เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 337 หยูจื่อเทา

ตอนที่ 337 หยูจื่อเทา

ตอนที่ 337 หยูจื่อเทา


ตอนที่ 337 หยูจื่อเทา

“ถ้าอย่างนั้นตามฉันมา” ชายชราตะโกนออกไปด้วยความโกรธ ก่อนที่จะลากเซี่ยเฟยกลับไปยังคฤหาสน์ของไป๋ห่าว

“คุณจะพาผมไปไหน?”

“ใครที่ทำให้ฉันไม่ได้ครอบครองโกลด์แพนเธอร์ มันก็จะต้องชดใช้!” ชายชราส่งเสียงคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธ

ขณะเดียวกันเมื่อไป๋ห่าวได้เห็นว่าสัตว์อสูรที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับเจ้านายได้หายไป มันก็ทำให้ทั่วทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความโกลาหล

ระหว่างทางเซี่ยเฟยได้พบกับทีมค้นหาของไป๋ห่าวอยู่หลายครั้ง ซึ่งชายชราก็ฆ่าคนพวกนี้โดยไม่พูดอะไรสักคำพร้อมกับมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์

ยิ่งไปกว่านั้นชายชรายังใช้วิธีการตัดหัวศัตรูทั้งหมด มันจึงทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยที่เคยชินกับความตายก็ยังทนรับไม่ได้กับวิธีการอันโหดเหี้ยมของชายชราคนนี้

พลังแม่เหล็กของชายชราแข็งแกร่งกว่าที่เซี่ยเฟยคิดไว้มาก เพราะไม่เพียงแต่อาวุธโลหะจะไม่สามารถทำงานต่อหน้าชายชราได้แล้ว แต่ชายชราคนนี้ยังสามารถควบคุมโลหะทั้งหมดได้ดั่งใจนึกของตัวเองด้วย

โดยระหว่างทางมีศัตรูคนหนึ่งพยายามขว้างมีดมาสังหารชายชราคนนี้ แต่จู่ ๆ มีดก็บินกลับไปทางเดิมและตัดหัวผู้ที่ขว้างมีดออกมาแทน

“พลังแม่เหล็กเป็นพลังที่รับมือได้ยากจริง ๆ และระดับพลังของเขาก็คงจะอยู่ในระดับอีเทอนิตี้เป็นอย่างน้อย ถ้ามีโอกาสนายต้องรีบหนีจากเขาไปซะ” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง

“ถ้าฉันเดาไม่ผิดระยะการควบคุมโลหะของเขาน่าจะมากกว่า 15 กิโลเมตร และถึงแม้ว่ามันจะเกินจากระยะนี้แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะควบคุมโลหะไม่ได้ เพียงแต่ความรุนแรงในการควบคุมโลหะของเขาจะค่อย ๆ ลดลง ดังนั้นถ้าหากว่าฉันต้องการจะหนีออกไปจริง ๆ ฉันจะต้องรีบทิ้งระยะมากกว่า 50 กิโลเมตรในเสี้ยววินาที ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่มีทางหนีรอดออกไปจากเขาได้” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเคร่งเครียดเช่นเดียวกัน

ทันใดนั้นเองขนอุยก็โผล่หน้าออกมาจากกระเป๋าอย่างน่ารักราวกับว่ามันรู้ตัวว่าวันนี้มันได้ทำความผิดลงไปครั้งใหญ่ ดังนั้นมันจึงพยายามเอาอกเอาใจชายหนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยไม่หลงกลมันเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ! ไว้ฉันว่างเมื่อไหร่ฉันคิดบัญชีกับแกแน่” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยเสียงต่ำพร้อมกับใช้นิ้วดันขนอุยกลับเข้าไปในกระเป๋า

“ทำไมเจ้าหนูนี่มันถึงเจ้าเล่ห์นักนะ ไม่รู้ว่ามันไปเรียนรู้มาจากใคร?” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองและตัดสินใจว่าเขาจะสังเกตการเติบโตของขนอุยอย่างใกล้ชิด

เพียงแค่เสียงเรอของมันก็มากพอที่จะทำให้โกลด์แพนเธอร์รู้สึกกลัวจนตายได้แสดงว่าระดับของขนอุยคงจะสูงกว่าที่เขาคิด แต่ถ้าหากว่ามันเติบโตขึ้นไปโดยมีนิสัยอันชั่วร้าย เขาก็จะสังหารมันโดยไม่ลังเล

หลังจากนั้นไม่นานเซี่ยเฟยกับชายชราก็กลับมาถึงคฤหาสน์ของไป๋ห่าว

“เข้าไปข้างใน มาดูซิว่าสิ่งที่นายพูดเป็นความจริงหรือเปล่า” ชายชรากล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่คฤหาสน์

ฟุบ!

พริบตาต่อมาพวกเขาทั้งสองคนก็พุ่งตัวเข้าไปในคฤหาสน์โดยตรง ก่อนที่จะเริ่มสังหารทุกคนที่ขวางหน้าจนทำให้ทั่วทั้งคฤหาสน์ถูกย้อมไปด้วยเลือด

ปัง!

ชายชราถีบประตูคุกใต้ดินอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจะได้พบว่ากรงที่เคยขังโกลด์แพนเธอร์เอาไว้ถูกรองด้วยหญ้าแห้งที่สกปรก ในขณะที่ทั่วทั้งห้องขังมีกลิ่นเหมือนกับท่อน้ำทิ้ง และไม่ไกลจากบริเวณนั้นก็มีเศษเนื้อติดกระดูกถูกทิ้งขว้างเอาไว้อยู่จริง ๆ

“ผู้อาวุโสลองดูสิพวกเขาขังโกลด์แพนเธอร์เอาไว้ในสถานที่โสโครกแบบนี้ได้ยังไง นอกจากนี้ผมยังเห็นด้วยตาของตัวเองว่าชายหัวโล้นที่เป็นคนเฝ้าโกลด์แพนเธอร์ไว้ยังเอาเท้าเหยียบเศษเนื้อพวกนั้นซ้ำ ๆ ก่อนที่จะเอาเศษอาหารพวกนั้นมาให้มันกิน”

“น่าเสียดายที่โกลด์แพนเธอร์เป็นสัตว์อสูรที่รักศักดิ์ศรีมาก ดังนั้นมันจึงไม่ยอมกินอาหารไม่ว่าชายหัวโล้นคนนั้นจะพยายามบังคับมันแค่ไหนก็ตาม แต่ชายหัวโล้นก็ยังพยายามอ้าปากของมันก่อนที่จะบังคับให้มันกินเศษเนื้อพวกนั้นเข้าไป”

เซี่ยเฟยพยายามเล่าเหตุการณ์โดยใส่สีตีไข่จนทำให้เรื่องดูแตกต่างไปจากความเป็นจริง

ยิ่งชายหนุ่มได้เล่าเหตุการณ์ที่เขาเห็นออกไปมากเท่าไหร่ ใบหน้าของชายชราก็ยิ่งเขียวคล้ำไปด้วยความโกรธมากขึ้นเท่านั้น

“ไอ้สารเลวพวกนี้กล้าดียังไงมาทำกับโกลด์แพนเธอร์ของฉันแบบนี้!!” ชายชราส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธ ซึ่งในเวลาต่อมาโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ก็ได้เกิดขึ้นกับคฤหาสน์ของไป๋ห่าว

หลังจากสังหารคนทั่วทั้งคฤหาสน์ชายชราก็เผาคฤหาสน์ทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใยเพื่อกำจัดร่องรอยและซากศพทั้งหมด

ชายชราเดินออกจากคฤหาสน์ด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง ซึ่งเซี่ยเฟยก็ต้องเดินตามชายชราไปอย่างระมัดระวังและเตรียมพร้อมที่จะหาโอกาสหลบหนีออกไปทุกเมื่อ

“ดูเหมือนว่าฉันจะมองนายผิดไปจริง ๆ ที่แท้มันเป็นไอ้สารเลวพวกนั้นต่างหากที่เป็นคนพรากโกลด์แพนเธอร์ของฉันไป” ชายชรากล่าวโดยยังคงมีอารมณ์หงุดหงิดหลุดออกมาในน้ำเสียง

“ผู้อาวุโสไหน ๆ คุณก็ได้ล้างแค้นให้กับโกลด์แพนเธอร์แล้ว ผมคิดว่าตอนนี้คุณควรจะต้องยอมปล่อยมันไปได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฟยพยายามกล่าวปลอบใจชายชรา

อันธที่รับฟังบทสนทนาอยู่ข้าง ๆ ทำได้เพียงแต่ส่ายหัวให้กับการแสดงของเซี่ยเฟย ซึ่งในความเป็นจริงท่าทางของเซี่ยเฟยก็ไม่แตกต่างจากขนอุยมากนัก ทำให้อันธเริ่มคิดแล้วว่าขนอุยอาจจะเรียนรู้วิธีการเหล่านี้มาจากเจ้านายของมันก็ได้

“ฉันชื่อหยูจื่อเทา แต่เพราะว่าฉันมักจะไปไหนมาไหนสายอยู่เสมอ ฉันจึงได้รับฉายาว่า ‘ตาสาย’ คราวนี้ฉันก็อุตส่าห์รีบมาทันทีที่ได้รับข่าว แต่ฉันก็ไม่คิดเลยว่าฉันจะยังคงมาสายไปหนึ่งก้าวอยู่เหมือนเดิม” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

“ตาสาย?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาภายในใจ และแอบคิดว่าเรื่องนี้ออกจะเป็นเรื่องตลกร้ายอยู่เล็กน้อย เพราะทุกคนน่าจะเคยไปสายอยู่บ้างแต่มันก็คงจะไม่มีใครไปไหนมาไหนสายไปตลอดชีวิต

“ผมชื่อเซี่ยเฟยครับ” เซี่ยเฟยแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม

“ทำไมชื่อนี้มันถึงฟังดูคุ้น ๆ นักนะ” หยูจื่อเทาผงะไปเล็กน้อยหลังจากได้ยินชื่อของเซี่ยเฟย

“ก่อนหน้านี้ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันโกลเดนฟิงเกอร์และบังเอิญได้ก่อเรื่องขึ้นมานิดหน่อย ผู้อาวุโสอาจจะได้ยินชื่อของผมมาจากที่นั่นก็ได้ครับ”

“ไม่ใช่ ฉันไม่เคยสนใจโกลเดนฟิงเกอร์”

“บางทีมันอาจจะเป็นเพราะว่าบริษัทของผมได้รับเลือกให้กลายเป็นซัพพลายเออร์ระดับ A ของกองทัพ และคุณก็บังเอิญได้ยินชื่อของผมมาจากข่าว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยความเขินอายอยู่เล็กน้อย

“ไม่ ฉันไม่เคยฟังข่าวเกี่ยวกับทหาร”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะเรื่องทั้งสองเรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้คนรู้จักชื่อของเขามากที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าหากว่าหยูจื่อเทาไม่ได้รู้จักเขาจากเรื่องพวกนี้ ชายชราก็คงจะสับสนจำชื่อเขาสลับกับใครบางคนอยู่แน่ ๆ

“อ๋อ! ฉันจำได้แล้ว นายคือลูกศิษย์ของฉินหมางนั่นเอง” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับตบหน้าผากของตัวเองอย่างรุนแรง

“ฉินหมาง? ผู้อาวุโสรู้จักคุณตาฉินหมางด้วยเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสงสัย

“เด็กฉลาดที่มีพลังสายความเร็ว... ใช่แล้ว ๆ นายจะต้องเป็นลูกศิษย์ที่มีอายุน้อยที่สุดของฉินหมางแน่ ๆ” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟยอย่างมีความสุข

“เมื่อวานนี้ฉันไปหาย่าเหวยมาและฉันก็ได้พูดคุยเรื่องของนายกับเขาอยู่นิดหน่อย ฉันเลยอยากจะเจอกับนายเป็นการส่วนตัว แต่ระหว่างทางฉันบังเอิญได้ยินข่าวเรื่องโกลด์แพนเธอร์ฉันจึงรีบมาที่ดาวดวงนี้ ก่อนไม่คิดเลยว่าฉันจะบังเอิญได้มาเจอกับนายที่ดาวดวงนี้จริง ๆ”

“เมื่อก่อนฉัน, ฉินหมาง, ทูราม, มอร์ริสและซูฟาง เคยถูกเรียกว่า 5 พยัคฆ์แห่งสมาพันธ์จัสทิส ในตอนนั้นพวกเรายังหนุ่มและค่อนข้างเอาแต่ใจทำให้พวกเราสร้างปัญหาขึ้นมาอย่างมากมาย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราทั้งห้าคนก็ค่อนข้างดีจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกันเลยก็ว่าได้” หยูจื่อเทากล่าวอย่างตื่นเต้น

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับเพราะเขาก็เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าตอนหนุ่ม ๆ ฉินหมางเป็นคนที่มีอารมณ์ร้ายมากพอสมควร และแม้แต่ทูรามเองก็เคยได้รับแผลเป็นมาจากฉินหมางด้วยเช่นเดียวกัน

“นายเคยได้ยินเรื่อง 5 พยัคฆ์มาก่อนหรือเปล่า?” หยูจื่อเทากล่าวถามอย่างภาคภูมิใจ

เซี่ยเฟยส่ายหัวเป็นคำตอบ

“นายไม่เคยได้ยินเรื่องนี้เหรอ… เมื่อก่อนพวกเราแต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ต่อสู้ตามอารมณ์อย่างไม่มีเหตุผล คนในสมาพันธ์จึงเริ่มเรียกพวกเราว่า 5 พยัคฆ์เพราะพวกเรามีทั้งความห้าวหาญและความแข็งแกร่งเปรียบเสมือนกับพยัคฆ์ทั้งห้าคน” หยูจื่อเทาเริ่มเล่าประวัติขึ้นมาอย่างไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อได้เห็นว่าเซี่ยเฟยไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของตัวเอง

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่คิดว่าคำว่า 5 พยัคฆ์คือคำชม แต่เขาก็จำเป็นจะต้องพูดคุยด้วยรอยยิ้มและคอยรับฟังหยูจื่อเทาเล่าเรื่องสมัยเมื่อตอนที่เขายังเป็นหนุ่ม

“ถึงแม้ว่าพวกฉินหมางจะชอบการถือครองอำนาจแต่ฉันเป็นพวกชอบเที่ยวอยู่ด้านนอกมากกว่า ย้อนกลับไปตอนสมัยที่ฉันยังอยู่ในสมาพันธ์ฉันก็มักที่จะถูกตำหนิเพราะว่าฉันมาสายอยู่เสมอ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจลาออกมาเที่ยวเล่นอย่างอิสระ ดูเหมือนหลังจากที่พวกเรามีอายุมากขึ้นชื่อเสียงของ 5 พยัคฆ์ก็เริ่มที่จะเลือนลางไปทุกที” หยูจื่อเทากล่าวอย่างเศร้าสร้อย

“นายรู้ไหมว่าฉินหมางกับทูรามพยายามเสนอชื่อนายให้เข้าร่วมกับสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้ แต่โชคไม่ดีที่มีใครบางคนพยายามขัดขวางความก้าวหน้าของนายเอาไว้”

“ผมเคยได้ยินเรื่องสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้มาบ้างครับ แต่ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องที่คุณตาเสนอชื่อผมให้เข้าร่วมกับสมาพันธ์เลย นอกจากนี้ผมก็ไม่ใช่ลูกศิษย์ของคุณตาฉินหมาง แต่เป็นเพียงแค่ลูกน้องในระหว่างที่เขาทำงานอยู่ในห้องสมุดเท่านั้นครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างนายกับฉินหมางหรอก แต่นายต้องเข้าใจว่าการได้เข้าร่วมสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้เทียบเท่ากับการได้เข้าร่วมสมาพันธ์นักสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพันธมิตร ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักสู้หลาย ๆ คน หลังจากที่ฉินหมางกลับมาจากความตายได้ในคราวนี้เขาก็ตั้งใจที่จะให้นายเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในสมาพันธ์จัสทิสไปอีก 2-3 ปี ก่อนที่จะให้นายเข้าไปเติบโตในสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้” หยูจื่อเทากล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบไปหลังจากที่ได้ฟังคำอธิบาย ท้ายที่สุดเป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือการพยายามเพิ่มฐานอำนาจของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้ตัดสินใจมาตั้งนานแล้วว่าเขาจะไม่พึ่งพาสมาพันธ์จัสทิสหรือสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้ เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือการสร้างฐานอำนาจขึ้นมาด้วยความแข็งแกร่งของตัวเอง

ในจักรวาลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันแปลกประหลาดคนที่สามารถจะอยู่รอดต่อไปได้ก็มีเพียงแต่คนที่พึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวเอง ท้ายที่สุดเขาก็เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาก่อนแล้วว่าการแข่งขันอย่างลับ ๆ ภายในสมาพันธ์จัสทิสเป็นเรื่องที่เน่าเฟะมากแค่ไหน และถ้าหากว่าเขาต้องเข้าไปอยู่ในสมาพันธ์เขาก็ต้องคอยระแวงว่าสักวันหนึ่งจะมีคนมารอแทงข้างหลังเขาอยู่ตลอดเวลา แล้วเขาจำเป็นจะต้องมีชีวิตที่ต้องคอยระวังและระแวงอยู่ตลอดเวลาแบบนั้นด้วยเหรอ?

แม้การพึ่งพาต้นไม้ใหญ่จะทำให้เราได้เพลิดเพลินไปกับร่มเงา แต่ต้นไม้ใหญ่อย่างสมาพันธ์จัสทิสไม่ได้มีเพียงแค่ร่มเงาให้เขาได้พึ่งพิงเท่านั้น แต่มันยังมีระเบิดแอบฝังเอาไว้ภายใต้รากฐานของมันอีกด้วย!!

เส้นทางแห่งความสำเร็จมีอยู่มากมายหลายหมื่นหลายพันเส้นทาง และถึงแม้ว่าเขาจะเลือกเดินในเส้นทางที่ยากลำบาก แต่การเติบโตในที่โล่งมันย่อมทำให้เขาแข็งแกร่งมากกว่าการเติบโตภายใต้ต้นไม้ใหญ่

‘สักวันหนึ่งฉันจะต้องแข็งแกร่งพอที่จะเป็นคนคอยควบคุมชีวิตของตัวเอง!’ เซี่ยเฟยตั้งปณิธานขึ้นมาภายในใจ

ถึงแม้ว่าหยูจื่อเทาจะมีอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้แต่เขาก็ถือว่าเป็นคู่คิดที่ดี เพราะหลังจากที่พูดคุยกันต่อไปเพียงแค่ไม่นาน ชายชราคนนี้ก็ช่วยเซี่ยเฟยวางแผนไม่ให้เขาไปเข้าร่วมกับสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้

เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากลาเซี่ยเฟยก็หยิบกระป๋องชาจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติเพื่อให้เป็นของขวัญแก่ชายชรา ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เขาทำจนติดกลายเป็นนิสัยประจำตัวของเขาไปแล้ว

หยูจื่อเทาไม่เคยเห็นใครที่สุภาพเหมือนกับเซี่ยเฟยมาก่อน แล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกมีความสุขราวกับเซี่ยเฟยได้มอบเงินทองมากมายมหาศาลมาให้กับเขา

“เอาล่ะในฐานะของผู้อาวุโส ฉันก็ควรจะต้องมอบของขวัญในฐานะที่พวกเราได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก นี่คือบัตรผ่านเข้าสู่งานเทศกาลของสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้ในปีนี้ ถึงยังไงฉันก็เป็นพวกสายเสมอตลอดชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะอยู่กับฉันแต่มันก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ไร้ประโยชน์” หยูจื่อเทากล่าวพร้อมกับมอบป้ายโลหะทรงกลมให้กับชายหนุ่ม

“งานเทศกาลของสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจว่างานนี้มันคืองานเทศกาลอะไรกันแน่

“มันเป็นงานแลกเปลี่ยนสินค้าของสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้ที่จะจัดขึ้นทุก ๆ 3 ปี ซึ่งสินค้าที่นำมาแลกเปลี่ยนภายในงานถือได้ว่าเป็นสินค้าระดับสูงสุดในพันธมิตร และถึงแม้ว่านายจะไม่มีเงินซื้อของพวกนั้นแต่นายก็เข้าไปเปิดหูเปิดตาภายในงานได้”

***************

กว่าจะนึกออกว่ารู้จักชื่อพี่เฟยจากไหนก็เอาซะพี่เฟยยิ้มเขินไปหลายรอบเลย 5555

จบบทที่ ตอนที่ 337 หยูจื่อเทา

คัดลอกลิงก์แล้ว