เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 368 การตัดสินใจของแอวริล

ตอนที่ 368 การตัดสินใจของแอวริล

ตอนที่ 368 การตัดสินใจของแอวริล


ตอนที่ 368 การตัดสินใจของแอวริล 

เซี่ยเฟยเป็นคนดื้อรั้นที่ไม่ชอบเดินตามเส้นทางของคนอื่น ย้อนกลับไปในตอนที่เขาได้เข้าไปในค่ายฝึกจัสทิสลีกเขาก็เลือกที่จะทำงานเป็นบรรณารักษ์ผู้ต่ำต้อย

ขณะเดียวกันเมื่อทางสมาพันธ์จัสทิสได้เสนอสัญญาให้เขาเข้าร่วมกับสมาพันธ์ เขาก็ปฏิเสธสัญญานั้นอย่างไร้เยื่อใยทั้ง ๆ ที่มันเป็นสัญญาที่คนส่วนใหญ่ต่างก็ใฝ่ฝัน แต่เซี่ยเฟยก็ยังเลือกที่จะสร้างฐานที่มั่นให้กับตัวเองภายในภูมิภาคดาวเหวทมิฬที่อยู่ห่างไกล

คนส่วนใหญ่คิดว่าการตัดสินใจของเซี่ยเฟยเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลา แต่ความจริงมันมีคนน้อยมากที่สามารถพัฒนาได้เทียบเท่าชายหนุ่มคนนี้ ทั้ง ๆ ที่เส้นทางที่เขาเลือกคือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม เพราะมันเป็นเส้นทางที่ไม่มีใครเคยเลือกเดินมายังเส้นทางสายนี้มาก่อน

การตัดสินใจของเซี่ยเฟยมักสร้างความสงสัยให้คนอื่นอยู่เสมอ แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยสนใจความสงสัยของคนอื่นเลยเพียงแต่มุ่งเน้นความสนใจมายังเรื่องของตัวเองเท่านั้น

ด้วยอุปนิสัยของเซี่ยเฟยที่เป็นแบบนี้นี่เอง ตอนแรกแอวริลจึงคิดว่าชายหนุ่มน่าจะทิ้งเธอไปแล้ว

แต่ในความเป็นจริงเธอไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกกังวลเรื่องที่เซี่ยเฟยไม่รักเธอเลย เพราะความรู้สึกที่ชายหนุ่มมีให้เธอนั้นอาจจะเหนือกว่าคู่รักคนอื่น ๆ ในพันธมิตรด้วยซ้ำ เพียงแต่เขาใช้วิธีการของตัวเองซึ่งแน่นอนว่าย่อมเป็นวิธีการที่ไม่เหมือนใคร

เพียงแค่การที่เซี่ยเฟยแต่งตั้งเธอเป็นผู้รับมรดกทั้งหมดของเขาเพียงคนเดียวก็เป็นเครื่องพิสูจน์อย่างดีแล้วว่าเขาจริงใจต่อเธอมากแค่ไหน ในความเป็นจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แอวริลไม่ควรรู้ แต่ทนายผู้ไม่รู้ความกลับนำเรื่องพินัยกรรมมาเปิดเผยโดยไม่รู้ตัวหลังจากที่เซี่ยเฟยได้จากไปเพียงแค่ไม่กี่วัน

ชั่วพริบตาดวงตาที่สดใสราวกับอัญมณีของแอวริลก็เต็มไปด้วยน้ำตา เพราะในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าเซี่ยเฟยไม่ต้องการให้เธอเป็นห่วงเขาในระหว่างที่เขาจะต้องเดินทางไปเสี่ยงอันตราย

ความผิดพลาดเดียวของเซี่ยเฟยคือเขาทำพินัยกรรมเอาไว้โดยไม่ได้กำชับทนายความในเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ดังนั้นความพยายามที่เขาได้ปกปิดความจริงเอาไว้ในก่อนหน้านี้จึงกลายเป็นเพียงแค่เรื่องที่สูญเปล่า แล้วมันกลับยิ่งทำให้แอวริลมุ่งมั่นที่จะยึดติดกับเขามากขึ้นกว่าเดิม

ไม่มีความสัมพันธ์ใดที่จะเป็นไปอย่างราบรื่น เพราะไม่ว่าความสัมพันธ์ใดต่างก็มีช่วงเวลาสุขใจและทุกข์ใจด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งหลังจากที่ได้ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาอย่างมากมาย แอวริลก็ไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป

เซี่ยเฟยคือคนที่คอยอยู่เคียงข้างในยามที่เธอเหงา และเขาก็พร้อมที่จะเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเธอเอาไว้ แม้กระทั่งในขณะที่เขากำลังเสี่ยงอันตรายเขาก็ยังคงเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ

หญิงสาวกัดฟันเช็ดน้ำตาด้วยผ้าเช็ดหน้า จากนั้นเธอก็พยายามสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ และเผยรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าอันสดใสของเธออีกครั้ง และเนื่องมาจากว่าเซี่ยเฟยพยายามทำหลาย ๆ อย่างเพื่อตัวของเธอแล้วเธอก็ต้องพยายามทำอะไรสักอย่างให้กับชายที่เธอรักบ้าง

“พี่ผางพวกเราไปหาคุณพ่อกัน” แอวริลกล่าวขึ้นมาเบา ๆ

ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวทำให้ผางชิงผงะไปเล็กน้อย แต่เขาก็รีบเปิดประตูให้เธอด้วยความว่องไวก่อนจะเดินตามเธอไปยังห้องนั่งเล่น

หลังจากแอบก่นด่าเซี่ยเฟยในใจมาเป็นเวลานาน แต่หลังจากที่เขาได้ยินเรื่องพินัยกรรมเขาก็มีความรู้สึกต่อเซี่ยเฟยเปลี่ยนไปคล้าย ๆ กับแอวริล เพียงแต่เขาแอบคิดภายในใจว่าสิ่งที่ทนายเพิ่งบอกมามันไม่ใช่พินัยกรรม แต่มันควรจะถูกเรียกว่าจดหมายรักอย่างเป็นทางการมากกว่า

ในห้องนั่งเล่นนิวแมนกับเออเนสกำลังพูดคุยบางอย่างด้วยเสียงอันแผ่วเบา และถึงแม้ว่าเออเนสจะกลับมาอาศัยอยู่ในนครหลวงแล้ว แต่นิวแมนก็ยังคงรับผิดชอบดูแลกิจการของตระกูลอยู่เหมือนเดิม

“สวัสดีค่ะคุณพ่อ คุณปู่” แอวริลกล่าวทักทายขึ้นมาเบา  ๆ

“ว่าไงสาวน้อย มานั่งข้าง ๆ ปู่สิ” เออเนสกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

แอวริลเดินไปนั่งข้าง ๆ ปู่และพ่อของเธอ ขณะที่ผางชิงเดินไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กับผางไห่ซึ่งผันตัวไปเป็นพ่อบ้านประจำตัวของเออเนส

“ดึกแล้วทำไมถึงยังไม่พักผ่อนอีก?” นิวแมนถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

“หนูมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณพ่อกับคุณปู่ก่อนค่ะ” แอวริลกล่าว

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“หนูอยากแต่งงานกับเซี่ยเฟยค่ะ” แอวริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ห๊ะ!”

เออเนสกับนิวแมนแทบที่จะกระโดดออกจากโซฟา เพราะท้ายที่สุดการแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอย่างแอวริลย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจของตระกูลโดยตรง

นิวแมนกับเออเนสให้ความสำคัญกับธุรกิจของตระกูลอยู่เสมอ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยคิดว่าแอวริลที่เป็นเด็กดีเสมอจะมาพูดเรื่องแต่งงานโดยไม่มีการไตร่ตรองมาก่อนแบบนี้

ในความเป็นจริงคนที่กำลังเกิดความสงสัยไม่ได้มีเพียงแต่เออเนสและนิวแมนเท่านั้น แต่เหล่าบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็กำลังตั้งข้อสงสัยขึ้นมาในใจ เพียงแต่พวกเขาไม่กล้าที่จะเอ่ยถามเรื่องนี้ออกมา

เออเนสพยายามกลับสู่ความสงบและโบกมือไล่ให้คนรับใช้ออกไปเหลือเพียงแค่พ่อลูกตระกูลผางที่อยู่ทางด้านหลัง เพราะในสายตาของเออเนสสองพ่อลูกคู่นี้ก็ไม่ต่างไปจากคนในครอบครัว

นิวแมนแอบคิดภายในใจว่าเขาจะไม่มีวันให้งานแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด เพราะท้ายที่สุดมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงเรื่องความแตกต่างของฐานะเลย เพราะเพียงเรื่องที่เซี่ยเฟยสังหารน้องชายของเขาก็มากพอที่จะทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานระหว่างหนุ่มสาวคู่นี้แล้ว

ในความเป็นจริงนิวแมนกับเออเนสกำลังพูดคุยถึงเรื่องของเซี่ยเฟยอยู่พอดี เพราะชายหนุ่มกำลังจะเข้าไปทำธุรกิจในดินแดนของเซิร์กในฐานะของพันธมิตร นิวแมนจึงวางแผนที่จะใช้โอกาสนี้ในการเกลี้ยกล่อมแอวริลอีกครั้ง

ท้ายที่สุดแผนการเดินทางของเซี่ยเฟยก็อาจจะกินระยะเวลานาน 3-5 ปี และเมื่อไหร่ที่ชายหนุ่มสามารถกลับมาจากดินแดนเซิร์กได้สำเร็จ องค์กรของเขาก็จะกลายเป็นองค์กรชั้นนำในพันธมิตรได้ทันที ซึ่งในเวลานั้นนิวแมนก็คงจะไม่เหลือเหตุผลห้ามแอวริลไม่ให้แต่งงานกับเซี่ยเฟยได้อีกแล้ว

แต่เขาก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าลูกสาวของเขาจะนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือ และเมื่อดูแววตาของแอวริลแล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าเธอกำลังตั้งใจอย่างแน่วแน่

“เซี่ยเฟยว่ายังไงกับเรื่องนี้บ้าง?” นิวแมนถาม

“เซี่ยเฟยยังไม่รู้เรื่องค่ะ” แอวริลตอบพร้อมกับส่ายหัว

“นี่หลานตัดสินใจเองคนเดียวงั้นเหรอ?” เออเนสถามขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

“ใช่ค่ะ หนูอยากอยู่กับเขา” แอวริลกล่าวตอบอย่างจริงใจ

“นี่ลูกรู้ไหมว่าเซี่ยเฟยกำลังทำอะไรอยู่? หลังจากนี้เขาต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของกลุ่มพ่อค้าในพันธมิตรเพื่อเดินทางลึกเข้าไปในดินแดนของพวกเซิร์ก พวกแมลงนั่นมันฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ เซี่ยเฟยจะกลับมาที่พันธมิตรได้ไหมมันก็ยังไม่มีใครรู้” นิวแมนเริ่มกล่าวกับลูกสาวด้วยความกระวนกระวาย

ทันทีที่กล่าวจบนิวแมนก็ตระหนักว่าคำพูดที่เขาใช้ค่อนข้างที่จะจริงจังเกินไปเล็กน้อย เขาจึงพยายามสงบสติอารมณ์และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า

“แอวริลฟังพ่อนะ ที่พ่อพูดเมื่อกี้ก็แค่เผื่อว่ามันอาจจะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในระหว่างที่เซี่ยเฟยเดินทางไปทำการค้า”

“ขอโทษด้วยค่ะคุณพ่อคุณปู่ แต่วันนี้หนูมาเพื่อแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบไม่ใช่มาขอความคิดเห็นจากทุกคนค่ะ” แอวริลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ซึ่งทันใดนั้นมันก็ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

แอวริลกลายเป็นคนเด็ดขาดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!!

มันยากที่จะจินตนาการจริง ๆ ว่าคำพวกนี้หลุดมาจากปากของหญิงสาวที่มีอายุเพียงแค่ 17 ปี ยิ่งไปกว่านั้นแอวริลยังเคยเป็นเด็กสาวที่มีนิสัยอ่อนโยนมาโดยตลอด

นิวแมนรู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก แต่ผางชิงที่เลี้ยงดูแอวริลมาตั้งแต่เด็กกลับอุทานภายในใจว่า

‘ไม่น่าเชื่อว่าคุณหนูจะเติบโตขึ้นมาได้อย่างสง่างามแบบนี้’

“เอาล่ะในเมื่อหนูตัดสินใจแล้วปู่กับพ่อก็ยินดีด้วย แต่ตอนนี้เซี่ยเฟยไม่ได้อยู่ในนครหลวง เมื่อเขากลับมาปู่กับพ่อค่อยคุยรายละเอียดในเรื่องของงานแต่งแบบนี้โอเคไหม?” เออเนสพยายามกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้แอวริลจะสามารถยืนหยัดแสดงความต้องการของตัวเองออกไปต่อหน้าพ่อกับปู่ของเธอได้ แต่เธอก็ยังคงไร้เดียงสาในเรื่องเล่ห์เหลี่ยมของการเจรจาอยู่ดี การที่เออเนสตอบรับมาแบบนี้มันจึงทำให้เธอรู้สึกเขินจนหน้าแดง

หลังจากนั้นผางชิงก็ตามแอวริลไปที่ห้องเหลือเพียงนิวแมน, เออเนสและผางไห่อยู่ในห้องนั่งเล่นเพียงเท่านั้น

“ไอ้หนุ่มคนนี้มันจะเจ้าเล่ห์มากเกินไปแล้ว” เออเนสกล่าวขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

“พวกเราจะทำยังไงดีครับพ่อ? ครั้งนี้ดูเหมือนว่าแอวริลจะเอาจริง พวกเราคงจะไม่ปล่อยให้เธอแต่งงานกับเซี่ยเฟยจริง ๆ ใช่ไหม?” นิวแมนกล่าวอย่างกระวนกระวาย

“ตอนนี้คงจะไม่มีใครสามารถเกลี้ยกล่อมแอวริลได้อีกแล้ว เราปล่อยให้เธอค่อย ๆ สงบใจเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยกลับไปพูดกับเธอใหม่” เออเนสกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“แล้วเซี่ยเฟยล่ะครับ?”

“เซี่ยเฟยเหรอ... มันคงจะเป็นการดีกับเราที่สุดที่เขาจะไม่ได้กลับมาจากดินแดนของเซิร์ก”

เซี่ยเฟยเป็นคนเจ้าแผนการมาโดยตลอด เออเนสจึงเข้าใจผิดไปว่าเหตุผลที่หลานสาวออกมาเรียกร้องให้มีการแต่งงานอย่างกะทันหันนี้เป็นกลอุบายที่ชายหนุ่มหลอกล่อแอวริลเอาไว้ แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือทุกอย่างเซี่ยเฟยทำมาจากความจริงใจ ส่วนเรื่องพินัยกรรมที่หลุดออกมาจากปากของทนายก็เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากความไม่ได้ตั้งใจเท่านั้น

“เซี่ยเฟยคุณนี่เป็นซัพพลายเออร์ที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้เห็นมาเลย” วิลเลียมกล่าวผ่านหน้าจอสื่อสารด้วยรอยยิ้ม

“จอมพลวิลเลียมคุณก็น่าจะรู้จักผมดีอยู่แล้ว และคุณก็น่าจะรู้ว่าผมไม่มีกองกำลังนักสู้อยู่ใต้การปกครองของผมเลย ดังนั้นถ้าหากว่าผมไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากคุณ ผมก็เกรงว่ามันอาจจะทำให้กำหนดการการเดินทางเลื่อนออกไปจากเดิม”

“นอกจากนี้ผมกำลังไปทำธุรกิจให้กับทางกรมทหาร ดังนั้นการที่คุณยื่นมือเข้ามาช่วยผมมันก็ไม่ต่างไปจากการช่วยให้ภารกิจของกรมทหารสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“โอเค คุณไม่จำเป็นจะต้องใช้สำบัดสำนวนอีกต่อไปแล้ว ทางเราได้เตรียมกองยานเอาไว้ตามที่คุณร้องขอแล้ว ซึ่งยานที่ใช้ทุกลำไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมทหาร ส่วนลูกเรือทุกคนก็ถูกปิดบังตัวตนเอาไว้เป็นอย่างดี แล้วมันก็ไม่มีทางที่ใครจะสามารถเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับทางกองทัพได้”

“ผู้บัญชาการทหารที่เดินทางร่วมไปกับคุณในครั้งนี้มีชื่อว่าซ่งเฉียน ซึ่งมีผลการศึกษาในโรงเรียนทหารอย่างโดดเด่น เดี๋ยวฉันจะส่งข้อมูลของเขาให้กับคุณ ถ้าคุณต้องการจะให้เขาทำอะไรคุณสามารถติดต่อเขาได้โดยตรง” วิลเลียมกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าโดยไม่พูดอะไรและในฐานะที่ซ่งเฉียนเป็นผู้บัญชาการทหารที่มีระดับการสั่งการอยู่ในระดับเดียวกับเขา การเคลื่อนไหวของชายชราคนนี้จึงมีส่วนเกี่ยวพันกับการอยู่รอดของกองยานอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งชายหนุ่มก็ทำได้เพียงแต่แอบหวังว่าชายชราคนนี้จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะต้องลงมือถึงแม้ว่ามันจะเป็นการขัดคำสั่งที่มาจากทางกรมทหารก็ตาม

“เอาล่ะในเมื่อคุณได้รับข้อมูลวิจัยจากทางกรมทหารไปแล้ว ตอนนี้คุณพอจะประมาณการได้ไหมว่าระบบเรดาร์แบล็คแบทจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่?” วิลเลียมถาม

“ผมคิดว่าน่าจะเร็ว ๆ นี้ครับ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 368 การตัดสินใจของแอวริล

คัดลอกลิงก์แล้ว