เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 185: เข้าสู่เขตแรงโน้มถ่วงสูง

ตอนที่ 185: เข้าสู่เขตแรงโน้มถ่วงสูง

ตอนที่ 185: เข้าสู่เขตแรงโน้มถ่วงสูง


ตอนที่ 185: เข้าสู่เขตแรงโน้มถ่วงสูง

เนื่องจากเขตทุ่งดาวแห่งความตายอยู่ห่างไกลจากพันธมิตร มันจึงมักที่จะมีเหตุการณ์สตาร์เน็ตเวิร์กถูกตัดขาดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ยังไม่ทันรู้เลยว่าคุณตาโทรมาทำไม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเม้มริมฝีปาก

“บังเอิญจริง ๆ ที่สตาร์เน็ตเวิร์กมาขัดข้องช่วงนี้พอดี” อันธกล่าว

“ช่างมันเถอะ! ฉันค่อยติดต่อกลับไปหลังออกมาจากเขตแรงโน้มถ่วงสูงแล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

หลังจากนั้นโทมาฮอว์กก็ค่อย ๆ เข้าไปในรูหนอนซึ่งเป็นการวาร์ปครั้งสุดท้ายก่อนเข้าไปในเขตแรงโน้มถ่วงสูง

ไม่กี่นาทีต่อมาโทมาฮอว์กก็ออกมาจากรูหนอนพร้อมกับยานทั่วทั้งลำที่ถูกบีบอัดอย่างรุนแรง ซึ่งแม้แต่เซี่ยเฟยก็รู้สึกราวกับว่ามันได้มีก้อนหินก้อนใหญ่กำลังกดทับร่างกายของเขาอยู่

ระบบแรงโน้มถ่วงภายในยานเริ่มทำการปรับความดันในทันที ซึ่งหลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไปประมาณ 3 นาทีความดันภายในห้องโดยสารก็ค่อย ๆ กลับเข้าสู่สภาวะปกติ

“มุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายแรก เครื่องยนต์หมายเลข 1 ทำงานในสัดส่วน 50% ส่วนเครื่องยนต์หมายเลข 2 กับหมายเลข 3 ทำงานในสัดส่วนเครื่องละ 25%” เซี่ยเฟยสั่งงานคอมพิวเตอร์ AI พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เครื่องยนต์หมายเลข 1 คือเครื่องยนต์ดั่งเดิมที่ติดมากับโทมาฮอว์กอยู่แล้ว และเนื่องจากเครื่องยนต์นี้มีสภาพดีมากที่สุดเขาจึงให้มันทำงานในอัตราส่วน 50% ส่วนเครื่องยนต์หมายเลข 2 กับเครื่องยนต์หมายเลข 3 เป็นเครื่องยนต์เก่าที่เขานำกลับมาใช้งาน เขาจึงให้พวกมันทำงานเพียงแค่เครื่องละ 25%

เปลวไฟสีฟ้าอ่อน 3 เส้นพ่นออกมาจากด้านหลังโทมาฮอว์กเคลื่อนที่ผ่านเศษดาวแรงโน้มถ่วงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และเคลื่อนที่เข้าใกล้ดาวเคราะห์สีกากีด้วยความเร็วประมาณ 3 กิโลเมตรต่อวินาที

“เปิดใช้งานระบบเรดาร์เต็มกำลัง พยายามค้นหาสัญญาณขอความช่วยเหลือจากพื้นที่บริเวณนี้” เซี่ยเฟยสั่งการเสียงเข้ม

ทันใดนั้นระบบเรดาร์ทุกคลื่นสัญญาณของตัวเครื่องก็ทำการปล่อยสัญญาณออกไปอย่างเต็มที่เพื่อพยายามหาสัญญาณขอความช่วยเหลือจากบริเวณนี้ซ้ำ ๆ

เขตพื้นที่แรงโน้มถ่วงสูงจะทำการบิดเบือนสัญญาณทุกอย่างในบริเวณนี้ และถึงแม้ว่าระบบเรดาร์จะสามารถรับสัญญาณได้แต่มันก็ไม่สามารถวิเคราะห์ความหมายของสัญญาณพวกนั้นได้

“เปิดระบบสื่อสารพลังงานสูงพยายามค้นหาสัญญาณใกล้เคียง และพยายามเชื่อมต่อกับสตาร์เน็ตเวิร์กไปด้วย” เซี่ยเฟยสั่งการอีกครั้ง

จู่ ๆ อันธก็รู้สึกเหมือนเซี่ยเฟยเป็นผู้บัญชาการกองยานที่คอยออกคำสั่งต่าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ

“สัญญาณเรดาร์ล้มเหลว, ความพยายามเชื่อมต่อสัญญาณบริเวณใกล้เคียงล้มเหลว, ความพยายามในการเชื่อมต่อสตาร์เน็ตเวิร์กล้มเหลว” เสียง AI คอมพิวเตอร์รายงานสถานการณ์

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้ว เพราะถ้าหากว่าแม้แต่ระบบเรดาร์ก็ไม่สามารถทำงานได้มันก็จะทำให้โทมาฮอว์กไม่ต่างไปจากคนหูหนวก ซึ่งถ้าหากว่ามันมีศัตรูโผล่มาข้าง ๆ เขาอย่างกะทันหัน เขาก็จะไม่มีโอกาสรับรู้ถึงตัวตนของศัตรูล่วงหน้าได้เลย

“เริ่มระบบจำลองภาพ เล็งไปที่เป้าหมายแรกแล้วใช้กำลังขยาย 100 เท่า” เซี่ยเฟยกัดฟันออกคำสั่ง

เนื่องมาจากระบบเรดาร์ไม่สามารถทำงานได้ เขาจึงจำเป็นจะต้องใช้ระบบการจับภาพเพื่อวิเคราะห์ว่ามียานของลุงพอตเตอร์อยู่ในบริเวณนี้หรือเปล่า ซึ่งการค้นหาด้วยวิธีการนี้มันก็ทำให้ภารกิจค้นหาของเขายากลำบากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ไม่นานภาพอันพร่ามัวก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และเนื่องจากเศษดาวแรงโน้มถ่วงสูงได้รบกวนระบบการจับภาพของโทมาฮอว์กเช่นเดียวกัน มันจึงทำให้ภาพที่ปรากฏขึ้นมาเป็นภาพที่บิดเบี้ยวจนแทบจะมองอะไรไม่ออกเลย

“ประมวลผลภาพแยกออกเป็น 16 ภาพ แล้วเพิ่มกำลังขยายเป็น 500 เท่า”

ระบบ AI เริ่มทำการแบ่งสัดส่วนภาพออกเป็น 16 ภาพและวิเคราะห์ภาพเหล่านี้ในทันที ทำให้ภาพหลังการวิเคราะห์ดูดีกว่าเดิมแต่มันก็ยังคงเป็นภาพที่พร่ามัวจนมองอะไรไม่ออกอยู่ดี

เซี่ยเฟยแอบสบถภายในใจ สถานที่แห่งนี้สมควรที่จะได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในพันธมิตรมนุษย์แล้ว เพราะแม้แต่ระบบจับภาพก็ยังไม่สามารถทำงานได้จนทำให้โทมาฮอว์กไม่ต่างไปจากคนหูหนวก, ตาบอดและเป็นใบ้ในเวลาเดียวกัน

“เข้าใกล้พื้นที่เป้าหมาย บินวนเป็นรูปเกลียวโดยเว้นระดับความสูง 25,000 เมตร ระบบจับภาพเปิดใช้งานเต็มกำลังแล้วประมวลผลภาพทุกภาพโดยการแยกภาพออกเป็น 36 รูป”

เมื่อตกอยู่ในความสิ้นหวังเซี่ยเฟยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากเข้าไปสังเกตการณ์จากระยะใกล้และพยายามใช้ระบบจับภาพเพื่อหายานของพอตเตอร์

ถึงแม้ว่าการทำแบบนี้จะทำให้ภาพที่ได้รับออกมาชัดเจนแต่มันก็เสียเวลาที่ต้องใช้ในการค้นหาเช่นเดียวกัน โดยดาวเคราะห์ดวงหนึ่งต้องใช้เวลาในการค้นหาประมาณครึ่งวัน แต่มันก็ยังมีดาวเคราะห์อีกมากมายที่เป็นเป้าหมายในการค้นหาของเซี่ยเฟย

ในพริบตาเวลาก็ผ่านไป 2 วันแล้ว โดยในตอนนี้ดวงตาของเซี่ยเฟยเต็มไปด้วยสีแดงก่ำ เพราะเขาจำเป็นจะต้องสังเกตทุกรายละเอียดด้วยตาเปล่า

“ดูเหมือนวิธีการนี้จะไม่ได้ผล ด้วยความเร็วการค้นหาในปัจจุบันฉันคิดว่ามันอาจจะต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะค้นหาเป้าหมายได้หมด” เซี่ยเฟยจุดบุหรี่พร้อมกับพยายามใช้ความคิดวิเคราะห์สถานการณ์

“พื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงมีความซับซ้อนกว่าที่พวกเราประเมินเอาไว้มาก การเข้ามาในพื้นที่นี้ทำให้เราไม่ต่างไปจากคนหูหนวกตาบอดเลย” อันธกล่าว

“ข้ามพื้นที่โซนสีแดงทั้งหมด มุ่งหน้าสู่เป้าหมายโซนสีม่วงหมายเลข 1” เซี่ยเฟยกัดฟันตะโกนสั่งการ

เซี่ยเฟยทำการตั้งชื่อจุดสีม่วงทั้ง 3 จุดในแผนที่ดาวของพอตเตอร์ว่าพื้นที่หมายเลข 1, พื้นที่หมายเลข 2 และพื้นที่หมายเลข 3 โดยพื้นที่หมายเลข 1 กับพื้นที่หมายเลข 2 เป็นพื้นที่ใกล้แกนกลางเขตแรงโน้มถ่วงสูง ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีความผันผวนสูงมากและมันก็มีความรุนแรงของแรงโน้มถ่วงอยู่ในจุดที่ไม่สามารถจินตนาการได้

ส่วนพื้นที่หมายเลข 3 อยู่ในเขตไร้ข้อมูล มันจึงไม่มีใครรู้ว่าพื้นที่บริเวณนั้นมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่บ้าง

อันธขมวดคิ้วและพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมเซี่ยเฟย แต่เขาก็รู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ชายหนุ่มตัดสินใจอะไรไปแล้วมันก็ยากที่จะมีใครมาหยุดการตัดสินใจของเซี่ยเฟยได้

“คำเตือนแรงโน้มถ่วงของพื้นที่เป้าหมายใกล้เคียงกับขีดจำกัดของยานรบ โปรดยืนยันคำสั่งอีกครั้งหนึ่ง”

เสียงคอมพิวเตอร์ AI ขอคำยืนยันการสั่งการ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ระบบ AI ของยานได้รับคำสั่งที่เสี่ยงอันตรายมากจนเกินไป พวกมันจะขอคำสั่งเพื่อยืนยันอีกครั้งซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่ติดตั้งเอาไว้ภายในยานทุกขนาด

“ยืนยันคำสั่ง” เซี่ยเฟยกล่าวเสียงเข้ม

“เตรียมระบบโอเวอร์โหลดทุกอย่างเอาไว้ให้พร้อม เมื่อเราเข้าสู่พื้นที่ถัดไปให้เปิดใช้งานระบบโอเวอร์โหลด 50% ทันที”

เซี่ยเฟยเก็บชิพโอเวอร์โหลดที่ได้จากพอตเตอร์ติดตัวเอาไว้เสมอ ซึ่งชิพนี้ติดตั้งเข้ากับยานได้ง่ายมากเขาจึงทำการถอดออกจากแวมไพร์และนำมาติดตั้งเอาไว้บนโทมาฮอว์ก

“แฮร์ริสพวกเรากำลังจะเข้าสู่พื้นที่แรงโน้มถ่วงสูง เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม”

เซี่ยเฟยใช้ระบบแจ้งเตือนของยานรบเพื่อบอกให้แฮร์ริสเตรียมตัวรับสถานการณ์ให้พร้อม หลังจากนั้นเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ของกัปตันและเริ่มใช้วิชาพรางจิตเพื่อควบคุมลมหายใจ

ถึงแม้ว่าการพยายามควบคุมลมหายใจในลักษณะนี้จะไม่ได้ช่วยลดแรงกดดันที่ร่างกายจะได้รับในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูง แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกสงบลงและอัตราการเต้นของหัวใจของเขาก็จะไม่เพิ่มสูงมากจนเกินไป เนื่องมาจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงแรงโน้มถ่วงอย่างกะทันหัน

ทันทีที่โทมาฮอว์กเข้าสู่พื้นที่โซนสีม่วง แรงโน้มถ่วงอันมหาศาลก็ทำให้แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังรู้สึกหายใจไม่ออก แต่โชคดีที่ระบบโอเวอร์โหลดเริ่มทำงานทันทีทำให้แรงดันภายในยานกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

เซี่ยเฟยรีบลุกขึ้นจากที่นั่งและวิ่งไปยังห้องของแฮร์ริสด้วยความรวดเร็ว เมื่อเขาได้เปิดประตูออกมาเขาก็ได้เห็นชายชรานอนอยู่บนเตียงและใช้มือทั้งสองข้างกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด

“นายโอเคไหม?” เซี่ยเฟยถามขณะช่วยพยุงแฮร์ริสให้ลุกขึ้นนั่ง

“ก่อนหน้านี้สภาวะความดันเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน มันจึงทำให้หัวของฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังจะระเบิด แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอะไรแล้ว” แฮร์ริสกล่าวพร้อมกับส่ายหัวอย่างแรง

“ฉันก็คิดว่านายจะทนแรงดันที่รุนแรงแบบนี้ไม่ได้ซะอีก” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

“โชคดีที่ยานลำนี้ติดตั้งระบบปรับสภาพแรงโน้มถ่วงเอาไว้ ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะแย่ไปแล้วจริง ๆ” แฮร์ริสพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

“เซี่ยเฟยมาดูนี่สิ” อันธมองออกไปในระยะไกลและพูดขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นพร้อมกับมองออกไปนอกช่องหน้าต่าง ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

ภาพที่ปรากฏคือดาวเคราะห์สีแดงเข้มพร้อมกับเงาสีดำทึบที่มีรูปร่างอันแปลกประหลาดราวกับว่ามันเป็นวัตถุอะไรบางอย่างที่ถูกใครบางคนได้สร้างขึ้นมา

‘มันเป็นสิ่งก่อสร้างฝีมือมนุษย์งั้นหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเอง

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เดินกลับไปยังห้องบัญชาการก่อนที่จะเริ่มออกคำสั่งกับคอมพิวเตอร์ AI

“บินรอบเป้าหมายสีดำนั่นเป็นรูปเกลียว เว้นระยะห่างจากพื้นด้วยความสูง 10,000 เมตร”

วื้ด!

โทมาฮอว์กบินโฉบเข้าใกล้วัตถุปริศนาโดยเว้นระยะห่างเอาไว้ 10,000 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่เซี่ยเฟยสามารถมองเห็นภาพด้านนอกด้วยตาเปล่าได้

เขาเดาถูก ของสิ่งนี้เป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นจริง ๆ!

ภาพตรงหน้าคืออาคารทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีผนังหนาหลายเมตรเป็นเกราะคอยคุ้มกันด้านนอก

“เปิดระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตเต็มกำลัง” เซี่ยเฟยสั่งการ

“เปิดระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตเต็มกำลัง... เนื่องจากสัญญาณรบกวนที่รุนแรงทำให้ระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง” เสียงคอมพิวเตอร์ AI ตอบกลับมา

“ลดระดับความสูงจากพื้นผิวลงไปเป็น 5,000 เมตรแล้วเปิดระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตเต็มกำลังอีกครั้ง” เซี่ยเฟยสั่งการพร้อมกับขมวดคิ้ว

โทมาฮอว์กค่อย ๆ บินเข้าใกล้อาคารปริศนาด้วยความสูง 5,000 เมตรและปล่อยลำแสงสแกนสีแดงเพื่อสแกนหาสิ่งมีชีวิต

ขณะเดียวกันเซี่ยเฟยก็ทำการสังเกตพื้นผิวของอาคารพวกนี้อย่างสงสัย เพื่อรอผลจากระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิต

กาลเวลาค่อย ๆ ผ่านไปแต่ระบบตรวจจับสิ่งมีชีวิตก็ไม่ตรวจพบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใด ๆ เลย

“สิ่งก่อสร้างนี้มันคืออะไรกันแน่? มันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาจริง ๆ หรอ?” อันธถาม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อาคารพวกนี้มันเป็นทรงลูกบาศก์ที่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เลย ปกติมนุษย์ไม่ชอบที่จะออกแบบวัตถุอะไรที่ดูเรียบ ๆ แบบนี้ แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือใจกลางพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงนะ มันจะมีมนุษย์คนไหนอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“บางทีในอดีตแถวนี้อาจจะไม่ใช่พื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงก็ได้” อันธกล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบเพื่อประเมินสถานการณ์ ท้ายที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างมันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา วิธีเดียวที่เขาจะรู้ว่าอาคารพวกนี้คืออะไรคือเขาจะต้องเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง!!

***************

จบบทที่ ตอนที่ 185: เข้าสู่เขตแรงโน้มถ่วงสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว