เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 289 การแข่งที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ

ตอนที่ 289 การแข่งที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ

ตอนที่ 289 การแข่งที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ


ตอนที่ 289 การแข่งที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ

เซี่ยเฟยต้องคุยธุระตลอดทั้งคืนและกว่าจะได้กลับมาที่หอพักของการแข่งโกลเดนฟิงเกอร์ก็เป็นเวลาเช้าแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายให้รู้สึกสดชื่น ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังอาบน้ำเขาก็เช็คข่าวความคืบหน้าของการแข่งขันในปัจจุบันไปด้วย

“นายขาดการแข่งไป 5 วันทำให้คอนสแตนตินมีคะแนนแซงหน้าไปมากกว่า 9,000 คะแนน แม้แต่หลี่โม่ก็มีคะแนนนำหน้าคอนสแตนตินไปเหมือนกัน ดูเหมือนว่าในคราวนี้นายคงจะไม่มีสิทธิ์ได้เป็นแชมป์ของการแข่งขันแล้ว” อันธกล่าวหลังจากได้เห็นตารางคะแนนในปัจจุบัน

“อย่าลืมสิจุดประสงค์หลักของฉันในครั้งนี้คือการโฆษณาอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จ และตราบใดก็ตามที่ฉันยังไม่พลาดการแข่งดัดแปลงยานรบ การแข่งขันรายการอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยสำคัญสำหรับฉันเท่าไหร่นัก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

“มันไม่สำคัญตรงไหน หลี่โม่ได้ท้าทายนายซึ่ง ๆ หน้าซึ่งถ้าหากว่านายแพ้มันก็คงจะทำให้นายรู้สึกอับอาย” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปและแน่นอนว่าเขาไม่มีทางปล่อยนายน้อยคนนี้ไปอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้เขาจะต้องทำตามแผนงานดั้งเดิมที่ได้เตรียมเอาไว้ ซึ่งการแข่งขันยังเหลืออีกหลายวันและมันก็ยังไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สามารถพลิกคะแนนกลับมาได้

แอวริลเดินทางมาถึงงานแข่งตรงเวลากับที่เธอได้นัดแนะเซี่ยเฟยเอาไว้ ชายหนุ่มจึงรับประทานอาหารกับเธอในร้านอาหารง่าย ๆ ก่อนที่จะเดินทางไปยังสนามแข่งขันเคียงข้างกัน

แอวริลชอบอาหารทั่ว ๆ ไปแบบนี้มาก เพราะมันต่างจากอาหารที่เธอกินประจำในคฤหาสน์อย่างสิ้นเชิง ส่วนทางด้านของเซี่ยเฟยก็สามารถจะกินอะไรก็ได้ขอแค่มันช่วยเติมเต็มความอิ่มท้องของเขาได้ก็พอ

เมื่อเซี่ยเฟยได้เดินเข้าไปในสนามแข่งขันเขาก็ได้พบกับคนที่กำลังส่งเสียงดังอยู่นอกเวที และเมื่อชายหนุ่มได้เดินเข้าไปใกล้เขาก็ได้พบว่าคนที่กำลังเถียงอยู่กับเจ้าหน้าที่นั้นก็คือเฉินตง

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมต้องทะเลาะกันเสียงดังขนาดนั้นด้วย” เซี่ยเฟยเริ่มทักทายสหายของเขาก่อน

“คนพวกนี้บอกว่าฉันแต่งตัวไม่สุภาพและไม่ยอมให้ฉันเข้าไปข้างใน” เฉินตงพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ

ปัจจุบันเฉินตงสวมกางเกงขาสั้นเปลือยท่อนบนและห้อยสร้อยลูกปัดสีดำขนาดใหญ่อยู่บนหน้าอก ซึ่งถือว่าเป็นการแต่งตัวตามปกติทุกครั้งที่เขาอยู่ในค่าย

“นายอย่าลืมว่าตอนนี้เราอยู่ในนครหลวง มันเลยมีกฏข้อบังคับมากกว่าในภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่ ฉันขอแนะนำว่าให้นายใส่เสื้อผ้าให้ดี ๆ จะดีกว่า ฉันเห็นผู้หญิงพวกนั้นกำลังจ้องมาที่ร่างกายของนายอยู่” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเฉินตงมองไปตามสายตาของเซี่ยเฟยเขาก็ได้พบกับผู้หญิงหลายคนที่กำลังจ้องมองมาที่ร่างกายของเขาอย่างหลงใหล จนทำให้ร่างของเฉินตงสั่นไปทั่วทั้งตัว เพราะท้ายที่สุดเขาก็กลัวผู้หญิงมากที่สุด และทุกครั้งที่เขาพูดคุยกับผู้หญิงเขาก็มักจะพูดคุยด้วยเสียงที่ติดอ่าง

แน่นอนว่าเยว่เกอถือเป็นข้อยกเว้น

“ได้ ๆ ฉันจะรีบใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลย” เฉินตงพูดขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นเขาก็หยิบเสื้อกั๊กแขนสั้นออกมาจากแหวนมิติเพื่อปิดกล้ามเนื้อส่วนบนของเขาเอาไว้

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือมันมีรูปยีราฟปักอยู่บนเสื้อกั๊ก มันจึงทำให้เสื้อกั๊กตัวนี้ดูเหมือนเสื้อกั๊กของเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

ในจักรวาลนี้ไม่มีทางที่คนคนหนึ่งจะเก่งกาจไปทุก ๆ อย่าง ซึ่งเฉินตงถือว่าเป็นอัจฉริยะสำหรับการสู้รบ แต่สำหรับเรื่องการแต่งตัวหรือเรื่องผู้หญิงต้องเรียกได้ว่าชายคนนี้มีความรู้เป็นศูนย์ เพราะเมื่อเขาได้เข้าไปในร้านเสื้อผ้าเขาก็ได้หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแบบสุ่มโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสื้อกั๊กตัวนี้เป็นเสื้อกั๊กสำหรับเด็ก

“ชุดเครื่องแบบของสมาพันธ์ไปไหนแล้วล่ะ ถึงยังไงพวกเราก็เป็นสมาชิกของสมาพันธ์จัสทิส และมันก็คงจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่าถ้าหากว่าพวกเราจะสวมชุดเครื่องแบบในงานที่เป็นทางการแบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าวหลอกล่อให้เฉินตงเปลี่ยนชุดโดยไม่พูดออกไปตรง ๆ ว่าชุดที่เขากำลังใส่อยู่นั้นมันก็ยังคงถือว่าเป็นชุดที่ไม่สุภาพอยู่ดี

หลังจากได้ฟังคำแนะนำจากเซี่ยเฟย เฉินตงก็ถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออกพร้อมกับใส่ชุดเครื่องแบบของจัสทิสฝึกหัดเข้าไปอีกครั้ง ซึ่งในตอนแรกร่างกายของเขาได้ดึงดูดสายตาของหญิงสาวเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากที่เขาได้แต่งตัวไปอย่างสุภาพหญิงสาวเหล่านี้ก็เดินจากไปอย่างผิดหวัง

“เพื่อนของนายน่าสนใจดีนะ” แอวริลกระซิบข้างหูเซี่ยเฟยพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปก่อนที่เขาจะแนะนำให้แอวริลกับเฉินตงได้รู้จักกัน และถึงแม้ว่าเฉินตงจะพูดคุยกับผู้หญิงไม่ค่อยเก่ง แต่อย่างน้อยเขาก็มาจากครอบครัวชนชั้นขุนนาง ดังนั้นเขาจึงสามารถพูดคุยกับแอวริลอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

เมื่อเฉินตงได้สวมชุดเครื่องแบบของสมาพันธ์เขาก็สามารถเดินเข้าสู่สนามแข่งขันได้อย่างราบรื่น หลังจากนั้นเฉินตง, แอวริลและผางชิงก็เดินขึ้นไปอย่างอัฒจันทร์ของผู้ชม ขณะที่เซี่ยเฟยเดินเข้าไปในสนามแข่ง

เนื่องมาจากในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาสำหรับการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ จึงได้ไปนั่งรออยู่ในห้องรับรองจนทำให้ห้องรับรองแน่นขนัดไปหมด

ขณะเดียวกันคอนสแตนตินก็ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงบริเวณมุมทิศตะวันตกของห้องรับรอง โดยที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ชายร่างผอมคนนี้เลย

“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ?” เซี่ยเฟยเดินเข้าไปทักคอนสแตนติน

“นายเถอะหายไปไหนมา 5 วัน ตอนนี้นายไม่มีทางไล่ตามคะแนนฉันได้อีกแล้วนะ” คอนสแตนตินถามเซี่ยเฟยกลับไป

“ผลงานของนายก็ไม่ค่อยดีนี่ หลี่โม่ยังมีคะแนนนำหน้านายอยู่อีกตั้งเกือบ 100 คะแนน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“การแข่งขันในช่วง 5 วันที่ผ่านมานี้เป็นการแข่งในด้านที่ฉันไม่ถนัด แต่การแข่งขันมันยังไม่จบและมันยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลการแข่งขันในตอนนี้” คอนสแตนตินกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งยโส

“ตื่นขึ้นมาจากฝันได้แล้วมั้ง”

เซี่ยเฟยหันกลับไปก่อนที่เขาจะได้พบกับหลี่โม่ที่พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“สิ่งที่ฉันต้องการก็คือของของฉัน สิ่งที่ฉันไม่ต้องการก็คือของของฉัน น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะยังไม่จบ แต่ผลการแข่งขันมันก็ได้ข้อสรุปออกมาแล้ว” หลี่โม่เดินเข้าไปหาเซี่ยเฟยและคอนสแตนตินพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเหยียดหยาม

“น่าเสียดายจริง ๆ ที่คนสร้างคะแนนดับเบิ้ลเพอร์เฟคในปีนี้กลับมีคะแนนอยู่ในอันดับบ๊วย ตอนแรกฉันก็คิดว่านายจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ดี แต่ไม่คิดเลยว่านายจะขี้ขลาดหนีการแข่งขันไปแบบนี้ แล้ววันนี้นายจะกลับมาแข่งอีกทำไม?” หลี่โม่หันไปพูดกับเซี่ยเฟย

“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันยังนอนหลับได้สบายดี ว่าแต่นายยังนอนหลับได้สบายอยู่หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“แกเองซินะที่เป็นคนฆ่าแองจี้!”

“นายพูดเรื่องอะไร! ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับกางแขนออกด้านข้างอย่างไร้เดียงสา

“แองจี้เป็นแม่พันธุ์ม้าชั้นดีที่ฉันเลี้ยงเอาไว้ แต่เมื่อคืนมีคนแอบมาฆ่าแองจี้ของฉันแล้วเอาหัวมันไปทิ้งลงในสระน้ำ ยอมรับมาซะดี ๆ ว่าแกเป็นคนฆ่าม้าของฉันใช่ไหม?” หลี่โม่ถาม

“อะไรกันบ้านของนายน่าจะมีการป้องกันอย่างแน่นหนาไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่มีความสามารถขนาดเข้าไปในบ้านของนายได้หรอก แต่ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดีว่าในเมื่อคนคนนั้นสามารถแอบเข้าไปฆ่าม้าของนายได้ สักวันหนึ่งเขาก็อาจจะแอบเข้าไปฆ่านายได้เหมือนกัน นายควรจะระวังตัวเอาไว้ดี ๆ อย่าไปทำให้ใครโกรธแค้นเข้าล่ะ” เซี่ยเฟยกล่าว

“เซี่ยเฟยพูดถูกแล้ว ถ้าฉันเป็นคนคนนั้นฉันคงไม่เสียเวลาฆ่าม้าสักตัว แต่คงจะมุ่งหน้าตรงไปฆ่านายให้ตายไปเลยดีกว่า” คอนสแตนตินพูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วย

แต่เดิมเซี่ยเฟยกับคอนสแตนตินไม่ได้ถือว่าเป็นพันธมิตรกัน แต่หลี่โม่แสดงท่าทีหยิ่งยโสออกมามากจนเกินไป พวกเขาจึงส่งเสริมซึ่งกันและกันเพื่อพยายามทำให้หลี่โม่เสียหน้ามากที่สุด

หลี่โม่สะบัดหน้าหันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แต่ถ้าหากพิจารณาจากแววตาของชายหนุ่มชุดขาวคนนี้แล้ว แม้แต่คนโง่ก็สามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกเกลียดเซี่ยเฟยกับคอนสแตนตินมากแค่ไหน

“เซี่ยเฟยฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าตีหญ้าให้งูตื่น ตอนนี้นายได้ไปกระตุ้นความหวาดกลัวของหลี่โม่เข้าให้แล้ว และการลงมือสังหารเขาในอนาคตก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากมากไปกว่าเดิม” อันธกล่าวหลังจากที่หลี่โม่ได้เดินออกไป

“นายคิดว่าเขาจะกลัวจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“กลัวสิ นายไปฆ่าม้าของเขาในบ้านของเขาเอง หลังจากนี้เขาคงจะรู้สึกเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับไปอีกพักใหญ่” อันธกล่าว

“นั่นแหละผลลัพธ์ที่ฉันต้องการ แล้วอีกเดี๋ยวนายก็จะรู้เหตุผลที่ฉันทำแบบนี้เอง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

อันธส่ายหัวไปมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ไม่ใช่คนที่ทำอะไรโดยขาดการยั้งคิด เพียงแต่การที่ชายหนุ่มได้ทำแบบนี้ไม่ได้สอดคล้องกับสไตล์ของนักฆ่า อันธจึงไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังคิดที่จะทำอะไรกันแน่

ระบบช่วยชีวิตถือว่าเป็นหนึ่งในกลไกป้องกันที่สำคัญที่สุดของยานรบ เพราะถ้าหากว่าเครื่องฟอกอากาศไม่ทำงานมนุษย์ก็ไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ในจักรวาลที่เป็นสุญญากาศได้

การแข่งขันในรอบเช้าคือการจำลองสถานการณ์ว่าระบบช่วยชีวิตของยานผู้เข้าแข่งขันได้รับความเสียหายอย่างกะทันหัน และพวกเขาจะต้องทำการซ่อมแซมระบบให้ได้ภายใน 3 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะขาดอากาศหายใจตาย

คนแรกที่สามารถซ่อมระบบช่วยชีวิตได้สำเร็จคือคอนสแตนติน ทำให้เขาได้รับคะแนนไปทั้งสิ้น 130 คะแนน ขณะที่คนซ่อมเสร็จคนต่อมานั้นก็คือหลี่โม่ที่ได้รับคะแนนไป 112 คะแนน

เซี่ยเฟยได้ใช้เวลาในการซ่อมระบบช่วยชีวิตถึง 2 ชั่วโมง 21 นาที ซึ่งถือว่าช้ามากในบรรดาผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด แต่คะแนนที่เขาได้รับกลับสูงถึง 165 คะแนน เพราะไม่เพียงแต่เขาจะได้ซ่อมแซมระบบฟอกอากาศเท่านั้น แต่เขายังปรับแต่งระบบควบคุมแรงโน้มถ่วงและระบบกรองน้ำจืดเพื่อป้องกันวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกด้วย ชายหนุ่มคนนี้จึงได้รับคะแนนพิเศษจากคณะกรรมการเพิ่มขึ้นมาอีก 50 คะแนน

การแข่งขันในรอบต่อ ๆ ไปผ่านพ้นไปอย่างดุเดือด ซึ่งเซี่ยเฟยก็จำเป็นจะต้องใช้ความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ และมันก็ทำให้เขาได้รับคะแนนอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 6 รายการการแข่งขัน

ขณะเดียวกันคอนสแตนตินกับหลี่โม่ก็ยังทำคะแนนได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าคะแนนของพวกเขาจะไม่ได้ดีเท่ากับเซี่ยเฟย แต่มันก็ทำให้เซี่ยเฟยไม่สามารถลดช่องว่างลงมาได้มากเกินไป ซึ่งหลังจากการแข่งขันได้ผ่านไปครึ่งหนึ่งของตาราง เซี่ยเฟยก็ยังมีคะแนนห่างจากหลี่โม่และคอนสแตนตินประมาณ 700 คะแนน

คะแนนเต็มสำหรับการแข่งขันแต่ละรอบอยู่ที่ 120 คะแนนและถึงแม้ว่าหลังจากนี้เซี่ยเฟยจะได้คะแนนเต็มทั้งหมด แต่มันก็ยังยากที่เขาจะพลิกกลับมาชนะเป็นแชมเปี้ยนของการแข่งขันในปีนี้อยู่ดี

อย่างไรก็ตามทักษะการทำงานของเขาก็ยังคงดึงดูดความสนใจของผู้ชมและคณะกรรมการ โดยเฉพาะผู้ชมที่รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากที่เซี่ยเฟยพลาดโอกาสในการเป็นแชมป์ เนื่องมาจากเขาไม่ได้เข้าแข่งขันไปเต็ม ๆ ถึงห้าวัน

“เซี่ยเฟยการแข่งขันปรับแต่งยานอวกาศในวันพรุ่งนี้มีความสำคัญมากที่สุด ฉันรู้ว่านายต้องการจะได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ แต่นายต้องอย่าลืมว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดที่นายเข้าแข่งคือการโฆษณาคุณสมบัติของอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จ” พอตเตอร์กล่าวกับเซี่ยเฟยผ่านระบบสื่อสารอย่างจริงจัง

“เรื่องนั้นลุงไม่ต้องเป็นห่วง แต่ผมได้ยินมาว่าการแข่งขันดัดแปลงยานรบดูเหมือนจะได้คะแนนมากกว่าการแข่งขันรอบอื่น ๆ อยู่เล็กน้อย” เซี่ยเฟยกล่าว

“นั่นแหละคือเหตุผลที่ฉันพยายามเตือนนายมากเป็นพิเศษ เพราะหลังจากที่ฉันได้ดูการแข่งขันนัดที่ผ่านมา มันก็ดูเหมือนกับว่านายต้องการจะชดเชยช่องว่างในช่วงที่นายหายตัวไป แต่นายต้องจำเอาไว้ว่าในการแข่งขันจำเป็นจะต้องใช้สติอยู่ตลอดเวลา และนี่ก็คือประสบการณ์ที่ฉันได้รับมาหลังจากที่ได้ใช้ชีวิตมานานหลายปี” พอตเตอร์กล่าว

“ขอบคุณที่เตือนครับ ผมจะจำคำเตือนของลุงเอาไว้” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนจะหยุดพูดไปชั่วคราว จากนั้นเขาก็ได้กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“แต่ถึงยังไงผมก็จะสู้เพื่อสิ่งที่ผมสมควรจะสู้!”

***************

จบบทที่ ตอนที่ 289 การแข่งที่ไม่มีวันได้รับชัยชนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว