- หน้าแรก
- มีมิติสรรพสิ่งทั้งที ข้าขอฝึกตนแบบอัตโนมัติแล้วกัน
- บทที่ 47 - แสงจันทร์
บทที่ 47 - แสงจันทร์
บทที่ 47 - แสงจันทร์
บทที่ 47 - แสงจันทร์
ไม่นานนัก หลินหย่งเฟิงก็เดินกลับมาพร้อมกองเสื้อผ้าในอ้อมแขน
"ศิษย์น้อง ลองดูสิ ข้าเลือกมาให้เจ้าโดยเฉพาะ น่าจะพอดีตัว"
"ขอบคุณศิษย์พี่" เฉินฝานรับเสื้อผ้ามาดู แล้วเก็บเข้าถุงสมบัติ
"ศิษย์น้องเกรงใจไปไย เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้อง ขอบคุณอะไรกัน
ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปเลือกถ้ำฝึกตนทำเลทอง"
ว่าแล้วหลินหย่งเฟิงก็ลากแขนเฉินฝานเดินออกไป
เฉินฝานเริ่มจะรับมือความกระตือรือร้นของหลินหย่งเฟิงไม่ไหว ได้แต่เดินตามไปอย่างว่าง่าย
ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงเขตที่พักของศิษย์สายใน
"ศิษย์น้อง ถ้ำที่นี่ยังว่างอยู่ เจ้าเลือกได้ตามใจชอบเลย"
เฉินฝานมองไปตามนิ้วของหลินหย่งเฟิง ภูเขาห้าลูกเรียงราย เต็มไปด้วยถ้ำฝึกตน
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตนี้ เฉินฝานสัมผัสได้ว่าพลังปราณที่นี่หนาแน่นกว่าเขตศิษย์สายนอกมาก
"ศิษย์น้อง ดูสิ ถ้ำทุกแห่งมีค่ายกลป้องกัน
พอเจ้าเลือกถ้ำได้แล้ว แค่ใช้ป้ายประจำตัวประทับลงไป ถ้ำนั้นก็จะกลายเป็นของเจ้า
วันหน้าจะมีแค่ป้ายประจำตัวของเจ้าเท่านั้นที่เปิดค่ายกลได้"
"ขอบคุณศิษย์พี่ที่ชี้แนะ ถ้าข้ามาคนเดียว คงต้องงมอยู่นาน"
"ศิษย์น้องพูดจาห่างเหินอีกแล้ว ขืนพูดแบบนี้อีก ข้าจะโกรธนะ" หลินหย่งเฟิงแกล้งทำท่าไม่พอใจ
"ได้ๆๆ ศิษย์น้องพูดผิดไปแล้ว" เฉินฝานยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่าพฤติกรรมของหลินหย่งเฟิงแปลกประหลาด แต่ก็ยังเออออตามน้ำไป
เขาอยากรู้เหมือนกันว่าหลินหย่งเฟิงมาไม้ไหน
หลินหย่งเฟิงพาเฉินฝานเดินเลือกถ้ำ ทุกครั้งที่ผ่านถ้ำว่าง เขาก็จะถาม "ศิษย์น้อง ถ้ำนี้เป็นไง?"
เฉินฝานไม่ได้สนใจเรื่องที่อยู่มากนัก เขาแค่แกล้งเลือกไปเรื่อยเปื่อยเพื่อสังเกตหลินหย่งเฟิง
"ศิษย์น้อง ข้าว่าถ้ำตรงนั้นไม่เลวเลย พลังปราณหนาแน่นกว่าที่อื่น การฝึกฝนต้องรุดหน้าเร็วแน่"
เฉินฝานมองตามไป ถ้ำที่หลินหย่งเฟิงชี้มีพลังปราณหนาแน่นกว่าที่อื่นจริงๆ
แต่เขายังไม่ตัดสินใจ กลับถามว่า "ศิษย์พี่ ท่านก็พักอยู่ที่นี่หรือ?"
"แน่นอนสิ ไม่งั้นข้าจะไปอยู่ที่ไหน?" หลินหย่งเฟิงเริ่มหงุดหงิดที่พาเดินตั้งนานแล้วยังเลือกไม่ได้ แต่ก็ยังข่มอารมณ์ไว้
"งั้นรบกวนศิษย์พี่บอกตำแหน่งถ้ำของท่านหน่อยเถิด วันนี้ท่านช่วยข้าไว้มาก วันหน้าข้าจะได้ไปเยี่ยมคารวะถึงถ้ำ"
เฉินฝานรู้สึกว่าหลินหย่งเฟิงกระตือรือร้นจนผิดปกติ "หรือว่าหลินหย่งเฟิงจะสนใจวาสนาที่ข้าพูดถึง?"
"หา?" หลินหย่งเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง หรือว่าเจ้านี่รู้ทันข้า?
แม้จะสงสัย แต่หลินหย่งเฟิงก็ตอบด้วยสีหน้าปกติ "ถ้ำข้าอยู่ที่ยอดเขาปราณวิญญาณ หมายเลข 55"
เขาบอกมั่วๆ ไปอย่างนั้น ไม่กลัวเฉินฝานจะไปหาหรอก ถ้าไปจริงก็แค่บอกว่าไม่อยู่ หรือย้ายถ้ำแล้ว
"ตกลง ศิษย์น้องจำไว้แล้ว ว่างๆ จะไปเยี่ยมศิษย์พี่แน่นอน"
เฉินฝานดูออกว่าหลินหย่งเฟิงมีพิรุธ คาดว่าตำแหน่งที่บอกก็คงไม่จริง
"ศิษย์พี่ วันนี้ลำบากท่านพาเดินตั้งนาน ข้าเกรงใจแย่ ไม่เลือกแล้ว เอาถ้ำที่ศิษย์พี่แนะนำเมื่อกี้นั่นแหละ"
พูดจบ เฉินฝานก็เดินตรงไปที่ถ้ำนั้น
หลินหย่งเฟิงที่ยืนอยู่ข้างหลังรู้สึกประหลาดใจ เมื่อกี้ยังเลือกมากอยู่เลย ไฉนจู่ๆ ก็ตกลงง่ายๆ
แต่ก็ช่างเถอะ เลือกได้ก็ดีแล้ว
หลินหย่งเฟิงมองแผ่นหลังของเฉินฝาน แววตาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง
ทันใดนั้น เฉินฝานก็หันขวับกลับมา "ศิษย์พี่ มาช่วยข้าดูหน่อยเร็ว"
การหันกลับมากะทันหันทำเอาหลินหย่งเฟิงสะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง "หรือมันจะเห็น?"
หลินหย่งเฟิงรีบปั้นหน้ายิ้ม "มาแล้วศิษย์น้อง"
สีหน้าเมื่อครู่ของหลินหย่งเฟิงอยู่ในสายตาของเฉินฝานทั้งหมด เขาแค่ยิ้มเยาะในใจ "หึๆ แอ๊บมาทั้งวัน หลุดจนได้สินะ?"
แต่เฉินฝานไม่ได้ใส่ใจ หันมาดูถ้ำที่ตัวเองเลือก
ข้างประตูถ้ำมีตัวหนังสือเล็กๆ สลักอยู่
"ยอดเขาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ถ้ำหมายเลข 23"
หลินหย่งเฟิงเดินมาถึง "ศิษย์น้อง เอาป้ายประจำตัวทาบลงไปที่ตัวหนังสือ ค่ายกลก็จะผูกกับป้ายของเจ้า"
เฉินฝานทำตาม ทาบป้ายลงไปที่ตัวเลข 23
ทันใดนั้น แสงสว่างวาบขึ้นที่หน้าถ้ำ
ม่านพลังใสๆ ปรากฏขึ้น คล้ายฟิล์มบางๆ นั่นคงเป็นค่ายกลป้องกัน
เฉินฝานถือป้ายเดินผ่านม่านพลังเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
เขายืนอยู่หน้าปากถ้ำ "ศิษย์พี่ ไม่เข้ามานั่งเล่นข้างในก่อนหรือ?"
ผิดคาด หลินหย่งเฟิงกลับโบกมือปฏิเสธ "ไม่ล่ะ ศิษย์น้องเลือกถ้ำได้แล้ว ภารกิจข้าก็เสร็จสิ้น วันนี้เจ้าพักผ่อนเถอะ วันหลังข้าค่อยมาเยี่ยม"
พูดจบ หลินหย่งเฟิงก็หันหลังเดินจากไป
ทว่าสีหน้าตอนหันหลังกลับนั้น ช่างน่าค้นหายิ่งนัก
เห็นหลินหย่งเฟิงปฏิเสธคำเชิญ เฉินฝานขมวดคิ้ว "หรือข้าจะเข้าใจเขาผิด?"
"ช่างเถอะ เข้าใจผิดก็ช่างมัน เมื่อกี้ข้าก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไป"
เฉินฝานหันหลังเปิดประตูถ้ำ เดินเข้าไป
ที่พักของศิษย์สายในดีจริงๆ สมคำร่ำลือ ภายในถ้ำกว้างขวางราวกับอีกโลกหนึ่ง ถ้ำไม่ได้เป็นแค่รูในภูเขาจริงๆ
ค่ายกลหน้าถ้ำน่าจะมีผลทางมายาด้วย
มองจากข้างนอกกับข้างในต่างกันลิบลับ ภายในถ้ำเหมือนแดนสุขาวดี
ทางเข้ามีสระน้ำขนาดกำลังดี ในสระมีดอกไม้และปลาแหวกว่าย
ภายในมีครบทั้งดอกไม้ใบหญ้า ต้นไม้ร่มรื่น โต๊ะหินเก้าอี้หิน และศาลารับลม
ลึกเข้าไปเป็นเรือนพัก มีห้องนอน ห้องฝึกตน ห้องครัว ครบครัน
"ที่อยู่ศิษย์สายในดีกว่าศิษย์สายนอกลิบลับ
ไม่เหมือนตอนอยู่ข้างนอก มีแค่กระท่อมฟางหลังเดียว
ไม่รู้ว่าที่นี่พาคนนอกเข้ามาได้ไหม
ไม่ได้การ พรุ่งนี้ต้องไปถามให้รู้เรื่อง
ที่พักดีขนาดนี้ จะไม่ให้อวี๋ซิงซือมาอิจฉาเล่นได้ยังไง"
ยิ่งคิด เฉินฝานก็ยิ่งครึ้มอกครึ้มใจ อวี๋ซิงซือเป็นสหายคนเดียวของเขาในสำนักเมฆาล่อง
ดั่งคำกลอนว่า แสงจันทร์นวลผ่อง ร่ำสุราเคล้าบทเพลงเพียงสองเรา
พอนึกถึงการดื่มเหล้ากับอวี๋ซิงซือ เฉินฝานก็เริ่มใจฝ่อ
"ตอนนี้ควรรายงานสถานการณ์ในสำนักให้นายท่านทราบดีไหมนะ?
ช่วงนี้นายท่านไม่ค่อยสั่งงานข้าเลย
หรือว่านายท่านจะรู้เรื่องที่ข้าแอบดื่มเหล้าแล้ว?"