เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 338 รวยระดับพันธมิตร

ตอนที่ 338 รวยระดับพันธมิตร

ตอนที่ 338 รวยระดับพันธมิตร


ตอนที่ 338 รวยระดับพันธมิตร

ณ ฐานทัพของย่าเหวย

“ฉันตัดสินใจแล้วว่าถ้าหากผ่านสงครามในครั้งนี้ไปได้ ฉันจะอนุญาตให้คนของฉันเลือกได้อย่างอิสระว่าพวกเขาอยากจะสมัครเป็นกองกำลังส่วนตัวของนายหรือเปล่า เพราะถ้าหากว่าพวกเขาติดตามฉันต่อไป อย่างมากที่สุดพวกเขาก็คงจะทำได้เพียงแค่เฝ้าฐานทัพแห่งนี้เท่านั้น แต่ถ้าพวกเขาไปทำงานกับนาย อย่างน้อยพวกเขาก็จะมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน”

“ดังนั้นหลังจากจบสงคราม นายสามารถรับสมัครทหารไปได้มากที่สุดเท่าที่นายต้องการเลย ตราบใดก็ตามที่พวกเขาเต็มใจฉันจะไม่ขัดขวางพวกเขาเลยแม้แต่นิดเดียว” ย่าเหวยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“พี่ย่าเหวยช่างเป็นนายพลที่รักลูกน้องเหมือนลูกของตัวเองจริง ๆ ไม่ต้องห่วงนะครับตราบใดก็ตามที่พวกเขาเต็มใจมาเป็นคนของผม ผมก็สัญญาว่าผมจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ดูเหมือนนายจะมั่นใจมากเลยนะว่าในคราวนี้ภูมิภาคดาวมฤตยูจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ?” ย่าเหวยกล่าวหลังจากจิบกาแฟเข้าไปเล็กน้อย

“มันไม่ใช่เรื่องดีเหรอครับที่ผมมั่นใจในตัวพวกคุณ? ถึงยังไงผลประโยชน์ของผมมันก็ขึ้นอยู่กับชัยชนะของพวกคุณอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยทำได้เพียงแต่ฝากความหวังเอาไว้ที่พวกคุณเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายจะฝากความหวังเอาไว้ที่พวกฉันก็ไม่ผิด แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าในสถานการณ์จริงอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จจะส่งผลกระทบต่อการต่อสู้มากแค่ไหน อีกไม่นานพวกเราจะเริ่มรวบรวมกองกำลังต่อสู้ในศึกครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้เข้าร่วมต่อสู้เกินกว่า 30 ล้านคนโดยมียานรบไม่น้อยกว่า 10,000 ลำและมียานบัญชาการเข้าร่วมรบเป็นจำนวนเกือบ 100 ลำ”

“ศึกครั้งนี้เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่าพวกเราได้รับชัยชนะพวกเราก็จะขับไล่ข้าศึกออกไปจากดินแดนของพวกเราได้ แต่ถ้าหากว่าพวกเราได้รับความพ่ายแพ้ทุกคนก็คงจะต้องวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด” ย่าเหวยกล่าว

“มันคงจะไม่ดีที่ผมจะเข้าไปยุ่งเรื่องกลยุทธ์ แต่ผมก็ขอให้พวกคุณโชคดีในการต่อสู้ครั้งนี้นะครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ถึงยังไงนายก็ต้องคอยอวยพรให้พวกเราอยู่แล้ว เพราะผลประโยชน์ของนายมันขึ้นอยู่กับการต่อสู้ของพวกเรานี่” ย่าเหวยกล่าวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นทั้งสองก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยกันอย่างเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย

“เอาล่ะฉันได้ส่งคนขนเสบียงที่นายต้องการไปให้กับกลุ่มกบฏพวกนั้นแล้ว คนพวกนั้นเป็นสหายของนายเหรอ? แล้วนายต้องการให้ฉันแอบดูแลพวกเขาให้ไหม?” ย่าเหวยกล่าวถาม

“คนพวกนั้นไม่ใช่สหายของผมหรอกครับ ให้พวกเขาดูแลตัวเองกันไปเถอะ เอาจริง ๆ ถ้าหากว่าพวกเขายังคงมีชีวิตอยู่พี่วินด์ไชม์ก็คงจะเป็นห่วงพวกเขาอยู่เสมอ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

“นายหมายความว่ายังไงกันแน่?” ย่าเหวยผงะเล็กน้อย เพราะท่าทางของชายหนุ่มคล้ายกับเขาต้องการให้พวกกบฏถูกทำลายตายจากไป

“คุณคิดถูกแล้วครับ พี่วินด์ไชม์มีความสำคัญกับคนสำคัญของผม ผมต้องการให้เธอเลิกคิดเรื่องกลุ่มกบฏแล้วทำหน้าที่เป็นภรรยาที่ดี คนของผมจะได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างเด็ดขาด

“นายนี่เป็นพวกโหดเหี้ยมจริง ๆ ภายนอกดูเหมือนนายต้องการจะช่วยพวกเขา แต่ในความเป็นจริงนายกลับกำลังพยายามฆ่าพวกเขาอย่างลับ ๆ” ย่าเหวยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ผมคิดว่าถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคุณก็คงจะใช้วิธีการเดียวกับผม บางครั้งมันก็ไม่สำคัญหรอกว่าเราจะใช้วิธีการที่โหดร้ายหรือไม่ ขอให้มันช่วยทำให้เราบรรลุเป้าหมายที่เราต้องการเอาไว้ก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าว

“มันก็จริงของนาย เอาล่ะปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยและหมดจดมากที่สุด” ย่าเหวยกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟยเบา ๆ

“ขอบคุณมากครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”

“นายจะไปแล้วเหรอ?”

“ตอนนี้เขตทุ่งดาวแห่งความตายกำลังตกอยู่ในสภาวะสงครามนะครับ แต่เชื่อผมเถอะว่าผมจะกลับมาที่นี่แน่นอน เมื่อไหร่ก็ตามที่สงครามสิ้นสุดลงผมจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในฐานะของผู้ชนะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

2 เดือนต่อมา ณ ดาวโลก

ปัจจุบันบุชเชอร์ได้ก่อตั้งทีมสำรวจออกเดินทางไปยังสวนเอเดนตามที่พวกเขาได้วาดฝันเอาไว้แล้ว

ตั้งแต่ที่มันมีข่าวสวนเอเดนปรากฏออกมา มันก็มีทีมสำรวจถูกจัดตั้งขึ้นเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งเป้าหมายของพวกเขาก็เหมือน ๆ กันคือความหวังที่จะค้นหาดินแดนของทายาทมนุษย์โบราณที่ถูกตัดขาดออกจากพันธมิตรไป

เหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์แรกที่มนุษย์ได้ก้าวเท้าออกจากดินแดนของตนเพื่อหวังจะได้พบกับดินแดนใหม่ สำหรับบุชเชอร์และนักสู้ที่หนีรอดออกมาจากสังเวียนเลือดก็กำลังรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่พวกเขาถูกคุมขังมาเป็นเวลานานพวกเขาก็ได้พบกับเป้าหมายในการมีชีวิตอีกครั้ง มันจึงทำให้พวกเขาเริ่มออกเดินทางด้วยความกระตือรือร้น

ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะมีอายุไม่มากนัก แต่เขาก็ค่อนข้างจะดูคนออกว่าใครมีนิสัยที่แท้จริงเป็นยังไง โดยเขาได้ยึดหลักการหนึ่งอยู่เสมอนั่นก็คือจะไม่ดูในสิ่งที่พวกเขาพูด แต่จะดูในสิ่งที่พวกเขาทำ

สักวันหนึ่งเซี่ยเฟยย่อมต้องนำพวกบุชเชอร์มาช่วยงานเขาแน่ ๆ แต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องปล่อยให้คนพวกนี้ออกไปปลดปล่อยความเครียดในจิตใจของพวกเขาสักหน่อย ซึ่งหลังจากที่จิตใจของพวกบุชเชอร์ได้สงบลงแล้วการดึงพวกบุชเชอร์เข้ามาช่วยงานในตอนนั้นก็ยังไม่สาย

เบโอเนทได้มาจอดอยู่บริเวณด้านนอกคฤหาสน์ของอันเดร์เป็นเวลากว่า 3 วันแล้ว ซึ่งในช่วงเวลานี้ซาร่าก็ได้จัดการงานของเธอ และวินด์ไชม์ก็ต้องออกไปจากยานพร้อมกับพอตเตอร์อย่างไม่เต็มใจ แต่ในช่วงเวลานี้เซี่ยเฟยกลับไม่เคยลงมาจากยานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเขาก็ได้ส่งข้อความธรรมดาให้ทุกคนครั้งหนึ่งว่า ‘เดี๋ยวเขาค่อยลงไป’ แต่จากนั้นมันก็ไม่มีข่าวคราวใด ๆ จากชายหนุ่มออกมาจากยานอีกเลย

ผู้คนเริ่มเดินทางไปยังคฤหาสน์ของอันเดร์มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอู่หลงที่รอคอยอยู่นอกยานอย่างใจจดใจจ่อทุก ๆ วัน และถึงแม้ว่าเขาจะต้องกลับไปทำงานที่ทำเนียบ แต่เขาก็จะรีบกลับมานั่งรอเซี่ยเฟยอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ในความเป็นจริงมันไม่ได้มีเพียงแต่อู่หลงที่กำลังรอเซี่ยเฟยลงมาจากยานเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นอันเดร์, ชาร์ลี, พอตเตอร์, โบเดนหรือแม้กระทั่งฉินหมางก็กำลังรอให้เขาลงมาจากยานอวกาศเช่นเดียวกัน

หลังจากเวลาผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวครั้งใหม่

“รอบนี้เล่นเอาเหนื่อยไปพอสมควรเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับจุดบุหรี่พ่นควันสีขาวออกมาเป็นวง

“มันก็ปกตินี่ อย่าลืมว่ายิ่งนายมีระดับสูงมากขึ้นเท่าไหร่การฝึกฝนมันก็ยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปเท่านั้น ครั้งนี้นายยกระดับมนตราอสูรขึ้นไปจนถึงขั้นที่ 4 และได้ฝึกเทคนิคพลังจิตขั้นที่ 3 ดังนั้นการที่นายฝึก 2 อย่างนี้ได้สำเร็จภายในเวลาเดือนกว่า ๆ มันก็ถือว่าเร็วมากแล้วนะ” อันธกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ฉันต้องการยกระดับมนตราอสูรขึ้นเป็นระดับที่ 6 ให้ได้โดยเร็วที่สุด ฉันจะได้จัดการกับเจ้าค้างคาวเงาดาราและเอายานบัญชาการกลับมาสักที” เซี่ยเฟยกล่าว

“การจัดการกับค้างคาวเงาดาราไม่ใช่เรื่องง่ายและนายยังจำเป็นจะต้องเตรียมการอีกมากมาย อย่างน้อยที่สุดการเดินทางในครั้งนั้นก็จำเป็นจะต้องมีทีมเป็นของตัวเอง ไม่ใช่การว่าจ้างพวกบุชเชอร์แบบในครั้งนี้อีกต่อไป ท้ายที่สุดการร่วมมือกันกับนักสู้หลาย ๆ คนมันก็จะช่วยให้นายจัดการกับค้างคาวเงาดาราได้ดีกว่าการต่อสู้เพียงลำพัง” อันธกล่าว

“ฉันมีคนในใจอยู่แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายกำลังพูดถึงเฉินตงกับเยว่เกอใช่ไหม? พลังภาพลวงตาของเยว่เกอถือว่ามีประโยชน์ในการต่อสู้ครั้งนี้มากจริง ๆ เพราะค้างคาวเงาดาราเก่งในเรื่องการจู่โจมเป็นวงกว้าง ซึ่งเยว่เกอก็น่าจะทำให้มันรู้สึกสับสนไปชั่วขณะหนึ่งได้ ขณะเดียวกันพลังน้ำแข็งของเฉินตงก็ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวของมันได้เป็นอย่างดี การตั้งทีมร่วมกับพวกเขาก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย”

“แต่การต่อสู้โดยคนเพียงแค่ 3 คนมันก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะระดับพลังของเยว่เกอยังไม่สูงมากนัก บางทีภาพลวงตาของเธออาจจะใช้ไม่ได้ผลกับค้างคาวเงาดาราก็ได้ ทางที่ดีนายควรจะมีนักสู้มาเข้าร่วมทีมเพิ่มอีก 2-3 คน” อันธกล่าว

โครกครากกก

แต่ทันใดนั้นเองเสียงท้องของเซี่ยเฟยก็ร้องคำรามขึ้น

“กว่าที่เราจะกลับไปยังเขตดาววิลเดอร์เนสก็เป็นเวลาอีกนานพอสมควร พวกเราค่อย ๆ วางแผนเรื่องนี้ไปก็ได้ ตอนนี้ฉันขอไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า”

เซี่ยเฟยรับประทานอาหารคนเดียวท่ามกลางสายตานับสิบ ๆ คู่ที่กำลังจ้องมองมาที่เขาในระยะใกล้ ก่อให้เกิดบรรยากาศแปลก ๆ ที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมามากพอสมควร

“โอ้พระเจ้า! นายกินอาหารมากกว่าครั้งที่แล้วอีก นั่นมันไก่งวงมากกว่า 8 กิโลแล้วนะ!! บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าร่างกายของนายยัดอาหารพวกนั้นเข้าไปได้ยังไง” อู่หลงอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“ในเมื่อวันนี้ทุกคนได้มารวมตัวกันแล้วพวกเราก็มาประชุมกันเลยดีกว่า ผมมีเรื่องจะพูดคุยกับพวกคุณอยู่พอดี” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

ทุกคนต่างก็มีเรื่องที่รอให้เซี่ยเฟยกลับมาตัดสินใจ ดังนั้นทุกคนจึงเห็นด้วยกับการประชุมในทันที แต่ฉินหมางต้องการที่จะปลีกตัวออกไปเพราะว่าเขาไม่ใช่คนของบริษัทควอนตัม

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมเข้ามาห้ามชายชราไว้แล้วบอกให้เขานั่งฟังการประชุมต่อไปได้อย่างไม่มีปัญหา

“คำสั่งซื้ออุปกรณ์เสริมพลังชาร์จเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยเริ่มถาม

“ความต้องการของกลุ่มทหารน่าทึ่งจริง ๆ คุณลองดูสิว่าพวกเขาสั่งซื้อมาครั้งเดียวเป็นจำนวนมากเท่าไหร่?” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับหยิบเอกสารที่เขาเตรียมไว้ยื่นให้กับเซี่ยเฟย

“100,000 ชุดล่ะมั้ง? ท้ายที่สุดกรมทหารก็เป็นเจ้าของยานรบมากที่สุดในพันธมิตร ความจริงพวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขามียานรบครอบครองอยู่กี่ลำ ขนาดสมาพันธ์จัสทิสที่มีกองยานอยู่เกือบ 200 กองยังสั่งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จไปมากกว่า 2,000 ชุดเลย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างคาดเดาก่อนที่เขาจะอ่านเอกสารของชาร์ลี

“1 ล้านชุด! แค่คำสั่งซื้อแรกของกลุ่มทหารก็เป็นจำนวน 1 ล้านชุดแล้วเหรอ?!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ใช่ครับ ทางกรมทหารสนใจอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จมาก และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังวางแผนที่จะติดตั้งอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จบนยานรบของพวกเขาทุกลำ”

“ถึงแม้ว่ากำไรที่เราขายให้กรมทหารจะไม่มากนัก แต่พวกเราก็ได้กำไรจากอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านสตาร์คอยน์ต่อชุด ถ้าหากพวกเราส่งมอบอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จทั้ง 1 ล้านชุดนี้ได้สำเร็จ มันก็หมายความว่าบริษัทควอนตัมจะได้กำไร 1 ล้านล้านสตาร์คอยน์” ชาร์ลีกล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

คำพูดนี้ทำให้ทุกคนยกเว้นฉินหมาง, พอตเตอร์และอันธรู้สึกตกตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง เพราะนี่คือเงินจำนวน 1 ล้านล้านสตาร์คอยน์ครั้งแรกที่พวกเขาเพิ่งเคยมีโอกาสได้สัมผัส

เซี่ยเฟยแตกต่างจากฉินหมางที่ไม่สนใจเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เพราะเขาต้องคอยระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ ย้อนกลับไปในตอนที่เขาได้ครอบครองเงิน 1 ล้านสตาร์คอยน์เป็นครั้งแรก มันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน และเมื่อยอดเงินในบัญชีทะลุ 1 ล้านล้านสตาร์คอยน์ มันก็กลับมาทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

ในความเป็นจริงค่าใช้จ่ายรายเดือนของเซี่ยเฟยก็ค่อนข้างจะน้อยมากอยู่แล้ว เพราะนอกเหนือจากค่าอาหารอย่างบะหมี่ผัด เซี่ยเฟยก็ชอบที่จะสูบบุหรี่ราคาถูก ๆ เท่านั้น ทำให้ในเดือน ๆ หนึ่งเขาใช้เงินไม่ถึง 10,000 สตาร์คอยน์เลยด้วยซ้ำ

เหนือสิ่งอื่นใดกำไรในก้อนนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะมาเพิ่มเติมความหรูหราให้กับเขา แต่มันคือโอกาสที่จะทำให้เขาสานฝันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

การซื้อสมุนไพรระดับสูงจำเป็นจะต้องใช้เงินทุนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เขายังมีแผนการพัฒนาในเขตทุ่งดาวแห่งความตาย และถึงแม้ว่าแผนการผลิตไททันจะเป็นแผนการที่อยู่ไกลเกินกว่าจินตนาการ แต่มันก็จำเป็นจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อต่อเติมฝันครั้งนี้ให้กลายเป็นจริง

ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงที่เขารักอย่างแอวริลยังมีฐานะทางสังคมที่สูงมาก และถึงแม้ว่าตัวหญิงสาวจะไม่เคยสนใจเรื่องฐานะของเขาเลย แต่เซี่ยเฟยไม่สามารถที่จะมองข้ามเรื่องนี้ไปได้จริง ๆ

“โอ้พระเจ้า! เงินขนาดนั้นซื้อโลกได้หลายสิบใบเลยนะ!! เซี่ยเฟยตอนนี้นายได้กลายเป็นคนรวยระดับพันธมิตรอย่างแท้จริงแล้ว” อู่หลงอุทานขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

***************

จบบทที่ ตอนที่ 338 รวยระดับพันธมิตร

คัดลอกลิงก์แล้ว