เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 256 ห้องลับ

ตอนที่ 256 ห้องลับ

ตอนที่ 256 ห้องลับ


ตอนที่ 256 ห้องลับ

ภายในค่ายฝึกจัสทิสลีกมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อย่างครบครัน และพวกเขาก็เก็บเครื่องมือระดับสูงทุกชนิดเอาไว้ในโกดัง เพื่อให้นักเรียนและอาจารย์ภายในค่ายสามารถหยิบยืมอุปกรณ์พวกนี้ไปไว้ใช้งาน

แน่นอนว่าการหยิบยืมอุปกรณ์จากค่ายฝึกจำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่าย และยิ่งอุปกรณ์ที่ให้ยืมมีราคาสูงมากเท่าไหร่ราคาที่ต้องจ่ายก็จะสูงเพิ่มมากขึ้นไปเท่านั้น

เซี่ยเฟยไม่ได้ใช้เวลาในค่ายชั้นในมากนักแต่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเขาก็ได้รับคะแนนฟรี ๆ ในทุก ๆ วัน วันละ 10 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนที่ทางค่ายฝึกได้มอบให้นักเรียนไว้ใช้จ่ายตามต้องการ ดังนั้นภายในบัตรประจำตัวของเขาจึงมีคะแนนอยู่เกือบ 2,000 คะแนน

สิ่งแรกที่เซี่ยเฟยเช่าคือเครื่องตรวจจับความลึกของวัตถุ ก่อนที่เขาจะยื่นบัตรประจำตัวให้ผู้ดูแล

“ตอนนี้คะแนนของคุณเหลืออยู่อีก 1,705 คะแนน ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรอีกไหมและเนื่องมาจากคุณเป็นนักเรียนจากค่ายชั้นใน คุณจะได้รับส่วนลดในการแลกซื้อวัตถุดิบ 50%”

“ผมขอผลเนตรนาคากับผลน้ำค้างขาวอย่างละ 1,000 ผลครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ผลเนตรนาคามีราคาผลละ 0.5 คะแนน ส่วนผลน้ำค้างขาวมีราคาผลละ 0.2 คะแนนทำให้สินค้าทั้งหมดที่คุณต้องการมีราคา 700 คะแนนและคุณเหลือคะแนนภายในบัตรอีก 1,005 คะแนน” ผู้ดูแลพูดขึ้นมาอย่างชำนาญ

ผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ถือว่าเป็นสมุนไพรที่เขาใช้บ่อยที่สุด เพราะไม่เพียงแต่มันจะช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าให้กับร่างกายเท่านั้น แต่มันยังช่วยขจัดพิษและช่วยทำให้จิตใจแจ่มใสขึ้นอีกด้วย

ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีประโยชน์ที่ชายหนุ่มจะเก็บสะสมคะแนนเอาไว้เป็นจำนวนมาก เขาจึงทำการแลกเปลี่ยนคะแนนเหล่านี้เป็นสมุนไพรที่เขามักจะหยิบขึ้นมาใช้บ่อย ๆ

“เอาแก่นตะวันแดงมาอีก 10 ขวด ยานี้เป็นยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรักษาบาดแผลบริเวณผิวหนัง และมันก็มีผลร่วมกับผลเนตรนาคาค่อนข้างดี” อันธกล่าวขึ้นมาจากด้านข้างขณะที่สายตาของเขากวาดมองไปยังรายการที่เซี่ยเฟยสามารถแลกคะแนนได้

หลังจากเซี่ยเฟยได้ซื้อแก่นตะวันแดงอีก 10 ขวดตามคำแนะนำของอันธ เขาก็ยังเหลือคะแนนอีกทั้งสิ้น 900 คะแนน

เซี่ยเฟยพูดคุยกับอันธอีกสักพักก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจแลกคะแนนที่เหลือเป็นยายู่เฟิงอีก 10 เม็ด

ยานี้มีผลทำให้ผู้กินสร้างชั้นเจลบาง ๆ ขึ้นมารอบตัว ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยป้องกันการโจมตีได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยให้ผู้มีพลังสายความเร็วสามารถเร่งความเร็วได้มากกว่าปกติประมาณ 20% เป็นเวลาถึง 1 ชั่วโมงอีกด้วย ทำให้ยาชนิดนี้เป็นหนึ่งในยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้พลังสายความเร็วมาก

คะแนนในส่วนที่เหลืออีก 105 คะแนนเซี่ยเฟยได้ตัดสินใจแลกเปลี่ยนคะแนนพวกนี้กับชุดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทโดยทั่วไปก็มักจะใช้ชุดเครื่องมือเหล่านี้ในการซ่อมแซมอุปกรณ์ แต่เขาแลกพวกมันมาเพื่อใช้ในการแยกชิ้นส่วนกระดิ่งนรกโดยเฉพาะ

หลังจากแลกคะแนนที่มีจนหมดแล้วเซี่ยเฟยก็เก็บเครื่องตรวจจับเอาไว้ภายในแหวนมิติและเดินทางไปที่ห้องสมุด

ไม่มีใครทำความสะอาดห้องสมุดมานานหลายเดือนแล้ว ทำให้ทั้งภายในและภายนอกห้องสมุดเต็มไปด้วยฝุ่นหนา

ฉินหมางเป็นคนหัวโบราณที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้ระบบทำความสะอาดแบบอัตโนมัติ ดังนั้นเมื่อไม่มีใครอยู่ห้องสมุดแห่งนี้จึงดูไม่ต่างไปจากบ้านร้าง

เซี่ยเฟยถอนหายใจออกมายาว ๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มทำความสะอาดห้องสมุดอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุดสถานที่แห่งนี้ก็คือหนึ่งในสถานที่ที่เขาใช้หาความรู้ ซึ่งมันก็อาจจะกล่าวได้ว่าถ้าหากไม่มีห้องสมุดแห่งนี้กับฉินหมาง มันก็อาจจะไม่มีเขาในวันนี้เลยก็ได้

ชายหนุ่มทำความสะอาดห้องสมุดด้วยความรวดเร็ว โดยเขาได้เคลื่อนที่ไปยังจุดต่าง ๆ ราวกับสายฟ้า ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณครึ่งชั่วโมงห้องสมุดก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม

เมื่อทำความสะอาดห้องสมุดจนเสร็จ ชายหนุ่มก็เดินลงไปยังชั้นใต้ดินพร้อมกับหยิบเครื่องตรวจจับความลึกออกมาจากแหวนมิติ เพื่อทำการตรวจหาห้องลับที่เขาตั้งข้อสงสัยเอาไว้

ชายหนุ่มได้ทำการปรับพลังงานของเครื่องให้อยู่ในระดับสูงสุด และเนื่องมาจากว่าเขาพยายามตรวจจับว่ามันมีห้องลับซ่อนอยู่ในชั้นใต้ดินหรือไม่ เขาจึงปรับระดับความละเอียดเอาไว้ในระยะปานกลางเท่านั้น และกำหนดระยะในการสแกนเอาไว้ที่ 1 กิโลเมตร

การตั้งค่าแบบนี้จะทำให้เครื่องตรวจจับทำการสแกนพื้นที่บริเวณโดยรอบแบบคร่าว ๆ และไม่เสียเวลากับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

หลังเปิดใช้งานมันก็มีลำแสงเลเซอร์สีแดงเข้มเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงออกมาจากเครื่องเพื่อสแกนไปยังจุดต่าง ๆ และสร้างภาพจำลอง 3 มิติขึ้นมา

ประมาณ 10 นาทีต่อมาเครื่องตรวจจับก็ทำงานจนเสร็จ ก่อนที่เครื่องจะปิดการทำงานของตัวเองโดยอัตโนมัติ

เซี่ยเฟยเดินไปดูแบบจำลอง 3 มิติอย่างระมัดระวัง ซึ่งมันแสดงให้เห็นภาพทุกอย่างของห้องสมุด ไม่ว่าจะเป็นชั้นหนังสือขนาดเล็กขนาดใหญ่หรือแม้แต่เสาที่ถูกฝังลึกลงไปใต้พื้นดิน

ภาพที่ปรากฏขึ้นทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะรอบ ๆ ชั้นใต้ดินไม่มีอะไรนอกจากห้องเก็บของและห้องเก็บหนังสือความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเข้ารหัสหุ่นยนต์

เครื่องตรวจจับความลึกที่เซี่ยเฟยเช่ามานี้คือเครื่องตรวจจับที่ทรงพลังที่สุดที่มีภายในค่าย ซึ่งถ้าหากว่าเขาต้องการเครื่องตรวจจับที่มีพลังมากกว่านี้ เขาก็จำเป็นจะต้องใช้เครื่องตรวจจับกำลังสูงที่ติดตั้งอยู่บนยานอวกาศ

“หรือว่ามันจะมีพลังไม่พอ?” อันธถาม

“นี่คือเครื่องตรวจจับแบบพกพาที่ดีที่สุดแล้ว ถ้าจะให้ดีกว่านี้ก็คงจะต้องใช้ยานอวกาศ” เซี่ยเฟยกล่าว

ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมามีโอกาสเป็นไปได้อยู่ 2 แบบ โดยแบบแรกคือมันมีห้องลับอยู่จริง ๆ แต่ห้องลับนี้ถูกหุ้มด้วยวัตถุฉนวน ทำให้เครื่องตรวจจับแบบพกพาไม่สามารถตรวจพบห้องลับแห่งนี้ได้

ส่วนความเป็นไปได้ในแบบที่ 2 คือมันไม่เคยมีห้องลับซ่อนอยู่ภายใต้ห้องสมุดเลย เพียงแต่คนสร้างห้องสมุดวางแผนอย่างสะเพร่ามากเกินไป มันจึงทำให้สัดส่วนในชั้นใต้ดินผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น

หลังจากทำมาจนถึงขนาดนี้เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีกแล้ว เพราะเขาคงจะไม่สามารถเอาค้อนไปทำลายกำแพงในชั้นใต้ดินได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะโดนฉินหมางสาปแช่งไปชั่วชีวิต

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจเก็บเครื่องตรวจจับเอาไว้ในแหวนมิติ ก่อนที่เขาจะทำการติดต่อไปหาฉินหมาง

“ผมมาถึงห้องสมุดแล้วครับ คุณตาจะให้ผมทำอะไรครับ?” เซี่ยเฟยกล่าว

ภาพที่ปรากฏคือฉินหมางกำลังนอนสบาย ๆ อยู่ริมทะเล โดยมีสาวสวย 2 คนช่วยเขานวดขาจนทำให้ชายชรารู้สึกสบายตัว

“ช่วงนี้ไม่มีใครคอยดูแลห้องสมุดเลย มันน่าจะมีฝุ่นอยู่เยอะเลยใช่ไหม” ฉินหมางกล่าว

“มันมีฝุ่นอยู่เยอะเลยครับ แต่ตอนนี้ผมทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

“แล้วนายเอาของโปรดไปให้เหล่าเฮยแล้วหรือยัง?” ฉินหมางกล่าว

“ผมกำลังจะไปครับ แต่ผมได้เตรียมของชอบของเขาเอาไว้แล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

ทันใดนั้นแววตาของฉินหมางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะใช้นิ้วชี้ไปที่ใบหน้าของเซี่ยเฟยผ่านทางหน้าจอ

“นายทำอะไรแปลก ๆ ในตอนที่ฉันไม่อยู่หรือเปล่า?”

‘คุณตารู้เรื่องที่ฉันใช้เครื่องตรวจจับงั้นเหรอ?’

‘เป็นไปไม่ได้! ฉันทำงานในห้องสมุดนี้มาตั้งนาน มันไม่มีระบบเฝ้าระวังในห้องสมุดนี่นา’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

“คุณตาพูดเรื่องอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

ในเวลาเดียวกันแววตาของฉินหมางก็เปลี่ยนไปอย่างเฉียบคม พร้อมกับแรงกดดันของชายชราที่เริ่มถูกปล่อยออกมาอย่างรุนแรง เขาจึงขอให้หญิงสาวทั้งสองคนที่คอยให้บริการออกไปก่อน ก่อนที่เขาจะพูดกับเซี่ยเฟยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เซี่ยเฟยนะเซี่ยเฟย นายไม่เคยได้ยินคำพูดบนโลกหรือยังไงว่าความอยากรู้อยากเห็นมันฆ่าคนได้”

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจมากและมันก็ไม่จำเป็นจะต้องถามเขาก็รู้ว่าฉินหมางรู้เรื่องที่เขาใช้เครื่องตรวจจับในห้องสมุดแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากชายชราพูดด้วยสีหน้าจริงจังอยู่ไม่นาน เขาก็เปลี่ยนท่าทางเป็นหัวเราะขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“อันที่จริงฉันก็ไม่ได้จะให้นายไปทำอะไรที่ห้องสมุดหรอก ฉันแค่อยากจะทดสอบว่านายรู้เรื่องห้องลับในชั้นใต้ดินหรือเปล่า ว่าแต่นายรู้มานานแค่ไหนแล้วล่ะ?” ฉินหมางถาม

“รู้มานานแล้วครับ” เซี่ยเฟยตอบตามความเป็นจริง

“แล้วนายไม่เคยหาทางเข้าไปในห้องลับเลยเหรอ?”

“ไม่เคยครับ”

“ดีมาก” ฉินหมางกล่าวขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่เขาจะกล่าวต่อไปด้วยท่าทางที่จริงจังว่า

“ดีแล้วที่นายยังหาทางเข้าห้องลับไม่เจอ เพราะถ้าหากว่าห้องลับที่ฉันสร้างถูกนายหาเจอได้ง่าย ๆ มันก็คงจะไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว”

“ในมุมหนึ่งนิสัยอยากรู้อยากเห็นของนายมันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้านายอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป นายจะเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่อันตราย”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับโดยไม่คิดจะแก้ตัวอะไร

“ฉันรู้ว่านายแค่อยากรู้ว่ามีอะไรถูกเก็บเอาไว้ในห้องลับ นายไม่คิดที่จะขโมยของพวกนั้นออกไปหรอก ถึงยังไงนายก็เป็นคนที่ไว้ใจได้ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่บอกให้นายเข้าไปในห้องสมุดคนเดียว”

“สิ่งที่ฉันต้องการจะบอกคือความลับบางอย่างก็ไม่ควรจะต้องถูกเปิดเผยออกมา ไม่อย่างนั้นคนที่รู้ความลับจะตกอยู่ในอันตราย นายจำเรื่องฟราเทอนิตี้ได้ใช่ไหม? ถ้านายยอมเข้าองค์กรนี้ฉันจะบอกความลับของห้องสมุดให้ แต่ถ้านายไม่คิดจะเข้าองค์กรนั้นก็จำเรื่องที่ฉันพูดเอาไว้ในก่อนหน้านี้ให้ดี ๆ”

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าสิ่งที่ฉินหมางกำลังบอกคือการกล่าวเตือนอย่างจริงใจ ไม่ใช่การพยายามต่อว่าเขาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามคำพูดนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เพราะคำพูดของชายชราสามารถสรุปใจความได้ 2 อย่างคือ หนึ่งมีห้องลับถูกซ่อนเอาไว้ในชั้นใต้ดินจริง ๆ และสองคือฉินหมางต้องการให้เขาเข้าร่วมสมาพันธ์ฟราเทอนิตี้

เซี่ยเฟยรู้อยู่เสมอว่าฉินหมางมักจะคอยให้คำแนะนำที่หวังดีกับเขามาโดยตลอด แต่คำแนะนำของชายชราคนนี้ก็ทำให้เขาเริ่มที่จะรู้สึกสงสัย

“ฟราเทอนิตี้คืออะไรกันแน่? ทำไมคุณตาถึงอยากให้ฉันเข้าร่วมกับองค์กรนี้นักนะ” เซี่ยเฟยพึมพำกับตัวเองหลังจากที่เขาตัดการเชื่อมต่อกับชายชราเรียบร้อยแล้ว

***************

จบบทที่ ตอนที่ 256 ห้องลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว