เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 265 การปฏิวัติของรัฐบาล

ตอนที่ 265 การปฏิวัติของรัฐบาล

ตอนที่ 265 การปฏิวัติของรัฐบาล


ตอนที่ 265 การปฏิวัติของรัฐบาล

หลังจากแฮร์ริสถูกเซี่ยเฟยลงโทษ เขาก็จำเป็นจะต้องหยุดงานวิจัยของตัวเองเพื่อมาช่วยชายหนุ่มทำการวิจัยระบบภายในของกระดิ่งนรก และถึงแม้ว่านิสัยของแฮร์ริสจะมีปัญหาแต่ความรู้ของเขาก็ถือว่าอยู่ในระดับไร้ที่ติ

เซี่ยเฟยค่อนข้างจะโดดเด่นในเรื่องวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีโบราณ ขณะที่แฮร์ริสก็มีรากฐานของวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ทั้งสองคนจึงสามารถเติมเต็มความรู้ให้แก่กันและกันจนทำให้วันเวลากว่า 1 เดือนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างช่วง 1 เดือนนี้เซี่ยเฟยกับแฮร์ริสแทบที่จะไม่ได้ก้าวเท้าออกมาจากห้องทดลองเพื่อหาความบันเทิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ทุกคนรู้สึกตกตะลึง เพราะในตอนแรกพวกเขาคิดว่าพวกเขาทำงานหนักมากพอแล้ว แต่หลังจากที่พวกเขาได้เห็นการวิจัยของเซี่ยเฟยและแฮร์ริส พวกเขาก็เริ่มที่จะรู้สึกละอายใจกับความขี้เกียจของตัวเอง

ถึงแม้คนอื่นจะมองพวกเขาว่าเป็นคนขยัน แต่เมื่อเทียบกับสองคนบ้าอย่างเซี่ยเฟยและแฮร์ริสแล้วพวกเขาก็ไม่ต่างไปจากตัวขี้เกียจ

ความบ้างานของเซี่ยเฟยกับแฮร์ริสเริ่มก่อให้เกิดความบ้างานในหมู่นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ อย่างลับ ๆ ทำให้พวกเขาหมกตัวอยู่ในห้องวิจัยทั้งวันทั้งคืน และตราบใดก็ตามที่พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้า พวกเขาก็จะคิดถึงคนที่เหนื่อยกว่าพวกเขาที่อยู่ในชั้นใต้ดินชั้นที่ 18

เพียงแค่ความพยายามที่เซี่ยเฟยได้แสดงออกมา มันก็เป็นเหตุผลที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมากกว่าคนอื่น ๆ

นอกจากเซี่ยเฟยจะทำการค้นคว้ากระดิ่งนรกภายในห้องทดลองกับแฮร์ริสแล้ว เขายังใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงในทุก ๆ วันเพื่อพาแฮร์ริสไปสังเกตการณ์ห้องทดลองห้องอื่น ๆ ซึ่งในระหว่างนี้เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ก็มีโอกาสที่จะสอบถามถึงสิ่งที่พวกเขาสงสัย

เหตุการณ์นี้ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ภายในฐานค่อย ๆ หลงลืมเรื่องของแฮร์ริสในอดีตไปอย่างช้า ๆ จนหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นมา 1 เดือน พวกเขาก็เริ่มเรียกแฮร์ริสว่าอาจารย์ได้อย่างสนิทใจ

นับตั้งแต่ที่แฮร์ริสเริ่มทำการศึกษาพื้นที่สมองส่วนที่ 7 เขาก็กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดและไม่มีเหตุผลมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขายังคงคิดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะที่ไม่มีเรื่องไหนที่เขาทำไม่ได้ แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่าความลึกซึ้งของพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้รบกวนจิตใจของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เขารู้สึกสงสัยว่าเขาคืออัจฉริยะอย่างที่คนอื่นยกย่องจริงหรือเปล่า

ว่ากันว่าอัจฉริยะกับคนบ้าห่างกันเพียงแค่เส้นบาง ๆ เท่านั้น และด้วยปัญหาของความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นมาจากการวิจัยพื้นที่สมองส่วนที่ 7 มันจึงทำให้อัจฉริยะคนนี้เริ่มถูกเปลี่ยนเป็นคนบ้าโดยที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

แฮร์ริสตกอยู่ในห้วงปริศนาของการวิจัยพื้นที่สมองส่วนที่ 7 โดยสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่อยากจะยอมรับความล้มเหลว เขาจึงเริ่มทำการทดลองในมนุษย์อย่างบ้าคลั่งและทำให้มีผู้ทดลองเสียชีวิตลงไปทีละคน

แต่ถึงกระนั้นชายชราก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการวิจัย และเชื่อว่าน้ำยาอเมทิสต์ที่เขากำลังพัฒนาอยู่นั้นคือสิ่งที่จะทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล

ความบ้าคลั่งของชายคนนี้ได้ดำเนินไปเป็นเวลาหลายปี จนทำให้เขาเริ่มเคยชินกับการอยู่แต่ในห้องทดลองเล็ก ๆ และพอใจกับการอยู่ตัวคนเดียว

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ที่เขาได้ติดตามเซี่ยเฟยและคอยตอบคำถามนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์เหล่านี้ มันก็ทำให้แฮร์ริสเริ่มกลับไปเป็นอัจฉริยะคนเดิมอีกครั้ง และมันก็ทำให้ชายชรารู้สึกว่าหมอกควันที่เข้ามาปกคลุมหัวใจของเขาค่อย ๆ จางหายไป

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมมองเห็นการเปลี่ยนแปลง และชายหนุ่มก็กำลังรอดูว่าชายชราผู้โด่งดังระดับจักรวาลคนนี้จะเปลี่ยนแปลงนิสัยไปในแนวทางไหน

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังยุ่งอยู่ภายในฐานอัลฟ่า แผนการที่เขาได้วางเอาไว้ก็ค่อย ๆ เดินหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มได้เข้าไปในสถาบันวิจัยประมาณ 1 สัปดาห์ สื่อทั่วทั้งโลกก็ได้รายงานข้อมูลตรงกันว่าประธานาธิบดีมูรติได้มีการทุจริตคอรัปชั่น

ทุกอย่างเป็นเหมือนอย่างที่อันเดร์ได้กล่าวไว้ว่าไม่มีนักการเมืองคนไหนที่ขาวสะอาดหมดจด ดังนั้นตราบใดก็ตามที่พวกเขาเริ่มค้นหาข้อมูลอย่างหนัก พวกเขาก็มีโอกาสได้พบเจอกับมุมมืดของนักการเมืองอยู่เสมอ

มูรติมีลูกสาวชื่อเอลเลนและในฐานะที่เธอคนนี้คือลูกสาวคนเดียวของประธานาธิบดี เธอจึงถูกเลี้ยงดูอย่างดีมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่น่าเสียดายที่ดูคล้ายกับเธอจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมากเกินไป เธอจึงติดนิสัยในเรื่องการเล่นการพนัน

หากใครพอจะมีประสบการณ์ทางโลกอยู่บ้างพวกเขาก็จะรู้ว่าการพนันทุกชนิดคือธุรกิจฉ้อโกง แต่น่าเสียดายที่คุณหนูเอลเลนไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย เธอจึงเสียเงินพนันไปมากกว่า 70 ล้านแอลไลคอยน์

หญิงสาวไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับพ่อของเธอ เธอจึงพยายามหายืมเงินจากนักธุรกิจเพื่อมาใช้หนี้พนัน

ในที่สุดมันก็มีนักธุรกิจคนหนึ่งยอมให้เธอทำการกู้ยืม ซึ่งหลังจากที่เธอใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายไปอีก 3 เดือน บัญชีหนี้ของเธอก็เติบโตขึ้นจนมีมูลค่าถึง 300 ล้านแอลไลคอยน์

ทันใดนั้นเองนักธุรกิจปริศนาก็ขอให้เอลเลนชำระหนี้ที่เธอติดค้างเขาเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหญิงสาวย่อมไม่สามารถหาเงินมาจ่ายคืนให้นักธุรกิจปริศนาได้ เขาจึงขอพบมูรติที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

นักธุรกิจปริศนามีทางเลือกให้มูรติอยู่ 2 ทางคือหนึ่งหาเงินมาใช้คืนหนี้ทั้งหมดเดี๋ยวนี้ หรือสองคือทำสัญญามอบสัมปทานการผลิตสนามบินระหว่างดวงดาวของโลกให้กับเขา

มูรติไม่ใช่คนซื่อ ๆ ที่สามารถขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งนี้โดยไม่มีความรู้ มันจึงทำให้นับแต่นั้นมากลุ่มนักธุรกิจชาวเกาหลีก็ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการภายในสหพันธ์

ข้อตกลงระหว่างพวกเขาเป็นการพูดคุยกันภายในห้องส่วนตัวเล็ก ๆ ของประธานาธิบดีที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คำพูดพวกนี้จะหลุดออกไปยังโลกภายนอก แต่พวกเขาก็ดูถูกความสามารถของมนุษย์ที่อยู่นอกโลกมากเกินไป

ในที่สุดคนของเซี่ยเฟยก็ได้นำข้อมูลความลับออกมาเปิดเผย จนทำให้ประชาชนทั่วทั้งโลกรู้สึกตกตะลึง

“ครั้งนี้มูรติไม่สามารถเอาตัวรอดออกไปได้อย่างแน่นอน ส่วนพวกคนเกาหลีกับคนอิตาลีที่อยู่เบื้องหลังเขาก็ได้รับผลกระทบด้วยเหมือนกัน ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทคนกลุ่มนั้นราคาร่วงลงมาอย่างรุนแรง พวกเราควรจะช้อนซื้อบริษัทพวกนั้นเอาไว้ด้วยดีไหม?” อันเดร์กล่าวในหน้าจอระบบสื่อสารอย่างตื่นเต้น

“บริษัทซัมซุงค่อนข้างจะมีประโยชน์กับเรามากและคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทพวกนั้นก็ไม่เลว แต่มันยังเร็วเกินไปที่พวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหวในตอนนี้ ไม่ทราบว่าคุณลุงพอจะมีหุ้นของบริษัทซัมซุงอยู่ในมือบ้างหรือเปล่าครับ?” เซี่ยเฟยกล่าว

“มีบ้าง แต่ไม่มาก” อันเดร์กล่าว

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณลุงเทขายพวกมันออกไปให้หมดเลย แล้วปล่อยข่าวว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทขายหุ้นของตัวเองทิ้งเพื่อพยายามหลบหนีจากวิกฤตในครั้งนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันเข้าใจแล้ว คุณไม่เพียงแต่ต้องการจะซื้อบริษัทนี้ แต่ยังต้องการให้พวกผู้ถือหุ้นพวกนั้นสูญเสียเงินของตัวเองไปด้วยสินะ” อันเดร์กล่าวขึ้นมาอย่างเข้าใจ

“หลังจากบริษัทควอนตัมซื้อบริษัทพวกนั้นแล้วคงจะมีสายลับแฝงตัวเข้ามาอยู่ไม่น้อย ครั้งนี้คุณลุงก็ไม่จำเป็นจะต้องสุภาพ ถ้าเป็นไปได้ให้กำจัดพวกมันทุกคนออกไปในคราวเดียวเลยนะครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วบริษัทอื่นล่ะ ไม่สนใจเหรอ?” อันเดร์ถาม

“ตอนนี้บริษัทควอนตัมเติบโตขึ้นกว่าเดิมมากแล้วและไม่จำเป็นจะต้องซื้อบริษัทขนาดเล็กอีกต่อไป ปล่อยให้บริษัทพวกนั้นล้มละลายไปเถอะครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับโบกมือไปมา

หลังจากปิดระบบสื่อสารเซี่ยเฟยยังคงพยายามพัฒนาระบบซุปเปอร์เรดาร์ของเขาต่อไป ราวกับว่าความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทั้งโลกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเลย

ประชาชนทั่วทั้งโลกกำลังเข้าสู่สภาวะโกลาหล ผู้คนต่างออกมาต่อว่าว่ามูรติใช้อำนาจของตัวเองไปในทางที่ผิด ขณะเดียวกันฝ่ายค้านก็เริ่มทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อบีบให้มูรติออกจากตำแหน่ง

อันเดร์แอบจุดไฟเอาไว้ทั่วทุกที่ ซึ่งไม่เพียงแต่เขาจะพยายามเอามูรติลงจากตำแหน่งเท่านั้น แต่เขายังต้องการให้ชายคนนี้ถูกลงโทษอย่างรุนแรงอีกด้วย

ในเวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมงวุฒิสภาก็ได้เสร็จสิ้นการลงมติไม่ไว้วางใจด้วยคะแนนโหวตถึง 99% ทำให้มูรติหลุดออกจากตำแหน่งในทันที และต้องรอทำการเลือกตั้งเพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่

มูรติรู้ดีว่าครั้งนี้เขาไม่สามารถที่จะหลบรอดจากปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทั้งโลกได้แล้ว เขาจึงกลับไปยังบ้านเกิดในประเทศเยอรมันนีด้วยความสิ้นหวัง

24 ชั่วโมงต่อมาหลังจากมูรติถูกปลดออกจากตำแหน่ง อู่หลงผู้ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทควอนตัมซึ่งเป็นองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในสหพันธ์โลกก็ได้ประกาศลงจากตำแหน่งอย่างกะทันหัน เพื่อที่เขาจะลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

สื่อทุกสำนักได้ทำการถ่ายทอดสดการประกาศของอู่หลงไปทั่วทั้งโลก พร้อมกับนักวิชาการมากกว่า 100 คนที่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า มันมีเพียงแต่นักธุรกิจผู้มีประสบการณ์อย่างอู่หลงเท่านั้นถึงจะสามารถนำพาดาวโลกไปสู่ความรุ่งโรจน์ในระดับจักรวาลได้ เพราะท้ายที่สุดชายฉกรรจ์คนนี้ก็คือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทควอนตัมขึ้นมาตั้งแต่แรก

ประวัติของอู่หลงเริ่มทำให้ผู้คนได้กลิ่นความเจริญและพวกเขาก็เชื่อว่าตราบใดก็ตามที่สหพันธ์โลกถูกนำโดยชายคนนี้ ดาวโลกย่อมพัฒนาไปไกลกว่าเดิมอย่างแน่นอน เพราะท้ายที่สุดอู่หลงก็คือนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ไม่ใช่พวกนักการเมืองน่ารังเกียจที่มุ่งแต่จะเอาผลประโยชน์พวกพ้องของตัวเอง

ในช่วงเวลานี้อู่หลงต้องวิ่งเต้นไปทั่วทั้งโลกอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยบุคลิกที่แน่วแน่และกล้าหาญที่เขาได้แสดงออกมา มันจึงทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังแทบจะจำไม่ได้ว่าชายคนนี้คือพี่ชายของเขาจริง ๆ

ภายใต้การผลักดันของอันเดร์ในที่สุดสภาล่างก็ได้กำหนดวันเลือกตั้งรอบใหม่ภายในครึ่งเดือน โดยให้เหตุผลว่าดาวโลกไม่สามารถเว้นว่างตำแหน่งประธานาธิบดีนานเกินไปได้

เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้สมัครทั้งหมดรู้สึกตกตะลึง เพราะพวกเขาจะเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งภายในเวลาเพียงแค่ครึ่งเดือนได้ยังไง?

แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังโกลาหลอยู่นั่นเอง บริษัทควอนตัมก็เริ่มทิ้งระเบิดลูกใหญ่ออกมาอีกครั้งจนทำให้คนทั่วทั้งโลกต้องรู้สึกตกตะลึง

***************

E-Book เล่ม 5 ตอนที่ 266-320 มาแล้วน๊า สามารถซื้อสะสมหรืออ่านกันได้ทางแอพ meb และปิ่นโตได้เลยนะคะและขอบคุณที่ติดตามผลงานกันน๊า

meb https://bit.ly/3NZ3Qca ปิ่นโต https://bit.ly/3M9vXUI

จบบทที่ ตอนที่ 265 การปฏิวัติของรัฐบาล

คัดลอกลิงก์แล้ว