เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 370 ดาวพิฆาต

ตอนที่ 370 ดาวพิฆาต

ตอนที่ 370 ดาวพิฆาต


ตอนที่ 370 ดาวพิฆาต

ในที่สุดระบบเรดาร์แบล็คแบทก็ถูกพัฒนาขึ้นมาจนเสร็จสมบูรณ์ เซี่ยเฟยจึงบอกให้พอตเตอร์ทดลองทำการผลิตระบบเรดาร์ขึ้นมาจากบนโลก

เบโอเนทยังคงมุ่งหน้าตรงไปยังจุดหมายต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เนื่องมาจากก่อนเดินทางไปยังดินแดนเซิร์กเซี่ยเฟยยังมีเรื่องต้องจัดการอีกอย่างมากมาย และทุกอย่างก็เป็นเหมือนกับการแข่งขันกับเวลา แต่เขาก็จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาไปทีละอย่างอยู่ดี

ณ ดาวท็อปสัน

ดาวดวงนี้คือดาวเคราะห์ส่วนตัวซึ่งมีวิวทิวทัศน์อันงดงาม และมันก็เป็นที่อยู่อาศัยของบิ๊กช็อตผู้ซึ่งเป็นบุคคลลึกลับที่สามารถรับซื้อหัวใจจักรวาลและวัตถุโบราณในมือของเซี่ยเฟยได้ โดยที่เขาไม่จำเป็นจะต้องเปิดเผยตัวตน

“คุณคือคุณเซี่ยเฟยใช่ไหมคะ?” พนักงานสาวคนหนึ่งเข้ามากล่าวถามหลังจากที่เซี่ยเฟยเดินลงมาจากเบโอเนท

“ใช่ครับ ผมเซี่ยเฟย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“สวัสดีค่ะฉันชื่อแซนดี้เป็นเลขาของคุณท็อปสัน ยินดีต้อนรับเข้าสู่ดาวท็อปสันนะคะ”

“ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อเดียวกันกับคุณท็อปสันเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“แต่เดิมดาวดวงนี้ก็มีชื่อว่าท็อปสันอยู่แล้วค่ะ แต่ทางด้านคุณท็อปสันไม่อยากจะเปิดเผยตัวตน ดังนั้นหลังจากที่เขาซื้อดาวดวงนี้เขาจึงเปลี่ยนชื่อตัวเองมาให้คนอื่นเรียกว่าท็อปสันค่ะ” แซนดี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เนื่องมาจากบุคคลลึกลับคนนี้ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยตัวตน ชายหนุ่มจึงไม่คิดที่จะถามเซ้าซี้อีกต่อไป

“คุณท็อปสันชอบสิ่งของจากอารยธรรมโบราณมากค่ะ โดยเฉพาะพวกหุ่นยนต์ ฉันคิดว่าการเดินทางในครั้งนี้ของคุณคงจะไม่ผิดหวัง” แซนดี้กล่าวในระหว่างที่พวกเขากำลังนั่งรถไปบนท้องถนน

“ผมว่าคุณท็อปสันไม่ได้แค่ชอบสิ่งของจากอารยธรรมโบราณนะครับ ถ้าจะพูดให้ถูกควรจะเรียกว่าเขาคลั่งสิ่งของจากอารยธรรมโบราณมากกว่า” เซี่ยเฟยกล่าว

“คุณเซี่ยเฟยรู้ได้ยังไงคะ?” แซนดี้ถามด้วยความสงสัย

“ผมสังเกตตั้งแต่ตอนที่อยู่สนามบินว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในสนามบินเกือบทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ที่ถูกรื้อถอนมาจากซากปรักหักพังโบราณแล้วมาทำการติดตั้งเอาไว้บนดาวดวงนี้” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่จะชี้นิ้วไปทางป่าด้านซ้าย จากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า

“ตอนแรกผมคิดว่ามันมีสัตว์อยู่ในป่า แต่หลังจากที่ผมลองสังเกตดี ๆ ผมก็ได้พบว่าแท้ที่จริงแล้วพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตเครื่องจักรกล ถ้าให้ผมเดาสัตว์พวกนี้น่าจะเป็นหุ่นยนต์สัตว์ตั้งแต่ยุคโบราณที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของเล่นให้กับพวกเด็ก ๆ แม้แต่รถคันนี้ที่คุณกำลังขับก็น่าจะถูกประกอบขึ้นมาจากวัตถุโบราณด้วยเหมือนกัน”

“หลังจากที่พวกเราเดินทางไปเรื่อย ๆ ผมก็น่าจะสังเกตเห็นอะไรที่น่าสนใจมากกว่านี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ เพราะตราบใดที่คุณท็อปสันให้ราคาที่ผมพอใจแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสบาย ๆ

แซนดี้แอบชื่นชมความเจ้าสังเกตของเซี่ยเฟยภายในใจ และถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะทำท่าทางเหมือนนอนพักอย่างสบาย ๆ แต่ดวงตาของเขากลับสังเกตสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา

“คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว” จู่ ๆ ก็มีภาพของชายชราหัวโล้นปรากฏขึ้นในหน้าจอบนรถที่พวกเขากำลังนั่ง และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่เคยเจอชายชราคนนี้มาก่อน แต่มันก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าชายคนนี้คือท็อปสันผู้ลึกลับ

“สวัสดีครับคุณท็อปสัน” เซี่ยเฟยกล่าวทักทายอย่างสุภาพ

“ขอโทษด้วยที่ฉันแอบฟังบทสนทนาระหว่างคุณกับแซนดี้ แต่มันเป็นเพราะว่าคุณคือลูกศิษย์ที่ฉินหมางชื่นชมมากที่สุด มันจึงทำให้ฉันรู้สึกสนใจในตัวของคุณมากพอสมควร” ท็อปสันกล่าวพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

คำอธิบายนี้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แล้วเขาก็แอบสงสัยว่าทำไมทุกคนที่รู้จักฉินหมางถึงคิดว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของคุณตากันหมดเลย?

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่คิดที่จะแก้ไขความเข้าใจผิดอะไร เพราะถึงแม้คนอื่นจะเข้าใจว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของฉินหมาง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

10 นาทีต่อมารถที่เซี่ยเฟยโดยสารก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าคฤหาสน์หลังเก่าที่ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายความโบราณ

เซี่ยเฟยได้พบว่าที่พักของท็อปสันไม่มีแม้แต่คนรับใช้หรือผู้คุ้มกัน ซึ่งตั้งแต่ที่เขาเดินทางมาถึงดาวดวงนี้มนุษย์ตัวเป็น ๆ เพียงคนเดียวที่เขาได้เห็นก็มีเพียงแค่แซนดี้ที่เดินทางไปรับเขาที่สนามบินเท่านั้น

ทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็สังเกตเห็นคนตัวเล็ก ๆ ปรากฏตัวขึ้นตรงบริเวณมุมห้อง ก่อนที่คนคนนั้นจะรีบหลบไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากที่เขาทำการวิเคราะห์ภาพที่พึ่งปรากฏในสายตา เขาก็คิดว่าคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อสักครู่น่าจะเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็กมากกว่า

หลังจากเดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ ชายหนุ่มก็ได้พบกับท็อปสันที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ โดยด้านหน้าเป็นวิวทิวทัศน์ของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่มีลมพัดผ่านเข้ามาจนให้ความรู้สึกที่สดชื่น

แซนดี้จัดแจงให้เซี่ยเฟยนั่งห่างจากท็อปสันไม่ไกลมากนัก จากนั้นหุ่นยนต์บริการตัวเล็กก็นำถ้วยน้ำชามาเสิร์ฟ ซึ่งหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะที่มีระดับต่ำกว่ากระป๋องที่เขาได้พบในซากปรักหักพังใต้ทะเลลึก

“ฉันได้ยินมาจากฉินหมางว่าคุณชอบดื่มชาใช่ไหม?” ท็อปสันกล่าวถาม

“ผมค่อนข้างจะเคยชินกับประเพณีในบ้านเกิดของผมน่ะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากสนทนากันไปสักพักเซี่ยเฟยก็เริ่มถามขึ้นมาว่า

“ที่นี่มีวัตถุโบราณมากมาย แต่ผมไม่เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเลยแม้แต่คนเดียว คุณไม่กลัวว่ามันจะมีโจรบุกเข้ามาปล้นชิงพวกมันไปเหรอครับ?”

“หนุ่มน้อยมันไม่ใช่ว่าใครอยากจะเข้ามาที่นี่ก็เข้ามาได้นะ” ท็อปสันกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะปรบมือ 2 ครั้ง

ทันใดนั้นหุ่นยนต์นับสิบตัวก็ปรากฏตัวขึ้นจากท้องทะเลอย่างกะทันหัน และพวกมันก็ติดตั้งอาวุธเอาไว้อย่างครบครันจนทำให้นักสู้ธรรมดาไม่สามารถที่จะรับมือกับพวกมันได้อย่างแน่นอน

ท็อปสันปรบมืออีกสองครั้งเพื่อให้หุ่นยนต์ต่อสู้พวกนี้กลับไปซ่อนตัวในท้องทะเล ซึ่งถ้าหากว่าใครไม่สังเกตดี ๆ พวกเขาก็จะคิดว่าหุ่นยนต์พวกนี้เป็นเพียงแค่แนวปะการังสีดำสนิทที่อยู่ตรงบริเวณชายฝั่ง

“หุ่นยนต์รบโบราณกึ่งอัจฉริยะสินะครับ ดูเหมือนว่าผมจะกังวลเรื่องความปลอดภัยของที่นี่มากเกินไป” เซี่ยเฟยกล่าว

“ฉันมีความฝันว่าฉันอยากจะเกิดในช่วงอารยธรรมโบราณ และอยากจะเป็นสักขีพยานในระหว่างที่หุ่นยนต์ก่อกบฏกับมนุษย์ เพราะไม่ว่าพันธมิตรจะมีหลักฐานมากแค่ไหนแต่ฉันก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าหุ่นยนต์จะหักหลังมนุษย์ได้จริง ๆ คุณรู้ไหมว่าพวกมันมีความภักดีมากแค่ไหน? เมื่อเทียบกันแล้วพวกหุ่นยนต์มีค่าสำหรับฉันมากกว่าพวกมนุษย์ที่เป็นปลิ้นปล้อนพวกนั้นเสียอีก” ท็อปสันกล่าว

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่เก็บความคิดเห็นของตัวเองเอาไว้ภายในใจ เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าชายชราคนนี้เป็นพวกคลั่งไคล้อารยธรรมโบราณมากแค่ไหน ถึงขนาดชื่นชมว่าหุ่นยนต์มีค่ามากกว่ามนุษย์

ชายหนุ่มรู้ดีว่าการโต้เถียงกับคนที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันเป็นเพียงแค่เรื่องที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชายชราคนนี้อีกต่อไป แต่เลือกที่จะกลับมาพูดคุยเรื่องการซื้อขายระหว่างพวกเขาแทน

ต่อมาชายหนุ่มก็ทำการเปิดหน้าจอไมโครคอมพิวเตอร์พร้อมกับฉายวิดีโอสินค้าที่เขาต้องการจะขายพวกมันให้กับท็อปสัน

“สิ่งที่ผมมีคือหุ่นยนต์ทำความสะอาด 30 ตัว, หุ่นยนต์บริการกึ่งอัจฉริยะ 10 ตัว, ระบบสื่อสารเอนกประสงค์ 170 เครื่อง, เครื่องทำไอติมอัตโนมัติ 1 เครื่อง, เครื่องผลิตอาหารอัตโนมัติ 1 เครื่อง…” เซี่ยเฟยกล่าวร่ายยาวถึงวัตถุโบราณที่อยู่ในวิดีโอ

ของทั้งหมดนี้เป็นเพียงวัตถุโบราณบางส่วนที่เขาได้นำติดตัวมาด้วยเท่านั้น แต่พวกหุ่นยนต์ขุดแร่และหุ่นยนต์ตรวจจับแร่มีความสำคัญมากเกินกว่าที่เขาจะนำพวกมันมาขาย

ท้ายที่สุดแผนการพัฒนาในภูมิภาคดาวเหวทมิฬก็จำเป็นจะต้องใช้หุ่นยนต์พวกนี้ แต่สำหรับหุ่นยนต์และเครื่องจักรโบราณที่คอยอำนวยความสะดวกในสำนักงานมันไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับเขา

“สินค้าคุณภาพดีมากและรูปลักษณ์ของพวกมันก็ค่อนข้างจะดูดีด้วย นี่คุณไปหาพวกมันมาจากไหนถึงได้มีพวกมันอยู่ในครอบครองเยอะขนาดนี้?” ท็อปสันกล่าวด้วยดวงตาอันเป็นประกาย

“คุณจะละเมิดข้อตกลงงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“โอเค ขอโทษด้วย ฉันจะไม่ถามละลาบละล้วงอีกแล้ว เชิญคุณตั้งราคาของพวกนั้นมาได้เลย ฉันยินดีจะรับซื้อพวกมันเอาไว้ทั้งหมด” ท็อปสันกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ผู้อาวุโสช่างเป็นคนที่ใจกว้างจริง ๆ แต่ผมขอรบกวนผู้อาวุโสดูของพวกนี้ก่อนแล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่องเงิน” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะเปิดวิดีโออีกชุดที่แสดงให้เห็นหัวใจจักรวาลสีม่วงเป็นจำนวนมากที่ถูกบรรจุอยู่ภายในกล่อง

“หัวใจจักรวาลสีม่วง! เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?!” ท็อปสันอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“มนุษย์โบราณเคยใช้หัวใจจักรวาลสีม่วงเป็นแกนพลังงานสำหรับผลิตภัณฑ์ในอารยธรรมโบราณ ดังนั้นผู้อาวุโสก็ควรจะต้องใช้หัวใจจักรวาลเป็นจำนวนมากเลยใช่ไหมล่ะครับ? บังเอิญผมมีหัวใจจักรวาลสีม่วงอยู่ชุดหนึ่ง ผมเลยคิดที่จะนำพวกมันมาขายให้คุณเอาไว้ใช้” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายคิดถูกแล้ว ฉันกำลังต้องการหัวใจจักรวาลสีม่วงเป็นจำนวนมากอยู่จริง ๆ ฉันขอเหมาหัวใจจักรวาลพวกนั้นหมดเลย ฉันให้ราคาที่ 15 ล้านล้านสตาร์คอยน์โอเคไหม?” ชายชรากล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

ราคาข้อเสนอของชายชราทำให้เซี่ยเฟยผงะไปเล็กน้อย เพราะมันเป็นราคาที่สูงกว่าที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้มาก

ชายหนุ่มได้พิจารณาเลือกกล่องหัวใจจักรวาลสีม่วงที่เล็กที่สุดและมีคุณภาพต่ำที่สุดในบรรดากล่องหัวใจจักรวาลสีม่วงที่มีอยู่ทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะขายพวกมันในราคาประมาณ 10 ล้านล้านสตาร์คอยน์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ราคาที่ชายชราเสนอมาจึงเกินกว่าที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้ถึง 50%

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังคิดพิจารณาอยู่นั้น ชายชราก็ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“พ่อหนุ่ม ปกติมันไม่มีใครเคยปฏิเสธข้อเสนอของฉันหรอกนะ เพราะฉันไม่เคยให้ราคาใครต่ำกว่าความเป็นจริง แต่คุณเป็นคนแรกเลยนะที่พิจารณาข้อเสนอของฉันนานขนาดนี้”

“ผมยอมรับว่าราคาที่ผู้อาวุโสให้มาสูงกว่าที่ผมได้คิดเอาไว้จริง ๆ ครับ แต่บางครั้งเงินมันก็ไม่ใช่ทุกสิ่งหรอกนะครับ”

“โอเคฉันเข้าใจแล้ว คุณไม่ต้องการแลกเปลี่ยนพวกมันกับเงินสินะ บอกมาได้เลยว่าคุณต้องการแลกเปลี่ยนพวกมันกับอะไร?” ท็อปสันกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

“ผมได้ยินมาว่าผู้อาวุโสมีดาวพิฆาตอยู่ 3 ลูกใช่ไหมครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมา 3 นิ้ว

“ฉินหมางบอกนายเหรอ?” ท็อปสันกล่าวถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

เซี่ยเฟยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรแล้วก็นั่งรอคอยคำตอบจากชายชรา

“คุณรู้ใช่ไหมว่าพวกมันมีไว้ทำอะไร?”

เซี่ยเฟยยังคงพยักหน้าเป็นคำตอบแต่ยังไม่พูดอะไรออกมาเช่นเดิม

ท็อปสันเดินไปมาบนริมชายหาดอย่างกระวนกระวายใจ เพราะการตัดสินใจแลกเปลี่ยนระหว่างดาวพิฆาตกับหัวใจจักรวาลสีม่วงเป็นสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างยากลำบากจริง ๆ

“เอาล่ะฉันจะยอมแลกดาวพิฆาต 3 ลูกกับหัวใจจักรวาลสีม่วงพวกนั้นก็ได้ แต่อย่าลืมว่าคุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลที่ตามมาของการใช้ดาวพิฆาตด้วยตัวคุณเอง” ท็อปสันกล่าวกับเซี่ยเฟยด้วยท่าทางที่เฉยชา

***************

จบบทที่ ตอนที่ 370 ดาวพิฆาต

คัดลอกลิงก์แล้ว