- หน้าแรก
- มีมิติสรรพสิ่งทั้งที ข้าขอฝึกตนแบบอัตโนมัติแล้วกัน
- บทที่ 2 - ชาติหน้าขอระบบไร้เทียมทานให้ข้าเถิด
บทที่ 2 - ชาติหน้าขอระบบไร้เทียมทานให้ข้าเถิด
บทที่ 2 - ชาติหน้าขอระบบไร้เทียมทานให้ข้าเถิด
บทที่ 2 - ชาติหน้าขอระบบไร้เทียมทานให้ข้าเถิด
"ของวิเศษของข้าจะเป็นอะไรหนอ จะเป็นแหวนที่มีท่านปู่อยู่ข้างใน หรือจะเป็นสาวงามชุดขาวที่สิงสถิตอยู่ในกระบี่ หรือจะเป็นอย่างอื่น"
เฉินเจ๋อสำรวจดูทั่วร่างกาย แต่กลับว่างเปล่า
"ไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย หรือว่าจะเป็นระบบ"
เฉินเจ๋อลองเอ่ยถามกับความว่างเปล่าดู "ระบบ เจ้าอยู่หรือไม่"
หลังจากถามออกไป เฉินเจ๋อก็รออยู่ครึ่งค่อนวัน
ในสมองไม่มีการตอบรับใดๆ และไม่มีหน้าต่างข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้า
"ดูท่าจะจบเห่แล้วจริงๆ แม้แต่ระบบก็ยังไม่มี"
"ลาก่อน โลกฝึกตนอันเสื่อมโทรมนี้ การเริ่มต้นแบบนี้มันยากเกินไป ข้าไม่เล่นด้วยแล้ว"
ว่าแล้ว เฉินเจ๋อก็เริ่มมองหาอุปกรณ์สำหรับฆ่าตัวตายภายในบ้าน
ไม่จำเป็นต้องรื้อค้นหีบห่อให้วุ่นวาย บ้านทั้งหลังมองปราดเดียวก็เห็นหมด แม้แต่เชือกป่านสักเส้นยังไม่มี จะผูกคอตายก็ทำไม่ได้
"วิ่งชนกำแพงดีไหม"
เฉินเจ๋อมองดูผนังห้องทั้งสี่ด้าน แล้วส่ายหน้า ล้มเลิกความคิดนี้
บนผนังเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวราวยากไย่แมงมุม เขาเกรงว่าหากชนเข้าไปตูมเดียว คนยังไม่ทันตาย กำแพงจะพังลงมาทับเสียก่อน
"งั้นตักน้ำมา กดน้ำตายดีไหม"
ถ้วยชามกะละมังเก่าๆ ชุดหนึ่ง เป็นเครื่องใช้เพียงอย่างเดียวที่เฉินเจ๋อมองเห็นในห้อง
เฉินเจ๋อหยิบกะละมังขึ้นมาดูใบหนึ่ง
"บ้าเอ๊ย รั่วอีก"
"จะตายมันยากเย็นขนาดนี้เชียวหรือ"
"เอ๊ะ แล้วชาติที่แล้วข้าตายอย่างไรนะ"
เฉินเจ๋อเริ่มจมดิ่งลงสู่ความทรงจำในชาติก่อน
ครู่ต่อมา
"ปัดโธ่ นึกอะไรไม่ออกสักอย่าง"
"ช่างเถอะ ไม่สำคัญแล้ว คิดหาวิธีหลุดพ้นจากความทุกข์ระทมนี้ดีกว่า"
เฉินเจ๋อเดินไปที่ข้างเตียงเก่าคร่ำครึ "หรือจะใช้ผ้าห่มเน่าๆ นี้อุดจมูกตัวเองให้ตาย"
เฉินเจ๋อลังเลที่จะยื่นมือไปหยิบผ้าห่ม พอจะก้มลง กลิ่นเหม็นเน่าก็โชยมาปะทะจมูก จนเขาต้องผงะถอยหลัง
"ให้ตายเถอะ เหม็นเปรี้ยวชะมัด"
การถอยหลังครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ เฉินเจ๋อรู้สึกเหมือนสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง ร่างกายหงายหลังล้มตึงลงไปทันที
ได้ยินเพียงเสียง "ปัง!" ท้ายทอยกระแทกพื้นเต็มแรง
เฉินเจ๋อรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว เหมือนมีของเหลวไหลซึมออกมา
ภาพเบื้องหน้ามืดดับลง
"จะตายง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ"
เฉินเจ๋อคาดไม่ถึงเลยว่า การตายมันช่างง่ายดายปานนี้
แต่ก็เอาเถอะ หลุดพ้นเสียที
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในสมองของเฉินเจ๋อ เบื้องหน้าส่องประกายด้วยแสงสีขาว
"ติ๊ง โฮสต์ยังมีชะตาไม่ถึงฆาต โลกใบนี้ยังรอให้เจ้ามาช่วยกอบกู้ ระบบมิติสรรพสิ่งผูกมัดสำเร็จ"
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เฉินเจ๋อก็ลืมตาโพลงขึ้นทันที พลางยกมือลูบท้ายทอยที่ยังเจ็บแปลบ
"โลกใบนี้ยังรอให้ข้าไปช่วยกอบกู้? ข้าว่าข้าช่วยตัวเองก่อนดีกว่ากระมัง"
"ระบบมิติสรรพสิ่ง? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแฮะ"
ทันใดนั้น หน้าต่างข้อความก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเจ๋อ
ชื่อ: เฉินเจ๋อ
ฐานะการบำเพ็ญเพียร: กลั่นลมปราณชั้นที่ 2 (50/100)
พรสวรรค์: รากปราณธาตุดินระดับต่ำ
วิชาบำเพ็ญเพียร: บันทึกเร้นสวรรค์ (ขั้นต้น) 1/100
เคล็ดวิชา: วิชาจุดไฟ (ขั้นต้น) 1/100
มิติสรรพสิ่ง: ระดับ 1
"สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนจริงๆ ในที่สุดระบบก็มา"
เมื่อดูหน้าต่างระบบ ก็พบว่าเป็นรูปแบบที่คุ้นเคย สูตรสำเร็จที่คุ้นตา
"ระบบ เจ้าอยู่ไหม"
ไม่มีการตอบรับ
เฉินเจ๋อส่ายหน้า "ดูท่าจะเป็นระบบที่สื่อสารไม่ได้ ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองสินะ"
ฐานะการบำเพ็ญเพียรและพรสวรรค์ เขารู้อยู่แล้วจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เรื่องนี้ไม่ต้องดู
"คำว่าขั้นต้นกับตัวเลขพวกนี้หมายความว่าอย่างไร"
"ลองดูหน่อยไหม"
เฉินเจ๋อมองดูหน้าต่างระบบอย่างใช้ความคิด
จากนั้น เฉินเจ๋อก็เริ่มทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
"วิชาจุดไฟ เหมือนจะต้องทำแบบนี้"
วิชาจุดไฟนี้เป็นเคล็ดวิชาเดียวที่เจ้าของร่างเดิมเรียนรู้มาจากสำนักเมฆาล่อง ที่สอนเคล็ดวิชานี้ให้ ก็เพื่อความสะดวกในการก่อไฟหุงหาอาหารเท่านั้น
เฉินเจ๋อใช้วิชาจุดไฟตามความทรงจำ ทันใดนั้น ที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวาก็ปรากฏเปลวไฟเล็กๆ ขึ้นมา
"ให้ตายสิ นี่มันก็แค่เครื่องจุดไฟไม่ใช่หรือ แค่นี้? ก็นับว่าเป็นเคล็ดวิชาแล้วหรือ"
"ช่างเถอะ ไม่สำคัญ อย่างไรก็มีระบบแล้ว ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีเคล็ดวิชาระดับสูงในภายหน้าอีกหรือ"
ต่อมา เฉินเจ๋อก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอีกครั้ง
ชื่อ: เฉินเจ๋อ
ฐานะการบำเพ็ญเพียร: กลั่นลมปราณชั้นที่ 2 (50/100)
พรสวรรค์: รากปราณธาตุดินระดับต่ำ
วิชาบำเพ็ญเพียร: บันทึกเร้นสวรรค์ (ขั้นต้น) 1/100
เคล็ดวิชา: วิชาจุดไฟ (ขั้นต้น) 2/100
มิติสรรพสิ่ง: ระดับ 1
"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ขอแค่ใช้งานหนึ่งครั้ง ตัวเลขก็จะเพิ่มขึ้น 1 แต้ม
ดูท่า คำว่าขั้นต้นนี้ก็คือความเชี่ยวชาญ ส่วนตัวเลขด้านหลังคือจำนวนครั้งที่ใช้ ขอแค่ใช้ครบ 100 ครั้ง วิชาจุดไฟก็น่าจะเลื่อนระดับได้"
เมื่อเข้าใจกระจ่างแล้ว เฉินเจ๋อก็ยังไม่รีบร้อนใช้วิชาจุดไฟต่อ
เพราะที่ด้านล่างสุดของหน้าต่างระบบ ยังมีคำว่า "มิติสรรพสิ่งระดับ 1" อยู่
เฉินเจ๋อยังจำได้ ตอนที่ระบบผูกมัด มันบอกว่าเป็นระบบมิติสรรพสิ่ง
"ถ้าเช่นนั้น 'มิติสรรพสิ่ง' นี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
"เพียงแต่ มันใช้งานอย่างไร" เฉินเจ๋อสงสัยในใจ ลองใช้จิตจินตนาการดู
เวลานั้น ข้อความชุดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเจ๋อ
"คำแนะนำ: มิติสรรพสิ่งสามารถบรรจุสรรพสิ่งได้ โฮสต์สามารถเลือกใช้จิตเข้าไปตรวจสอบมิติสรรพสิ่ง หรือจะเลือกให้ร่างต้นหรือสิ่งมีชีวิตเข้าไปในมิติสรรพสิ่งก็ได้
โฮสต์โปรดระวัง หากร่างต้นหรือสิ่งมีชีวิตเข้าไปในมิติสรรพสิ่ง ทุก 10 นาที จะต้องใช้หินปราณระดับต่ำ 1 ก้อน
มิติสรรพสิ่งสามารถเลื่อนระดับได้ การเลื่อนระดับครั้งต่อไปต้องใช้หินปราณ 1,000 ก้อน"
เมื่ออ่านคำแนะนำบนหน้าต่างระบบ เฉินเจ๋อก็ครุ่นคิด
"ร่างต้นก็เข้าไปในมิติสรรพสิ่งได้หรือ นี่นับเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยม เป็นที่หลบภัยชั้นยอดเลยทีเดียว
เพียงแต่ แพงขนาดนี้เชียวหรือ สิบนาทีต้องใช้หินปราณระดับต่ำ 1 ก้อน หน้าเลือดเกินไปแล้ว"
เฉินเจ๋อจำได้ว่า ตอนที่เจ้าของร่างเดิมออกมาจากสำนักเมฆาล่อง มีหินปราณระดับต่ำติดตัวมาทั้งหมดแค่ 10 ก้อน
หินปราณระดับต่ำ 10 ก้อนนี้ ก็เป็นเงินที่เจ้าของร่างเดิมประหยัดอดออมมาตลอดเวลาสิบห้าปี
น่าเสียดาย หินปราณ 10 ก้อนนี้ ถูกเจ้าของร่างเดิมเอาไปซื้อเหล้าผลาญจนหมดเกลี้ยงแล้ว
เฉินเจ๋อส่ายหน้าถอนหายใจ แล้วเลือกใช้จิตเข้าไปตรวจสอบมิติสรรพสิ่ง
จิตของเฉินเจ๋อเข้าสู่มิติสรรพสิ่ง ในสมองราวกับปรากฏโลกใบหนึ่งขึ้นมา
ตัวเขาเองก็เหมือนยืนอยู่ในโลกใบนี้ เพียงแต่ร่างกายดูเลือนราง
เงยหน้าขึ้นเห็นท้องฟ้าสีครามเมฆสีขาว ใกล้ตัวมีดอกไม้ใบหญ้าและต้นไม้ ไกลออกไปมีภูเขาลำธาร
เพียงแต่ ภูเขาลำธารในระยะไกลล้วนถูกปกคลุมด้วยหมอกบางๆ มองเห็นไม่ชัดเจน
พื้นที่ที่มองเห็นได้ชัดเจนมีเพียงประมาณ 500 ตารางเมตร
ในพื้นที่ 500 ตารางเมตรนี้ ลำพังอาคารทรงโบราณสองชั้นหลังหนึ่ง ก็กินพื้นที่ไปเกือบ 300 ตารางเมตรแล้ว
เฉินเจ๋อเดินสำรวจรอบมิติสรรพสิ่ง นอกจากอาคารหลังนั้น ก็มีเพียงแปลงนาผืนหนึ่ง
สถานที่อื่นๆ เฉินเจ๋ออยากจะเข้าไปดู แต่กลับถูกม่านหมอกขวางกั้นไว้
หมอกนั้นเปรียบเสมือนกำแพงธรรมชาติที่กั้นเขาไว้ภายนอก
ที่นานี้ยังถูกแบ่งออกเป็น 10 แปลง แต่ละแปลงกว้างยาว 1 เมตร และอยู่ในสภาพที่พรวนดินเตรียมไว้พร้อมแล้ว เพียงแต่ในนายังไม่ได้ปลูกอะไร
เมื่อเห็นที่นานี้ เฉินเจ๋อก็รู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน
ตอนที่เจ้าของร่างเดิมทำนาอยู่ในสำนักเมฆาล่อง สวนสมุนไพรระดับสูงที่เคยเห็น ก็แบ่งแปลงเช่นนี้เหมือนกัน
ที่นาแต่ละแปลงจะปลูกสมุนไพรวิเศษเพียงต้นเดียว เพื่อให้สมุนไพรดูดซับสารอาหารได้อย่างเต็มที่
ความฝันของเจ้าของร่างเดิม คือการได้ไปปลูกสมุนไพรในสวนสมุนไพรระดับสูง
"หรือว่าจะต้องทำนาอีกแล้ว เจ้าของร่างเดิมก็ทำนามาทั้งชีวิต การทำนามันไม่มีอนาคตนะ!"
เฉินเจ๋อละสายตา หันไปมองอาคารเพียงหลังเดียว ภายนอกอาคารแกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ดูโอ่อ่าภูมิฐานยิ่งนัก
เมื่อมองเข้าไปใกล้ ประตูใหญ่ของอาคารปิดสนิท ระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสอง มีป้ายชื่อแขวนอยู่ เขียนอักษรตัวใหญ่สี่ตัวว่า ร้านค้าสรรพสิ่ง
สองฝั่งประตูใหญ่ ยังมีคำกลอนคู่แขวนอยู่
การค้ายิ่งใหญ่เทียมฟ้าเชิญท่านเลือกสรร
รับซื้อสรรพสิ่งผู้มาเยือนไม่เคยปฏิเสธ
"ร้านค้าสรรพสิ่งรึ ดูท่า นี่คงเป็นร้านค้าของระบบ เพียงแต่มันปรากฏออกมาเป็นรูปร่าง"
ข้อความในคำกลอนคู่ระบุไว้ชัดเจนแล้ว
ร้านค้าสรรพสิ่งมีขายทุกอย่าง และยังรับซื้อสิ่งของทุกชนิด
เพียงแค่คิด เฉินเจ๋อก็เตรียมจะผลักประตูร้านค้าสรรพสิ่งเข้าไปดู
ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเจ๋ออีกครั้ง
"การเปิดใช้งานร้านค้าสรรพสิ่ง ต้องใช้หินปราณระดับต่ำ 100 ก้อน"
เมื่อเห็นข้อความนี้ สีหน้าของเฉินเจ๋อก็มืดครึ้มลงทันที
"ช่างมันเถอะ พังทลายไปซะ!"
"ระบบมิติสรรพสิ่งนี่มันตัวผลาญหินปราณชัดๆ!"
"อะไรๆ ก็จะเอาแต่หินปราณ ข้าจะไปเอาหินปราณมาจากไหน"
"อ้าปากก็ขอตั้ง 100 ก้อน ทำไมเจ้าไม่ไปปล้นเสียเลยเล่า"
"ชาติหน้าขอระบบไร้เทียมทานให้ข้าเถิด!"