เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 190: โดรนปะทะโดรน!

ตอนที่ 190: โดรนปะทะโดรน!

ตอนที่ 190: โดรนปะทะโดรน!


ตอนที่ 190: โดรนปะทะโดรน!

“ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงอยากให้มนุษย์ทุกคนเปิดใช้งานพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ได้อย่างเต็มที่” แฮร์ริสกล่าวถาม

คำถามนี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าแฮร์ริสจะมีจุดประสงค์แอบซ่อนไว้เบื้องหลัง

“ภายนอกพันธมิตรอาจจะดูเหมือนมีพลังมหาศาล แต่จริง ๆ แล้วความแข็งแกร่งของพันธมิตรค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จากผลการสำรวจภายในที่ฉันเคยเห็นมาจำนวนของมนุษย์ที่มีความสามารถระดับสูงกำลังลดลงเรื่อย ๆ ในทุกปี บางทีอีกไม่กี่ปีข้างหน้ามนุษย์อาจจะไม่เหลือผู้มีพลังพิเศษเหมือนกับเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งในเวลานั้นมนุษย์ก็ไม่มีพลังมากพอที่จะต่อต้านพวกเซิร์กหรือพวกนาวีอีกต่อไป”

“ท้ายที่สุดความแข็งแกร่งทางกายภาพของพวกเซิร์กกับพวกนาวีก็สูงกว่ามนุษย์มาก เมื่อไหร่ก็ตามที่มนุษย์สูญเสียความได้เปรียบในเรื่องพลังพิเศษไป ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา”

“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น ถึงมนุษย์จะไม่มีพลังพิเศษแล้วแต่มนุษย์ก็ยังมีเทคโนโลยีอยู่ ไม่ว่ายังไงมนุษย์ก็คงจะไม่พ่ายแพ้ง่าย ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวแย้ง

“ถ้าหากมนุษย์โบราณไม่ได้ถูกทำลายโดยพวกหุ่นยนต์ เทคโนโลยีของพวกเขาก็อาจจะช่วยให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ครอบครองจักรวาลแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่ฉันก็ไม่คิดว่าวิทยาการจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้” แฮร์ริสกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

เซี่ยเฟยเคยได้ยินคำพูดลักษณะนี้ในระหว่างพิธีปฐมนิเทศของค่ายฝึกจัสทิสลีกเช่นเดียวกัน ในเวลานั้นเย่จิ่งชานพยายามกล่าวเน้นถึงความสำคัญของการฝึกฝน เพราะถ้าหากนักสู้มีพลังที่มากพอพวกเขาก็จะสามารถจัดการปัญหาทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว

มันเคยมีตำนานเล่าขานว่ายอดนักสู้ที่ทรงพลังสามารถทำลายดาวทั้งดวงได้ด้วยพลังของตัวเอง แต่เซี่ยเฟยไม่เคยเห็นคนที่มีพลังในระดับนั้นมาก่อน เขาจึงเห็นด้วยกับแนวทางของฉินหมางที่มุ่งเน้นการฝึกฝนไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่าแม้แต่นักวิทยาศาสตร์อย่างแฮร์ริส ผู้ซึ่งเป็นศูนย์กลางผู้คิดค้นเทคโนโลยีกลับกำลังดูถูกเทคโนโลยีของพันธมิตรเสียเอง ซึ่งมันดูจะเป็นวิธีการคิดที่ย้อนแย้งจริง ๆ

“ถึงแม้เทคโนโลยีจะทำไม่ได้ทุกอย่างแต่มันก็ขึ้นอยู่กับระดับของเทคโนโลยีด้วย ฉันถามจริง ๆ ว่านักสู้ระดับแนวหน้าจะสู้กับยานลำมหึมาที่เราได้พบในก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

“ได้! ในพันธมิตรมียอดนักรบที่สามารถทำลายดวงดาวซ่อนตัวอยู่อย่างมากมาย คนพวกนั้นสามารถทำลายยานรบได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน” แฮร์ริสพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเด็ดขาด

เมื่อเห็นท่าทางจริงจังของชายชราเซี่ยเฟยก็ไม่คิดที่จะโต้เถียงอะไรกลับไป เขาจึงเดินกลับไปที่ห้องบัญชาการอย่างเงียบ ๆ ก่อนที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

“นายมีความคิดเห็นว่ายังไงบ้าง? ฉันคิดอยู่เสมอว่าพลังพิเศษกับเทคโนโลยีสามารถนำมาส่งเสริมซึ่งกันและกัน มนุษย์จึงไม่สามารถขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสองสิ่งนี้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวกับอันธ

“ตอนที่ฉันอยู่ในสำนักฉันก็เคยเชื่อเกี่ยวกับการพึ่งพาพลังของตัวเอง แต่หลังจากที่ฉันได้อยู่กับนายฉันก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ผิดอะไรถ้าจะพึ่งพาพลังของเทคโนโลยี ท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปได้ไกลมากแค่ไหน แต่มนุษย์ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีพวกนี้ก็คงจะยึดมั่นในพลังของตัวเองมากกว่า” อันธกล่าว

“นายเคยเห็นยอดนักสู้ตัวจริงหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถาม

“เคยสิ อาจารย์ของฉันไง!” อันธกล่าวพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ

“อาจารย์ของนายเก่งแค่ไหน?”

“เก่งมาก”

เซี่ยเฟยมองไปที่อันธด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับว่าเขาเบื่อคำอวยของวิญญาณตนนี้

“ตอนนี้ระดับพลังพิเศษของนายอยู่ที่สตาร์ฟิลด์แล้ว แต่นายอย่าลืมว่าเหนือระดับสตาร์ฟิลด์คือสตาร์ริเวอร์ เหนือระดับสตาร์ริเวอร์คือระดับลีเจนด์ เหนือระดับลีเจนด์คืออีเทอนิตี้ การที่มนุษย์ตั้งชื่อระดับพวกนี้ขึ้นมามันก็หมายความว่ามันมีมนุษย์ได้เข้าถึงระดับพลังพวกนี้แล้ว” อันธกล่าวเสียงเข้ม

“ถ้ามีโอกาสฉันอยากจะไปสำนักของนายจริง ๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานายเคยเล่าเรื่องสำนักนายเยอะมาก แต่นายไม่เคยบอกฉันเลยว่าสำนักของนายอยู่ที่ไหน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ห้ามคนนอกเข้าไป” อันธกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งในเวลาเดียวกันโทมาฮอว์กก็กำลังวาร์ปครั้งสุดท้ายก่อนที่จะไปปรากฏตัวในพื้นที่ตำแหน่งที่ 3

ตูม!

จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้องก่อนที่โทมาฮอว์กจะออกมาจากรูหนอนจนสุด

“เปิดใช้เกราะพลังงานเต็มกำลัง เตรียมระบบอาวุธทุกอย่างให้พร้อม!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจุดหมายปลายทางในครั้งนี้มันจะเป็นสนามรบ!

วื้ด!

โทมาฮอว์กเริ่มเร่งเครื่องเพื่อเคลื่อนที่ออกจากรูหนอน

ในท้องฟ้าสีดำเต็มไปด้วยซากยานรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน แต่เซี่ยเฟยคุ้นเคยกับยานรบในพันธมิตรเป็นอย่างดี เขาจึงสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่าซากยานรบพวกนี้ไม่ใช่ยานรบที่ผลิตขึ้นมาในพันธมิตร

รูปร่างของยานรบพวกนี้คล้ายกับไข่ขนาดยักษ์สีดำที่พื้นผิวถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลมยาว ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่รู้ว่ายานอวกาศพวกนี้เป็นของเผ่าพันธุ์ใด แต่เขาก็สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่าพวกมันคือศัตรู!!

ท่ามกลางซากยานรบพวกนี้มียานของพันธมิตรกำลังยืนหยัดสู้กับศัตรูอยู่ และยานลำนั้นนั่นก็คือยานทริสตันซึ่งเป็นยานรุ่นเดียวกันกับที่พอตเตอร์ใช้เดินทางออกมา

“เปิดระบบควบคุมโดรนเต็มกำลัง ปล่อยโดรนวีนัสออกไปเดี๋ยวนี้!” เซี่ยเฟยสั่งการอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าจะยังไงสิ่งแรกที่เขาจำเป็นจะต้องทำนั่นก็คือการพยายามช่วยเหลือยานพันธมิตรลำนั้นก่อน

วี่!

โดรนวีนัส 20 ลำบินออกมาจากช่องปล่อยโดรนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่โดรนเหล่านี้จะบินล้อมรอบโทมาฮอว์กเอาไว้

“เล็งการจู่โจมไปที่ยานลำเล็กของศัตรูทั้งหมด เปิดใช้งานเครื่องแทรคชั่นคอนโทรลเลอร์ จับพวกมันเอาไว้!!”

วี่! วี่! วี่!

เมื่อได้รับคำสั่งที่ชัดเจนโดรนต่อสู้ก็เริ่มพุ่งเข้าหาศัตรูอย่างดุดัน

โดรนพวกนี้เป็นเพียงแค่เครื่องจักรที่ถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ พวกมันจึงไม่รู้จักคำว่าเกรงกลัว ดังนั้นถึงแม้ว่าศัตรูจะโหดร้ายแต่พวกมันก็จะกระโจนเข้าใส่ศัตรูอย่างเต็มกำลัง

ในเวลาเดียวกันยานลำเล็กของศัตรูประมาณ 100 ลำก็เริ่มพุ่งเข้ามาหาโทมาฮอว์ก และเนื่องมาจากขนาดของพวกมันที่ค่อนข้างเล็กยานพวกนี้จึงสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

บูม! บูม! บูม!

ปืนใหญ่บนโดรนต่อสู้ระดมยิงเข้าใส่ยานของศัตรูอย่างดุเดือด และถึงแม้ว่ายานของศัตรูพวกนี้จะค่อนข้างว่องไว แต่โดรนต่อสู้ที่เซี่ยเฟยปล่อยออกไปก็ไม่ได้เชื่องช้าเช่นเดียวกัน

การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายคล้ายกับฝูงผึ้งที่กำลังสู้กันอยู่กลางอากาศ

“เร่งกำลังเครื่องยนต์เต็มที่ เข้าใกล้ยานทริสตันให้ได้โดยเร็วที่สุด!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการ

หลังได้รับคำสั่งโทมาฮอว์กก็เริ่มเร่งเครื่องเคลื่อนที่เข้าหายานของพอตเตอร์ ท้ายที่สุดแรงโน้มถ่วงในบริเวณนี้ก็ยังคงมีความรุนแรง มันจึงทำให้ยานของพอตเตอร์ที่ได้รับความเสียหายไม่สามารถบินเข้ามาหาโทมาฮอว์กได้ เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องบินเข้าไปหาพอตเตอร์เท่านั้น

“ไอ้แรงโน้มถ่วงบัดซบ!!” เซี่ยเฟยร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวเนื่องมาจากแรงโน้มถ่วงทำให้ยานของเขาเคลื่อนที่ออกไปได้ช้ามาก

กว่าที่ยานโทมาฮอว์กจะได้เข้ามาใกล้ ยานทริสตันก็ถูกไฟไหม้ไปทั่วทั้งลำแล้ว

ชั้นเกราะของยานรบประกอบไปด้วยโลหะผสมต้านทานความร้อน ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกมันจะถูกโจมตีแต่มันก็ไม่มีทางเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งการที่มันได้มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาแบบนี้ มันก็หมายความว่ายานของพอตเตอร์ได้รับความเสียหายไปจนถึงชั้นโครงสร้างของยานแล้ว

โครงสร้างของยานรบคือแนวป้องกันชั้นสุดท้ายและถ้าหากว่ามันถูกทำลายลูกเรือทุกคนก็จะเสียชีวิต

“เปิดใช้ระบบโอเวอร์โหลดเดี๋ยวนี้!!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการอย่างเริ่มเสียสติไปแล้ว

เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขายังพูดคุยกับแฮร์ริสอย่างคนมีเหตุผล แต่หลังจากที่เขาได้เห็นยานของพอตเตอร์ถูกไฟไหม้เขาก็กลายเป็นนักรบที่บ้าคลั่ง

อย่าลืมว่าพื้นที่บริเวณนี้คือพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูง ดังนั้นเครื่องยนต์ของยานรบจึงทำงานมากกว่าปกติอยู่หลายเท่า แต่ถึงกระนั้นเซี่ยเฟยก็ยังเปิดใช้งานระบบโอเวอร์โหลดในสภาพแวดล้อมที่อันตรายแบบนี้

คำสั่งของเขาไม่ต่างไปจากคำสั่งที่พยายามจะพังเครื่องยนต์!!

เปลวไฟที่พุ่งออกมาจากเครื่องยนต์เปล่งประกายขึ้นมาอย่างเต็มที่ พร้อมกับโทมาฮอว์กที่เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงเนื่องจากมันต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงท่ามกลางแรงโน้มถ่วงมหาศาล

“คำเตือนเครื่องยนต์หมายเลข 2 และเครื่องยนต์หมายเลข 3 มีความร้อนสูงมากเกินไป พวกมันอาจจะหยุดทำงานได้ทุกเมื่อ” เสียงคอมพิวเตอร์ AI ดังแจ้งเตือนขึ้นมา

แต่เดิมเครื่องยนต์หมายเลข 2 กับเครื่องยนต์หมายเลข 3 ค่อนข้างเก่ามากแล้ว พวกมันจึงร้อนเกินขีดจำกัดอย่างรวดเร็วหลังจากที่เซี่ยเฟยเปิดใช้งานระบบโอเวอร์โหลด

ในขณะที่โทมาฮอว์กกำลังเร่งความเร็วพวกเขาก็ยังคงอยู่ห่างจากยานรบของพอตเตอร์พอสมควร

“หุบปากไปซะ! เร่งเครื่องเต็มกำลังเดี๋ยวนี้!!” เซี่ยเฟยตะโกนด่าคอมพิวเตอร์ AI อย่างดุดัน

บูม!

“เครื่องยนต์หมายเลข 3 หยุดทำงานแล้ว คุณยังต้องการเปิดระบบโอเวอร์โหลดต่อไปหรือไม่?”

“เปิดต่อ!!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการอย่างไม่ลังเล

ห่างออกไปไม่ไกลโดรนวีนัสของเซี่ยเฟยก็กำลังปะทะกับศัตรูอย่างดุเดือด แต่เนื่องมาจากจำนวนของศัตรูที่มีมากเกินไปมันจึงทำให้โดรนกว่า 10 ลำถูกทำลายลงไปแล้ว

“ปล่อยโดรนวอร์แฮมเมอร์”

วี่!

โดรนวอร์แฮมเมอร์ 11 ลำเข้าร่วมการต่อสู้ในทันทีและทุกครั้งที่โดรนถูกทำลายลงไป โทมาฮอว์กจะส่งโดรนลำใหม่ออกไปเติมเต็มกำลังรบอยู่เสมอ

โทมาฮอว์กเป็นยานรบที่เน้นจู่โจมด้วยโดรนต่อสู้ มันจึงมีโดรนถูกเก็บเอาไว้ภายในยานจำนวนหลายร้อยลำและเมื่อโดรนลำใดลำหนึ่งถูกทำลาย โดรนลำใหม่จะถูกปล่อยออกมาแทนที่ในทันที

บูม!

เสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้งโดยในคราวนี้เป็นเสียงของเครื่องยนต์หมายเลข 2 ที่ไม่สามารถทนรับแรงกดดันมหาศาลได้

ในเวลาเดียวกันความเร็วของโทมาฮอว์กก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วทั้ง ๆ ที่พวกเขายังไม่สามารถเข้าใกล้ยานของพอตเตอร์ได้เลย

แม้ว่ายานทริสตันของพอตเตอร์จะไม่ได้อ่อนแอ แต่จำนวนของข้าศึกก็มีมากจนเกินไปจนทำให้เปลวไฟเริ่มลุกไหม้ขึ้นเรื่อย ๆ

เวลาของพอตเตอร์เหลืออยู่ไม่มากแล้ว!!

***************

จบบทที่ ตอนที่ 190: โดรนปะทะโดรน!

คัดลอกลิงก์แล้ว