เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 264 ใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสบ้าง?

ตอนที่ 264 ใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสบ้าง?

ตอนที่ 264 ใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสบ้าง?


ตอนที่ 264 ใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสบ้าง?

เซี่ยเฟยจงใจหยุดพูดเพื่อดูปฏิกิริยาของเหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่อันเดร์ได้ทำการคัดเลือกนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้เข้ามาโดยตรง

โดยปกตินักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์เหล่านี้จะติดตามอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้ความรู้ของพวกเขาพัฒนามากยิ่งขึ้น

ตอนที่พวกเขาเซ็นสัญญากับบริษัทควอนตัมทุกคนรู้สึกโชคดีมาก เพราะพวกเขาไม่จำเป็นจะต้องเดินบนเส้นทางที่ยากลำบากเหมือนกับนักวิทยาศาสตร์รุ่นพี่ นอกจากนี้พวกเขายังได้รับทุนวิจัยและมีห้องทดลองเป็นของส่วนตัว มันจึงทำให้พวกเขาสามารถทำการวิจัยในหัวข้อที่ตัวเองสนใจได้อย่างอิสระ

ถึงแม้ว่าสถาบันวิจัยส่วนใหญ่จะออกมาพูดว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับพรสวรรค์มากกว่าคุณวุฒิ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาก็เลือกปฏิบัติกับคนหนุ่มสาวบ้างไม่มากก็น้อย แต่เซี่ยเฟยกลับคิดต่างออกไป เพราะคนหนุ่มสาวมักจะเป็นพวกมีไฟและตราบใดก็ตามที่พวกเขาได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พวกเขาก็อาจจะวิจัยเรื่องใหม่ ๆ แซงหน้านักวิทยาศาสตร์รุ่นใหญ่ได้เลย

คำพูดของเซี่ยเฟยดึงดูดความสนใจของนักวิทยาศาสตร์ทุกคนได้เป็นอย่างดี และพวกเขาก็กำลังรอคอยสิ่งที่ชายหนุ่มจะพูดหลังจากนั้นอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ผมรู้ว่าทุกคนทิ้งสถาบันวิจัยของตัวเองเพื่อเลือกมาทำงานให้กับบริษัทควอนตัม ซึ่งไม่เพียงแต่บริษัทของพวกเราจะให้ค่าตอบแทนที่สูงมากเท่านั้น แต่ทุกคนยังหวังที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองอีกด้วย”

“บริษัทได้เซ็นสัญญากับพวกคุณทั้งหมด 3 ปี ซึ่งในระยะเวลาของสัญญาพวกคุณไม่สามารถที่จะออกไปจากสถาบันวิจัยแห่งนี้ได้ พูดตามตรงว่าสัญญาของพวกเราค่อนข้างจะเข้มงวดเกินไปสักหน่อย แต่ผมรับรองได้ว่าทุกคนจะต้องไม่ผิดหวังที่ได้เซ็นสัญญากับพวกเรา เพราะนี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกคุณ”

เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วข้างหนึ่งชี้ไปยังแฮร์ริสที่อยู่ข้าง ๆ

“ผมขอถามทุกคนหน่อยว่าหลังจากได้ทำงานร่วมกับแฮร์ริสแล้ว ความรู้ของเขาคนนี้อยู่ในระดับไหน?”

“สูงมาก!”

“สูงเกินกว่าที่พวกเราจะจินตนาการได้”

“ใช่แล้ว ผมคิดว่าแม้แต่อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกผมก็มีความรู้รวมกันไม่เท่าแฮร์ริส”

ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้จะไม่พอใจนิสัยของแฮร์ริส แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับในความรู้ของชายชราคนนี้ ทำให้แฮร์ริสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เซี่ยเฟยยืดอกขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย แต่เมื่อเขาถูกสายตาอันเยือกเย็นของชายหนุ่มหันไปมอง เขาก็ก้มศีรษะลงด้วยความสลดใจอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นมีใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสไหม?” เซี่ยเฟยกล่าว

นักวิทยาศาสตร์ทุกคนต่างก็แสดงความรู้สึกสนใจ แต่พวกเขาไม่สามารถรองรับอารมณ์ของชายชราคนนี้ได้จริง ๆ

เซี่ยเฟยหันไปมองแฮร์ริสเพื่อเป็นสัญญาณ ชายชราจึงรีบก้าวเท้าออกมาและพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะไม่ทำนิสัยเหมือนเดิมอีกแล้ว ขอให้ทุกคนยอมรับคำขอโทษจากฉันด้วย”

หลังจากกล่าวจบแฮร์ริสก็ก้มศีรษะลงไปมากกว่า 90 องศาจนทำให้เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์หนุ่มสาวรู้สึกตกตะลึง

ไม่ว่าพวกเขาจะรู้สึกเกลียดชังแฮร์ริสมากเท่าไหร่ แต่การโค้งคำนับในครั้งนี้ก็ช่วยรักษาบาดแผลในจิตใจของพวกเขาได้บ้างแล้ว

กู่เฟิงจู่มองไปยังเซี่ยเฟยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะเธอคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเซี่ยเฟยสามารถทำให้แฮร์ริสเปลี่ยนไปในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ได้ยังไง แต่เธอก็ยังอดที่จะรู้สึกชื่นชมขึ้นมาไม่ได้ เพราะเซี่ยเฟยมีอายุน้อยกว่าเธอเพียงแค่ไม่กี่ปีแต่เขากลับมีความสามารถที่โดดเด่นกว่าเธอมาก

“ฉันรับรองว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะถ่ายทอดความรู้ทุกอย่างให้กับทุกคนโดยไม่หวงความรู้ ตราบใดก็ตามที่พวกคุณต้องการที่จะเรียนรู้ฉันก็พร้อมที่จะสั่งสอนพวกคุณได้เสมอ แต่พวกคุณก็จะต้องยอมรับข้อกำหนดของการเป็นศิษย์สำหรับฉันให้ได้ และเตรียมตัวเตรียมใจเรียนอย่างหนักจนสมองแตกได้เลย”

“ความรู้ติดตัวที่ฉันมีไม่ค่อยมากมายนัก โดยฉันพอจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องแรงโน้มถ่วง, พันธุศาสตร์, วิศวกรรมควอนตัม, …”

แฮร์ริสพูดสาขาวิชาต่าง ๆ ที่เขาถนัดออกมาอย่างมากมาย จนทำให้เหล่าบรรดานักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์รู้สึกละอายใจในตัวเอง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคนคนหนึ่งจะสามารถร่ำเรียนวิชาได้หลากหลายแขนงขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้นความรู้ของแฮร์ริสในแต่ละสาขายังสูงกว่าอาจารย์ของพวกเขาที่เชี่ยวชาญความรู้เพียงสาขาเดียวเสียอีก

นี่อาจจะเป็นข้อแตกต่างระหว่างอัจฉริยะกับคนธรรมดา และปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาในตอนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของเวลา เพราะความรู้ของแฮร์ริสมีมากมายเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว

แน่นอนว่าข้อเสนอของเซี่ยเฟยในครั้งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะเป็นบ้า!

เมื่อได้เห็นท่าทางของทุกคน เซี่ยเฟยก็เริ่มเปิดปากของเขาพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ทุกคนใจเย็น ๆ แฮร์ริสยังต้องทำเรื่องวิจัยของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้เวลาทั้งหมดถ่ายทอดความรู้ให้กับทุกคนได้ แต่ในรอบแรกผมจะให้โอกาสพวกคุณ 3 คนที่จะได้เป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริส”

“ผมหวังว่าในช่วงนี้ทุกคนจะพยายามอย่างหนักเพื่อแสดงผลงานของพวกคุณออกมา หลังจากนี้อีก 1 เดือนผลงานของใครโดดเด่นมากที่สุด 3 คนจะมีสิทธิ์เลือกหนึ่งในวิชาที่แฮร์ริสถนัดเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์จากเขาได้ ซึ่งแฮร์ริสจะสั่งสอนผู้ที่ได้รับเลือกแบบตัวต่อตัววันละ 1 ชั่วโมงจนกว่าบทเรียนที่เขาสอนจะหมด”

คำพูดของเซี่ยเฟยเพียงแค่ไม่กี่ประโยคได้กระตุ้นจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของนักวิทยาศาสตร์ทุกคน จนทำให้พวกเขาอยากจะรีบกลับไปทำการวิจัยตั้งแต่ตอนนี้เลย

กู่เฟิงจู่เดินเข้าไปหาเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม และเมื่อแฮร์ริสได้เห็นว่าชายหนุ่มกำลังยุ่งอยู่เขาก็รีบวิ่งออกไปจากห้องประชุมในทันที

เมื่อคิดถึงภาพของเซี่ยเฟยเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ชายชราก็ตัวสั่นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ในฐานะที่เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่บ้าคลั่ง เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองกลัวความตายเลยแม้แต่น้อย แต่ชายหนุ่มกลับได้แสดงให้เขาได้เห็นแล้วว่าการตายทั้งเป็นมันมีความรู้สึกเป็นยังไง

“ฉันขอชื่นชมคุณจริง ๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถกระตุ้นพนักงานของพวกเราได้ในเวลาเดียวกัน แต่ฉันก็กลัวว่าหลังจากนี้พวกเขาจะบ้าทำงานจนไม่มีเวลาพักผ่อน” กู่เฟิงจู่กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“มันก็เป็นเรื่องปกตินี่ที่คนหนุ่มสาวจะมีไฟในการทำงาน ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจของพวกเขาเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“นี่คือเหตุผลสินะว่าทำไมคุณถึงเลือกเฉพาะคนหนุ่มสาวเข้ามาทำงานในสถาบันวิจัยแห่งนี้”

“ก็ประมาณนั้น”

“แล้วคุณยังมีเหตุผลอื่นอีกหรือเปล่า?”

“คุณผู้หญิงการรู้มากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับคุณ ผมไม่ชอบให้คนอื่นมาคาดเดาความคิดของผม ดังนั้นคุณควรพอแค่นี้จะดีกว่า เอาล่ะช่วยพาผมไปที่ห้องทดลองของผมที ผมจะได้เริ่มงานของตัวเอง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินไปยังชั้นใต้ดินชั้น 18 ซึ่งเป็นห้องทดลองที่ลึกลับที่สุด

เมื่อเซี่ยเฟยเดินเข้าไปภายในห้องเขาก็ปิดประตูโลหะหนา ก่อนที่จะเตรียมเครื่องมือเพื่อทำการวิเคราะห์วงจรที่อยู่ในกระดิ่งนรก

***************

จบบทที่ ตอนที่ 264 ใครอยากเป็นลูกศิษย์ของแฮร์ริสบ้าง?

คัดลอกลิงก์แล้ว