์ที่บังเอิญเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่เท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“มนุษย์? มนุษย์คืออะไร? ข้าเคยได้ยินแต่เซิร์ก, ทูรอนและเทพเจ้า” สมองเซิร์กกล่าวถามอย่างสงสัย

“มนุษย์เป็นเพียงเผ่าพันธุ์ธรรมดาในจักรวาลและอาศัยอยู่ไม่ห่างจากดินแดนเซิร์กมากนัก” เซี่ยเฟยกล่าว

“เจ้าไม่ใช่เทพเจ้าจริง ๆ เหรอ?” สมองเซิร์กถามอีกครั้ง

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่แอบขำอยู่ในใจ เพราะเทพเจ้าเป็นเพียงแค่ตัวตนที่มีอยู่แต่ในตำนาน แต่เขาก็ยังรู้สึกสงสัยว่าทำไมสมองเซิร์กถึงพยายามเชื่อมโยงเขากับเทพเจ้ามากนัก

“ไม่ใช่ ฉันเป็นแค่มนุษย์”

“สิ่งที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริงสินะ ข้าเพิ่งตรวจพบว่าพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเจ้าถูกบังคับให้เปิดออกอย่างเต็มที่ไม่ได้เปิดออกอย่างเต็มที่ตามธรรมชาติ ซึ่งมันก็แสดงว่าเจ้าไม่ใช่เทพเจ้าจริง ๆ” สมองเซิร์กกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ดูเหมือนคุณจะกลัวเทพเจ้ามากเลยนะ มันมีเผ่าพันธุ์ที่สามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่ตามวิถีธรรมชาติได้ด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“เจ้าไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับข้า แล้วทำไมข้าถึงจะต้องตอบคำถามของเจ้าด้วย แต่ในเมื่อเจ้าคือผู้ที่สามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจึงยอมลดตัวลงมาพูดคุยกับเจ้า” สมองเซิร์กกล่าวอย่างเย็นชา

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณเคยเป็นแมลงแบบไหนมาก่อน แต่ตอนนี้คุณเหลือแต่สมอง ขอแค่ฉันโบกมือเบา ๆ ฉันก็สามารถฆ่าคุณได้อย่างง่ายดาย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย้ยหยัน

“ข้าไม่เถียงว่าเจ้าสามารถทำลายข้าได้ง่าย ๆ แต่ถึงแม้ว่าข้าจะตายข้าก็จะไม่ยอมแพ้ต่อเจ้าเช่นเดียวกัน เพราะชีวิตของข้าได้อุทิศให้แค่ท่านเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่” สมองเซิร์กกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเศร้าสร้อย

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็เบิกตากว้างพร้อมกับส่งข้อมูลเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าไปสู่สมองเซิร์กตรงหน้า

ชายหนุ่มพยายามทดลองทำแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว และถึงแม้ว่าวิชามนตราอสูรจะไม่มีอำนาจมากพอที่จะควบคุมพวกเซิร์กได้ แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเซิร์กรู้สึกทรมาน

ขณะเดียวกันในเมื่อสมองเซิร์กตรงหน้าปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ เซี่ยเฟยจึงตัดสินใจใช้กำลังบังคับและรอดูว่าสมองเซิร์กนี้จะสามารถทนทุกข์ทรมานไปได้นานสักแค่ไหน

สมองเซิร์กเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรงราวกับว่ามันกำลังถูกไฟฟ้าช็อต

“นี่เจ้าทำอะไรกับข้า?”

“หยุดนะ! เจ้าฆ่าข้าเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า อย่ามาทรมานกันแบบนี้!!”

“ฆ่าเหรอ? นั่นมันง่ายเกินไป ไหน ๆ ฉันก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้วฉันขอใช้เวลานี้เล่นกับแกหน่อยแล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเย้ยหยัน

ในคราวนี้สมองไม่เสียเวลาโต้เถียงกับเซี่ยเฟยอีกต่อไป และพยายามฝืนทนกับพลังที่เซี่ยเฟยได้ปล่อยออกมา

ชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกับส่งข้อมูลเข้าไปมากยิ่งขึ้น แต่ในระหว่างกระบวนการเขาก็ต้องค่อย ๆ ใส่ข้อมูลเข้าไปอย่างระมัดระวังเช่นเดียวกัน เพราะถ้าหากว่าสมองไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากข้อมูลทั้งหมดที่เขาส่งออกไปได้ มันก็อาจจะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นมาในทันที

ความลับของเผ่าพันธุ์เซิร์ก, ทูรอนและเทพเจ้าคือความหวังเดียวที่อาจจะนำเขากลับไปสู่พันธมิตร ดังนั้นเขาจึงต้องการให้สมองตรงหน้ายังมีชีวิตเพื่อกลับมาตอบคำถามของเขา

การทรมานยังคงดำเนินต่อไปและถึงแม้การใช้วิชามนตราอสูรจะเผาผลาญพลังจิตของเซี่ยเฟยไปเป็นอย่างมาก แต่ชายหนุ่มก็จำเป็นจะต้องอดทนเพื่อที่เขาจะได้รับคำตอบที่เขาต้องการ

สมองเซิร์กก้อนนี้สามารถทนรับแรงกดดันได้ในระดับที่ไม่ธรรมดา และในบางครั้งมันก็หาโอกาสใช้กระแสจิตจู่โจมเข้าใส่เซี่ยเฟยเช่นเดียวกัน

น่าเสียดายที่การโต้กลับของมันเป็นเพียงแค่พลังที่ไร้ประโยชน์เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าวิชามนตราอสูร นอกจากนี้เซี่ยเฟยยังเป็นผู้มีพลังพิเศษพลังจิต มันจึงทำให้ระดับการควบคุมกระแสจิตของชายหนุ่มเหนือกว่าสมองก้อนนี้มาก

สิ่งเดียวที่ควรค่าแก่การยกย่องคือสมองเซิร์กยังคงมุ่งมั่นต่อต้านอย่างอดทน ทั้ง ๆ ที่มันกำลังถูกทำลายลงไปอย่างช้า ๆ

วิธีการที่โหดร้ายที่สุดในการจัดการกับศัตรูไม่ใช่การสังหารให้ตายในคราวเดียวแต่เป็นการทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์ และสมองของเซิร์กก้อนนี้ก็โชคร้ายมากที่ต้องมาเจอกับเซี่ยเฟยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการทรมานคู่ต่อสู้

สมองเซิร์กต้องการที่จะแข่งกับเซี่ยเฟยในเรื่องพลังจิตอันแน่วแน่ แต่มันก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่าชายหนุ่มเป็นคนบ้าที่มีเจตจำนงอันแน่วแน่มาโดยตลอด

12 ชั่วโมงต่อมาสมองเซิร์กก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง เนื่องมาจากว่ามันไม่สามารถทนรับการทรมานอย่างยาวนานได้อีกแล้ว

‘นี่ฉันหนักมือกับมันมากไปหน่อยหรือเปล่า? ไม่ใช่ว่ามันเสียสติไปแล้วนะ’ เซี่ยเฟยแอบกังวลภายในใจ

อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ยังคงนั่งจุดบุหรี่บนเก้าอี้กัปตันด้วยท่าทางสบาย ๆ และพยายามปรับสภาพจิตใจให้พลังจิตของเขาฟื้นฟูกลับคืนมา

“ข้ายอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก ข้าขอยอมรับความพ่ายแพ้” สมองเซิร์กกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก

“บอกทุกอย่างที่แกรู้มาเดี๋ยวนี้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเย็นชา

“นานมาแล้วทั้งเซิร์กและทูรอนเป็นทาสของเผ่าเทพ แต่ในวันหนึ่งท่านเทพเจ้าก็ได้จากพวกเราไปทำให้ทั้งเซิร์กและทูรอนได้รับการปลดปล่อย”

“ในตอนแรกเผ่าพันธุ์ทั้งสองสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ แต่ทั้งเซิร์กและทูรอนต่างก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่เห็นแก่ตัว มันจึงนำไปซึ่งสงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์”

“แน่นอนว่าทูรอนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซิร์กเลย เพราะพวกมันไม่ได้ครอบครองทั้งร่างกายที่แข็งแกร่งและความสามารถในการสืบพันธุ์ของพวกมันก็ไม่สามารถเทียบกับเผ่าพันธุ์เซิร์กได้ มันจึงทำให้ชัยชนะเริ่มเอนเอียงไปทางฝั่งของเซิร์กมากขึ้นเรื่อย ๆ”

“ในตอนที่ท่านเทพเจ้าได้จากไปพวกท่านได้กล่าวทิ้งท้ายว่าพวกท่านต้องการให้พวกเราอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ดังนั้นข้าและพี่น้องทั้งแปดจึงตัดสินใจช่วยอาลิมผู้นำเผ่าทูรอนในเวลานั้นอพยพเผ่าพันธุ์ทูรอนออกมาเพื่อหาดวงดาวที่ปลอดภัย” สมองเซิร์กเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีต

“สรุปแกเป็นตัวอะไรกันแน่? แล้วทำไมเผ่าเซิร์กถึงไม่สร้างยานรบกึ่งชีวภาพแบบแกขึ้นมาอีก?” เซี่ยเฟยถาม

“พวกเราคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยท่านเทพเจ้า เผ่าพันธุ์เซิร์กจึงไม่สามารถสร้างพี่น้องของพวกเราขึ้นมาใหม่ได้” สมองเซิร์กกล่าว

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่ามันไม่ใช่เพราะพวกเซิร์กไม่ต้องการยานรบชีวภาพ แต่พวกมันไม่มีเทคโนโลยีของเผ่าพันธุ์เทพเจ้าต่างหาก

ขณะเดียวกันตัวตนของเผ่าพันธุ์เทพเจ้าที่สมองเซิร์กได้กล่าวถึงก็กระตุ้นความสนใจของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เขาจึงเริ่มถามคำถามออกไปอีกครั้งว่า

“แล้วการเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์มันเกี่ยวอะไรกับเผ่าพันธุ์เทพเจ้า?”

“สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาโดยทั่วไปไม่สามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อย่างสมบูรณ์ได้ เพราะนี่คือกฎที่เผ่าเทพได้กำหนดเอาไว้ แต่เจ้าได้ละเมิดกฎของท่านเทพเจ้าโดยการเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อย่างเต็มที่ และถ้าหากว่าท่านเทพเจ้ารู้เรื่องนี้เจ้าก็จะถูกทำลายให้หายไปจากจักรวาลตลอดกาล” สมองเซิร์กกล่าว

“กฎ? ทำไมฉันต้องทำตามกฎที่คนอื่นเป็นคนตั้งขึ้นมาด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

“วันหนึ่งเจ้าจะเข้าใจว่าเผ่าเทพทรงพลังมากเพียงใด ซึ่งย้อนกลับไปในตอนนั้นท่านเทพเจ้าเพียงแค่ 2 องค์ก็สามารถปกครองเผ่าเซิร์กและเผ่าทูรอนถึงสองเผ่าได้ พวกท่านไม่ได้อยู่ในระดับที่เจ้าจะสามารถจินตนาการถึงได้อย่างแน่นอน” สมองเซิร์กกล่าว

“เท่าที่ฉันจับใจความได้ดูเหมือนเผ่าเทพจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่ แต่เผ่านี้ก็น่าจะมีจำนวนอยู่น้อยมาก และถ้าหากว่าพวกเขาได้เจอกับสิ่งมีชีวิตที่เปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่พวกเขาจะเริ่มทำการไล่ล่าใช่ไหม?”

“ใช่”

“สรุปก็คือเผ่าเทพคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาที่นอกเหนือจะสามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่แล้ว พวกเขาก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์อื่น เพียงแต่ชื่อเผ่าพันธุ์ของพวกเขาถูกเรียกว่าเทพเจ้าแบบนั้นใช่ไหม?”

“ถูกต้อง” สมองเซิร์กตอบ

เซี่ยเฟยจมลงสู่ห้วงความคิดของตัวเองพร้อมกับพยายามเชื่อมโยงเผ่าเทพกับยานไททันที่กวาดล้างเศษซากยานไททันที่เขาได้พบในเขตแรงโน้มถ่วงสูงโดยบังเอิญ

ดูเหมือนเผ่าพันธุ์ที่สามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างสมบูรณ์นี้จะไม่ต้องการเห็นเผ่าพันธุ์อื่นพัฒนาพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ขึ้นมาได้อย่างเต็มที่ พวกเขาจึงเริ่มออกล่าสิ่งมีชีวิตที่บังเอิญเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ และมันก็ทำให้เผ่าพันธุ์นั้น ๆ เริ่มสร้างยานไททันเพื่อป้องกันการถูกกำจัด

สถานะของมนุษย์โบราณก็น่าจะมีความคล้ายคลึงกันกับเผ่าพันธุ์ปริศนานั้นมาก เพราะมันมีหลักฐานว่ามนุษย์โบราณพยายามรวบรวมข้อมูลของยานไททันเพื่อต้องการต่อกรกับอะไรบางอย่างในจักรวาล เพียงแต่สิ่งที่ทำลายมนุษย์โบราณไม่ใช่เผ่าพันธุ์เทพเจ้าแต่มันกลับเป็นการก่อกบฏของหุ่นยนต์ มันจึงทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถจะเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างชัดเจน

“แกรู้ไหมว่าเผ่าเทพมียานรบขนาดใหญ่ที่เรียกว่าไททันหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 382 เผ่าเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว