เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 184: สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา

ตอนที่ 184: สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา

ตอนที่ 184: สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา


ตอนที่ 184: สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา

การยัดเครื่องยนต์ 3 เครื่อง, เตาปฏิกรณ์ 2 เครื่องและเพิ่มระบบแรงโน้มถ่วงทำให้ห้องโดยสารที่เคยกว้างขวางกลับมาเป็นสไตล์ที่ยุ่งเหยิงไม่ต่างไปจากยานลำอื่น ๆ ของเซี่ยเฟย

โชคดีที่ทั้งเซี่ยเฟยและอันธคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เหมือนกับเขาวงกตดีอยู่แล้ว มันจึงทำให้คนเดียวที่รู้สึกลำบากในสถานการณ์นี้คือแฮร์ริสที่หมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน

นอกจากการออกมาทำอาหารให้เซี่ยเฟยแล้ว ชายชราจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการวิจัยข้อมูลที่เขาทำการเก็บมาจากเซี่ยเฟย ซึ่งข้อมูลที่เขาทำการเก็บตัวอย่างไปนั้นก็มีตั้งแต่ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต

ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูงชายหนุ่มได้ทำการติดต่อไปหาแอวริล โดยบอกกับเธอว่าเขากำลังจะเข้าไปในพื้นที่ปลอดสัญญาณเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกกังวล

แต่ไม่ว่ายังไงผู้หญิงก็มักจะรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนรักของตัวเองอยู่ดี และถึงแม้ว่าแอวริลจะไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ภายในแววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความกังวล

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูง เพราะถ้าหากแอวริลรู้สึกกังวลมากจนเกินไป เธอก็อาจจะทำการส่งกองยานของบริษัทสตาร์ยูไนเต็ดออกตามหาเขาเหมือนในตอนที่เขาหลงไปในเขตดาววิลเดอร์เนสก็ได้

หลังจากพูดคุยให้แอวริลรู้สึกสบายใจ เซี่ยเฟยก็จัดการประชุมทางไกลกับอันเดร์

การผลิตอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จไม่ใช่เรื่องง่ายและมันก็จำเป็นจะต้องทำการวิจัยอีกหลายปี บริษัทควอนตัมถึงจะสามารถผลิตอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จในระดับอุตสาหกรรมได้

ปัจจุบันอุปกรณ์เสริมพลังชาร์จยังคงอยู่ในห้องวิจัยและมันก็มีการผลิตอุปกรณ์ทดลองแล้วหลายชุด อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ทดลองเหล่านี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการเสริมพลังชาร์จที่ไม่แน่นอนและมันยังเป็นอุปกรณ์ที่เสียหายได้อย่างง่ายดาย

หากพวกเขาใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงในการผลิต มันก็จะสามารถชดเชยข้อบกพร่องในขั้นตอนนี้ได้ แต่การทำแบบนั้นมันก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนและยากต่อการนำมาผลิตในระดับอุตสาหกรรม

ทางออกที่ดีที่สุดคือพวกเขาจะต้องหาวัตถุดิบทดแทนที่มีราคาไม่สูงมากนัก และมีปริมาณมากพอที่จะป้อนเข้ามาสู่สายพานการผลิต นอกจากนี้บริษัทควอนตัมยังรวบรวมโลหะจากทั่วทุกมุมโลกมาทำการทดสอบทีละชนิด ซึ่งแม้ว่าวิธีการแบบนี้จะยุ่งยากแต่มันก็มีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างดี

หลังจากปิดระบบสื่อสารแล้วเซี่ยเฟยก็จุดบุหรี่พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปที่ห้องของแฮร์ริส

ภาพที่เซี่ยเฟยเห็นคือแฮร์ริสกำลังยุ่งอยู่กับข้อมูลบนหน้าจออย่างตื่นเต้น โดยภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพโครงสร้างร่างกายของมนุษย์, กระดูก, หลอดเลือดและกล้ามเนื้อราวกับว่ามันมีคนถูกลอกผิวหนังยืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ

เซี่ยเฟยรู้สึกว่าคนที่อยู่บนหน้าจอค่อนข้างที่จะให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยและโครงสร้างร่างกายนั้นก็มีความคล้ายคลึงกับโครงสร้างร่างกายของตัวเขา

“แฮร์ริสนี่มันคืออะไร?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ฉันลองสร้างแบบจำลองสภาพร่างกายของคุณขึ้นมา ดูสิมันเหมือนกับตัวคุณมากเลยใช่ไหม” แฮร์ริสรีบพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

เซี่ยเฟยไม่ค่อยรู้เรื่องชีววิทยาพวกนี้มากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกสนใจหัวข้อการวิจัยของแฮร์ริสอย่างที่ควรจะเป็น แต่ตราบใดก็ตามที่เขาสามารถใช้งานความรู้ของแฮร์ริสได้ เขาก็จะปล่อยให้ชายชราคนนี้ทำการวิจัยไปตามสิ่งที่เขาอยากจะทำ

“ฉันมีแมลงแปลก ๆ เก็บเอาไว้ นายลองอยากจะเอามันไปศึกษาดูไหม?” เซี่ยเฟยถาม

แมลงตัวที่เขาพูดถึงคือแมลงแปลก ๆ ที่เขาได้สังหารในซากปรักหักพังโบราณที่เขาคิดจะเก็บศพมันไว้ไปขายให้กับสถาบันวิจัย

“แมลงอะไร?” แฮร์ริสถามด้วยความสงสัย

เซี่ยเฟยใช้นิ้วสัมผัสแหวนมิติเบา ๆ ก่อนที่เขาจะโยนร่างของแมลงและตัวอย่างเลือดของมันออกมา

จากนั้นเซี่ยเฟยก็อธิบายลักษณะของแมลงตัวนี้ ซึ่งมันก็ทำให้แฮร์ริสรู้สึกตกใจมาก เขาจึงรีบทำการสวมถุงมือและผ่าชำแหละศพด้วยสายตาอันตื่นเต้นราวกับว่าเขากำลังขุดค้นหากล่องสมบัติที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้พื้นดิน

“สรีระของแมลงตัวนี้แปลกมาก ฉันคงต้องทำการศึกษาข้อมูลของมันโดยละเอียดถึงจะให้คำตอบได้ แต่ฉันไม่มีอุปกรณ์สำหรับการวิจัยบนยานเลย ฉันไม่สามารถรับประกันผลการวิจัยอะไรได้จริง ๆ” แฮร์ริสกล่าวพร้อมกับก้มหน้าลง

“ฉันยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันได้พบว่าพวกเซิร์กสามารถต้านทานการควบคุมจิตใจของฉันได้ นายรู้เหตุผลไหมว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร?” เซี่ยเฟยถาม

คำถามนี้ติดอยู่ในใจเซี่ยเฟยมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะวิชามนตราอสูรสมควรจะควบคุมสัตว์ร้ายได้ทั่วทั้งจักรวาล แต่การที่มันไม่สามารถควบคุมพวกแมลงอย่างเซิร์กได้จึงทำให้เขารู้สึกรำคาญใจ

“พวกเซิร์กกับสัตว์ร้ายไม่ใช่สิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะโครงสร้างสมองของพวกมันที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งระดับของพวกเซิร์กต่ำลงมากเท่าไหร่โครงสร้างสมองของพวกมันก็จะยิ่งเรียบง่ายขึ้นมากเท่านั้น ฉันไม่รู้ว่านี่คือเหตุผลที่คุณกำลังมองหาอยู่หรือเปล่า แต่ฉันเคยทำการวิจัยเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เดี๋ยวฉันจะทำการส่งข้อมูลวิจัยให้กับคุณก็แล้วกัน” แฮร์ริสกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินออกมาจากห้อง ตอนนี้แฮร์ริสได้กลายเป็นทาสของเขาแล้วเขาจึงไม่ได้รู้สึกกังวลแม้ว่าชายชราคนนี้จะได้ล่วงรู้ถึงความลับของเขาก็ตาม

หลังจากนั้นไม่นานแฮร์ริสก็ส่งอีเมลข้อมูลการวิจัยไปให้กับเซี่ยเฟย

มันยังมีเวลาอีก 30 ชั่วโมงก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปในเขตแรงโน้มถ่วงสูง เซี่ยเฟยจึงทำการอ่านข้อมูลการวิจัยเนื่องจากเขาไม่มีอะไรทำ

จากเวลาที่ระบุเอาไว้ในงานวิจัยมันก็ดูเหมือนกับแฮร์ริสจะวิจัยเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว แต่ศัพท์ทางวิชาการที่มีอยู่ในงานวิจัยทำให้ชายหนุ่มอ่านรายงานฉบับนี้ไม่เข้าใจ แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าแฮร์ริสสมควรที่จะถูกยกย่องว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะจริง ๆ

งานวิจัยเริ่มต้นขึ้นจากโครงสร้างสรีระวิทยาไปจนถึงอุปนิสัยของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา โดยมันมีคำอธิบายเอาไว้อย่างละเอียดไม่ว่าจะเป็นในแง่ของสรีระวิทยา, จิตวิทยาหรือแม้แต่อาหารการกิน

ส่วนที่เซี่ยเฟยรู้สึกสนใจมากที่สุดนั่นก็คือการวิเคราะห์สมองส่วนต่าง ๆ

สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดี และรูปร่างของพวกมันก็มีความแตกต่างกันไปตามแต่ละเผ่าพันธุ์ แต่มันก็มีความสอดคล้องกันอย่างคาดไม่ถึง

การวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างสมองของพวกเซิร์กมีความหลากหลายมากที่สุดในทุกเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา โดยสมองของพวกมันจะแบ่งความซับซ้อนตามระดับชั้น เช่น สมองของเซิร์กระดับต่ำก็จะมีโครงสร้างที่เรียบง่าย ทำให้พวกมันสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมอย่างง่าย ๆ ได้เท่านั้น

ส่วนสมองของเซิร์กระดับสูงจะมีความแตกต่างจากเซิร์กระดับต่ำไปอย่างสิ้นเชิง เพราะสมองของพวกมันมีความใกล้เคียงกับสมองของมนุษย์มาก และความจุของเซลล์สมองของพวกเซิร์กก็มีมากยิ่งกว่าความจุเซลล์สมองของมนุษย์เสียอีก

ด้วยความแตกต่างทางด้านโครงสร้างของสมองนี่เอง มันจึงทำให้ภายในพวกเซิร์กมีการแบ่งชนชั้นกันอย่างรุนแรง โดยพวกเซิร์กระดับสูงมีความฉลาดมากพอ ๆ กับมนุษย์ ขณะที่พวกเซิร์กระดับต่ำมีสติปัญญาไม่ต่างไปจากสัตว์เลื้อยคลาน

เซี่ยเฟยรู้สึกสนใจงานวิจัยฉบับนี้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็ทำการอ่านงานวิจัยติดต่อกันมากกว่า 10 ชั่วโมง โดยในระหว่างนี้เขาก็ไม่ได้ลุกไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียว

หลังจากอ่านรายงานวิจัยจบ 2 รอบเซี่ยเฟยก็บิดขี้เกียจแล้วจุดบุหรี่ขึ้นมาตามนิสัยและสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ

“เป็นยังไงบ้าง? ในงานวิจัยมีข้อมูลบอกไหมว่าทำไมวิชามนตราอสูรถึงไม่สามารถใช้กับพวกเซิร์กได้” อันธถาม

“ถึงแม้ว่ารายงานจะไม่ได้เขียนอธิบายเรื่องประมาณนี้เอาไว้โดยตรง แต่ฉันก็พอจะคาดเดาอะไรได้บ้างแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“อะไร?”

“เพราะพวกเซิร์กไม่ใช่สัตว์” เซี่ยเฟยตอบกลับเบา ๆ

“ถ้าพวกมันไม่ใช่สัตว์ แล้วพวกมันคืออะไร?” อันธถามด้วยความสงสัย

ด้วยรูปร่างของพวกเซิร์กมันจึงทำให้มนุษย์เข้าใจว่าเผ่าพันธุ์นี้ไม่ต่างไปจากแมลงทั่ว ๆ ไป ความแตกต่างเดียวที่มนุษย์ส่วนใหญ่สามารถแบ่งแยกพวกเซิร์กกับพวกแมลงนั่นก็คือแมลงตัวนั้นมีสติปัญญาหรือเปล่า

“มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้าย ๆ กับพวกเราไง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

“พวกเราเป็นมนุษย์ พวกมันเป็นแมลง แล้วมันจะเหมือนกันได้ยังไง?” อันธกล่าวด้วยความไม่เข้าใจ

“สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาทุกเผ่าพันธุ์ต่างก็มีลักษณะที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งนั่นก็คือสมองสามารถผลิตกรดนิวคลีอิกได้ ถึงแม้สมองของพวกเซิร์กระดับต่ำจะสามารถผลิตกรดนิวคลีอิกได้ค่อนข้างน้อย แต่มันก็ยังมีกรดชนิดนี้อยู่ในสมองของพวกมันอยู่ดี ด้วยเหตุนี้วิชามนตราอสูรจึงไม่สามารถเข้าควบคุมสมองของพวกมันได้”

“ฉันไม่เข้าใจ” อันธกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“อธิบายง่าย ๆ ก็คือวิชามนตราอสูรคือวิชาพลังจิตที่ใช้ควบคุมสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกรดชนิดหนึ่งอยู่ในสมอง แต่พวกเซิร์กทุกระดับมีกรดชนิดนี้อยู่ในสมอง วิชามนตราอสูรจึงไม่สามารถเข้าควบคุมพวกมันได้”

“ถ้าพวกมันไม่ใช่สัตว์ แล้วพวกมันเป็นอะไรกันแน่?” อันธถามขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“พวกมันก็คือหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาและมีโครงสร้างสมองไม่ต่างไปจากพวกเราไง” เซี่ยเฟยกล่าว

คำอธิบายของเซี่ยเฟยทำให้อันธรู้สึกสับสนไปเป็นเวลานาน อันที่จริงมนุษย์ส่วนใหญ่ก็คงจะรู้สึกตกใจหากพวกเขาได้พบว่าสมองของพวกเซิร์กมีความซับซ้อนไม่ต่างไปจากสมองของพวกเขาเอง

“เรื่องที่น่าตกใจไม่ได้มีแค่นั้นนะ เนื่องมาจากสมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาทุกเผ่าพันธุ์มีลักษณะที่คล้ายกัน มันก็หมายความว่าเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ก็น่าจะสามารถใช้พลังพิเศษได้เหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าวต่ออย่างตื่นเต้น

“อะไรนะ! นายกำลังจะบอกว่าแม้แต่พวกเซิร์กก็สามารถใช้พลังพิเศษได้งั้นหรอ” อันธอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“ใช่” เซี่ยเฟยกอดอกพร้อมกับยกขาขึ้นมาวางไว้บนแผงควบคุม

“ในสมองของพวกเขามีพื้นที่ส่วนพิเศษคล้าย ๆ พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของมนุษย์ เพียงแต่พื้นที่ส่วนพิเศษของมนุษย์มีความสมบูรณ์มากกว่า พวกเราเลยไม่ค่อยเห็นเผ่าพันธุ์อื่นที่มีพลังพิเศษ”

คำอธิบายนี้ถึงกับทำให้อันธพูดไม่ออก เพราะในฐานะที่เขาเคยเป็นมนุษย์ที่ภาคภูมิใจในเผ่าพันธุ์ของตัวเอง มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับหากตัวเขาต้องนำไปถูกเปรียบเทียบกับพวกแมลง

“นั่นคือข้อมูลในงานวิจัยหรือเป็นสิ่งที่นายคาดเดา?” อันธถาม

“มันเป็นแค่สิ่งที่ฉันคาดเดา แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ใช่สิ่งที่มีมูลความจริง ข้อมูลทุกอย่างถูกระบุเอาไว้ในงานวิจัยฉบับนี้หมดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะ

ทันใดนั้นไฟจากเครื่องสื่อสารก็สว่างขึ้นมาแล้วมันก็เป็นคำร้องขอการสื่อสารมาจากฉินหมาง

“คุณตาจะต้องรู้แล้วแน่ ๆ ว่าฉันกำลังจะเข้าไปในพื้นที่เขตแรงโน้มถ่วงสูง ลองเดาซิว่าเขาจะพูดอะไรกับฉัน” เซี่ยเฟยหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ใครมันจะไปรู้ล่ะ” อันธตอบอย่างขอไปทีเพราะเขายังคงคิดถึงคำพูดของชายหนุ่มในก่อนหน้านี้อยู่

แต่ในขณะที่เซี่ยเฟยกำลังจะกดเชื่อมสัญญาณสื่อสารนั่นเอง ไฟแสดงสถานะก็ดับลงและแม้แต่การเชื่อมต่อกับระบบสกายเน็ตเวิร์กก็ถูกตัดขาดไปในเวลาเดียวกัน

***************

ใครงงเหมือนอันธยกมือขึ้นนนน

จบบทที่ ตอนที่ 184: สมองของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา

คัดลอกลิงก์แล้ว