เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130: มุ่งหน้าสู่ซากปรักหักพังโบราณ

ตอนที่ 130: มุ่งหน้าสู่ซากปรักหักพังโบราณ

ตอนที่ 130: มุ่งหน้าสู่ซากปรักหักพังโบราณ


ตอนที่ 130: มุ่งหน้าสู่ซากปรักหักพังโบราณ

ในช่วงเวลาเช้าเซี่ยเฟยได้ทำการเก็บข้าวของพร้อมกับเดินออกไปจากหอพักเช่นเดียวกับสมาชิกของค่ายชั้นในคนอื่น ๆ เพื่อมุ่งหน้าไปสำรวจซากปรักหักพังโบราณครั้งแรกในชีวิต

แผนการสำรวจซากปรักหักพังโบราณนี้ถูกเก็บไว้เป็นความลับอย่างเข้มงวด โดยนักเรียนทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าสำรวจซากปรักหักพังจะได้รับข้อความสั้น ๆ ที่ระบุวันเวลาออกเดินทาง แต่ไม่มีข้อความระบุบอกเลยว่าจุดหมายปลายทางคือที่ไหน, อันตรายที่พวกเขาจะต้องพบเจอคืออะไรหรือพวกเขาจะต้องเตรียมการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่

ซากปรักหักพังโบราณไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่หลงเหลือมาจากอารยธรรมโบราณเท่านั้น แต่ภายในซากปรักหักพังยังมีวัตถุโบราณที่ยังหลงเหลือมาจนถึงยุคปัจจุบันอีกด้วย

วัตถุโบราณแต่ละชิ้นต่างก็ล้วนแล้วแต่ได้เก็บซ่อนเทคโนโลยีที่เหนือกว่าปัจจุบันไปไกลและสามารถเอาไปขายในตลาดมืดได้ในราคาที่สูงมาก มันจึงถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สมาพันธ์จัสทิสจะเก็บเรื่องการสำรวจซากปรักหักพังโบราณเอาไว้เป็นความลับ

นอกหอพักเฉินตงกับเยว่เกอได้มารออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับนักเรียนคนอื่น ๆ มากกว่า 40 คน แต่เนื่องมาจากทุกคนต่างก็เก็บตัวฝึกฝนภายในศูนย์ฝึกอบรมตลอดเวลา เซี่ยเฟยจึงไม่รู้ว่าระดับความสามารถของพวกเขาส่วนใหญ่อยู่ในระดับไหนกันแล้ว

ปัจจุบันเยว่เกออยู่ในชุดต่อสู้สีดำและกำลังนอนเอนกายข้างรั้วอย่างเกียจคร้าน โดยชุดที่เธอกำลังสวมใส่อยู่นี้เป็นชุดรัดรูปที่อวดส่วนโค้งเว้าตามร่างกายทำให้ภาพของเธอถือว่าเป็นภาพที่น่าดึงดูดใจเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายที่รสนิยมทางเพศของเธอไม่ชอบผู้ชาย มันจึงทำให้ชายหนุ่มหลาย ๆ คนไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เธอ

เยว่เกอมักจะพูดอยู่เสมอว่าเธอชอบผู้หญิงไม่ชอบผู้ชาย แต่เซี่ยเฟยก็ไม่เคยเห็นเธอพาผู้หญิงคนไหนเข้าห้องพัก และเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาถามถึงเรื่องนี้เยว่เกอก็จะตอบว่าสาวของเธออยู่ในห้องพักของตัวเอง แต่เซี่ยเฟยก็ไม่เคยตรวจสอบเรื่องนี้เลยสักครั้ง เพราะท้ายที่สุดรสนิยมทางเพศของเธอก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา

เฉินตงเปลี่ยนไปใส่กางเกงรัดรูปตัวใหญ่และสวมรองเท้าบู๊ทคู่ใหม่ที่แข็งแรง แม้แต่สร้อยลูกปัดสีดำที่เขามักจะใส่อยู่เป็นประจำก็ได้ถูกทำความสะอาดมาเป็นอย่างดี จนมันส่องแสงสะท้อนเป็นประกายเมื่อมันกระทบแสงแดดอันสดใส

“มันช่างเป็นภาพที่หายากจริง ๆ ที่พวกนายยอมออกมาจากห้องฝึก” เซี่ยเฟยเดินมาหาทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

“ตอนแรกฉันก็ไม่อยากจะไปหรอก แต่ครูฝึกไม่ให้ปฏิเสธฉันเลยถูกบังคับให้ออกมา” เฉินตงกล่าว

เฉินตงสนใจแต่การฝึกฝนและการต่อสู้ ดังนั้นซากปรักหักพังโบราณจึงไม่ได้มีความหมายสำหรับเขาเลย

ทั้งสามเดินเคียงข้างกันไปยังสนามบิน ก่อนที่เฉินตงจะได้สังเกตเห็นยอดใบไม้ที่กำลังผลิออกมาจากต้น

“ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปเร็วมากเลยนะ”

“นายรู้จักฤดูกาลกับเขาด้วยหรอ? ฉันคิดว่านายรู้จักแต่การฝึกฝนซะอีก” เยว่เกอกล่าวเสียดสีขึ้นมา

เฉินตงส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ โดยไม่ได้สนใจคำเสียดสีของหญิงสาวเลย เพราะเขารู้ว่าเขาไม่เคยต่อล้อต่อเถียงชนะเยว่เกออยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงทำเป็นหูทวนลมไม่สนใจ

“เซี่ยเฟยนายรู้ไหมว่าพวกคนในค่ายชั้นในพูดถึงนายว่ายังไงบ้าง?” เยว่เกอหันไปพูดกับเซี่ยเฟย

“ไม่รู้ พูดตามตรงนะนอกจากพวกนายสองคนแล้วฉันก็ไม่รู้จักใครในค่ายชั้นในเลย” เซี่ยเฟยตอบพร้อมกับส่ายหัว

“ก็แน่ล่ะสิ นักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์ฝึกหมิงเหอเหมือนกับอยู่ในบ้านของตัวเอง ดังนั้นนายจะไม่รู้จักพวกเขาก็ไม่แปลก ใครมันจะไปเหมือนนายที่อยู่ในศูนย์ฝึกแค่วันละ 3 ชั่วโมงแล้วกลับออกไปข้างนอกเมื่อหมดเวลา” เยว่เกอกล่าว

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มรับแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดสำหรับเขาเวลาในการฝึกฝนเพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

ก่อนหน้านี้เขาได้ทำการทดสอบวิเคราะห์สารตกค้างที่ลดลงภายในร่างของเขาเอง และได้พบว่าหากเขาอยู่ในศูนย์ฝึกเป็นเวลา 3 ชั่วโมงดัชนีสารตกค้างจะลดลงชั่วโมงละ 700 หน่วย แต่ในชั่วโมงที่ 4 ดัชนีสารตกค้างจะลดลงเพียงแค่ 550 หน่วยเท่านั้น และหลังชั่วโมงที่ 6 เป็นต้นไปดัชนีสารตกค้างในร่างกายจะลดลงแค่ชั่วโมงละ 300 หน่วย

ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปว่าเวลาที่เขาอยู่ในศูนย์ฝึกวันละ 3 ชั่วโมงเป็นเวลาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะการอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมเป็นเวลานานไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสำหรับเขาเลย นอกจากนี้มันก็ยังไม่ได้พูดถึงผลข้างเคียงจากการอยู่ในศูนย์ฝึกอบรมเป็นเวลานานอีกด้วย

นักเรียนหลาย ๆ คนในค่ายชั้นในเคยเกิดอาการตาบอดชั่วคราว, ช็อกกะทันหันหรือมีฝีขึ้นที่หลังเป็นจำนวนมากจนพวกเขาต้องทำการผ่าเอาฝีพวกนั้นออก

ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีใครพูดแต่ทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าอาการเหล่านี้เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ศูนย์ฝึกหมิงเหอเป็นเวลานานและพวกเขาก็เต็มใจจะยอมรับความเสี่ยงพวกนี้อยู่แล้ว

ความเสี่ยงกับโอกาสเป็นสิ่งที่ควบคู่กันอยู่เสมอ ดังนั้นหากใครต้องการพัฒนาอย่างรวดเร็วพวกเขาก็จำเป็นที่จะต้องแบกรับความเสี่ยงที่อยู่ติดกันเป็นเงาตามตัว

ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในศูนย์ฝึกเพียงแค่วันละ 3 ชั่วโมงแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใด ๆ เพราะตลอดเวลาเขาไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ทำการฝึกฝนอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้เขายังหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยให้เวลาในการพัฒนาทักษะทั้งหมดอย่างเท่าเทียม

ขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้เขาก็รู้สึกว่าเขาใกล้จะฝึกสำเร็จขั้นที่ 3 ของวิชามนตราอสูรแล้ว ซึ่งเขาก็สามารถผ่านไปยังขั้นที่ 3 ได้โดยการผลักประตูเพียงแค่เล็กน้อย แต่ปัญหาคือเขายังไม่สามารถหาประตูบานนั้นได้พบ

“เซี่ยเฟยนายมีความสามารถด้านความเร็ว, เฉินตงนายมีพลังพิเศษสายธรรมชาติ ส่วนฉันมีพลังพิเศษภาพลวงตา ถ้าหากว่าพวกเราทำงานร่วมกันความสามารถของพวกเราก็จะสนับสนุนซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี” เยว่เกอกล่าว

เซี่ยเฟยรู้เรื่องพลังพิเศษของหญิงสาวอยู่แล้วเพียงแต่เขาไม่เคยเห็นเธอใช้มันมาก่อน โดยพลังเกี่ยวกับภาพลวงตาเป็นพลังที่สามารถใช้คลื่นสมองของตัวเองทำให้ศัตรูเกิดภาพหลอนและรบกวนการคิดการตัดสินใจของศัตรูในระหว่างทำการต่อสู้ได้ ซึ่งมันถือได้ว่าเป็นพลังพิเศษสายสนับสนุนที่หาได้ยากมาก

น่าเสียดายที่ความสามารถในการสร้างภาพลวงตาใช้ในการต่อสู้แบบตัวต่อตัวไม่ค่อยได้ผล และมันจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกับทีมเพื่อให้ภาพลวงตาสร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

เซี่ยเฟยมีความเร็วที่ไม่ธรรมดาทำให้เขาเหมาะสมจะทำหน้าที่เป็นหน่วยสอดแนมของทีม เฉินตงมีความสามารถที่เหมาะสมทั้งรุกทั้งรับทำให้เขามีความเหมาะสมที่จะเป็นกองกำลังหลักของทีม ดังนั้นถ้าหากว่าทั้งสามคนได้ร่วมมือกันพวกเขาก็จะกลายเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สามารถทำให้ศัตรูรู้สึกหวาดกลัวได้อย่างแน่นอน

พลังพิเศษสายความเร็วบวกพลังพิเศษสายธรรมชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากพลังพิเศษภาพลวงตา ถือได้ว่าเป็นชุดพลังวิเศษที่หาได้ยากไม่แพ้ชุดพลังพิเศษของทีม 13 เลย

น่าเสียดายที่ในภารกิจครั้งล่าสุดสมาชิก 2 ใน 3 ของทีม 13 ได้หายตัวไปในอุบัติเหตุและสมาพันธ์ก็ค้นหาไม่พบแม้แต่ซากศพ ทำให้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีทีม 13 ในภูมิภาคดาวเอ็นดาโร่อีกต่อไป

ผู้รอดชีวิตคนเดียวภายในทีมคือโบซิงวาก็รู้สึกหดหู่ใจกับเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอย่างมาก เขาจึงตัดสินใจไม่กลับไปยังแผนกบริหารแต่เลือกจะอยู่เป็นครูฝึกในค่ายชั้นในของค่ายฝึกจัสทิสลีก

ก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยเคยได้เจอโบซิงวา 2-3 ครั้ง แต่อีกฝ่ายเลือกที่จะพยักหน้าทักทายเล็กน้อยก่อนที่จะจากไปอย่างเงียบขรึม

เมื่อเซี่ยเฟยได้คิดเกี่ยวกับข้อเสนอของเยว่เกอ เขาก็ได้พบว่าความคิดของเธอเป็นความคิดที่ดีที่ไม่เหมาะจะออกมาจากปากของเธอเลย

ใช้ความเร็วในการสำรวจ, คอยป้องกันและโจมตีด้วยน้ำแข็งและได้รับการสนับสนุนจากภาพลวงตา

การรวมพลังพิเศษแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากจริง ๆ และถึงแม้ว่าพลังภาพลวงตาของเยว่เกอกับพลังพิเศษควิกแซนด์ดีเฟนของเควรอซจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่พลังพิเศษทั้งสองชนิดนี้ก็สามารถนำมาสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมได้คล้าย ๆ กัน

ใครจะไปรู้ในอนาคตทีมของพวกเขาอาจจะโด่งดังกว่าทีม 13 ก็ได้…

“ตอนนี้พวกเราเป็นนักเรียนใหม่และอาจารย์ก็คงจะไม่ปล่อยให้พวกเราเคลื่อนไหวอย่างอิสระ บางทีพวกเราอาจจะได้รับภารกิจเป็นกลุ่ม ในเวลานั้นพวกเราค่อยมารวมทีมกันตามที่เธอบอกก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

แม้ว่าเซี่ยเฟยจะชอบอยู่ตัวคนเดียวแต่เขาก็เข้าใจดีว่าความแข็งแกร่งของคนคนเดียวมีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย นอกจากนี้เฉินตงกับเยว่เกอก็เป็นหนึ่งในคนที่เขาไว้วางใจ หรืออย่างน้อยการร่วมทีมกับคนทั้งสองก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกลำบากใจมากนัก

“ฉันไม่สนใจภารกิจค้นหา! จุดประสงค์หลักของฉันในการเดินทางครั้งนี้คือหาโอกาสท้าทายนักเรียนคนอื่นโดยเฉพาะยาฮันกับไป๋เย่!!”

“ยาฮันอ้างว่าตัวเองเป็นนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่นักเรียนใหม่ ฉันต้องการจะท้าทายเขามานานแล้ว ส่วนไป๋เย่ก็หาเรื่องเซี่ยเฟยในระหว่างงานแข่งรถ ฉันจะหาโอกาสอัดมันแทนนายเอง!”

“ตอนอยู่ในค่ายฝึกมีกฎนู่นนี่นั่นให้ปวดหัวเยอะแยะทำให้นักเรียนไม่จำเป็นจะต้องรับคำท้าทายจากฉันก็ได้ แต่ในตอนนี้ทุกคนจะต้องออกจากค่ายฝึกแล้ว ดังนั้นฉันน่าจะมีโอกาสท้าทายพวกนั้นได้” เฉินตงกล่าวราวกับว่าเขาได้คิดเรื่องพวกนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

เซี่ยเฟยส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร เพราะด้วยนิสัยของเฉินตงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมีความคิดเช่นนี้เลย

ตลอดเวลาไม่กี่เดือนมานี้เฉินตงได้แต่หมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝนโดยไม่ได้ทำการต่อสู้เลย ถ้าหากว่าเขาไม่ได้หาที่ระบายสักหน่อยมันก็คงจะทำให้เขารู้สึกอกแตกตาย

“นี่ถามหน่อยเถอะเจ้าเบิ้ม! ถ้านายไม่สู้มันจะทำให้นายอกแตกตายเลยใช่ไหม? เฮ้อช่างมันเถอะฉันรวมทีมกับเซี่ยเฟยแค่สองคนก็ได้” เยว่เกอมองไปทางเฉินตงพร้อมกับถอนหายใจ แต่เมื่อสายตาของเธอหันไปทางเซี่ยเฟยแววตาของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ใจเย็น ๆ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเราจะต้องทำอะไรบ้าง หลังพวกเราได้รู้รายละเอียดค่อยวางแผนตอนนั้นก็ยังไม่สาย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับโบกมือไปมา

“เซี่ยเฟย! นี่นายคิดจะไม่ร่วมทีมกับฉันใช่ไหม” เยว่เกอตะโกนพร้อมกับกอดอกด้วยความหงุดหงิด

เซี่ยเฟยพูดไม่ออกไปชั่วขณะและมันก็คงจะเป็นการดีที่สุดถ้าเขาจะอยู่ห่างจากแม่เสือสาวคนนี้

ทั้งสามพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ยานเดสทรอยเยอร์จะบินมาจากระยะไกลและค่อย ๆ ร่อนลงบนลานกว้าง

เมื่อประตูห้องโดยสารของตัวยานได้เปิดออกโบซิงวา, เย่เสี่ยวหานและครูฝึกจากค่ายชั้นในอีกสองคนก็กระโดดลงมาจากยาน โดยพวกเขาได้สวมเครื่องแบบพร้อมติดตั้งอาวุธเต็มร่างกายและแต่ละคนต่างก็มีท่าทางที่จริงจัง

หลังจากทำการยืนยันตัวตนแล้วนักเรียนกว่า 40 คนก็ทยอยเดินทางขึ้นยานกันทีละคน

ภายในยานเดสทรอยเยอร์มีขนาดใหญ่กว่ายานฟริเกตมาก และมันก็ทำให้ตัวยานดูโหวงเหวงเล็กน้อยเมื่อห้องโดยสารมีลูกเรือเพียงแค่ไม่กี่สิบคน

เซี่ยเฟยทำการสแกนและตรวจสอบส่วนประกอบของยาน

แม้ภายนอกยานเดสทรอยเยอร์ลำนี้จะดูธรรมดามาก แต่ภายในกลับติดตั้งอุปกรณ์ล้ำหน้าและเครื่องจักรที่เขาไม่รู้จักอยู่มากมาย

‘หรือว่ายานลำนี้จะแล่นในระยะไกล มันถึงใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่แบบนี้?’ เซี่ยเฟยคิดอย่างสงสัยภายในใจ

หลังจากขึ้นยานเซี่ยเฟย, เยว่เกอและเฉินตงก็ไปนั่งลงบนโซฟาที่มุมหนึ่งด้วยกัน จากนั้นเย่เสี่ยวหานก็เดินมาแจกแว่นตาเสมือนจริงให้กับทุกคนเพื่อให้พวกเขาท่องอินเทอร์เน็ตแก้เบื่อในระหว่างการเดินทาง

“แผนการสำรวจซากปรักหักพังโบราณครั้งนี้เกี่ยวข้องกับความลับของสมาพันธ์ ดังนั้นพวกคุณทุกคนจะต้องลงนามในสัญญารักษาความลับว่าจะไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด” โบซิงวากล่าวกับทุกคนในฐานะผู้นำทีมสำรวจในครั้งนี้

“เอกสารสัญญาที่ทุกคนต้องเซ็นเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกคนสามารถใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอโฮโลแกรห์มเพื่อเซ็นเอกสารได้เลย”

หลังจากที่ทุกคนลงนามเรียบร้อยแล้วยานเดสทรอยเยอร์รุ่นแฟคซิลิเทเตอร์ก็เริ่มออกเดินทางสุดกำลัง โดยมีจุดมุ่งหมายไปยังซากปรักหักพังโบราณ

***************

จบบทที่ ตอนที่ 130: มุ่งหน้าสู่ซากปรักหักพังโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว