เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 191: การช่วยเหลือที่ยากลำบาก

ตอนที่ 191: การช่วยเหลือที่ยากลำบาก

ตอนที่ 191: การช่วยเหลือที่ยากลำบาก


ตอนที่ 191: การช่วยเหลือที่ยากลำบาก

“แย่แล้ว!”

ในระหว่างที่สถานการณ์ตกอยู่ในความยากลำบาก จู่ ๆ มันก็ได้มีโดรนชนิดหนึ่งเคลื่อนที่ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยพวกมันคล้ายจะได้รับการพัฒนามาไว้ต่อสู้ภายในพื้นที่แรงโน้มถ่วงสูงโดยเฉพาะ และมันก็มีปืนใหญ่ความเร็วสูงขนาดเล็กติดอยู่ด้านบนของโดรนทุกลำ

พลังทำลายของปืนใหญ่ความเร็วสูงมีไม่มากนัก แต่อัตราการยิงของมันมีความถี่มากและในพริบตาเซี่ยเฟยกับพอตเตอร์ก็ถูกล้อมรอบด้วยฝูงโดรนนับพัน

โชคดีที่โทมาฮอว์กมีขนาดใหญ่มันจึงดึงดูดข้าศึกเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก ไม่อย่างนั้นถ้าหากว่าโดรนเหล่านี้มุ่งเน้นการโจมตีไปที่ยานทริสตัน ยานของพอตเตอร์ก็คงจะถูกพวกมันทำลายลงไปแล้ว

สถานการณ์ในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤตมากถึงขนาดที่ยานของพอตเตอร์พร้อมจะระเบิดขึ้นมาได้ทุกเมื่อ

โทมาฮอว์กยังอยู่ห่างจากทริสตันหลายร้อยกิโลเมตร หากเทียบกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ระยะทางแค่นี้มันก็ดูเหมือนใกล้ แต่มันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 นาทีกว่าที่เซี่ยเฟยจะเข้าถึงยานของพอตเตอร์ได้

ยิ่งไปกว่านั้นแรงโน้มถ่วงอันรุนแรงยังได้ปิดกั้นระบบการสื่อสารของทั้งสองฝ่าย และเครื่องรับสัญญาณก็เต็มไปด้วยเสียงรบกวนทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยกับพอตเตอร์ได้เลย

โดรนต่อสู้ของโทมาฮอว์กยังคงจู่โจมศัตรูที่มีจำนวนมากกว่านับ 10 เท่าอย่างกล้าหาญ แต่ถึงแม้ว่าโดรนแต่ละลำจะแข็งแกร่งมากแต่จำนวนของศัตรูก็มีมากจนเกินไป จนทำให้โดรนของโทมาฮอว์กถูกทำลายเกือบทุกวินาที

โทมาฮอว์กปล่อยโดรนออกไปต่อสู้อย่างสิ้นหวัง แล้วมันก็มีโอกาสสูงมากที่โดรนที่ถูกปล่อยออกไปจะไม่มีทางรอดกลับมา

เหล่าผู้ที่เมินเทคโนโลยีควรจะได้เห็นการต่อสู้ในครั้งนี้ เพราะถึงแม้ว่าเครื่องจักรจะไม่มีความแข็งแกร่งเหมือนมนุษย์ แต่อย่างน้อยพวกมันก็ยังต่อสู้ตามคำสั่งอย่างสุดกำลัง

สมมติว่าสถานการณ์นี้เป็นการปล่อยนักรบออกไปต่อสู้ พวกเขาจะมีความภักดีถึงขนาดยอมตายเหมือนกับพวกโดรนเหล่านี้ไหม?

สถานการณ์ดูย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าหากว่ามันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน พอตเตอร์จะต้องเสียชีวิตลงในสนามรบแห่งนี้แน่นอน

เซี่ยเฟยกัดฟันพร้อมกับทำการตัดสินใจครั้งสำคัญในเวลาไม่ถึง 0.001 วินาที ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่บ้าระห่ำถึงขนาดที่เขาเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับความตาย!

“เตรียมระเบิดทำลายมิติเอาไว้ให้พร้อม โทมาฮอว์กเปิดระบบทำลายตัวเอง” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

“อะไรนะ?! เปิดระบบทำลายตัวเองงั้นเหรอ นายกำลังพยายามทำอะไรกันแน่?” อันธอุทานด้วยความตกตะลึง

ภายในสมองของวิญญาณตนนี้เต็มไปด้วยความตกใจและความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้นเลย เพราะสิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในตอนนี้คือการเชื่อมั่นในตัวของเซี่ยเฟย ไม่ว่าการตัดสินใจของชายหนุ่มคนนี้จะบ้าระห่ำมากแค่ไหนก็ตาม!

พริบตาต่อมาทั่วทั้งยานโทมาฮอว์กก็ตกอยู่ภายใต้แสงสีแดง!

“ระบบทำลายตัวเองถูกเปิดใช้งาน เริ่มทำการนับถอยหลัง 15 นาที”

เสียงคอมพิวเตอร์ AI แจ้งเตือนไปทั่วทั้งลำยาน

“5 นาทีพอแล้ว!” เซี่ยเฟยสั่งการขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ได้ค่ะ ระบบทำลายตัวเองจะถูกเปิดใช้งานภายใน 5 นาที ขอให้ลูกเรือทั้งหมดสละยานในทันที! ย้ำขอให้ลูกเรือทั้งหมดสละยานทันที!!”

ก่อนที่คอมพิวเตอร์ AI จะพูดคำเตือนจนจบ เซี่ยเฟยก็ทำการถอดชิพโอเวอร์โหลดเก็บไว้ในแหวนมิติก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปในห้องของแฮร์ริส

ชายชรายังคงจ้องอยู่ด้านหน้าหน้าจอที่เต็มไปด้วยสมการอันซับซ้อนที่คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าใจได้ แฮร์ริสควรจะได้รับฉายานักวิทยาศาสตร์ที่บ้าคลั่งจริง ๆ เพราะถึงแม้มันจะมีเสียงการสู้รบดังกึกก้องอยู่ด้านนอก แต่เขากลับไม่รู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“มานี่เร็วเข้า!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามก่อนที่จะจับคอเสื้อของแฮร์ริสและยกชายชราคนนี้ขึ้นไปในอากาศ

เซี่ยเฟยรีบวิ่งไปยังห้องเก็บยานโดยไม่พูดอะไร แล้วด้วยความเร็วเฉลี่ยถึง 4,000 เมตรต่อวินาทีเขาก็สามารถวิ่งเข้ามาในแวมไพร์ได้ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น

กว่าแฮร์ริสจะได้สติเขาก็ได้เห็นเซี่ยเฟยกำลังยุ่งอยู่ในห้องบัญชาการของยานแวมไพร์แล้ว

“อ๊าก!! อุปกรณ์ทดลองกับคอมพิวเตอร์ของฉัน!” แฮร์ริสรีบตะโกนออกมาด้วยความบ้าคลั่งพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้

“หุบปากไปซะ!” เซี่ยเฟยไม่มีเวลาอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง เขาจึงตะโกนด่าออกไปตรง ๆ

ในเวลานั้นสร้อยเจ้าชีวิตก็เริ่มทำหน้าที่ของมันในทันที ดังนั้นถึงแม้แฮร์ริสจะอยากส่งเสียงตะโกนออกมาแต่เขาก็ไม่สามารถจะเปล่งเสียงออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ปล่อยระเบิดทำลายมิติ!”

ปุ้ง!

ลูกระเบิดก้อนสีดำถูกปล่อยออกไปจากช่องยิงระเบิดของโทมาฮอว์ก

ตูม!

เกือบจะในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็ทำการจุดชนวนระเบิดขึ้นมาโดยไม่ลังเล ทำให้คลื่นกระแทกอันรุนแรงกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ราวกับคลื่นในกระแสน้ำ

ยานทั้งลำสั่นคลอนอย่างรุนแรง แต่เนื่องจากเซี่ยเฟยอยู่ในยานแวมไพร์เขาจึงไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ด้านนอกโทมาฮอว์กและเขาก็ไม่รู้ถึงผลกระทบของระเบิด

หากการคำนวนของเขาถูกต้อง ระเบิดพวกนี้น่าจะทำลายโดรนของศัตรูทั้งหมดได้ เนื่องมาจากพวกมันดูมีโครงสร้างที่มีพลังป้องกันไม่สูงมากนัก

กรณีที่โชคดีที่สุดยานทริสตันของพอตเตอร์จะสามารถเอาชีวิตรอดจากแรงระเบิดได้และโดรนทั้งหมดก็จะถูกคลื่นระเบิดทำลายลงไปในเวลาเดียวกัน

การตัดสินใจของเซี่ยเฟยเป็นเหมือนกับการเดิมพันครั้งใหญ่ว่ายานรบของพอตเตอร์จะสามารถต้านทานแรงระเบิดทำลายมิติได้หรือไม่

ด้วยสถานการณ์ที่เกือบจะถึงทางตันเซี่ยเฟยจึงจำเป็นต้องตัดสินใจใช้วิธีการที่เสี่ยงที่สุด เพราะถ้าหากพวกเขาเดิมพันได้ถูกต้องเขาจะสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังในครั้งนี้ไปได้ แต่ถ้าหากว่าเขาเดิมพันผิดพลาดจริง ๆ อย่างน้อยเขาก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

หากพอตเตอร์ได้ฟังแผนการของเซี่ยเฟยในตอนนี้เขาจะต้องเห็นด้วยกับการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างแน่นอน เพราะท้ายที่สุดการตายด้วยการระเบิดของเซี่ยเฟยย่อมดีกว่าการตายภายใต้ปืนใหญ่ของศัตรู

“เคลื่อนที่ออกจากโทมาฮอว์กเดี๋ยวนี้ เปิดระบบควบคุมโดรน โอนย้ายการควบคุมแฮฟวี่โดรนมาให้แวมไพร์ 10 ลำ” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งเสียงดัง

ปุ้ง!

อุปกรณ์ดีดตัวภายในโทมาฮอว์กส่งแวมไพร์ออกไปในห้วงอวกาศพร้อมกับปล่อยแฮฟวี่โดรน 10 ลำให้แวมไพร์คอยควบคุม

ในเวลาเดียวกันแรงโน้มถ่วงอันรุนแรงก็กดทับร่างกายของเซี่ยเฟยกับแฮร์ริสจนทำให้พวกเขารู้สึกปวดไปจนถึงกระดูก

“สำเร็จ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นหลังจากได้เห็นยานทริสตันในระยะไกล

พอตเตอร์รอดชีวิตจากระเบิดได้จริง ๆ!

โดรนหลายพันลำที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ถูกทำลายแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ซึ่งแม้แต่โดรนของโทมาฮอว์กก็ไม่รอดจากพลังทำลายของระเบิดทำลายมิติเช่นกัน

ชิ้นส่วนโดรนลอยอยู่ในทะเลดวงดาวเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันจึงกลายเป็นอนุสรณ์ที่บอกว่าครั้งหนึ่งการต่อสู้ในพื้นที่แห่งนี้มีความรุนแรงมากเพียงใด

แผนการขั้นตอนแรกประสบความสำเร็จแล้ว แต่วิกฤตในครั้งนี้ยังไม่จบสิ้นเพราะโดรนลำสีดำระลอกต่อไปได้ถูกส่งออกมาแล้ว

ชายหนุ่มรีบทำการเชื่อมต่อชิพโอเวอร์โหลดเข้ากับแวมไพร์ด้วยความรวดเร็ว ซึ่งด้วยความเร็วในการเคลื่อนที่ของเซี่ยเฟยเขาจึงสามารถเชื่อมต่อตัวชิพเข้ากับยานรบได้ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที

“โทมาฮอว์กพุ่งเข้าหากลุ่มศัตรูด้วยความเร็วสูงสุด แล้วปล่อยโดรนทั้งหมดยิงสกัดพวกมันเอาไว้” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการเสียงดัง

ทันใดนั้นโทมาฮอว์กก็พุ่งตัวเข้าไปยังบริเวณที่มีศัตรูหนาแน่นที่สุดพร้อมกับทำการปล่อยโดรนออกมายิงสกัดกั้นตามคำสั่ง

“พุ่งเข้าไปหายานลำนั้นด้วยความเร็วสูงสุด!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการให้แวมไพร์พุ่งเข้าหาทริสตันด้วยความเร็วเต็มกำลัง

เซี่ยเฟยได้ใช้ยานทั้งสองลำแบ่งหน้าที่กันอย่างสมบูรณ์ โดยโทมาฮอว์กมีหน้าที่คอยดึงดูดความสนใจของศัตรู ส่วนแวมไพร์มีหน้าที่ในการเข้าช่วยเหลือพอตเตอร์

“เปิดไฟสปอร์ตไลท์ กระพริบส่งสัญญาณ!!”

ดวงไฟบนแวมไพร์เริ่มส่องแสงกระพริบเป็นรหัสแสงที่แพร่หลายในจักรวาล และเนื่องมาจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงเซี่ยเฟยจึงคิดหาวิธีสื่อสารได้เพียงแค่วิธีการนี้เท่านั้น

“เปิดสะพานเทียบยาน เตรียมพร้อมเชื่อมต่อยานเข้าด้วยกันทุกเมื่อ!”

พอตเตอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องยานรบเขาจึงสามารถแปลความสัญญาณแสงพวกนี้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่สัญญาณแสงได้ถูกส่งออกไปสะพานเทียบยานของทริสตันก็ถูกเปิดออกมาด้วยเช่นเดียวกัน และเมื่อไหร่ก็ตามที่แวมไพร์ได้เคลื่อนที่ไปจนถึงยานลำนั้นยานทั้งสองลำก็จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันในทันที

เซี่ยเฟยต้องแข่งกับเวลาและศัตรูก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่รอดูว่าใครจะบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้ก่อนกัน!

ในบางครั้งชีวิตกับความตายก็ถูกกั้นเอาไว้ด้วยเส้นบาง ๆ แต่เซี่ยเฟยยังคงจ้องมองสถานการณ์อันตรายนี้อย่างเคร่งขรึม

“เปิดระบบโอเวอร์โหลด” เซี่ยเฟยตะโกนสั่ง

เครื่องยนต์แบล็คเซอร์เพนท์ 130 เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ระดับสูงสุดในพันธมิตร แต่ถึงกระนั้นการเปิดระบบโอเวอร์โหลดภายในพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงแบบนี้ก็ยังสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์ได้อยู่ดี ซึ่งถ้าหากว่าเครื่องยนต์ทนไม่ได้ขึ้นมาเซี่ยเฟยกับพอตเตอร์ก็คงจะต้องอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ไปตลอดกาล

“เปลี่ยนมาใช้การบังคับด้วยมือ” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งอีกครั้งพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างบังคับแวมไพร์พุ่งไปใกล้ทริสตันด้วยความเร็วสูงสุด

เปลวไฟจากเครื่องยนต์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัดจากเปลวไฟสีเขียวจาง ๆ กลายเป็นเปลวไฟสีแดงส้มอันสง่างาม และแม้แต่อุณหภูมิภายในห้องโดยสารก็ยังค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น

เซี่ยเฟยรู้ดีว่าปรากฏการณ์นี้เป็นสัญญาณว่าเครื่องยนต์กำลังร้อนเกินไปและเครื่องยนต์อาจจะดับลงไปได้ทุกเมื่อ

“ใกล้แล้ว!”

เซี่ยเฟยเข้าใกล้พอตเตอร์มากขึ้นเรื่อย ๆ

เซี่ยเฟยกัดฟันแน่นก่อนที่จะดึงพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างและทำให้แวมไพร์พุ่งออกไปด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นโดรนของศัตรูก็กำลังมุ่งเป้าเข้ามาหาแวมไพร์!!

***************

จบบทที่ ตอนที่ 191: การช่วยเหลือที่ยากลำบาก

คัดลอกลิงก์แล้ว