เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 288 ไข่

ตอนที่ 288 ไข่

ตอนที่ 288 ไข่


ตอนที่ 288 ไข่

ระบบตรวจจับได้แสดงให้เห็นว่าปริมาณสารพิษในห้องลดลงถึงในระดับที่คนปกติสามารถหายใจเข้าไปได้ แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็สวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

หลังจากเปิดประตูชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงพัดลมดูดอากาศที่กำลังส่งเสียงดัง พร้อมกับอากาศปริมาณมหาศาลที่ถูกระบายออกสู่จักรวาลด้วยความรวดเร็ว

กล่องไม้ยังคงตั้งอยู่บนโต๊ะซึ่งแก๊สพิษภายในกล่องได้ถูกระบายออกไปจนหมดแล้ว เซี่ยเฟยจึงยื่นมือที่สวมถุงมือป้องกันอย่างแน่นหนาหยิบกล่องไม้ขึ้นมา ก่อนที่จะเปิดฝากล่องด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความระวัง

ด้านในของฝากล่องเป็นถังโลหะขนาดประมาณยาสีฟันที่ถูกเชื่อมกลไกเข้ากับกุญแจล็อก ซึ่งถ้าหากว่าเขาปลดล็อกกุญแจโดยวิธีการปกติถังแก๊สพิษก็จะไม่ทำงาน แต่เนื่องมาจากเขาทำลายตัวล็อกด้วยความรุนแรง มันจึงทำให้ถังแก๊สปล่อยแก๊สพิษออกมาสร้างความเสียหายแก่บริเวณโดยรอบ

นอกจากถังโลหะแล้วมันก็ไม่มีอะไรอยู่ในกล่อง ซึ่งเซี่ยเฟยก็ใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะนำกล่องไปล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อพร้อมกับถอดถังแก๊สด้านในออกไป

หลังจากทำความสะอาดซ้ำ ๆ ประมาณ 3 ครั้งเครื่องตรวจจับก็แสดงให้เห็นว่ากล่องได้ทำความสะอาดอย่างเพียงพอแล้ว ไม่เหลือสารพิษตกค้างที่จะสร้างอันตรายให้กับมนุษย์ได้

จากนั้นเขาก็เดินออกมาจากห้องก่อนที่จะถอดหน้ากากป้องกันแก๊สและถุงมือออกไป พร้อมกับเดินเข้าไปในห้องโถงของยาน

“มีอะไรอยู่ในกล่องเหรอ?” เฉินตงสังเกตการกระทำของเซี่ยเฟยอยู่ในห้องบัญชาการ และเมื่อเขาได้เห็นสหายเดินไปทางห้องโถงเขาก็เดินตามมาถามด้วยความสงสัย

“ไม่มีอะไรเลย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“ไม่มีอะไร? มันเป็นกล่องที่บรรจุแก๊สพิษเอาไว้เฉย ๆ เนี่ยนะ” เฉินตงอุทานออกมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ฉันไม่คิดว่าอย่างนั้นหรอก ถ้ามันเป็นกล่องที่ไม่สำคัญฮุกก็คงจะไม่ติดตั้งแก๊สพิษที่รุนแรงขนาดนั้นเอาไว้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

กล่องไม้กล่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างปราณีตและถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีลวดลายที่สวยงาม แต่คุณภาพในการสร้างก็บ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้สร้างกล่องได้เป็นอย่างดี แล้วกล่องที่มีค่าเช่นนี้จะเอาไว้บรรจุเฉพาะถังแก๊สพิษได้ยังไง

เซี่ยเฟยวางกล่องเอาไว้ตรงหน้าและทำการตรวจสอบเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาจะได้พบกับกลไกที่ซ่อนอยู่

ด้านในกล่องถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้นโดยผู้สร้างเก่าได้ใช้ช่องว่างในระบบประสาทการมองเห็นของมนุษย์อย่างชำนาญในการพรางตาไม่ให้คนเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านใน

เซี่ยเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหยิบมีดออกมาจากแหวนมิติและทำท่าแงะเพื่อเปิดฝากล่องชั้นที่ 2

แก๊สพิษที่ถูกปล่อยออกมาในก่อนหน้านี้เป็นแก๊สพิษที่อันตราย ซึ่งตอนแรกเฉินตงก็ต้องการที่จะหยุดเซี่ยเฟยเอาไว้ แต่เขาก็สงสัยถึงสิ่งที่เก็บซ่อนอยู่ภายในเช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงเดินไปเปิดประตูพร้อมกับเปิดระบบระบายอากาศเอาไว้ล่วงหน้า เผื่อว่ามันจะมีแก๊สพิษถูกปล่อยออกมาอีกครั้ง

ขณะเดียวกันเฉินตงก็ไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของเซี่ยเฟยเลย เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเพื่อนของเขาคนนี้มีความเร็วมากเพียงพอ ซึ่งถ้าหากว่ามันได้เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นจริง ๆ เซี่ยเฟยย่อมสามารถหนีรอดมาได้ทันเวลา

ป็อก!

ฝากล่องชั้นที่ 2 ถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย ซึ่งในคราวนี้มันก็ไม่ได้มีแก๊สพิษถูกปล่อยออกมาและเผยให้เห็นไข่ใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในกล่อง

ไข่ใบนี้มีรูปร่างค่อนข้างจะแปลกประหลาด โดยมันเป็นไข่ขนาดประมาณรังไหมที่มีเปลือกสีขาวที่เต็มไปด้วยลวดลายสีทองอร่าม ราวกับว่ามันเป็นภาพวาดของภูเขาสายน้ำและสะพานขนาดเล็ก

เซี่ยเฟยกับเฉินตงใช้ระบบกล้องวิดีโอซูมเข้าไปบนลวดลายของเปลือกไข่อย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่พวกเขาจะได้พบว่าลวดลายเหล่านี้ไม่ใช่ภาพวาดแต่เป็นลวดลายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มันจึงไม่ใช่ภาพวาดเหมือนกับตอนแรกที่พวกเขาเข้าใจ

“นายรู้จักไข่หน้าตาแบบนี้ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

เฉินตงกับอันธส่ายหัวพร้อมกันเป็นสัญญาณบอกว่าพวกเขาไม่รู้

เซี่ยเฟยถือไข่ขึ้นมาไว้ในมือพร้อมกับทำท่าชั่งน้ำหนักประมาณ 2-3 ครั้ง ก่อนที่เขาจะได้พบว่าไข่ขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือนี้กลับมีน้ำหนักมากถึง 3 กิโลกรัม และสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือไข่ภายในมือของเขามีการสั่นเล็กน้อยคล้ายกับจังหวะการเต้นของหัวใจ

“เราใช้แสงไอออนสแกนดูด้านในไข่ดีไหม?” เฉินตงถาม

“ไข่ใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านใน ถ้าหากว่ามันเป็นไข่ของสัตว์หายากทารกด้านในอาจจะได้รับความเสียหายจากแสงไอออน ฉันว่าเราควรรอจนกว่ามันจะฟักออกมาดีกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวกล่าว

“ถ้ามันตายก็แสดงว่ามันเป็นสัตว์ที่อ่อนแอ แต่ถ้ามันเป็นไข่ของสัตว์ที่ดุร้ายหลังจากที่มันฟักออกมามันอาจจะกลายเป็นหายนะ” เฉินตงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้ฉันจัดการได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับโบกมืออย่างเร่งรีบ

แต่ในขณะที่เขาจะเก็บไข่ลงไปในแหวนมิติเขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าด้านในแหวนมิติไม่มีอากาศ และมันก็อาจจะทำให้ทารกตัวน้อยภายในไข่เสียชีวิตขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นเขาจึงใช้ผ้าฝ้ายผืนหนึ่งห่อไข่เอาไว้เบา ๆ ก่อนที่จะยกขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาเพื่อให้ความอบอุ่น

“หลังจากเรากลับไปในนครหลวงพวกเราค่อยหาใครมาดูว่ามันคือไข่ของตัวอะไร แล้วตอนนั้นพวกเราค่อยตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อข่าวสวนเอเดนกำลังโด่งดังไปทั่วทั้งพันธมิตร มันก็ทำให้ข่าวของเซี่ยเฟยกลายเป็นเพียงเรื่องไม่สำคัญ แต่นี่ก็คือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการเพราะเขาไม่ชอบการใช้ชีวิตท่ามกลางความสนใจ

แน่นอนว่าข่าวของเซี่ยเฟยย่อมสำคัญสำหรับใครบางคนมากกว่าสวนเอเดนเช่น แอวริล, ฉินหมางและทูราม

เฉินตงเอายานอวกาศไปซ่อมพร้อมกับนัดแนะว่าจะกลับมาพบกันในงานแข่งขันโกลเดนฟิงเกอร์เช้าวันพรุ่งนี้ เซี่ยเฟยจึงติดต่อไปยังเยว่เกอว่าเขาได้กลับมาพร้อมกับเฉินตง

เยว่เกอไม่ได้สนใจการมาถึงของเฉินตงแต่ถามเรื่องที่เธอฝากเขาทำว่ามีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง ซึ่งเฉินตงก็ทำได้เพียงแต่ตอบกลับอย่างอ้อมแอ้ม และบอกว่าเขาจะออกเดินทางไปทำสิ่งเหล่านั้นทันทีหลังจากพักผ่อนดูเซี่ยเฟยแข่งถ้วยโกลเดนฟิงเกอร์จนจบ

หลังจากจัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้ว เซี่ยเฟยก็เดินทางไปยังคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่าโดยลำพัง ซึ่งผางชิงก็ได้ส่งรถมารับเซี่ยเฟยถึงสนามบินทั้ง ๆ ที่อันที่จริงชายหนุ่มวิ่งได้เร็วกว่ารถพวกนี้ด้วยซ้ำ

“คุณพอจะให้สัญญาได้ไหมว่าหลังจากนี้จะไม่หายไปไหนโดยไม่บอกไม่กล่าวอีก” ผางชิงกล่าวหลังจากที่พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

“ผมจะพยายามก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยตอบกลับไป เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะหายไปโดยไม่บอกกล่าวกับใครเหมือนกัน

ผางชิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะนี่ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการได้ยิน ซึ่งอันที่จริงเขาต้องการให้เซี่ยเฟยอยู่เฉย ๆ และคอยเคียงข้างแอวริลตลอดทั้งวันด้วยซ้ำ

ถึงแม้ความคิดของผางชิงจะเป็นความหวังดี แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าถ้าเซี่ยเฟยเป็นคนที่ยอมอยู่เฉย ๆ แล้วแอวริลจะยังชอบชายหนุ่มคนนี้อยู่อีกไหม

“วันนี้ทั้งผู้อาวุโสและนายท่านอยู่ที่คฤหาสน์ คุณหนูรู้ว่าคุณยังไม่สบายใจที่จะพบกับนายท่าน เธอจึงขอให้คุณไปรอที่ศาลาริมทะเลสาบก่อน หลังจากเธอเรียนวิชามารยาทจบเธอจะรีบลงมาหาคุณ” ผางชิงกล่าว

หลังจากได้ยินข่าวว่าเซี่ยเฟยมาหาเธอที่คฤหาสน์ แอวริลก็ไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป และเมื่อครูสอนมารยาทได้เห็นความต้องการของคุณหนูคนนี้เธอจึงปล่อยคุณหนูไปก่อนเวลาปกติ หญิงสาวจึงรีบวิ่งไปที่ศาลาริมทะเลสาบด้วยท่าทางที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาดอยู่เล็กน้อย

“นี่เธอเรียนมารยาทมาแล้วใช่ไหม? ทำไมท่าทางของเธอถึงดูแปลก ๆ แบบนั้น” เซี่ยเฟยถาม

“วันนี้ฉันพึ่งเรียนมารยาทของชนเผ่าเมอฟี่มา นี่เป็นวิธีการเคลื่อนที่ตามมารยาทของพวกเขา” แอวริลกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไรกลับไป

ก่อนหน้านี้เธอรู้สึกเป็นห่วงเซี่ยเฟยมาก ดังนั้นเมื่อเธอได้พบกับชายหนุ่มคนนี้อีกครั้ง เธอจึงพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อที่จะแสดงท่าทางมีความสุขออกมาให้เขาได้เห็น

“ช่วงนี้นายเป็นยังไงบ้าง?” แอวริลอดที่จะถามขึ้นมาด้วยความสงสัยไม่ได้

“โชคดีที่การหายตัวไปของฉันในครั้งนี้ทำให้ฉันได้มีโอกาสพบกับเสี่ยวหยู” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เสี่ยวหยู!” แอวริลอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเธอเคยได้ยินเรื่องเซียวรั่วหยูจากเซี่ยเฟยมาตั้งนานแล้ว

“นายเห็นเสี่ยวหยูจริง ๆ ใช่ไหม? เธอสบายดีหรือเปล่า? เธอได้กลับมาพร้อมกับนายไหม?”

“ฉันเห็นเธอจริง ๆ แต่เธออยู่กับคนอื่น ตอนนี้เธอน่าจะสบายดีและเธอก็ตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย” เซี่ยเฟยกล่าว

จากนั้นเซี่ยเฟยก็เล่าเรื่องที่เขาได้พบกับเซียวรั่วหยู แต่ชายหนุ่มเลี่ยงพูดถึงเรื่องสังเวียนเลือดโดยบอกเพียงว่าเขาได้พบกับเธอโดยบังเอิญ และไม่มีเวลาเข้าไปพูดคุยกับเธอจึงทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน

“น้องเสี่ยวหยูน่าสงสารจริง ๆ นายต้องรีบหาทางพาเธอกลับมานะ” แอวริลกล่าวพร้อมกับเม้มริมฝีปากด้วยความกังวล

“อือ” เซี่ยเฟยพยักหน้ารับและส่งเสียงออกไปอย่างจริงจัง

หลังจากที่เซี่ยเฟยเดินทางออกมาจากคฤหาสน์ซันเซ็ทวิลล่า เขาก็เดินทางไปหาทูรามที่ห้องทำงานของชายชราอีกครั้ง

“ทำไมนายถึงมาหาฉันดึกจัง? ถึงนายจะยังไม่ง่วงแต่คนแก่อย่างฉันยังต้องการการพักผ่อนนะเว้ย!” ทูรามกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจ

เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พ่นควันออกมาโดยไม่ตอบอะไรกลับไป

“ตามฉันมา เดี๋ยวพวกเราค่อยคุยกันระหว่างทาง” ทูรามกล่าวพร้อมกับลุกยืนขึ้น

เมื่อได้ยินแบบนั้นเลขาของทูรามก็รีบออกไปจากห้องทำงานในทันที และการที่เธอยังคงอยู่ในห้องทำงานตอนดึกขนาดนี้ มันก็แสดงให้เห็นว่าการทำงานเป็นเลขาของทูรามคงจะไม่ใช่งานสบาย ๆ

“ครั้งนี้นายทำได้ดีมาก ฉันได้ยินว่าทางกองทัพได้ส่งกองยาน 2 กองไปจัดการฐานที่มั่นของฮุกแล้ว คราวนี้นายมีส่วนช่วยพันธมิตรได้เยอะมากจริง ๆ” ทูรามกล่าว

“มันก็แค่เรื่องบังเอิญครับ พันธมิตรอยากจะทำอะไรก็ทำไปขอแค่อย่าสร้างปัญหาให้กับผมก็พอ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ไม่ต้องห่วง อย่างน้อยตอนนี้กรมทหารก็ส่งคนไปสืบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และมันก็มีคนอีกหลาย ๆ คนได้รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายกับบุชเชอร์ ว่าแต่นายต้องการอะไรจากฉัน?” ทูรามกล่าวพร้อมกับตบไหล่เซี่ยเฟยเบา ๆ

“ตอนที่ผมเข้าร่วมการประเมินระดับวิกฤตของสมาพันธ์ตอนนั้นมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้หายตัวไป แต่เมื่อวันก่อนผมได้เห็นเธออีกครั้งในสังเวียนเลือด ตอนนั้นเธออยู่กับกลุ่มผู้หญิงที่สวมชุดคลุมสีดำประมาณ 10 กว่าคน” เซี่ยเฟยกล่าว

“ทำไมนายถึงไม่พูดก่อนหน้านี้? นั่นมันเรื่องสำคัญมากเลยนะ” ทูรามอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

“มันเป็นเรื่องสำคัญมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ? ผมเคยขอคำอธิบายจากสมาพันธ์มาก่อนแล้วตอนนั้นทางสมาพันธ์ให้ผมออกไปราวกับว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างสับสน

“ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น แล้วตอนนั้นนายก็ไม่ได้มีความสำคัญมากพอที่จะรู้เรื่องความลับของสมาพันธ์นี่” ทูรามกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“แต่ตอนนี้ผมก็เป็นเพียงแค่จัสทิสฝึกหัดนะครับ แล้วก็เป็นเพียงแค่บรรณารักษ์ของห้องสมุดในค่ายนี่ครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“นายอย่าลืมสิว่าตอนนี้นายยังมีตัวตนอีกตัวตนหนึ่ง” ทูรามกล่าวขึ้นมาอย่างมีเลศนัย

“ตัวตนอะไรครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“นายคือลูกน้องของฉินหมางไง นี่นายไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าชื่อของฉินหมางมีน้ำหนักในพันธมิตรมากแค่ไหน” ทูรามกล่าวอย่างเคร่งขรึม

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง และถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าฉินหมางมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าชายชราคนนี้มีอิทธิพลมากเพียงใด

“เอาล่ะตามฉันมา ฉันจะพานายไปหาใครบางคน” ทูรามกล่าวอย่างจริงจัง

ห่างจากแผนกอาวุธยุทโธปกรณ์ไปไม่ไกลมีอาคาร 6 ชั้นสีดำแห่งหนึ่งที่ดูลึกลับ

บริเวณประตูของอาคารสีดำแห่งนี้ไม่มีแม้แต่ทหารยามที่คอยยืนเฝ้าเอาไว้ ซึ่งหลังจากที่ทูรามเดินผ่านประตูเข้าไปมันก็มีเสียงสัญญาณตรวจสอบอาวุธดังขึ้นมา

“คุณทูรามทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ แม้แต่การเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาพันธ์เขาก็ยังพกอาวุธเข้าไปทุกเมื่อ แต่ประธานสมาพันธ์ก็ไม่กล้าพูดอะไรเขาจึงพกอาวุธไปทุกที่ที่เขาต้องการ”

“แต่ฉันเคยได้ยินมาว่าคุณฉินหมางมีอำนาจมากกว่าคุณทูรามซะอีก เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยบุกเข้าไปในห้องทำงานของประธานสมาพันธ์ แล้วชี้หน้าตะโกนด่าประธานสมาพันธ์ต่อหน้าเพื่อนร่วมงานอีกหลายร้อยคน” เลขาสาวผมบลอนด์ที่อยู่ข้าง ๆ เซี่ยเฟยพูดขึ้นมาเบา ๆ

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย และเขาก็ต้องยอมรับว่าฉินหมางกับทูรามสมแล้วที่เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันจริง ๆ เพียงแต่ว่าในตอนนี้ฉินหมางไม่ได้ใจร้อนเหมือนในอดีตอีกแล้ว แต่ทูรามยังคงเป็นคนที่หุนหันพลันแล่นอยู่เช่นเดิม

หลังจากเดินมาจนถึงชั้น 6 เซี่ยเฟยก็ได้พบกับชายชราที่มีรอยสักบนใบหน้า และดวงตาของเขาก็ดูเฉียบคมราวกับนกอินทรี

ชายชราคนนี้จะต้องเป็นสมาชิกของชนเผ่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกของสมาพันธ์ก็คงจะไม่สักใบหน้าของตัวเองอย่างชัดเจน เว้นแต่จะเป็นประเพณีในเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

“พรุ่งนี้ค่อยคุยกันไม่ได้เหรอ? นายรู้จักเวล่ำเวลาบ้างไหมเนี่ย!” ชายชราผู้มีรอยสักบนใบหน้ายกนิ้วขึ้นมานวดขมับของตัวเอง

“ลั่วซา ฉันมีข้อมูลสำคัญมาแจ้งให้กับนาย” ทูรามตะโกนออกไปเสียงดัง

หลังจากแนะนำตัวสั้น ๆ ทูรามก็หันมาพูดกับเซี่ยเฟย

“บอกเขาไปสิว่าก่อนหน้านี้นายไปเจออะไรมา”

จากนั้นเซี่ยเฟยก็เล่าให้ลั่วซาฟังว่าเซียวรั่วหยูหายตัวไปได้ยังไง และได้เล่ารายละเอียดถึงเรื่องที่เขาได้พบกับหญิงสาวอีกครั้ง

ยิ่งลั่วซาได้ฟังรายละเอียดมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกตกใจมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาการปวดหัวในก่อนหน้านี้ก็ค่อย ๆ หายไปแล้วถูกแทนที่ด้วยความจริงจังเข้ามาแทน

“เป็นไงล่ะแผนกสืบสวนลับของนายไม่เคยมีข่าวอะไรเลยหลังจากสืบสวนมานานหลายปี นี่ถ้าหากว่าฉันเป็นนาย ฉันก็คงจะฆ่าตัวตายเพราะความอับอายไปแล้ว” ทูรามกล่าวขึ้นมาอย่างหยาบคายหลังจากเซี่ยเฟยเล่าเรื่องของเซียวรั่วหยูจนจบ

“เซี่ยเฟยเรื่องที่นายเล่าคือเรื่องจริงใช่ไหม?” ลั่วซารู้ดีว่าทูรามเป็นคนอารมณ์ร้อนเขาจึงเลือกที่จะถามคำถามนี้กับเซี่ยเฟยโดยตรง

“ทุกอย่างคือความจริงครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นนายพอจะจำลักษณะเสื้อผ้าอะไรของผู้หญิงพวกนั้นได้ไหม? หรือพอจะจำอะไรสักอย่างหนึ่งก็ได้ที่พอจะเป็นจุดสังเกต” ลั่วซาถาม

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนมาก เพราะเหตุการณ์หายตัวไปของเซียวรั่วหยูได้ผ่านไปนานกว่า 2 ปีแล้ว ย้อนกลับไปในตอนนั้นเขาไม่เคยคิดว่าทางสมาพันธ์จะให้ความสนใจเรื่องเซียวรั่วหยูมากขนาดนี้ โดยเฉพาะเมื่อชายชราตรงหน้าเป็นหัวหน้าแผนกสืบสวนลับ มันก็แสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับทางสมาพันธ์มาก

“ที่จริงเหตุการณ์ลักพาตัวไม่ได้มีแค่ในครั้งนั้น แต่มันเกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่ถูกลักพาตัวทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กผู้หญิงอายุน้อยกว่า 16 ปี และเด็กผู้หญิงพวกนี้แต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังพิเศษที่โดดเด่น” ทูรามอธิบายเสริมหลังจากได้เห็นว่าเซี่ยเฟยกำลังสับสนในเรื่องนี้

“ทางสมาพันธ์ได้สอบสวนเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว แต่พวกเราก็ยังไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยว่าใครเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมา ดังนั้นข้อมูลที่นายให้กับพวกเรามาจึงเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์กับทางสมาพันธ์มาก”

คำอธิบายของทูรามทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึง ซึ่งในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าการหายตัวไปของเซียวรั่วหยูไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะมันได้มีเด็กสาวคนอื่น ๆ ถูกลักพาตัวไปด้วยเหมือนกัน

‘หรือว่าหญิงสาวชุดดำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เซียวรั่วหยูจะเป็นคนที่ถูกลักพาตัวไปด้วย?!’

ลั่วซามองทูรามอย่างจริงจังราวกับว่าเขาต้องการจะเตือนชายชราคนนี้ไม่ให้พูดความลับของสมาพันธ์ออกมามากเกินไป

ทูรามพยักหน้าให้ลั่วซาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเซี่ยเฟยคือคนของเขาเอง และลั่วซาก็สามารถที่จะพูดอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ

“เซี่ยเฟยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับของทางสมาพันธ์ ฉันหวังว่าหลังจากออกจากอาคารนี้ไปแล้วนายจะไม่เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก” ลั่วซากล่าวอย่างจริงจัง

“ผมเข้าใจครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“เดี๋ยวฉันจะเรียกจิตรกรที่เก่งที่สุดมา นายช่วยบอกรายละเอียดทุกอย่างให้เขาฟังอีกครั้ง พวกเราจะได้เริ่มสเก็ตช์ภาพแล้วเริ่มทำการสืบสวนต่อไป” ลั่วซากล่าว

เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซียวรั่วหยู เซี่ยเฟยจึงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ โดยการอธิบายลักษณะและเสื้อผ้าของหญิงสาวชุดดำพวกนั้นอย่างละเอียด

กว่าที่เซี่ยเฟยจะออกมาจากอาคารท้องฟ้าก็เกือบสว่างแล้ว ทูรามจึงตบไหล่เซี่ยเฟยเบา ๆ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“วันนี้นายจะกลับไปแข่งโกลเดนฟิงเกอร์อยู่ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ การขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทขึ้นอยู่กับผลงานของผมในการแข่งขันครั้งนี้” เซี่ยเฟยกล่าว

“เครื่องขยายพลังชาร์จที่นายให้ฉันมาทำงานดีมาก ตอนนี้หัวหน้ากองยานหลาย ๆ คนพยายามถามฉันถึงแหล่งที่มาของสินค้าตัวนี้แล้ว แต่น่าเสียดายที่กำลังการผลิตในบริษัทของนายน้อยเกินไป เมื่อไหร่ก็ตามที่นายขยายกำลังผลิตได้แล้วเดี๋ยวฉันจะช่วยรวบรวมคำสั่งซื้อของคนพวกนั้นให้กับนายเอง” ทูรามกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“คุณก็น่าจะรู้ว่าตลาดนี้ใหญ่มากและผมก็คงจะไม่สามารถจัดการกับตลาดเพียงลำพังได้ใช่ไหมครับ” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

ทูรามยิ้มโดยไม่พูดอะไรตอบกลับมา เพราะท้ายที่สุดเขาก็รู้ว่าบริษัทควอนตัมกำลังเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่ และเมื่อไหร่ก็ตามที่สินค้าชนิดนี้ออกสู่ตลาด สมาพันธ์จัสทิสก็คงจะไม่สามารถหาสินค้าได้ง่าย ๆ เหมือนเดิมอีกแล้ว

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนเลี้ยงอาหารมื้อเช้าให้กับนายเอง” ทูรามกล่าว

“เอาไว้ครั้งหน้าก็แล้วกันครับ ตอนนี้ผมต้องกลับไปให้รางวัลชิ้นใหญ่กับนายน้อยคนหนึ่งสักหน่อย” เซี่ยเฟยส่ายหัวพร้อมกับมองไปยังท้องฟ้าที่ยังคงเป็นสีเทา

***************

จบบทที่ ตอนที่ 288 ไข่

คัดลอกลิงก์แล้ว