เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - แม่ยายผูกใจเจ็บ

บทที่ 36 - แม่ยายผูกใจเจ็บ

บทที่ 36 - แม่ยายผูกใจเจ็บ


บทที่ 36 - แม่ยายผูกใจเจ็บ

จางชูเฉินฟังคำถามรัวเป็นชุดของฮองเฮา ก็อดหัวเราะไม่ได้ "น้องหญิงนี่นะ พอเป็นห่วงก็ร้อนรนไปหมด ก่อนจะคุยเรื่องเด็ก พวกเจ้าลองทายดูก่อนสิว่า พ่อของเด็กคนนี้เป็นใคร?"

หือ? ได้ยินคำถามนี้ฮองเฮาก็แปลกใจ เกิดอะไรขึ้น? พ่อของเด็กไม่ใช่บัณฑิตตกอับบ้านนอกหรอกหรือ? หรือว่ายังมีเรื่องอื่นอีก? คิดได้ดังนั้น พระนางจึงหันไปมองธิดาของตน

องค์หญิงจั่งเล่อหลี่ลี่จื้อเองก็รู้สึกประหลาดใจ มองไปที่หงฝูหนี่ว์ด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน

เห็นสีหน้าของสองแม่ลูก จางชูเฉินเพิ่งนึกได้ว่าคำถามของตนอาจทำให้เข้าใจผิด จึงรีบอธิบายให้องค์หญิงฟัง "ข้าหมายความว่า สามีของเจ้าไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงเรียงนามอย่างที่เจ้าบอก และคนผู้นี้ต่างจากที่เจ้าพรรณนาไปคนละทิศละทาง เขาไม่ได้เป็นคนไม่เอาถ่านทำอะไรไม่เป็น กลับกัน เขาเป็นคนเก่งที่หาตัวจับยาก

แถมชื่อเสียงของเขา เกรงว่าจะเข้าพระกรรณฝ่าบาทไปนานแล้ว"

หา??? องค์หญิงตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

กลับเป็นฮองเฮาที่ครุ่นคิด แล้วเอ่ยถามลูกสาว "แม่จำได้ว่าเจ้าบอกว่า เด็กคนนั้นเปิดโรงเตี๊ยม? เมืองลั่วเสียเฉิงมีโรงเตี๊ยมกี่แห่ง?"

องค์หญิงพยักหน้า "ใช่เพคะ ที่นั่นกันดาร ไม่ค่อยมีพ่อค้าเดินทางผ่านมา มีอยู่แห่งเดียวเพคะ"

"ดูท่าทางน้องหญิงจะเดาออกแล้ว ยัยหนูไม่ต้องกังวล เสด็จพ่อเจ้ารู้จักคนผู้นี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นสามีเจ้า" หงฝูหนี่ว์อธิบาย

ฮองเฮาชี้แนะ "หมั่นโถวที่เสด็จพ่อเจ้านำมาให้วันก่อนจำได้ไหม? ตอนนั้นพระองค์ตรัสว่า เถ้าแก่โรงเตี๊ยมในเมืองลั่วเสียเฉิงเป็นคนคิดค้น ถ้ามีโรงเตี๊ยมเดียว โฮะๆ จะเป็นใครไปได้อีก? ตอนนั้นเสด็จพ่อเจ้ายังพระราชทานเงินรางวัลให้เขาหนึ่งพันตำลึง เพื่อเป็นกำลังใจ มีเงินก้อนนี้ คิดว่าพวกเขาคงไม่ขัดสนแล้ว"

องค์หญิงฟังจบก็ถึงบางอ้อ แต่แล้วก็รีบส่ายหน้า "มะ ไม่ ไม่ใช่นะเพคะ ลูก ลูกอยู่กับเขามาห้าปี ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาทำหมั่นโถวเป็น ตลอดมา... ตลอดมาลูกเป็นคนทำกับข้าว..."

พูดไปพูดมาเสียงก็เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน นางไม่กล้าพูดต่อ เพราะใบหน้าของมารดาจางซุนฮองเฮาเริ่มดำทะมึน นั่นเพราะความปวดใจที่ลูกสาวตัวเอง ต้องระหกระเหินไปเป็นแม่ครัวให้คนอื่นถึงห้าปี? ต้องลำบากตรากตรำเพียงใด?

แน่นอนว่าพระนางไม่ได้เอ่ยปากดุด่า ฮองเฮายังคงมีเหตุผล ในเมื่อลูกสาวแต่งงานเป็นภรรยาชาวบ้าน เป็นสะใภ้ตระกูลสามัญชน การปรนนิบัติสามีดูแลลูก ทอผ้าทำนา ก็เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่ในฐานะแม่ ย่อมอดสงสารไม่ได้

เมื่อเอ่ยถึงฝีมือทำอาหารของตู้เส้าชิง จางชูเฉินก็รีบแก้ต่างให้เขา "สุภาพชนอยู่ห่างจากโรงครัว เป็นคำกล่าวโบราณ ที่ไหนก็เป็นเช่นนี้ น้องหญิงอย่าได้ถือสามากไป แต่จั่งเล่อไม่อยู่บ้าน เขาต้องรับบทเป็นทั้งพ่อและแม่ ถ้าไม่เข้าครัว ลูกจะกินอะไร? แต่จะว่าไป เจ้าหนุ่มนั่นมีฝีมือจริงๆ ฝีมือทำอาหารของเขาไร้ที่ติ วิธีทำอาหารแปลกแหวกแนว แถมรสชาติเลิศรส ในสายตาพี่ พ่อครัวหลวงในวังยังเทียบฝีมือเขาไม่ได้เลย"

เดิมทีตั้งใจจะชมตู้เส้าชิงให้ทั้งสองดีใจ ใครจะรู้ว่าพอได้ยินคำนี้ สีหน้าฮองเฮายิ่งดำคล้ำกว่าเดิม แค่นเสียงฮึดฮัดด้วยความโกรธ "ในเมื่อเขามีฝีมือทำอาหารสูงส่งปานนั้น ทำไมยังให้ลูกสาวข้าทำกับข้าวตั้งห้าปี? อะไรคือสุภาพชนอยู่ห่างจากโรงครัว? ช่างเป็นบัณฑิตคร่ำครึน่ารังเกียจ ตลอดห้าปีทำอาหารให้ภรรยากินสักมื้อไม่ได้เชียวหรือ?

ลี่จื้อ คนใจจืดใจดำพรรค์นี้ไม่ใช่คู่ครองที่ดี เจ้าจงตรึกตรองให้ดี"

นี่! องค์หญิงตกใจ คิดในใจว่าทำอย่างไรดี? เสด็จแม่ไม่พอใจเขาแล้ว วาจานี้ชัดเจนว่าต้องการให้ตนเลิกกับเขา แต่ว่า...

จางชูเฉินเองก็ตะลึง คิดในใจว่าแย่แล้ว ความหวังดีกลายเป็นประสงค์ร้าย รีบปลอบโยนและอธิบาย "น้องหญิงอย่าโกรธ เจ้าหนุ่มนั่นพี่รู้ดี อยู่ด้วยกันมาหลายวันรู้สึกว่าใช้ได้ ไม่ใช่คนจืดชางกตัญญู แถมเขายังรักลูกสาวมาก แทบจะทูนหัวทูนเกล้าหลานยายของเจ้าขึ้นฟ้า ความรักลูกแบบนี้เหนือกว่าคนทั่วไป อย่างน้อยพี่สาวอย่างข้าก็ไม่เคยเห็นในต้าถัง จำได้ว่าเขาเคยพูดประโยคหนึ่ง ว่าจะเลี้ยงลูกสาวให้เป็นเหมือนเจ้าหญิงเลยทีเดียว"

"ฮึ! ช่างบังอาจนัก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหรือ? เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็อย่ามาลากหลานยายข้าไปลำบากด้วย" จางซุนฮองเฮายิ่งโกรธหนัก

จบกัน สถานการณ์แบบนี้เรียกว่าเข้าใจผิดไม่ได้แล้ว หากตู้เส้าชิงรู้ว่าจางชูเฉินชมตนต่อหน้าแม่ยาย แต่สุดท้ายกลับทำให้แม่ยายเกลียดขี้หน้าขนาดนี้ ไม่รู้จะร้องไห้หรือไม่ พี่สาวแดงท่านนี้ตกลงจะชมข้า หรือจะขุดหลุมฝังข้ากันแน่?

"เสด็จแม่ โปรดเมตตา อย่าถือสาเขาเลยเพคะ จำได้ว่าวันก่อนเสด็จพ่อตรัสว่าจะเรียกเขาเข้าเรียนที่กั๋วจื่อเจี้ยน หากเขาได้เข้าเรียน..." องค์หญิงคุกเข่าลงร้องไห้อ้อนวอน

จางชูเฉินเข้าไปประคองนางขึ้นมา ขอโทษฮองเฮา "ดูสิข้าปากไวไปหน่อยทำให้เกิดเรื่องเข้าใจผิด น้องหญิงร่างกายไม่ดีอย่าเพิ่งโมโห ความจริงเจ้าหนุ่มนั่นรักใคร่แม่หนูนี่จากใจจริง พี่ไปสืบมาแล้ว ครั้งนี้จั่งเล่อจากไปโดยไม่ร่ำลา เจ้าหนุ่มนั่นเสียใจแทบคลั่ง ขังตัวเองในห้องสามวันไม่กินไม่ดื่ม ฟังจากที่ซวนซวนน้อยเล่าให้ข้าฟัง เขายังเอาหัวโขกกำแพง จนหน้าผากปูดบวมเป่ง นี่เป็นคำพูดเด็ก แต่ความจริงคงไม่ใช่แค่โขกกำแพงธรรมดา นั่นคือการฆ่าตัวตาย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลูกสาวของเจ้านะ"

"เพื่อสตรีคนเดียวถึงกับฆ่าตัวตาย ช่างไม่เอาถ่าน เขาไม่มีบ้านช่องไม่มีการมีงานทำหรือไง?"

เอาเถอะ ดูท่าฮองเฮาองค์นี้จะเตรียมอคติจนสุดทางแล้ว จางชูเฉินไว้อาลัยให้ตู้เส้าชิงในใจหนึ่งก้านธูป คิดในใจว่าข้าช่วยเต็มที่แล้ว แม่ยายเจ้านี่รับมือยากจริงๆ

องค์หญิงจั่งเล่อข้างๆ กลับตกใจจนหน้าซีดเผือดกับข่าวนี้ นึกถึงความรักลึกซึ้งตลอดห้าปีของสองสามีภรรยา น้ำตาก็ไหลพราก ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

เห็นลูกสาวเป็นเช่นนี้ ฮองเฮาก็ใจอ่อนลง ไม่กัดไม่ปล่อยอีก เปลี่ยนคำพูดว่า "วันหน้าค่อยรอชำระความเจ้าเด็กนั่นตอนมาฉางอัน"

ยังไม่ทันที่องค์หญิงจะเปลี่ยนจากเศร้าเป็นดีใจ จางชูเฉินที่อยู่ข้างๆ ก็ 'ซ้ำเติม' อีกดอก "เกรงว่าเขาจะมาไม่ได้แล้ว ตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์การทดสอบของกั๋วจื่อเจี้ยน แต่ได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่ที่ไปทดสอบสะบัดแขนเสื้อกลับด้วยความโกรธ เจ้าหนุ่มตู้เองก็ยอมรับว่าไม่ผ่าน"

...

ฮองเฮากลั้นความโกรธ องค์หญิงร้องไห้ระทม จางชูเฉินเห็นสภาพของทั้งสองก็เริ่มนึกเสียใจ คิดว่าตัวเองบุ่มบ่ามไปหน่อย

รีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ดูข้าสิ มัวแต่พูดเรื่องเจ้าหนุ่มนั่น มาคุยเรื่องดีๆ กันดีกว่า พูดเรื่องซวนซวนน้อยเจ้าตัวเล็กนั่นดีกว่า เจ้ารู้ไหม เด็กคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูมาก นางตัวติดข้าแจ เรียกข้าว่าพี่สาวทุกคำ..."

พรืด ฮองเฮาหายโกรธทันที อดหัวเราะออกมาไม่ได้ หลานสาวตัวเองเรียกพี่สาวแก่ๆ ของตัวเองว่าพี่สาว? ภาพนี้ ช่างน่าขบขันสิ้นดี

จากนั้นจางชูเฉินก็ค่อยๆ เล่าเรื่องวีรกรรมตลกๆ ของแม่หนูน้อยตู้ซวนซวน ไม่ใช่อะไรอื่น เพื่อให้ฮองเฮาที่ป่วยหนักได้หัวเราะบ้าง เล่าไปเล่ามาเวลาก็ล่วงเลย ฮ่องเต้หลี่เอ้อร์เคลียร์งานเสร็จ ก็เดินมาที่ตำหนักลี่เจิ้ง

"อะไรนะ? พี่หญิงท่านถึงกับรับนางเป็นศิษย์คนสุดท้ายเชียวหรือ? จะดีหรือ?"

เสียงอุทานของฮองเฮาดังออกมาจากในตำหนัก พอดีกับที่ฮ่องเต้หลี่เอ้อร์เดินมาถึง ผลักประตูเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะ "โอ้ คุยอะไรกัน? สนุกเชียว? เราได้ยินว่าพี่สะใภ้แดงรับศิษย์แล้ว? ลูกสาวบ้านไหนมีวาสนาปานนี้ ได้รับความเมตตาจากพี่สะใภ้แดง? นั่นคือว่าที่จอมยุทธ์หญิงแห่งต้าถังในอนาคตเชียวนะ เราต้องขอดูหน้าหน่อยแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 36 - แม่ยายผูกใจเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว