เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 132: ดาวเคราะห์ YZZ-7526

ตอนที่ 132: ดาวเคราะห์ YZZ-7526

ตอนที่ 132: ดาวเคราะห์ YZZ-7526


ตอนที่ 132: ดาวเคราะห์ YZZ-7526

“ประกาศแจ้งนักเรียนทุกคน! พวกเรากำลังจะไปถึงจุดสิ้นสุดการเดินทางในอีก 1 ชั่วโมง 47 นาที ขอให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมเดี๋ยวนี้เพื่อรับฟังบรรยายสรุปภารกิจจากหัวหน้าทีมสำรวจ”

เซี่ยเฟยที่หลับไป 2-3 ชั่วโมงถูกปลุกขึ้นมาจากเสียงประกาศ โดยสมองของเขายังคงสับสนอยู่เล็กน้อยและความตกใจจากการทะลุผ่านมนตราอสูรขั้นที่ 3 ยังไม่หายไป นอกจากนี้สภาพจิตใจของเขายังคงอ่อนแอ

“ในที่สุดก็ใกล้ถึงแล้วสินะ” เซี่ยเฟยลงจากเตียงพร้อมกับล้างหน้าด้วยน้ำเย็น ก่อนที่จะเดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องประชุม

นักเรียนกว่า 40 คนได้มานั่งในห้องประชุมรออยู่ก่อนแล้ว เซี่ยเฟยจึงพยายามหาว่าเยว่เกอกับเฉินตงนั่งอยู่ที่ไหนก่อนที่เขาจะเดินผ่านฝูงชนไปหาทั้งสอง

ระหว่างทางเขาได้เดินผ่านไป๋เย่โดยคุณชายเจ้าสำอางเผยรอยยิ้มให้เขาเล็กน้อย เขาจึงพยักหน้ากลับไปเป็นการทักทาย

“ทำไมไอ้สารเลวนั่นถึงยิ้มให้นาย?” เยว่เกอจ้องมองไปยังไป๋เย่อย่างเย็นชา

ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรแต่ดูเหมือนว่าเยว่เกอจะรู้สึกเกลียดชังไป๋เย่เข้ากระดูกดำและเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นชายคนนี้เธอก็จะรู้สึกหงุดหงิดตลอดเวลา

“อะไรกัน นี่แค่มีคนยิ้มให้ฉันก็เป็นเรื่องผิดด้วยหรอ?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับยักไหล่

“ไป๋เย่ไม่ใช่คนดี นายต้องคอยระวังผู้ชายคนนี้เอาไว้” เยว่เกอกล่าวพร้อมกับเบะริมฝีปาก

เซี่ยเฟยพยักหน้าเป็นการรับรู้ ซึ่งอันที่จริงถึงแม้ว่าหญิงสาวจะไม่พูดอะไรแต่เขาก็ระวังไป๋เย่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่ไป๋เย่แสดงออกมาในระหว่างการแข่งขันรถแข่งก็เป็นเจตนาร้ายอย่างชัดเจน และด้วยนิสัยของเขาก็จะไม่ยอมปล่อยคนแบบนี้ไปเฉย ๆ

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานโบซิงวากับครูฝึกอีก 2-3 คนก็เข้ามาในห้องประชุม โดยโบซิงวายืนอยู่กลางห้องประชุมด้วยใบหน้าที่จริงจัง เพราะเขาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมสำหรับภารกิจสำรวจในครั้งนี้

ในแววตาของเขายังคงมีความโศกเศร้าที่ไม่สามารถปกปิดได้ และถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเซียวไห่ลี่และเควรอซจะผ่านไปนานแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถลืมเหตุการณ์ในวันนั้นได้อยู่ดี

เซี่ยเฟยไม่ได้เล่าเรื่องที่เซียวไห่ลี่พยายามฆ่าเขาให้ใครฟัง เพราะท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็ตายไปแล้วมันจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโยนความผิดให้คนตาย

นอกจากนี้ชายหนุ่มยังขี้เกียจอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะมันอาจจะทำให้เขาเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น เพียงแค่ในปัจจุบันเขาก็มีปัญหาให้ปวดหัวมากพอแล้ว

“น่าเสียดายที่คนอย่างเขาจะต้องมาเสียใจเพราะคนอย่างเซียวไห่ลี่” เซี่ยเฟยพึมพำขณะมองไปที่โบซิงวาพร้อมกับส่ายหัว

ระหว่างนั้นเย่เสี่ยวหานกับครูฝึกอีก 2-3 คนได้ทำการแจกจ่ายห่อสัมภาระให้กับนักเรียนแต่ละคน เมื่อเซี่ยเฟยได้เปิดห่อสัมภาระออกดูเขาก็พบว่าด้านในเป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ตรวจจับรังสี, เครื่องผลิตน้ำจืด, เครื่องสื่อสาร, อาหารและยา

อาหารฉุกเฉินที่แจกมาเป็นอาหารสำเร็จรูปที่มีหน้าตาคล้ายยาสีฟัน และรสชาติของมันก็มีความขมอยู่เล็กน้อย

ถึงแม้ว่ารสชาติของอาหารชนิดนี้จะแย่มากแต่มันก็บรรจุสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์และการกินอาหารชนิดนี้เข้าไปเพียงแค่ไม่กี่คำ มันก็มากพอที่จะให้พลังงานกับร่างกายได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนเครื่องผลิตน้ำจืดก็เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับการเอาชีวิตรอดในป่า โดยเครื่องมือนี้มีหน้าตาเหมือนถ้วยชาโลหะปิดผนึกที่มีรูกลม ๆ อยู่ด้านบนหลายแถว ส่วนพลังงานของเครื่องมือนี้ก็เป็นแบตเตอรี่พลังงานสูงที่สามารถใช้งานได้นับร้อยปีโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เลยสักครั้ง

เมื่อเครื่องถูกเปิดทำงานตัวอุปกรณ์จะทำการดูดโมเลกุลของน้ำในอากาศไปเก็บไว้ในถ้วย ก่อนที่จะมีกระบวนการกรองให้มันกลายเป็นน้ำดื่มที่สะอาด ซึ่งตราบใดก็ตามที่บริเวณนั้นยังคงมีโมเลกุลของน้ำอยู่ พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเรื่องน้ำดื่มอีกต่อไป

“เอาล่ะทุกคนคงจะรู้จักวิธีใช้อุปกรณ์ฉุกเฉินพวกนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นฉันจะไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่พวกคุณจำเป็นจะต้องจำคือดาวเคราะห์ปลายทางของพวกเรามีชื่อรหัสว่าดาวเคราะห์ YZZ-7526 เป็นดาวเคราะห์ที่มีกัมมันตรังสีระดับต่ำ ด้วยเหตุนี้ทุกคนจะต้องกินอาหารที่นำติดตัวมาเท่านั้น ไม่อย่างนั้นทุกคนจะเกิดอาการอาหารเป็นพิษ”

หลังจากเขาพูดจบโบซิงวาก็หยิบเครื่องมือสื่อสารที่มีลักษณะเป็นสร้อยข้อมือขึ้นมาโชว์ ซึ่งเครื่องมือสื่อสารชนิดนี้คล้ายกับเครื่องสื่อสารที่เซี่ยเฟยได้ใช้ในระหว่างการประเมินระดับวิกฤต โดยมันเป็นเครื่องมือสื่อสารสีเงินที่ส่องแสงแวววาว

“บนดาวเคราะห์ YZZ-7526 มีอุปกรณ์ป้องกันการสื่อสารพลังงานสูงของสมาพันธ์ติดตั้งเอาไว้ ทำให้นอกเหนือจากอุปกรณ์สื่อสารพิเศษประเภทนี้แล้วอุปกรณ์สื่อสารประเภทอื่น ๆ ก็ไม่สามารถที่จะใช้บนดาวเคราะห์ได้ การเคลื่อนไหวของทุกคนจะถูกบันทึกลงในอุปกรณ์สื่อสารตลอดเวลา ฉันหวังว่ามันจะไม่มีใครทำอะไรแผลง ๆ ในระหว่างการสำรวจ”

“ส่วนนี่คืออุปกรณ์ตรวจจับรังสีขนาดเล็ก อย่างที่ฉันได้อธิบายเอาไว้ว่าบนดาวมีสารกัมมันตภาพรังสีตกค้างอยู่ในระดับต่ำ และบางสถานที่ก็มีสารกัมมันตภาพรังสีตกค้างอยู่ในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เครื่องตรวจจับส่งสัญญาณเตือนสีแดงขอให้ทุกคนออกจากพื้นที่บริเวณนั้นทันทีจนกว่าสัญญาณเตือนภัยจะหยุดลง” โบซิงวาอธิบายอย่างจริงจัง

เทคโนโลยีของอารยธรรมโบราณก้าวล้ำมากจนพวกเขากล้าที่จะใช้แม้กระทั่งสารอันตรายที่มีกัมมันตภาพรังสี และถึงแม้ว่าในช่วงเวลานั้นสารเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือความอันตรายที่ลูกหลานของพวกเขาจะได้รับ

เมื่อหุ่นยนต์เริ่มทำการกวาดล้างมนุษย์บนดาวเคราะห์ต่าง ๆ สารพิษจำนวนมหาศาลก็เริ่มมีการรั่วไหลออกมา ด้วยเหตุนี้เมื่อเวลาได้ผ่านพ้นไปดาวเคราะห์ที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็ถูกเปลี่ยนเป็นดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยสารพิษและทำให้ดาวเคราะห์ดวงนั้นไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยอีกต่อไป

“เอาล่ะ ทุกคนสามารถอยู่บนดาวเคราะห์ YZZ-7526 ได้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในช่วงเวลานี้หากใครเก็บอะไรบนดาวเคราะห์ได้ให้ถือว่าของพวกนั้นเป็นของตัวเองและถ้าหากว่าใครต้องการจะขายวัตถุโบราณ ทางค่ายฝึกก็รับแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณทุกชิ้นด้วยคะแนนพิเศษที่เหมาะสม”

คำอธิบายนี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าค่ายฝึกจะมอบของทุกอย่างที่นักเรียนพบให้กับนักเรียนไปเลยโดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนใด ๆ

แต่หลังจากที่เขาได้ใช้เวลาคิดพิจารณาเขาก็ได้พบว่าการตัดสินใจแบบนี้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะท้ายที่สุดซากปรักหักพังโบราณปลายทางก็เป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังโบราณระดับ E ดังนั้นวัตถุโบราณที่ถูกซ่อนไว้ในซากปรักหักพังแห่งนี้จึงเป็นเพียงแค่วัตถุโบราณระดับต่ำเท่านั้น

วัตถุโบราณระดับต่ำไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับสมาพันธ์จัสทิสที่แข็งแกร่งเลย ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะยกวัตถุโบราณให้กับนักเรียนแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นอกจากนี้มันไม่มีทางที่ใครจะสามารถสำรวจทั่วทั้งดาวเคราะห์ได้ในเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ด้วยเหตุนี้วัตถุโบราณที่นักเรียนแต่ละคนค้นพบก็จะมีจำนวนอยู่เพียงแค่ไม่กี่ชิ้น

“นอกจากนี้บนดาวเคราะห์มีพวกเซิร์กที่ถูกเลี้ยงโดยสมาพันธ์กระจายกันอยู่ด้วย ทุกคนคงจะรู้ดีกันอยู่แล้วว่าศัตรูตัวฉกาจของพันธมิตรมนุษย์คือพวกแมลงที่น่ารังเกียจพวกนี้ ดังนั้นขอให้ทุกคนใช้โอกาสนี้เพื่อทำความคุ้นเคยการต่อสู้กับพวกเซิร์กเอาไว้ด้วย”

“พันธมิตรมนุษย์ได้แบ่งระดับของพวกเซิร์กออกเป็น 9 ระดับตามความอันตรายของพวกมัน พวกเซิร์กที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้มีเพียงแค่พวกเซิร์กระดับ 1 ถึงระดับ 2 เท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกมันจะดุร้ายแต่พวกมันก็ไร้ความคิด พวกมันจึงไม่สมควรจะเป็นภัยคุกคามต่อทุกคน”

“หากใครสามารถสังหารพวกเซิร์กได้พวกนายก็จะได้รับคะแนนพิเศษกลับมา โดยเซิร์กระดับ 1 จะมีค่าหัวอยู่ที่ตัวละ 1 คะแนนและเซิร์กระดับ 2 จะมีค่าหัวอยู่ที่ตัวละ 3 คะแนน”

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสมาพันธ์ถึงดูใจกว้างขนาดนี้ ที่แท้ไม่เพียงแต่พวกเขาจะให้เวลาสำรวจซากปรักหักพังโบราณสั้น ๆ เท่านั้น แต่พวกเขายังเลี้ยงแมลงเป็นจำนวนมากเอาไว้คอยขัดขวางนักเรียนที่เข้ามาสำรวจซากปรักหักพังด้วย” เซี่ยเฟยพึมพำพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

ในเวลาเดียวกันเฉินตงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ความเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้นและหน้าอกของเขาก็กำลังสั่นเทาอย่างไม่สามารถที่จะควบคุมได้

เจ้าบ้าคนนี้มักจะตื่นเต้นทุกครั้งที่มีการต่อสู้ และไม่ว่าจะเป็นการสู้กับคนหรือการสู้กับแมลงต่างก็ไม่มีความแตกต่างสำหรับชายคนนี้เลย

ในทางตรงกันข้ามใบหน้าของเยว่เกอกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด เพราะท้ายที่สุดผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบพวกแมลงที่สกปรก และถึงแม้ว่ารสนิยมทางเพศของเยว่เกอจะไม่เหมือนผู้หญิงโดยทั่วไป แต่ลักษณะทางกายภาพของเธอก็ยังคงเป็นผู้หญิงอยู่ดี มันจึงทำให้เธอรู้สึกรังเกียจพวกแมลงที่อยู่บนดาวพวกนั้น

โบซิงวาใช้สายตากวาดไปทั่วทั้งห้องประชุมและเขาก็ดูเหมือนจะพอใจกับความกระตือรือร้นของทุกคน

“การสำรวจครั้งนี้ทุกคนมี 2 ทางเลือก โดยทางเลือกแรกคือการเดินทางไปพร้อมกับครูฝึก ซึ่งแน่นอนว่าข้อดีของตัวเลือกนี้คือความปลอดภัยและครูฝึกจะช่วยแนะนำการต่อสู้ให้กับพวกนายตลอดทั้งสองสัปดาห์”

“ตัวเลือกที่ 2 คือทุกคนแยกย้ายกันไปทำการสำรวจอย่างอิสระ ซึ่งพวกนายจะแยกย้ายกันออกไปสำรวจคนเดียวหรือจะไปแบบเป็นทีมก็ได้ แต่มันจะมีอันตรายมากกว่าการไปพร้อมกับครูฝึก”

“ไม่ว่าพวกนายจะเลือกตัวเลือกไหน แต่อย่าลืมว่าทุกคนจะต้องให้ความสนใจไปที่เครื่องตรวจจับรังสีตลอดเวลา และถ้าหากว่ามันมีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นให้รีบใช้เครื่องสื่อสารขอความช่วยเหลืออย่างไม่ลังเล”

“ฉันขอจบการประชุมเพียงแค่นี้ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสำรวจ” โบซิงวากล่าวเสียงดัง

เมื่อสิ้นสุดการประชุมนักเรียนก็มุ่งหน้ากลับไปยังห้องพักของตัวเองทีละคนเพื่อเตรียมความพร้อมสำรวจซากปรักหักพังโบราณที่กำลังจะมาถึง

เซี่ยเฟยใช้เวลาคิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งและถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าการสำรวจคนเดียวจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่สิ่งที่เขาสามารถทำได้ก็มีอยู่อย่างจำกัด

หากเฉินตงและเยว่เกอขอให้เขาเข้าร่วมทีมอย่างจริงจัง ชายหนุ่มก็ไม่ได้มีความคิดที่จะปฏิเสธเพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็เป็นสหายที่ดีที่ชายหนุ่มได้ให้ความไว้วางใจ

“ขอโทษครับ ผมขอถามหน่อยว่าผมสามารถท้าทายนักเรียนคนอื่นบนดาวดวงนั้นได้ไหม?” เฉินตงยืนขึ้นตะโกนถามเสียงดัง

เหล่านักเรียนที่กำลังจะออกจากห้องประชุมหยุดชะงักอย่างกะทันหันพร้อมกับหันมามองเฉินตงอย่างสงสัยว่าทำไมเขาถึงถามคำถามแบบนี้ออกมา

โบซิงวาส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ กับคำถามไร้สาระของเฉินตง ก่อนที่เขาจะตอบออกไปว่า

“ที่นี่ไม่ใช่ค่ายฝึก ขอแค่ไม่มีใครถูกฆ่าตายนายอยากจะสู้กับใครก็ได้ ถึงยังไงการต่อสู้ก็เป็นหน้าที่ของจัสทิสทุกคนอยู่แล้ว”

เฉินตงพยักหน้ารับพร้อมกับมองไปยังนักเรียนคนอื่น ๆ อย่างเย็นชา

เหตุการณ์นี้ทำให้นักเรียนคนอื่นรู้สึกหวาดกลัวไปชั่วขณะ และพวกเขาก็ตัดสินใจว่าพวกเขาจะพยายามทำทุกวิถีทางไม่ให้เดินไปเฉียดผ่านเจ้าบ้าคนนี้

ดาวเคราะห์ YZZ-7526 เป็นดาวเคราะห์ที่มีสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย โดยท้องฟ้าของดาวเต็มไปด้วยสีเทาและในอากาศก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเปรี้ยวราวกับว่าพวกเขากำลังตกลงไปในบีกเกอร์ที่เต็มไปด้วยสารเคมี

ยานเดรสทรอยเยอร์ของสมาพันธ์ค่อย ๆ ร่อนลงจอดตรงบริเวณชานเมืองที่ถูกทำลายอย่างช้า ๆ ก่อนที่เซี่ยเฟย, เฉินตงและเยว่เกอจะเตรียมลงจากยานอวกาศมาพร้อมกัน

เมื่อมองเมืองที่ถูกทำลายจากด้านบนพวกเขาก็จินตนาการถึงเมืองที่เคยสวยงาม และเมื่อทุกคนได้ลงมาจากยานพวกเขาก็เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าของแมลงที่ดังแว่วมาตามสายลม

เฉินตงโบกมือลาเยว่เกอและเซี่ยเฟยก่อนที่เขาจะแยกตัวออกไป โดยภายในแววตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้

เห็นได้ชัดเลยว่าเฉินตงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะออกเดินทางตัวคนเดียว เซี่ยเฟยจึงเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเลือกเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม และเนื่องจากเฉินตงไม่อยากจะทำงานเป็นทีม ดังนั้นเซี่ยเฟยจึงเลือกที่จะสำรวจซากเมืองโบราณนี้ด้วยตัวคนเดียว

เยว่เกอยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าที่สับสนพร้อมกับมองไปทางเซี่ยเฟยและเฉินตงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

“ไอ้พวกบ้า! นี่พวกนายจะไปไหน!!”

“ฉันก็จะไปสำรวจซากปรักหักพังพวกนี้ไง” เซี่ยเฟยโบกมือให้หญิงสาวโดยไม่หันหลังกลับมามอง

“ถ้าพวกนายไปแบบนี้ แล้วฉันจะทำยังไง?!”

“เอ่อ... ดูแลตัวเองด้วย”

ฟุบ!

ทันทีที่พูดจบร่างของเซี่ยเฟยก็เคลื่อนที่ด้วยความว่องไวจนหายไปจากบริเวณนั้นในทันที

***************

เฉินตงนี่นิสัยไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ บ้าการต่อสู้และบ้าการฝึกฝน!

จบบทที่ ตอนที่ 132: ดาวเคราะห์ YZZ-7526

คัดลอกลิงก์แล้ว