เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 228 เงาสูญ

ตอนที่ 228 เงาสูญ

ตอนที่ 228 เงาสูญ


ตอนที่ 228 เงาสูญ

คำโกหกของเซี่ยเฟยกลับได้ไปตรงกับหนึ่งในข้อมูลของศิษย์ที่ทรยศสำนักอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เงากระเรียนเข้าใจผิดไปเต็มประตู

เงากระเรียนอ่านข้อมูลพร้อมกับขมวดคิ้วเป็นเวลานาน ซึ่งเขาก็ไม่สามารถหาคำอธิบายอื่นใดที่สมเหตุสมผลกว่าเซี่ยเฟยคือทายาทของเงาโลหิตได้จริง ๆ

ชายชราเก็บความคิดเอาไว้ภายในใจก่อนที่จะเดินออกไปหาเงาสูญที่อยู่ด้านนอก และถึงแม้ว่าเขาจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักของสำนักเงาสังหารแห่งนี้แล้ว แต่เขาก็ยังคงให้ความเคารพศิษย์พี่ของเขาตลอดเวลา

“ศิษย์พี่ผมขอปรึกษาหน่อยได้ไหมครับ” เงากระเรียนพูดขึ้นมาเบา ๆ ราวกับว่าเขากลัวว่าเขาจะแสดงน้ำเสียงที่ไม่สุภาพออกไป

“ท่านกลายเป็นเจ้าสำนักแล้วไม่จำเป็นจะต้องแสดงความเคารพกับข้าแบบนั้นอีก” เงาสูญกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับศีรษะลงมา

“ถ้าตอนนั้นศิษย์พี่ไม่ฝ่าฝืนคำสั่งตำแหน่งเจ้าสำนักก็ไม่สมควรอยู่กับผม อดีตเจ้าสำนักได้ล่วงลับไปนานหลายปีแล้ว ทำไมศิษย์พี่ถึงไม่หยุดเฝ้าลานเล็ก ๆ แห่งนี้เสียที” เงากระเรียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“การทำผิดก็คือการทำผิด ท่านไม่จำเป็นจะต้องมาแก้ตัวอะไรแทนข้า” เงาสูญกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า

เงากระเรียนไม่เลือกที่จะโน้มน้าวใจศิษย์พี่ของเขาอีกต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าชายชราคนนี้มีนิสัยที่ดื้อรั้นและเขาก็จะยึดมั่นในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง

หลังจากนั้นชายชราร่างเล็กก็เริ่มเล่าเรื่องของเซี่ยเฟยพร้อมกับสิ่งที่เขาสันนิษฐานหลังจากที่ได้เห็นข้อมูลของเงาโลหิต

“เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสำนักของพวกเรามาก่อน ผมไม่รู้ว่าเราควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีครับ” เงากระเรียนกล่าว

“ในเมื่อท่านเจ้าสำนักถาม ข้าก็จะขอแสดงความคิดเห็นของตัวเอง หากมีเรื่องผิดพลาดประการใดโปรดอย่าเก็บนำมาใส่ใจของท่านด้วย” เงาสูญกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“เชิญศิษย์พี่พูดได้เลยครับ”

“นับตั้งแต่โศกนาฏกรรมครั้งล่าสุดสำนักเงาสังหารก็ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไป ความสูญเสียในวันนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถชดเชยกลับมาได้ง่าย ๆ เพราะนอกเหนือจากท่านเจ้าสำนักแล้วผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดก็เหลือเพียงสามผู้อาวุโสเท่านั้น”

เงากระเรียนรีบโบกมือขัดจังหวะก่อนที่เขาจะกล่าวแทรกขึ้นมาว่า

“ศิษย์พี่พูดแบบนั้นได้ยังไง สำนักของเราก็ยังมีศิษย์พี่อยู่ด้วยนะครับ”

“ข้าถูกอาจารย์ลงโทษถึงแม้ว่าข้าจะยังคงอาศัยอยู่บนภูเขา แต่ข้าก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปจากลานเล็ก ๆ แห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้นถึงแม้ว่าข้าจะมีชีวิตอยู่จริง ๆ แต่ตัวตนของข้าก็ไม่ต่างไปจากวิญญาณที่อยู่ติดกับสถานที่” เงาสูญกล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง

คำพูดของศิษย์พี่ทำให้เงากระเรียนทำหน้ามุ่ย ท้ายที่สุดหากไม่มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นจริง ๆ เงาสูญก็คงจะไม่คิดออกไปปรากฏตัว

“ท่านเจ้าสำนักเคยคิดไหมว่าสาเหตุที่ยังไม่มีใครกล้าแตะต้องสำนักของเรานั่นก็เพราะพลังของท่านตั้งแต่ในสมัยอดีต แต่ตอนนี้ท่านแก่ตัวลงมากแล้วหากท่านต้องลงจากตำแหน่งสักวันหนึ่งจริง ๆ 1 ใน 3 ผู้อาวุโสจะสามารถแบกรับตำแหน่งเจ้าสำนักได้จริง ๆ เหรอ?”

“หากไม่นับข้อขัดแย้งระหว่างเงาประกายเงินกับเงาจันทร์ ผู้ที่มีพลังสูงสุดในสามผู้อาวุโสนั้นก็มีระดับอยู่เพียงแค่อีเทอนิตี้ขั้นกลางเท่านั้นเอง แม้คนอื่นในสำนักอาจจะไม่รู้แต่ท่านย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าโศกนาฏกรรมในวันนั้นได้ทำลายศิษย์ในสำนักเราไปถึงห้ารุ่นเต็ม ๆ”

เมื่อเงาสูญเล่ามาจนถึงจุดนี้เงากระเรียนก็เริ่มรู้สึกใจสลายเมื่อเขาได้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

ตอนนั้นศัตรูของสำนักเงาสังหารได้บุกจู่โจมสำนักโดยตรง และถึงแม้ว่าในตอนนั้นอดีตเจ้าสำนักและเงาสูญจะได้คอยปกป้องสำนักเอาไว้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ทำให้ศิษย์ในสำนักเสียชีวิตไปถึงห้ารุ่นอยู่ดี

โชคดีที่เงากระเรียนออกไปทำภารกิจยังดาวดวงอื่น เขาจึงสามารถรอดพ้นจากหายนะในวันนั้นไปได้ แต่ศิษย์ 5 รุ่นที่มีพวกเขาเป็นศูนย์กลางกลับได้สูญเสียชีวิตไปเกือบทั้งหมดหลงเหลือเพียงเงาสูญที่รอดชีวิตกลับมาเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่การต่อสู้ในครั้งนั้นก็ทำให้เขากลายเป็นชายพิการมาอย่างทุกวันนี้

ย้อนกลับไปเงาสูญได้ขัดขืนคำสั่งของอาจารย์เพื่อปกป้องสำนักเอาไว้ อันที่จริงถ้าเงาสูญไม่ขัดขืนคำสั่งสำนักเงาสังหารก็อาจจะถูกลบหายไปจากประวัติศาสตร์แล้วก็ได้ แต่การขัดขืนคำสั่งในครั้งนั้นก็ทำให้เขาได้ลงโทษตัวเองมาจนถึงทุกวันนี้

เงาสูญขังตัวเองอยู่ที่ชั้น 14 และใช้ชีวิตอย่างสันโดษทำให้เงากระเรียนได้รับตำแหน่งเจ้าสำนักแห่งนี้ไป แต่เงากระเรียนรู้ดีแก่ใจว่าถ้าไม่ใช่เพราะเงาสูญสำนักเงาสังหารก็คงจะไม่สามารถอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน

ไม่ว่าจะมองมุมไหนเงาสูญก็โดดเด่นกว่าเขามาก เงากระเรียนจึงมักจะมาปรึกษาปัญหาเรื่องภายในสำนักกับศิษย์พี่ของเขาอยู่เป็นประจำ

เงาสูญหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะแสดงความคิดเห็นของเขาต่อไป

“ท้ายที่สุดเหตุการณ์วันนั้นก็ทำให้สำนักของเราได้รับความเสียหายอย่างหนัก สิ่งที่พวกเราจำเป็นจะต้องทำคือการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด แล้วมันก็หมายความว่าพวกเราจำเป็นจะต้องสรรหาผู้มีความสามารถเข้ามาเพิ่มเติม”

“ศิษย์พี่กำลังหมายถึงการดึงเซี่ยเฟยเข้ามาในสำนักของเราใช่ไหมครับ?” เงากระเรียนถามอย่างลังเล

“ในเมื่อเขาเป็นทายาทของเงาโลหิตมันก็ไม่ต่างไปจากการที่เขาเป็นศิษย์ของสำนักเรากลาย ๆ ถึงแม้พวกเราจะไม่สามารถมอบตำแหน่งศิษย์ภายในให้กับเขาได้ แต่อย่างน้อยพวกเราก็สามารถให้ตำแหน่งตัวแทนสำนักให้กับเขาได้” เงาสูญกล่าว

ศิษย์ภายในสำนักเงาสังหารทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักฆ่าที่อาศัยอยู่อย่างสันโดษ ทำให้พวกเขาไม่ค่อยได้สนใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนอกสำนัก แต่ท้ายที่สุดผู้คนในสำนักก็จำเป็นจะต้องกินต้องใช้ พวกเขาจึงหาเงินจากการทำภารกิจภายในพันธมิตรและได้รับเงินมาจุนเจือจากตัวแทนของสำนัก

ตัวแทนของสำนักมีหน้าที่รับผิดชอบส่งเงินรวมถึงสิ่งของที่จำเป็นมาให้กับสำนัก และถึงแม้ว่าพวกเขาจะรับตำแหน่งจากสำนักเงาสังหาร แต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาก็แทบที่จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักเลย

“ตัวแทนสำนักในปัจจุบันคือทายาทของตัวแทนในรุ่นก่อนที่สืบทอดมาหลายสิบชั่วอายุคน ทำให้พวกเราสามารถไว้วางใจตัวแทนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี”

“ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็คือทายาทของศิษย์คนหนึ่งในสำนัก และถึงแม้ว่าบรรพบุรุษของเขาจะเคยทำผิดกฎแต่สำนักทุกวันนี้ก็อ่อนแอลงไปในทุก ๆ วัน หากว่าเรายังไม่เริ่มทำการเปลี่ยนแปลง ข้าก็กลัวว่าวันหนึ่งสำนักเราจะค่อย ๆ เลือนลางหายไป”

“ข้าเดาว่าท่านอาจจะยังไม่ได้อ่านข้อมูลที่เงารัตติกาลได้ส่งมา เมื่อท่านได้อ่านข้อมูลพวกนั้นแล้วท่านจะเข้าใจเองว่าข้ากำลังหมายถึงอะไร” เงาสูญกล่าวเบา ๆ ก่อนที่เขาจะกลับไปทำความสะอาดลานแห่งนี้ต่อ

“ถึงข้าจะตาบอดแต่ข้าก็ไม่ได้หูหนวก ท่านคิดว่าหากเซี่ยเฟยได้เป็นศิษย์ภายในสำนักของเราจริง ๆ ความแข็งแกร่งของเขาควรจะอยู่ระดับเดียวกับศิษย์ชั้นไหน?” เงาสูญถาม

“น่าจะชั้นที่ 6 หรือชั้นที่ 7 ครับ” เงากระเรียนตอบกลับไปอย่างไม่แน่ใจ

“ท่านคิดว่ามีใครในรุ่นเดียวกันโดดเด่นกว่าเขาหรือไม่?”

“ไม่น่าจะมีครับ” เงากระเรียนกล่าว

“นับตั้งแต่โศกนาฏกรรมครั้งนั้นข้าก็คิดเรื่องหนึ่งมาโดยตลอดว่าสำนักของเราเข้มงวดกับศิษย์ในสำนักมากเกินไปหรือเปล่า พวกเราเติบโตขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่ยังเด็กทำให้ทุกคนมีความผูกพันกับสำนักแห่งนี้มาก”

“ในวันที่พี่น้องของข้าได้เสียชีวิตข้าก็ได้ตระหนักถึงเรื่องหนึ่ง คือถ้าหากว่าข้าตั้งใจจะทำอะไรให้กับใคร ข้าก็ควรทำตั้งแต่วันนั้นเลย เพราะเมื่อพวกเขาตายจากไปข้าจะไม่มีโอกาสทำอะไรให้กับเขาคนนั้นตลอดชีวิต” เงาสูญกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมายาว ๆ

เมื่อได้เห็นภาพของชายชราที่โดดเดี่ยวเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่าศิษย์พี่ของเขากำลังพยายามจะสื่อถึงอะไร เงากระเรียนจึงโค้งคำนับแสดงความเคารพก่อนที่เขาจะเดินลงไปยังที่พักของเขา

มันเป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่สำนักเงาสังหารได้ตั้งกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด และถึงแม้ว่ากฎเกณฑ์เหล่านั้นจะช่วยทำให้ครั้งหนึ่งสำนักมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าใคร แต่มันก็ก่อให้เกิดความหวาดกลัวภายในใจของศิษย์ภายในสำนักเช่นเดียวกัน

การปกครองด้วยความหวาดกลัวไม่ใช่การปกครองที่ยั่งยืน ซึ่งตัวอย่างในลักษณะนี้มีให้เห็นโดยทั่วไปทั่วทั้งพันธมิตร ดังนั้นถ้าหากว่าเขาต้องการจะให้สำนักเงาสังหารคงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน เขาก็ไม่เพียงแต่จะต้องทำการเปลี่ยนกฎดั้งเดิมของสำนักเท่านั้น แต่เขายังจำเป็นจะต้องทำการซื้อใจศิษย์ในสำนักอีกด้วย

เมื่อได้คิดถึงสิ่งเหล่านี้เงากระเรียนก็รู้สึกได้ถึงภาระที่หนักอึ้ง

ท้ายที่สุดกฎของสำนักก็ถูกใช้มาหลายชั่วอายุคน การพยายามเปลี่ยนแปลงกฎจึงไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ เลย และในฐานะเจ้าสำนักคนปัจจุบันภาระในเรื่องนี้ย่อมตกอยู่กับเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากกลับมาถึงบ้านเงากระเรียนก็รีบเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมกับเรียกดูข้อมูลที่เงารัตติกาลได้ส่งมา

ทุกครั้งที่ศิษย์ในสำนักออกไปทำภารกิจด้านนอก ทางสำนักจะส่งนักฆ่าเดนตายแอบตามพวกเขาไปอย่างลับ ๆ เสมอ ซึ่งการทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับศิษย์ภายในสำนักเท่านั้น แต่มันยังเป็นการป้องกันไม่ให้ศิษย์หลบหนีไปในระหว่างที่พวกเขาทำภารกิจอีกด้วย

แน่นอนว่าวิธีการแบบนี้คือการไม่ไว้วางใจศิษย์ภายในสำนักของตัวเอง และถ้าหากว่าสำนักไม่ไว้ใจศิษย์แล้วศิษย์จะไว้ใจสำนักได้อย่างไร

โดยปกติเงารัตติกาลและนักฆ่าเดนตายจะส่งข้อมูลตรงไปยังเซิร์ฟเวอร์พิเศษระดับสูงของสำนัก แน่นอนว่าเงาสูญย่อมมีรหัสเพื่อเข้าสู่ระบบพิเศษในระดับนี้ได้ และถึงแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาอย่างสันโดษ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสำนัก

เงากระเรียนรีบดึงข้อมูลออกมาพร้อมกับตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ อย่างช้า ๆ ตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยร่วมมือกับเงารัตติกาลเพื่อสังหารงูยักษ์ ไปจนถึงชายหนุ่มที่สามารถมองเห็นแผนการของเงารัตติกาลและปฏิเสธที่จะเข้าสู่สถานการณ์ที่นักฆ่าเดนตายได้กำหนดไว้

เทคนิคฮาร์ชธันเดอร์ที่เซี่ยเฟยได้ปลดปล่อยออกมาสังหารงูยักษ์เป็นเทคนิคที่ทรงพลังมาก เงากระเรียนเชื่อว่าภายในสำนักมีคนไม่เกิน 10 คนที่สามารถต้านทานการโจมตีของชายหนุ่มได้ ซึ่งเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มได้ซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้อย่างมากมายดูแตกต่างจากภาพลักษณ์สบาย ๆ ที่เขาได้แสดงออกมา

ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะมีพลังพิเศษสายความเร็วเท่านั้น แต่เขายังมีพลังพิเศษเป็นพลังจิตและพลังพิเศษทั้งสองชนิดยังมีระดับที่สูงมาก

“ฉลาด, แข็งแกร่งและมีสายเลือดของศิษย์ในสำนัก ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมศิษย์พี่ถึงพยายามโน้มน้าวใจฉันมากขนาดนี้” เงากระเรียนพิงเก้าอี้พร้อมกับมองขึ้นไปบนเพดาน

ถึงแม้เงาสูญจะตาบอดแต่ชายชราคนนั้นก็สามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่าตัวเขาที่เป็นเจ้าสำนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เขารู้สึกอับอายอยู่เล็กน้อย

“ถ้าจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงก็คงจะต้องเริ่มจากเซี่ยเฟยสินะ” เงากระเรียนอุทานขึ้นมาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

***************

เซี่ยเฟยพ่อหนุ่มเนื้อหอม!

จบบทที่ ตอนที่ 228 เงาสูญ

คัดลอกลิงก์แล้ว