เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 257 บุคลิกที่เปลี่ยนไป

ตอนที่ 257 บุคลิกที่เปลี่ยนไป

ตอนที่ 257 บุคลิกที่เปลี่ยนไป


ตอนที่ 257 บุคลิกที่เปลี่ยนไป

สมาพันธ์นักสู้ที่ทรงพลังที่สุดของพันธมิตรมนุษย์ทั้งสองสมาพันธ์ต่างก็มีจุดตั้งต้นมาจากสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้เหมือนกัน และฉินหมางยังคาดหวังให้เขาเข้าร่วมกับกลุ่มปริศนากลุ่มนี้ มันจึงทำให้เซี่ยเฟยประหลาดใจอยู่เล็กน้อย

เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าฉินหมางกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วทำไมถึงต้องเน้นย้ำเรื่องเข้าร่วมกับสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้ในเวลาเดียวกันด้วย

เซี่ยเฟยสะบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไปก่อนที่จะเอาของโปรดไปเยี่ยมเหล่าเฮยและไปทานอาหารร่วมกันกับพวกเยว่เกอ

ในระหว่างมื้อเย็นเยว่เกอกลับมาทำตัวปกติอีกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น

‘นี่คงจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอสินะ’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

หลังจากกินดื่มมื้อเย็นไปสักพักเฉินตงก็เริ่มถามความเห็นคนอื่น ๆ ว่าเขาควรจะไปที่ไหนดีเพื่อที่จะมีโอกาสได้พบกับปรมาจารย์นักสู้

คำถามนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเฉินตงแทบที่จะไม่ออกมาจากห้องฝึกของเขาเลย แต่ในตอนนี้คนบ้าการฝึกกลับตั้งคำถามเรื่องที่เขาจะออกไปผจญภัยในทะเลดวงดาวอันกว้างใหญ่

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวกับทฤษฎี ‘YES’ ที่เขาได้พูดคุยกับเฉินตงในก่อนหน้านี้แน่นอน และเมื่อเฉินตงตัดสินใจได้แล้วเขาก็คิดที่จะออกไปเผชิญหน้ากับจักรวาลเพื่อหาความท้าทายใหม่ในชีวิต

“นายตัดสินใจได้หรือยังว่านายจะไปที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ ฉันแค่รู้ว่าในคราวนี้ฉันจะออกไปอย่างน้อยสักครึ่งปี” เฉินตงกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“นายสนใจกลับไปโลกพร้อมกับฉันไหม? ถึงแม้ดาวบ้านเกิดของฉันจะค่อนข้างล้าหลังแต่มันก็เป็นดาวที่สวยงามมาก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เฉินตงต้องการพบกับปรมาจารย์นักสู้เพื่อที่เขาจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่ในปัจจุบันเซี่ยเฟยเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในโลกอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะปฏิเสธคำชวนของเซี่ยเฟยออกไป

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็เคยสอนทฤษฎี ‘YES’ ให้กับเขาแล้ว และมันก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าหากเขาเดินทางไปยังโลกมันจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาตอบปฏิเสธมันก็หมายความว่าเขาจะพลาดโอกาสนั้นไปตลอดชีวิต

“ไปสิ” เฉินตงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะจู่ ๆ เฉินตงก็เหมือนกับจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ถึงขนาดคิดจะเดินทางไปยังดาวโลกที่เซี่ยเฟยเล่าว่าเป็นดาวเคราะห์ที่ล้าหลัง

“ฉันได้ยินมาว่าในภูมิภาคดาวดอลิสต์มีสมุนไพรชนิดหนึ่งชื่อว่า ‘โฉมสะพรั่ง’ ว่ากันว่ามันเป็นสมุนไพรที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงมีผิวพรรณที่เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น ถ้านายว่างขากลับช่วยเก็บกลับมาฝากฉันหน่อยได้ไหม” เยว่เกอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

‘ไปเก็บสมุนไพรให้เธอเนี่ยนะ! เธอคิดว่าฉันเป็นพวกว่างไม่มีอะไรทำงั้นเหรอ’ เฉินตงขมวดคิ้วพร้อมกับคิดภายในใจ แต่ในขณะที่เขากำลังจะตอบปฏิเสธเซี่ยเฟยก็ส่งเสียงกระแอมออกมา

ทันใดนั้นเฉินตงก็คิดถึงทฤษฎี ‘YES’ ของเซี่ยเฟยอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนความคิดภายในหัวและตอบกลับคำขอของเยว่เกอกลับไปด้วยรอยยิ้ม

“ได้สิ ไม่มีปัญหา”

ในความเป็นจริงเยว่เกอรู้ว่าเซี่ยเฟยปลูกฝังทฤษฎี ‘YES’ เอาไว้ให้กับเฉินตง เธอจึงใช้โอกาสนี้ในการสร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง

เป๋ยไฮ่และหมานจุนอ้าปากค้างขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพราะก่อนหน้านี้เฉินตงเอาแต่ฝึกฝนกับต่อสู้เพียงอย่างเดียว แต่ในตอนนี้เขากลับยอมรับคำขอขอความช่วยเหลือจากเยว่เกอได้อย่างง่ายดาย

หรือว่าเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว?

“ฉันได้ยินมาว่าในภูมิภาคดาวทรานคิวลิตี้ มีสมุนไพรที่ชื่อว่า ‘ดอกบัวผีเสื้อ’ ที่จะช่วยให้หญิงสาวสามารถคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ได้ นายช่วยหาพวกมันให้ฉันหน่อยจะได้ไหม?” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างโอบแก้มเอาไว้ราวกับว่าเธอเป็นหญิงสาวน่ารัก

“ได้!” เฉินตงกล่าวอย่างหนักแน่น

“ฉันยังอยากได้ผ้าฝ้ายขนแมวเอากลับมาตัดชุดด้วย” เยว่เกอกล่าว

“ได้” เฉินตงตอบ

“ฉันยังอยากได้ผลไม้หวานจากชนเผ่าฮูตูด้วย ผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่อร่อยที่สุดเลย” เยว่เกอกล่าว

“ได้! เดี๋ยวฉันจะเอาผลไม้กลับมาให้เธอเอง” เฉินตงตอบกลับ

“ฉันต้องการ…”

“ได้…”

เยว่เกอช่างเป็นผู้หญิงที่เจ้าเล่ห์จริง ๆ เพราะทันทีที่เธอรู้ว่าเฉินตงไม่คิดจะตอบปฏิเสธเธอจึงเริ่มออกปากขอสิ่งที่เธอต้องการหลายสิบอย่างออกมาในคราวเดียว ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมสมุนไพร, การหาอาหารอร่อย ๆ หรือแม้กระทั่งการขอให้ทำอะไรบางอย่างที่ดูแปลกประหลาด

คำขอของหญิงสาวเพียงคนเดียวเริ่มทำให้เฉินตงรู้สึกเวียนหัว เนื่องจากเหล่าสิ่งของที่เธอได้ขอมาเขาจะสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ให้ได้ภายในช่วงครึ่งปีได้ยังไง เพราะเพียงแค่เขามุ่งเน้นไปที่การทำตามคำขอของเยว่เกอมันก็น่าจะกินเวลาไปนานกว่าครึ่งปีแล้ว

แต่เมื่อเฉินตงได้คิดถึงทฤษฎี ‘YES’ ของเซี่ยเฟย เขาก็เริ่มกลับมารู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง เพราะมันมีสถานที่แปลก ๆ มากมายกำลังรอเขาอยู่ และบนสถานที่เหล่านั้นก็อาจจะมีโอกาสอย่างมากมายที่รอเขาเข้าไปค้นหา!

แม้แต่เป๋ยไฮ่และหมานจุนก็เริ่มได้รับอิทธิพลจากเยว่เกอเช่นกัน พวกเขาจึงร้องขอในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ซึ่งเฉินตงก็ตอบรับทุกอย่างโดยไม่ปฏิเสธคำขอใดเลยแม้แต่ข้อเดียว

เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนรู้สึกมีความสุขมาก ขณะที่เซี่ยเฟยหัวเราะท้องแข็งอยู่ข้าง ๆ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าดูตลกมากจนเกินไป ซึ่งเรื่องแบบนี้มันก็ควรจะมีเพียงแต่ในนิยายเท่านั้น

“นี่มันเป็นเรื่องน่าตลกตรงไหน? เฉินตงเป็นนักสู้ที่มีพรสวรรค์มาก ตราบใดก็ตามที่เขาฝึกฝนอย่างมุ่งมั่นอนาคตของเขาก็จะไร้ขีดจำกัด น่าเสียดายจริง ๆ ที่เขามีเพื่อนอย่างนายที่แนะนำทฤษฎีอะไรให้กับเขาก็ไม่รู้” อันธกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นายจะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ นายคิดว่ามันเป็นเรื่องผิดจริง ๆ เหรอที่ต้องออกไปข้างนอก สมมตินะว่าตั้งแต่ที่ฉันเข้ามาในค่ายฝึกแล้วฉันทำการฝึกอยู่ในห้องฝึกทั้งวันทั้งคืน นายคิดว่าตัวฉันที่ทำแบบนั้นกับตัวฉันในวันนี้ใครจะพัฒนาความสามารถมาได้ไกลกว่ากัน?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

อันธเงียบไปครู่หนึ่งและไม่สามารถที่จะเถียงอะไรกลับไปได้ เพราะท้ายที่สุดผลลัพธ์หลังจากที่เซี่ยเฟยใช้ชีวิตอยู่นอกค่ายก็เป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก และถ้าหากว่าชายหนุ่มหมกมุ่นอยู่ในห้องฝึกเหมือนกับเฉินตง เขาก็จะไม่มีวันได้พบโอกาสที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเขาอย่างรวดเร็วแบบนี้เลย

“นายแค่โชคดี แต่เฉินตงอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนั้น” อันธพยายามกล่าวแย้ง

“มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้หรืออาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ แต่ตราบใดก็ตามที่เฉินตงยังไม่ยอมออกไปไหน เขาจะไม่มีโอกาสได้เจอกับอะไรใหม่ ๆ ด้วยซ้ำ สิ่งที่ฉันทำตอนนี้คือการแนะนำให้เขาออกไปหาประสบการณ์ใหม่ ๆ แล้วมันจะมีใครรับประกันได้ไหมว่าเขาจะไม่ได้พบกับโอกาสในช่วงเวลาที่เขาอยู่ข้างนอกเลย” เซี่ยเฟยกล่าว

คำอธิบายของเซี่ยเฟยถึงกับทำให้อันธเถียงไม่ออก ท้ายที่สุดมนุษย์โลกคนนี้ก็เป็นคนที่มีวาทะศิลป์มากกว่าเขามาก ถึงขนาดที่พูดให้คนตายยอมกลับมามีชีวิตได้ด้วยซ้ำ แล้วอันธจะเอาเหตุผลอะไรมาโต้เถียงกับเซี่ยเฟยได้

‘ถ้าตอนที่ฉันมีชีวิตอยู่ฉันออกไปผจญภัยมากกว่านี้ บางทีฉันอาจจะไม่ได้มาติดอยู่ในสร้อยนี้ก็ได้’ อันธคิดภายในใจหลังจากได้คิดตามคำอธิบายของเซี่ยเฟย

มื้ออาหารผ่านไปอย่างสนุกสนานซึ่งทุกคนก็รู้สึกพึงพอใจมาก นอกจากเฉินตงที่กำลังรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเส้นทางที่เขาจะต้องก้าวเดินว่าเขาควรจะเดินทางไปที่ไหนก่อน และเขาจะต้องทำตัวอย่างไรเมื่อต้องไปยังสถานที่ใหม่ ๆ ที่เขาไม่รู้จัก

ในช่วงท้ายของงานเลี้ยงจู่ ๆ เยว่เกอก็พูดขึ้นมาว่าเธอต้องการกลับไปยังโลกพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งเขาก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธตราบใดก็ตามที่เธอไม่จับเขาเข้าไปฝังในหน้าอกของเธออย่างในวันนี้

หลังจากแยกย้ายทั้งสามคนก็อำลาเป๋ยไฮ่และหมานจุนเพื่อเดินทางไปยังดาวโลก ซึ่งในระหว่างนั้นเซี่ยเฟยก็ได้นึกถึงสิ่งที่เยว่เกอเคยได้พูดเอาไว้ในก่อนหน้านี้ ว่าความเร็วของเขา, น้ำแข็งของเฉินตงและภาพลวงตาของเยว่เกอจะก่อให้เกิดการประสานงานที่ยอดเยี่ยมมากยิ่งกว่าการประสานงานของทีม 13

***************

จบบทที่ ตอนที่ 257 บุคลิกที่เปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว