เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 196: ไม่สามารถติดต่อได้

ตอนที่ 196: ไม่สามารถติดต่อได้

ตอนที่ 196: ไม่สามารถติดต่อได้


ตอนที่ 196: ไม่สามารถติดต่อได้

“ขอแสดงความยินดีด้วย” อันธกล่าวกับเซี่ยเฟยด้วยรอยยิ้ม

“แสดงความยินดีอะไร?”

“ในที่สุดนายก็สามารถลากเฒ่าพอตเตอร์ลงเรือลำเดียวกับนายได้ ฉันไม่ควรแสดงความยินดีกับเรื่องนี้หรอ” อันธกล่าวขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์

ถึงแม้คำว่า ‘ลากพอตเตอร์ลงเรือลำเดียวกัน’ จะฟังดูไม่ค่อยดี แต่เซี่ยเฟยก็ยังเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

นับตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจก่อตั้งบริษัทควอนตัมเขาก็คิดมาโดยตลอดว่าพอตเตอร์คือคนสำคัญที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงบริษัทของเขาได้ เพราะความรู้ของชายชราคนนี้จัดอยู่ในระดับของผู้เชี่ยวชาญชั้นแนวหน้าของพันธมิตร และโดยปกติผู้เชี่ยวชาญในระดับนี้ก็ไม่มีทางเข้ามาทำงานในบริษัทขนาดเล็กอย่างควอนตัม

ด้วยระดับความสามารถที่พอตเตอร์มีตราบใดที่ชายชราคนนี้พูดว่าอยากทำงานในบริษัท มันก็จะมีบริษัทชั้นนำเสนอผลประโยชน์ให้กับเขาเป็นจำนวนมากชนิดที่ว่าบริษัทควอนตัมไม่สามารถจะเสนอผลประโยชน์เช่นนั้นได้

ยิ่งเขาได้อยู่ในทุ่งดาวแห่งความตายนานเท่าไหร่เซี่ยเฟยก็ยิ่งตระหนักถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งความแข็งแกร่งที่เขาได้ตระหนักถึงนี้ไม่ได้คิดเฉพาะเรื่องความสามารถในการต่อสู้เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาลมีความซับซ้อนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นเครือข่ายของคนรู้จักจึงได้กลายเป็นเรื่องสำคัญ

ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้ถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้รู้จักกับพอตเตอร์ เขาก็คงจะไม่สามารถหาเครื่องยนต์ระดับสูงอย่างเครื่องยนต์แบล็คเซอร์เพนท์ 130 มาติดตั้งให้กับยานอวกาศของเขาได้ ซึ่งถ้าหากว่าแวมไพร์ขาดเครื่องยนต์ระดับสูงแบบนี้ไป เขากับพอตเตอร์ก็คงจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนนี้เซี่ยเฟยยังได้เลือกเส้นทางที่จะทำให้เขากลายเป็นผู้มีอำนาจในพันธมิตร มันจึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะต้องละทิ้งความพยายามในการดึงตัวคนที่มีความสามารถอย่างพอตเตอร์มา เพราะท้ายที่สุดหากเขาต้องการให้บริษัทควอนตัมขึ้นมาเป็นบริษัทชั้นนำภายในพันธมิตร เขาก็จำเป็นจะต้องค้นหาผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเหลือบริษัทให้ได้มากที่สุด

หลังจากยืมยานอวกาศจากย่าเหวยมาได้แล้ว พอตเตอร์ก็เดินทางไปยังดาวเคราะห์ DLC-113 เพื่อพูดคุยกับวินด์ไชม์ ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงอยู่ในฐานทัพเพื่อทำการซ่อมแซมแวมไพร์

ในครั้งนี้พิกเกิลผู้ซึ่งเป็นคนคอยอำนวยความสะดวกให้กับเซี่ยเฟยไม่กล้าที่จะยึกยักอีกต่อไป เพราะย่าเหวยได้สั่งการเอาไว้อย่างเด็ดขาดว่า

‘หากเซี่ยเฟยต้องการอะไรนายต้องรีบนำของสิ่งนั้นมาให้เขาทันที ฉันไม่สนว่านายจะต้องใช้วิธีไหนแต่นายจะต้องช่วยเซี่ยเฟยซ่อมยานอวกาศให้เร็วที่สุด!’

ด้วยเหตุนี้เองตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยเข้ามาในแผนกเครื่องยนต์ ชายอ้วนคนนี้ก็ปฏิบัติตัวกับเซี่ยเฟยราวกับว่าชายหนุ่มเป็นพ่อของเขาเอง ในความเป็นจริงพิกเกิลค่อนข้างจะแสดงออกมากเกินไปอยู่เล็กน้อยจนทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังรู้สึกอึดอัดใจ

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าฐานทัพแห่งนี้ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับฐานทัพอื่น ๆ ในพันธมิตร ดังนั้นเขาจึงเลือกอะไหล่ที่มีค่าน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วค่อยกลับไปจัดการในส่วนที่เหลือหลังจากที่เขาได้กลับไปยังพันธมิตรแล้ว

หลังจากเซี่ยเฟยซ่อมแวมไพร์จนเสร็จพิกเกิลก็โค้งคำนับให้ชายหนุ่มอย่างขอบคุณ เพราะเขาไม่ได้นอนตลอด 3 วันที่ผ่านมาเนื่องจากเซี่ยเฟยไม่หยุดซ่อมแวมไพร์เลยแม้แต่นิดเดียว

แวมไพร์เป็นยานฟริเกตชั้นนำของพันธมิตรทำให้การพยายามซ่อมแซมยานลำนี้มีความซับซ้อนมากกว่ายานรบโดยทั่วไป แต่เซี่ยเฟยก็ยังสามารถจัดการซ่อมแซมแวมไพร์ด้วยทรัพยากรที่จำกัดได้ในเวลาเพียงแค่ 3 วัน ซึ่งมันได้สะท้อนให้เห็นว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสามารถมากแค่ไหน

ช่วงเย็นของวันที่ 4 พอตเตอร์ก็กลับมาที่ฐานทัพตามลำพังโดยที่วินด์ไชม์ไม่ได้ติดตามเขามาด้วย

เซี่ยเฟยไม่รู้ว่าทำไมวินด์ไชม์ถึงไม่อยากไปอาศัยอยู่กับพอตเตอร์บนดาวโลก แต่เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของชายชราแล้วเขาก็คงจะถูกคำพูดของวินด์ไชม์ทำร้ายจิตใจมาแน่ ๆ

ความคิดของผู้หญิงเป็นสิ่งที่ทำความเข้าใจได้อย่างยากลำบากเสมอ นอกจากนี้เท่าที่เซี่ยเฟยได้พบกับวินด์ไชม์มาเขายังสามารถบอกได้เลยว่าหญิงคนนี้ค่อนข้างที่จะรักอิสระและมีนิสัยแตกต่างจากผู้หญิงโดยทั่วไป

พอตเตอร์ไม่เลือกที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เซี่ยเฟยฟัง และเซี่ยเฟยก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องถามเซ้าซี้เรื่องของคนอื่น เขาจึงค่อย ๆ บังคับแวมไพร์บินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อนำแฮร์ริสกับพอตเตอร์เดินทางกลับไปยังพันธมิตร

การเดินทางในพื้นที่ไร้สัญญาณกินเวลาไปมากกว่า 1 เดือนและทันทีที่เครือข่ายสตาร์เน็ตเวิร์กกลับคืนมา เซี่ยเฟยก็รีบติดต่อหาฉินหมางอย่างร้อนใจ

ฉินหมางไม่มีไมโครคอมพิวเตอร์สวมใส่ไว้ที่ข้อมือและมักจะใช้คอมพิวเตอร์อัจฉริยะขนาดใหญ่ในห้องสมุดเพื่อทำการติดต่อหาคนอื่นเสมอ แต่นี่ก็เป็นวิธีการติดต่อฉินหมางวิธีเดียวที่เซี่ยเฟยรู้ แล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าชายชราจะไม่ได้อยู่ในห้องสมุด

เมื่อคำนวณจากเวลาตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเที่ยงวันของค่ายฝึกจัสทิสลีก เซี่ยเฟยจึงใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะทำการติดต่อไปยังเย่จิ่งชาน

“สวัสดีครับผู้บัญชาการเย่ ผมพยายามติดต่อกับคุณตาฉินหมางแต่ผมไม่สามารถติดต่อได้ ไม่ทราบว่าผู้บัญชาการพอจะรู้ไหมครับว่าคุณตาฉินหมางเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยพูดด้วยความเคารพ

ภาพที่ปรากฏอยู่ในหน้าจอเย่จิ่งชานกำลังยืนอยู่ในทางเดินที่ค่อนข้างยาว และเมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมมันก็ดูเหมือนกับชายชราคนนี้ไม่ได้อยู่ในค่ายฝึกแต่ดูเหมือนกับอยู่ภายในโรงพยาบาลมากกว่า

“สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก อาจารย์…เอ่อ คุณฉินหมางเคยเป็นโรคประหลาดตั้งแต่สมัยที่เขายังหนุ่ม แล้วจู่ ๆ โรคภายในร่างกายของเขาก็กำเริบขึ้นมาเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ซึ่งคราวนี้อาการของโรคค่อนข้างที่จะร้ายแรง หมอบอกว่าเขาอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน” เย่จิ่งชานพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย

น้ำเสียงของเย่จิ่งชานดูเศร้ามากและเนื่องจากเซี่ยเฟยไม่รู้ว่าเย่จิ่งชานกับฉินหมางเป็นศิษย์อาจารย์กัน เขาจึงค่อนข้างรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของผู้บัญชาการค่ายฝึกจัสทิสลีก

“คุณตาอยู่ตรงนั้นหรือเปล่าครับ? ผมขอคุยกับเขาหน่อยได้ไหม” เซี่ยเฟยกล่าว

“เขาหลับไปแล้ว”

“อ่อครับ งั้นเดี๋ยวผมจะติดต่อกลับมาใหม่”

“เขาหวังที่จะพบกับคุณมาโดยตลอดและมันก็ทำให้เขาอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ คุณควรจะรีบมาที่นี่ด้วยตัวเอง อย่าติดต่อมาทางระบบสื่อสารเลย” เย่จิ่งชานกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อได้ยินแบบนั้นเซี่ยเฟยก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง

มันไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการแพทย์ที่ผู้ป่วยจะรอใครสักคนก่อนที่พวกเขาจะตาย แล้วมันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่เย่จิ่งชานจะไม่ให้เขาพูดคุยกับฉินหมางผ่านทางระบบสื่อสาร

“ได้ครับ ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

หลังจากวางสายเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่พร้อมกับนั่งครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

“ทำไมฉินหมางถึงอยากให้นายไปดูใจ? เขาไม่มีลูกหลานมาคอยดูใจหรอ?” พอตเตอร์ถาม

ปกติสิ่งที่คนใกล้ตายอยากเห็นมากที่สุดในช่วงสุดท้ายของชีวิตคือคนที่ใกล้ชิดกับพวกเขา ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าฉินหมางกับเซี่ยเฟยจะมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดี แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ญาติเนื้อเชื้อไขที่เกี่ยวข้องกัน

“เท่าที่ผมรู้ คุณตาไม่น่าจะมีญาติคนอื่นครับ” เซี่ยเฟยกล่าว

“งั้นเหรอ... พวกเรารีบกลับกันเถอะ เขาคงมีเรื่องสำคัญอยากจะพูดกับนายก่อนที่เขาจะจากไป” พอตเตอร์กล่าว หลังจากนั้นเขาก็ตบไหล่ปลอบใจเซี่ยเฟย 2 ครั้งก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องบัญชาการของยานรบไป

พอตเตอร์มีอายุน้อยกว่าฉินหมางไม่มากและสิ่งที่ฉินหมางกำลังพบเจอก็คงจะมาถึงพอตเตอร์ในไม่ช้า ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงความตายได้แม้ว่าพวกเขาจะมีอายุยืนยาวมากแค่ไหนก็ตาม

นอกจากนี้พอตเตอร์ยังเพิ่งทะเลาะกับวินด์ไชม์ทำให้เขาเก็บตัวอยู่ในห้องด้วยความรู้สึกที่หดหู่ใจ

“ดูเหมือนว่าผู้บัญชาการเย่จะมีอะไรบางอย่างผิดปกติ” เซี่ยเฟยพูดกับตัวเองขณะเงยหน้ามองเพดาน

ในระหว่างนั้นอันธก็ลอยออกมาจากสร้อยมายืนอยู่ด้านข้างเซี่ยเฟยอย่างเงียบ ๆ

“ฉันก็คิดว่าเขากำลังปิดบังอะไรนายอยู่เหมือนกัน”

“ยากนะเนี่ยที่แม้แต่นายก็ยังสัมผัสความรู้สึกของเขาได้” เซี่ยเฟยพูดแซวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

คำพูดนี้ทำให้อันธหน้ามุ่ยขึ้นมาและถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะมีอายุเพียงแค่ 19 ปี แต่ชายหนุ่มก็มีทักษะในการวิเคราะห์ที่เหนือกว่าเขาไปมากจริง ๆ

“ตอนที่ผู้บัญชาการเย่พูดถึงอาการของคุณตา ฉันสังเกตเห็นน้ำตาที่ซึมออกมาเล็กน้อยแสดงว่าเขากำลังรู้สึกเสียใจกับอาการของคุณตามาก ถ้าหากว่าเขาไม่ใช่นักแสดงมืออาชีพเขาก็ไม่น่าจะแสดงอารมณ์แบบนั้นออกมาได้”

“แต่เมื่อฉันขอคุยกับคุณตารูม่านตาของเขาขยายกว่าปกติประมาณ 0.3 เท่าแสดงว่าเขากำลังรู้สึกไม่พอใจมาก แต่เขาก็เก็บซ่อนอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างดี ถ้าในตอนนั้นฉันไม่ได้สังเกตท่าทางของผู้บัญชาการเย่ดี ๆ ฉันก็อาจจะถูกเขาหลอกได้”

“อย่างไรก็ตามคำพูดต่อไปของเขาก็ขัดแย้งกับความรู้สึกในก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งในน้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความสั่นเครืออยู่เล็กน้อย โดยปกติเสียงของคนจะสั่นขึ้นมาด้วย 2 สาเหตุคือหนึ่งตอนที่เขากำลังพูดโกหกหรือสองในตอนที่เขากำลังรู้สึกตื่นตระหนก แต่เสียงของผู้บัญชาการเย่ดูเหมือนจะทั้งโกหกและตื่นตระหนกในเวลาเดียวกัน” เซี่ยเฟยอธิบายสิ่งที่เขาวิเคราะห์ออกมา

“เป็นไปได้ไหมที่เขาไม่ต้องการให้นายเจอกับฉินหมาง?” อันธถามขึ้นมาด้วยความไม่แน่ใจ

“ฉันคิดว่าใช่” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“แล้วทำไมเย่จิ่งชานถึงไม่อยากให้นายเจอฉินหมางก่อนที่เขาจะตายด้วย?” อันธถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

คำถามนี้เป็นคำถามที่เซี่ยเฟยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะเขาก็ไม่สามารถคาดเดาสาเหตุได้เช่นกัน

“ลองโทรหาโรงพยาบาลโดยตรงไหม? อย่างน้อยมันก็ช่วยเลี่ยงเย่จิ่งชานได้” อันธกล่าวแนะนำ

“ไม่มีประโยชน์หรอก อย่าลืมว่าเขาเป็นผู้บัญชาการของค่ายฝึกจัสทิสลีก ถ้าเขาไม่ต้องการให้ฉันเจอคุณตาจริง ๆ โรงพยาบาลก็ไม่สามารถให้ข้อมูลกับฉันได้”

“ดูเหมือนว่าฉันจะต้องรีบกลับไปหาคุณตาให้เร็วที่สุด!” เซี่ยเฟยกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 196: ไม่สามารถติดต่อได้

คัดลอกลิงก์แล้ว